เรียนต่อต่างประเทศ | วิธีการขอหนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี

การขอหนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี


หนังสือเดินทาง (Passport) คือ เอกสารสำคัญประจำตัวที่รัฐบาลออกให้  เพื่อใช้แสดงตนในการเดินทางไปต่างประเทศ  ให้ความสะดวก  ความปลอดภัย  หรือให้ความช่วยเหลือ   ความคุ้มครองทางกฎหมายขณะอยู่ในต่างประเทศ โดยหนังสือเดินทางจะต้องได้รับการประทับการตรวจลงตราหรือวีซ่าจากหน่วยงานของประเทศที่จะเดินทางไปเยือน เว้นแต่จะมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างประเทศ

การทำหนังสือเดินทาง เพียงแค่นำบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ไปแสดงคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานหนังสือเดินทางที่ใกล้ที่สุด แต่ การขอหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ อาจจะมีขั้นตอน และจะต้องมีเอกสารเพิ่มเติม คือ หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ หลังจากนั้น ให้บิดามารดา หรือผู้ปกครอง พร้อมผู้เยาว์ เดินทางไปขอหนังสือเดินทางได้ที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานหนังสือเดินทางที่ใกล้ที่สุด

คลิ๊ก เพื่อศึกษาวิธีการขอหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ

สำหรับการขอหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี มีอยู่ 2 แบบ คือ การขอหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี และ การขอหนังสือเดินทางที่อายุระหว่าง 15 – 20 ปี ซึ่งขั้นตอน และเอกสาร จะแตกต่างกัน ดังนี้

การขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุ ต่ำกว่า 15 ปี

ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี บิดามารดา หรือผู้ปกครองจะต้องพาผู้เยาว์มายื่นเรื่อง โดย จะต้องนำสูติบัตรฉบับจริง และหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ พร้อมทั้งบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา และ/หรือ ผู้ปกครอง ฉบับจริงมาแสดงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ หากเป็นสำเนาต้องได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องจาก อำเภอ/เขต  หากมอบหมายให้ผู้อื่นมาดำเนินการ จะต้องเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะ หรืออายุ 20 ปีขึ้นไป พร้อมด้วยหนังสือมอบอำนาจ และบัตรประจำตัวฉบับจริงของผู้รับมอบอำนาจ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. สูติบัตรฉบับจริง 1 ฉบับ (หากเป็นสำเนาจะต้องได้รับการรับรองจากอำเภอ/เขต)
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา ที่ยังมีอายุใช้งาน หรือ บัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับจริง
  3. หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศฉบับจริง 1 ฉบับ
  4. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุล หากชื่อนามสกุลบิดา มารดาในสูติบัตรไม่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชน 
  5. หนังสือเดินทางเล่มเดิม หากเคยทำหนังสือเดินทางมาแล้ว
  6. ใบแจ้งความ หากทำหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุการใช้งาน เล่มเดิมสูญหาย

เอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม

  1. ในกรณีที่มารดาหย่า และจดทะเบียนสมรสใหม่ และใช้นามสกุลใหม่ตามสามีให้นำหลักฐานการหย่าและการสมรสที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมหนังสือมอบอำนาจ ฉบับจริง กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นมายื่นคำร้อง
  3. ทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมฉบับจริง 1 ฉบับ
  4. ใบมรณะบัตรฉบับจริง 1 ฉบับ กรณีที่บิดา หรือ มารดา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต
  5. คำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริง 1 ฉบับ

การขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุ ระหว่าง 15 – 20 ปี

ผู้เยาว์ที่มีอายุ 15 – 20 ปี สามารถติดต่อขอทำ หนังสือเดินทางได้ด้วยตนเองได้ โดยจะต้องเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกับ หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ มาแสดงประกอบการยื่นคำร้อง 

เอกสารที่ต้องเตรียม กรณียื่นด้วยตนเอง

  1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง 1 ฉบับ (บัตรประจำตัวประชาชนต้องยังมีอายุการใช้งานและยังไม่ถูกยกเลิก)
  2. หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศฉบับจริง 1 ฉบับ
  3. หนังสือเดินทางเล่มเดิม หากเคยทำหนังสือเดินทางมาแล้ว
  4. ใบแจ้งความ หากทำหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุการใช้งาน เล่มเดิมสูญหาย

เอกสารที่ต้องเตรียม กรณีไม่มีหนังยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ

ในกรณีที่ไม่มีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ บิดา และมารดา หรือผู้ปกครอง จะต้องมาลงนาม ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ในวันที่ยื่นคำร้องเท่านั้น หากบิดา หรือ มารดา คนใดคนหนึ่งไม่มา จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศ จากฝ่ายที่ไม่ได้มาแสดง กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นมายื่นคำร้อง จะต้องเป็น บุคคลที่บรรลุนิติภาวะ หรืออายุ 20 ปีขึ้นไป พร้อมด้วยหนังสือมอบอำนาจ และบัตรประจำตัวฉบับจริงของผู้รับมอบอำนาจ

  1. บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา ที่ยังมีอายุใช้งาน หรือ บัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับจริง
  2. หนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศฉบับจริง 1 ฉบับ
  3. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ หรือ นามสกุล หากชื่อนามสกุลบิดา มารดาในสูติบัตรไม่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชน 

เอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม (ถ้ามี)

  1. ในกรณีที่มารดาหย่า และจดทะเบียนสมรสใหม่ และใช้นามสกุลใหม่ตามสามีให้นำหลักฐานการหย่าและการสมรสที่เป็นต้นฉบับมาแสดงด้วย
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมหนังสือมอบอำนาจ ฉบับจริง กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นมายื่นคำร้อง
  3. ทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมฉบับจริง 1 ฉบับ
  4. ใบมรณะบัตรฉบับจริง 1 ฉบับ กรณีที่บิดา หรือ มารดา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต
  5. คำสั่งศาลซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครองฉบับจริง 1 ฉบับ

สถานที่การขอหนังสือเดินทาง

การยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง

  • รับบัตรคิว และรอเข้ารับบริการตามลำดับคิว
  • แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือสูติบัตรฉบับจริง ต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมแสดงหลักฐานและเอกสารตามข้างต้น
  • การขอหนังสือเดินทาง จะต้องมีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ ได้แก่ ลายนิ้วมือ 10 นิ้ว ลายมือผู้ถือหนังสือเดินทาง และทำหนังสือยินยอม
  • ชำระค่าธรรมเนียม
  • การพิจารณา หนังสือเดินทาง และตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือเดินทาง ใช้ระยะเวลา 3 วันทำการ

ค่าธรรมเนียมสำหรับทำหนังสือเดินทาง

  • ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทางเล่มด่วน (รับเล่มในวันทำการถัดไป) 2,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทางเล่มด่วนได้รับเล่มในวันทำการเดียวกัน 3,000 บาท

การรับเล่มหนังสือเดินทาง

ผู้ร้องสามารถรับเล่มหนังสือเดินทางได้ 3 วิธี ดังนี้

  1. รับด้วยตนเอง โดยต้องนำใบรับเล่มและหนังสือเดินทางเล่มเดิมมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
  2. ให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน โดยลงนามมอบฉันทะในใบรับเล่ม และให้ผู้รับมอบฉันทะนำหนังสือเดินทา เล่มเดิมมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
  3. ให้จัดส่งหนังสือเดินทางเล่มใหม่ไปให้ทางไปรษณีย์

ค่าธรรมเนียมในการจัดส่งหนังสือเดินทาง

  • ค่าธรรมเนียมการจัดสงไปรษณีย์ (EMS) 40 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการจัดสงไปรษณีย์  (Passport Speed Post – PSP) 60 บาท (ให้บริการเฉพาะที่กรมการกงสุลเท่านั้น)
  • ค่าธรรมเนียมการคัดสาเนาคู่มือประชาชน 30 บาท

หมายเหตุ

การจัดสงเล่มทางไปรษณีย์เป็นความรับผิดชอบของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งเฉลี่ยใช้เวลา ดังนี้

  • การขอรับบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (PSP) ให้บริการเฉพาะที่กรมการกงสุลเท่านั้น ซึ่งจะได้รับเล่ม ภายใน3 วันทำการ (เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล)
  • การจัดสงเล่มทางไปรษณีย์  (EMS) จะได้รับเล่มประมาณ 5-7 วันทำการ

 

 

Advertisements

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.