เรียนต่อออสเตรเลีย | 9 เหตุผล ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเรียนต่อ Adelaide ประเทศออสเตรเลีย

น้องๆ ส่วนใหญ่ อาจจะเลือกเมือง ซิดนีย์ หรือ เมลเบิร์น เป็นอันดับต้นๆ สำหรับการเรียนต่อต่างประเทศ เนื่องจากจำนวนประชากรเยอะ เมืองขนาดใหญ่ แต่การเลือกเมืองต้องมองปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น อากาศเป็นอย่างไร? ค่าครองชีพเป็นอย่างไร? อัตราส่วนคนไทยมากน้อยแค่ไหน?

แอดิเลด เป็นเมืองหลวงของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก มีประชากรมากเป็นอันดับ 5 แต่ไม่มีความวุ่นวาย สภาพแวดล้อมเหมาะแก่การเรียน ด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา และ ความงามของธรรมชาติอยู่ใกล้แค่เอื้อม จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียนมากกว่า 38,000 คนจาก 130 ประเทศทั่วโลก เลือกเรียน อาศัย และ ทำงาน ในแอดิเลด

สำหรับนักเรียนไทย เมืองแอดิเลด ค่อนข้างใหม่ และยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก น้องๆ หลายคนที่เลือกเรียนที่เมืองแอดิเลด อาจจะเป็นเพราะ ญาติ หรือคนรู้จักอาศัยอยู่ที่นี่ แต่สำหรับคนที่ วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ เป็นครั้งแรก ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะมาเรียน ใช้ชีวิต และทำงานอยู่ที่แอดิเลด ที่สำคัญ รัฐบาลออสเตรเลียยังสนับสนุนให้นักเรียนมาเรียน และ ให้สิทธิ์วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ มากกว่าเมืองซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบนอีกด้วย ไปทำความรู้จักกับเมืองแอดิเลดเพิ่มเติมได้บทความนี้เลยค่ะ

Adelaide, Australia


Adelaide แอดิเลดตั้งอยู่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย และเป็นเมืองหลวงของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย South Australia โดดเด่นในด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ ใกล้กับชายหาดและเกาะที่สวยงาม เมืองนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากเนิน Adelaide Hills ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินป่า การขี่จักรยานชมสัตว์ป่า หรือใกล้กับไร่องุ่นที่ผลิตไวน์ชั้นยอด 

แอดิเลดมีประชากรประมาณ 1.3 ล้านคน มีพื้นที่รวม 3,258 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง และบริเวณราบลุ่มชายฝั่ง ผังเมืองถูกออกแบบโดยพันเอกวิลเลียมไลท์ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม มีความโดดเด่น และเหมือนกับเมืองในยุโรป ข้อดีคือสามารถใช้เวลาเดินทางน้อยลงและมีเวลาสนุกกับชีวิตมากขึ้น ใจกลางเมืองเป็นสวนสาธารณะ Adelaide Parkland มีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอเรียน ฤดูร้อนแห้งแล้ง และฤดูหนาวอากาศหนาวจัด มีฝนตกในฤดูหนาว มีหิมะปกคลุมตามพื้นที่ชนบท 

การเดินทางมาเมืองแอดิเลด

ปัจจุบัน มีสายการบินหลายสาย ที่สามารถเดินทางมายังเมืองแอดิเลดได้อย่างสะดวกสบาย แต่ยังไม่มีสายการบิน ที่บินตรงจากประเทศไทยไปยังเมืองแอดิเลด ดังนั้น จะต้องต่อเครื่องที่ ซิดนีย์ หรือสิงคโปร์

เดินทางโดยรถส่วนตัว

  • ห่างจากซิดนีย์ประมาณ 1,375 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง 24 นาที
  • ห่างจากเมลเบิร์นประมาณ 728 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง

เดินทางโดยเครื่องบิน

  • เดินทางโดยเครื่องบิน ควอนตัส สุวรรณภูมิ BKK – แอดิเลด ADL (แวะพักซิดนีย์ ไป-กลับ) ประมาณ 20,900 บาท – 25,700 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง 
  • เดินทางโดยเครื่องบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ สุวรรณภูมิ BKK – แอดิเลด ADL (แวะพักสิงคโปร์ ไป-กลับ) ประมาณ 16,300 บาท – 21,600 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง
  • เดินทางโดยเครื่องบิน ควอนตัส ซิดนีย์ SYD – แอดิเลด ADL (บินตรง ไป-กลับ) ประมาณ 5,300 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

show-me-a-map-of-australia-australia-map-best-australian-showyou-me-amazing-austrailia 2.jpg


9 เหตุผล ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจมาเรียน
เมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย


1. เรียนต่อแอดิแลด เมืองที่น่าอยู่แห่งหนึ่งของโลก และการศึกษามีมาตรฐานระดับโลก

การศึกษาเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองแอดิเลด โดยรัฐบาลกับสถาบันการศึกษา ได้พยายามทำให้แอดิเลด เป็นศูนย์กลางของการศึกษา ของออสเตรเลีย หรือ Australia Education Hub และจำนวนนักศึกษาต่างชาติ ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัย และสถาบันต่างๆ ได้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับการศึกษา 

มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองแอดิเลด มีอยู่ 4 แห่งด้วยกันคือ Flinders University of South Australia, University of Adelaide, University of South Australia และ Torrens University Australia โดยมหาวิทยาลัยแอดิเลด เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ Group of 8 นอกจากนี้ ยังมีสถาบันวิชาชีพรัฐบาลออสเตรเลีย TAFE South Australia ด้วยเช่นกัน 

โรงเรียน

นักเรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตร หรือ โปรแกรมการศึกษาของตนเองได้ว่า ต้องการเรียนเป็นหลักสูตรการศึกษาของออสเตรเลียใต้ South Australia Certificate of Education (SACE) หรือเรียนเป็นหลักสูตรนานาชาติ International Baccalaureate (IB) โดยในแอดิเลด มีโรงเรียนทั้งรัฐบาล โรงเรียนกึ่งรัฐบาล และโรงเรียนเอกชนทั้งหมด ประมาณ 200 แห่ง ที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ

สถาบันโพลิเทคนิค และสถาบันวิชาชีพ

สถาบันวิชาชีพในแอดิเลด ได้รับการยอมรับในระดับสากล ประสบการณ์ การทำงานและทักษะการปฏิบัติงาน เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั่วโลก เนื้อหาหลักสูตรเหมาะสมกับความต้องการในยุคปัจจุบันและในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้พบปะ และฝึกงานกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตามสาขาที่เรียนอีกด้วย โดยเปิดสอนหลักสูตรระดับวิชาชีพ Diploma รวมถึงปริญญาตรี และปริญญาโทด้วยในบางสถาบัน โดยสถาบันวิชาชีพในแอดิเลด  มีดังนี้

มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในแอดิเลดติด Top 2% ของโลก เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญาโทและอื่นๆ ในหลากหลายสาขาวิชารวมถึง ธุรกิจ วิศวกรรม ไอที การบริการ และอื่น ๆ โดยมีมหาวิทยาลัยรัฐบาล 3 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชนอีก 2 แห่ง ได้แก่ 

สถาบันสอนภาษาอังกฤษ

หากยังไม่เก่งภาษาอังกฤษ หรือยังไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษพร้อมเข้าเรียน ทางแอดิเลด มีสถาบันสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ ที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนต่อในออสเตรเลีย โดยสถาบันที่เปิดสอนภาษาอังกฤษมีดังนี้

2. โอกาสในการขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ ที่มากกว่าซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน

เมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท (แบบ Coursework) สามารถขอวีซ่าหลังเรียนจบ Temporary Graduate Work Visa (Subclass 485) ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่วางแผนเรียน และทำงานระยะยาวแบบเต็มเวลาที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ เมืองแอดิเลด เป็นเมืองที่รัฐบาลออสเตรเลีย สนับสนุน และส่งเสริมให้นักเรียนต่างชาติ ที่มีฝีมือ เข้ามาเรียน และทำงานแบบเต็มเวลาระยะยาว จึงขยายระยะเวลาของ Temporary Graduate Work Visa (Subclass 485) เพิ่มอีก 1 ปี โดยผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา จะได้ระยะเวลาวีซ่าเพิ่มดังนี้

ระดับการศึกษา เมืองแอดิเลด เมืองอื่นๆ ในออสเตรเลีย
Bachelor Degree หรือ Masters Degree แบบ Coursework ขอได้ 3 ปี  ขอได้ 2 ปี 
Masters Degree แบบ Research ขอได้ 4 ปี  ขอได้ 3 ปี 
PhD qualification ขอได้ 5 ปี  ขอได้ 4 ปี 

คลิ๊ก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ Temporary Graduate Visa

นอกจากนี้ ยังได้คะแนนเพิ่มสำหรับยื่นขอวีซ่าถาวร เมื่อเรียนจบจากแอดิเลดอีกด้วย โดยจะได้โบนัสสำหรับการขอวีซ่าย้ายถิ่นฐาน และ/หรือ วีซ่าทำงาน Subclass 491 Skilled Work Regional) และ/หรือ Subclass 190 Skilled Nominated visa

คลิ๊ก เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก Immigration SA เกี่ยวกับสิทธิ์ในการทำงานหลังเรียนจบ และเส้นทางการย้ายถิ่นฐานไปยังออสเตรเลีย

รู้หรือไม่? วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ด้วย

วีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลีย ทางสถานทูตอนุญาต ให้ทำงานพาร์ทไทม์ได้ การทำงานพาร์ทไทม์ นอกจากจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบางส่วนในช่วงที่กำลังศึกษาอยู่ที่ออสเตรเลีย ยังช่วยเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนอีกด้วย


สถานทูตออสเตรเลียอนุญาติให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน ทำงานพาร์ทไทม์ ได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ (40 Hours / Fortnights) และสามารถทำงาน “เต็มเวลา” ในช่วงปิดภาคการศึกษา


คลิ๊กเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานพาร์ทไทม์ ประเทศออสเตรเลีย

3. มีโอกาสในการทำงานที่มากกว่า ในอุตสาหกรรมสำเร็จการศึกษาในแอดิเลด

แอดิเลด เป็นเมืองแห่งโอกาส และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก ทางการรัฐบาลออสเตรเลีย พยายามส่งเสริมให้นักศึกษาต่างชาติ ที่มีฝีมือ มีโอกาสได้มาทำงาน และใช้ชีวิตอยู่ที่แอดิเลด โดยสายงานที่ขาดแคลนมีดังนี้

  • Food and Agribusiness แอดิเลดเป็นเมืองที่โด่งดังเรื่องกสิกรรม มีพื้นที่เพาะปลูกอย่างกว้างขวาง และมีสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ที่วิจัยเกี่ยวกับอาหาร พืช และสัตว์
  • Health and Medical Sciences แอดิเลด กำลังวางแผนสร้างศูนย์การแพทย์แบบไอโอชีวภาพขนาดใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ สายงานด้านการแพทย์ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากที่สุด

  • Resources and Energy ทองแดง เป็นแร่ที่มีมากที่สุดในแอดิเลด ซึ่งต้องการแรงงาน สำหรับการถลุงแร่ทองแดง เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน และทรัพยากรล้ำค่า

  • High Technology อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของแอดิเลด กำลังพัฒนาจนกลายเป็นอุตสาหกรรมขั้นสูง จึงขาดแคลนแรงงาน เกี่ยวกับด้านไอที และเทคโนโลยีมากมาย

  • Defence and Space Industries แอดิเลดเป็นที่ตั้งของ Australian Space Agency ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เดียวกับ NASA คือ สร้างยานอาวกาศเพื่อสำรวจนอกโลก

  • Creative Industries อาชีพเกี่ยวกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ยังไม่เป็นที่ต้องการมากในปัจจุบัน แต่สำหรับอนาคต แอดิเลดกำลังวางแผนก่อตั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ขนาดใหญ่ เทียบเท่าฮอลลีวู้ด จึงต้องการแรงงานที่มีทักษะเกี่ยวข้องกับครีเอทีฟจำนวนมาก

เดอะเบสท์ ศูนย์ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร บริการให้คำปรึกษาฟรี ทั้งเรื่องการเรียน เรื่องการทำวีซ่า ดูแลจนกว่าจะเรียนจบ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บ สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร
 : 090-327 3558088-269 5099

Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

4. เมืองแอดิเลด มีที่พักให้เลือกหลากหลายรูปแบบอยู่ในเมือง กว้างขวาง สะดวกสบายและราคาไม่สูง เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ อย่างซิดนีย์ หรือเมลเบิร์น

แอดิเลดเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรน้อยที่สุดในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและล้อมรอบด้วยภูมิภาคไวน์และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ชายหาดที่ยอดเยี่ยม อาหารอร่อย และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่คึกคัก แต่สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ คือการเลือกย่านที่ดีที่สุดสำหรับการพักอาศัยในแอดิเลด

ที่พักในแอดิเลด มีตัวเลือกมากมาย ไม่แออัด เนื่องจากประชากรน้อย และพื้นที่กว้างขวาง ที่สำคัญ ราคาถูกกว่าเมืองอื่นๆ ในออสเตรเลียอีกด้วย ดังนั้น เพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ ทางเดอะเบสท์จึงขอสรุปย่านที่พัก ที่น่าสนใจในเมืองแอดิเลด มา 4 ย่าน ทั้งย่านในเมือง และชานเมือง ดังนี้

  1. Adelaide CBD ย่านใจกลางเมืองแอดิเลด เป็นย่านที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่มาเรียนต่อต่างประเทศเป็นครั้งแรก ย่านใจกลางเมือง ครอบคลุมพื้นที่เพียงหนึ่งตารางไมล์ ใช้เวลาเดินเพียงหนึ่งวัน สามารถเดินทั่วทุกพื้นที่ แต่ย่านเล็กๆ แห่งนี้ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งการเดินทาง อาหาร ห้างสรรพสินค้า ที่พักมีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายราคา และใกล้กับโรงเรียน สามารถเดินไปเรียนได้
  2. Adelaide West End ฝั่งตะวันตกของตัวเมืองแอดิเลด เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการพักในแอดิเลดเพื่อเที่ยวกลางคืน เป็นศูนย์กลางความบันเทิงมาตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 และ ปัจจุบันมีสถานที่แสดงดนตรีสด คลับเต้นรำ รวมถึง ร้านอาหาร และร้านกาแฟมากมาย หากชื่นชอบการเที่ยวกลางคืน ย่าน West End ของแอดิเลดก็เป็นย่านที่เหมาะสมสำหรับคุณ
  3. Port Adelaide เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เยี่ยมที่สุดในแอดิเลด อยู่ห่างจากใจกลางเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 30 นาที พอร์ตแอดิเลดในอดีตเป็นท่าเรือ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของผับ และร้านอาหารทันสมัย รวมถึงร้านค้าพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญมากมาย
  4. North Adelaide ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของใจกลางเมือง เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดสำหรับสวนสาธารณะที่กว้างขวางและพื้นที่สีเขียว ใกล้ๆ มีสวนสัตว์แอดิเลด และสวนพฤกษศาสตร์แอดิเลด ให้คอยพักผ่อนหยอนใจ มีที่พักหลากหลายที่เหมาะสำหรับครอบครัว รวมถึงเพนเฮ้าส์หรูหรามากมาย ตั้งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ เหมาะสำหรับพักผ่อนกับครอบครัวหรือคู่รักที่เดินทางมาฮันนีมูน

ประเภทที่พักยอดนิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติ

  • พักกับหอพักมหาวิทยาลัย University Accommodation มหาวิทยาลัยบางแห่งเสนอทางเลือกของที่พักอาศัยที่จัดการโดยมหาวิทยาลัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการมากมาย โดยปกติจะตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือใกล้กับมหาวิทยาลัยพร้อมที่พักที่ตกแต่งครบครัน โดยทั่วไปที่พักของมหาวิทยาลัยจะมีอาหารและสาธารณูปโภค ซึ่งบางส่วนรวมอยู่กับค่าเช่าแล้ว และบางส่วนจะต้องเก็บเพิ่มเติม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ แต่หอพักนักศึกษาบางแห่งก็รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ดังนั้นจะต้องตรวจสอบเงื่อนไขของหอพักให้ชัดเจน
    • ค่าใช้จ่ายหอพักมหาวิทยาลัย $90 – 280 ต่อสัปดาห์
  • พักกับหอพักโรงเรียน Boarding หากนักเรียนที่เดินทางมาเรียนโรงเรียนในแอดิเลด การเลือกหอพักโรงเรียน อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยทั่วไป หอพักนักเรียน ห้องพักจะตกแต่งพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน การดูแลอภิบาลจากอาจารประจำหอพักที่คอยดูแลนักเรียนตลอดเวลา พร้อมอาหารทุกมื้อ และส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน และเป็นสถานที่ที่คุณจะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ในโรงเรียน
    • ค่าใช้จ่ายหอพักนักเรียน Boarding  $11,000 – $22,000 ต่อปี
  • พักอาศัยแบบโฮสเทล ที่พักแบบ Hostel จะต้องรับผิดชอบในการเตรียมอาหาร และแบ่งปันค่าสาธารณูปโภค เช่นแก๊สน้ำ และไฟฟ้า โฮสเทลส่วนใหญ่มีห้องนอนที่ได้รับการตกแต่ง (ส่วนตัวหรือแชร์) ที่สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง เช่น ห้องน้ำ ซักผ้า ห้องครัว และ เลานจ์
    • ค่าเช่าโฮสเทล $90 – $150 ต่อสัปดาห์
  • พักอาศัยแบบอพาร์ทเม้น การเช่าอพาร์ทเม้นด้วยตนเอง หรือแชร์กับเพื่อน เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม สำหรับนักเรียนที่รักอิสระ และเนื่องจาก ค่าเช่าอพาร์ทเม้นในแอดิเลด ถูกกว่าเมืองอื่นๆ จึงเป็นตัวเลือกที่นิยมอย่างมากสำหรับนักเรียนต่างชาติ แต่นักเรียนจะต้องรับผิดชอบค่าสาธารณูปโภคทั้งหมด และเตรียมอาหารเองทุกมื้อ และบางอพาร์ทเม้น จะต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเอง
    • ค่าเช่าอพาร์ทเม้น $165 – $440 ต่อสัปดาห์
    • ค่าเช่าอพาร์ทเม้นแบบแชร์ $85 – $215 ต่อสัปดาห์
  • ที่พักแบบโฮมสเตย์ อาศัยอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย เป็นทางเลือกที่สะดวกสบาย และปลอดภัย นักเรียนจะได้ห้องพักที่ได้รับการตกแต่ง และอาหาร รวมถึงซักรีดและอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ โฮมสเตย์ยังช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและสัมผัสกับวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตในออสเตรเลียอีกด้วย ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือนักเรียนที่มาเรียนในระดับโรงเรียน
    • ค่าใช้จ่ายในการพักอาศัยกับโฮมสเตย์ $235 – $325 ต่อสัปดาห์

5. การเดินทางในเมืองแอดิเลด และชานเมือง สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

นักศึกษาเกือบ 4,000 คนเลือกที่จะพักอาศัยใจกลางเมือง และรอบ ๆ เมืองแอดิเลด ด้วยวิทยาเขตส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมือง คุณจะสามารถเดินทางไปและกลับจากชั้นเรียนของคุณได้อย่างง่ายดายด้วยการเดินขี่จักรยานหรือนั่งรถรางหรือรถบัสในเมืองฟรี นอกจากนี้ ในฐานะนักเรียนในแอดิเลดคุณจะได้รับส่วนลดจากการขนส่งมวลชนสำหรับนักเรียนต่างชาติอีกด้วย

ระบบขนส่งสาธารณะในเมืองแอดิเลด

Adelaide Metro เป็นระบบขนส่งสาธารณะของแอดิเลดที่สะดวก รวดเร็ว คุ้มค่า และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในเมือง หากต้องการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ จะต้องชำระค่าโดยสารด้วยบัตร MetroCARD หรือ Metroticket และสำหรับนักเรียนระดับอุดมศึกษาในแอดิเลดสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางแบบไม่ จำกัด ด้วยบัตรผ่าน 28 วันราคา $50 และนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาราคา $ 25.50 นอกจากนี้ ยังมีบริการขนส่งสาธารณะฟรีหลายแห่งซึ่งให้บริการในเมืองและชานเมืองทางตอนเหนืออีกด้วย โดยในแอดิเลด มีระบบขนส่งสาธารณะคอยให้บริการดังนี้metroCARD_03

  • รถบัส รถไฟรางเบา และรถไฟใต้ดิน ซึ่งให้บริการทั่วเมืองและชานเมืองแอดิเลด
  • ฟรีรถโดยสารและรถรางในใจกลางเมืองแอดิเลด

วางแผนการเดินทางด้วยโปรแกรมคำนวณการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะของแอดิเลด

19406_AM_Train_&_Tram_network_map_675x1575_Aug2019_WEB

เดินทางด้วยการเดิน และการปั่นจักรยาน

ด้วยถนนสายกว้างและเส้นทางจักรยานที่กว้างขวางการขี่จักรยาน (และการเดิน) รอบ ๆ แอดิเลดนั้นสะดวกและปลอดภัย หรือคุณสามารถเช่าจักรยานฟรีจากแอดิเลดฟรีไบค์ (รวมถึงหมวกกันน็อคจักรยานซึ่งจะต้องสวมเมื่อคุณขี่จักรยานในเซาท์ออสเตรเลีย) นอกจากจะประหยัดค่าโดยสารแล้ว ยังมีข้อดีอื่นๆ ดังนี้

  • แอดิเลดส่งเสริมการปั่นจักรยาน โดยจะมีเลนจักรยานโดยเฉพาะในเมืองและถนนชานเมืองหลายแห่ง
  • มีสถานบริการซ่อมรถจักรยาน หรือปั๊มสูบลมจักรยานโดยเฉพาะ ที่ตั้งกระจายอยู่ในเมืองและสามารถใช้บริการได้ฟรี
  • มีที่จอดรถจักรยานมากมายรอบเมือง ซึ่งสามารถจอดฟรี ไม่กำหนดระยะเวลา 

การขับรถในแอดิเลด

หากคุณอยู่ไกลจากเมืองคุณสามารถเดินทางไปรอบ ๆ เมืองแอดิเลดด้วยการขับรถ ไม่ว่าคุณจะซื้อรถเพื่อใช้งานถาวรหรือเช่ารถยนต์สำหรับการเดินทางบนถนนเป็นครั้งคราว คุณจะต้องทำความคุ้นเคยกับกฎจราจรทางถนนของรัฐเซาท์ออสเตรเลียก่อน ในกรณีส่วนใหญ่คุณสามารถใช้ใบขับขี่สากลเพื่อขับรถในเซาท์ออสเตรเลียได้ หากไม่มีใบขับขี่สากล หรือใบขับขี่ไม่มีภาษาอังกฤษ จะต้องมีใบแปลภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรอง

คลิ๊ก เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกฏระเบียบการขับขี่ในออสเตรเลีย

6. เรียนที่แอดิเลด สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า

แอดิเลดเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของวัฒนธรรมที่หลากหลาย และสถาปัตยกรรมที่สวยงาม การวางผังเมืองที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งมองเห็นย่านธุรกิจแอดิเลด ที่ล้อมรอบไปด้วยสวนสาธารณะทุกด้านซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตและการศึกษา นอกจากนี้เมื่อเทียบกับเมืองหลวงอื่น ๆ ในออสเตรเลียแล้ว แอดิเลดยังมีค่าครองชีพที่ไม่แพงอีกด้วย ค่าครองชีพเมืองแอดิเลดต่ำกว่าเมืองอื่นๆ ในออสเตรเลียโดยเฉลี่ย 14% และมีค่าเช่าที่ต่ำที่สุดในออสเตรเลียอีกด้วย ดังนั้น แน่นอนว่าค่าอาหาร ค่ารถโดยสารสาธารณะ ต่ำกว่าเมืองใหญ่ๆ ในออสเตรเลียแน่นอน 

Adelaide.jpg

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พัก

ที่พักในแอดิเลดถูกกว่าเมืองอื่นๆ ในออสเตรเลีย นักเรียนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย โดยในเมืองแอดิเลด ค่าที่พักแบบอพาร์ทเม้นจะอยู่ที่ $220 – $440 ต่อสัปดาห์ ซึ่งถ้าแชร์กับเพื่อน ค่าใช้จ่ายอาจจะเหลือเพียง $160 ต่อสัปดาห์

ในเขตชานเมืองของแอดิเลด มีห้องชุดที่ราคาถูกมาก เพียง $290 ต่อสัปดาห์ ซึ่งถ้าหากแชร์กับเพื่อน จะเหลือเพียง $145 ต่อสัปดาห์ แต่การพักอยู่ชานเมือง จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางเพิ่มขึ้น รวมถึงจะต้องเผื่อเวลาการเดินทางด้วย อย่างไรก็ตามการพักอาศัยอยู่ชานเมือง เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย อยากพักผ่อนอ่านหนังสือหลังเลิกเรียนริมชายหาดเงียบๆ

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง

ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนจะได้รับส่วนลดค่าโดยสาร 50% สำหรับซื้อบัตร MetroCard 28 วันในราคาเพียง $49 โดยบัตร MetroCard จะสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 3 รูปแบบคือ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟรางเบา และรถบัส สามารถเดินทางได้ไม่จำกัดเที่ยวภายในระยะเวลา 28 วัน ซึ่งวิธีนี้ เป็นวิธีที่แนะนำอย่างมาก สำหรับนักเรียนที่มาเรียนเมืองแอดิเลดเป็นครั้งแรก และไม่ชินกับการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีบริการแท็กซี่ และ Uber ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปตามระยะทาง และช่วงเวลาที่เดินทาง

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหาร

แอดิเลด มีร้านอาหารอร่อยๆ และร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ มากมาย ที่สำคัญ ราคาไม่แพง โดยเฉลี่ยแล้ว อาหารเช้าจะอยู่ที่ $5 ต่อมื้อ และค่าใช้จ่ายอาจจะสูงขึ้น กรณีที่ดื่มกาแฟ หรือน้ำผลไม้ (เนื่องจากแอดิเลด ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ และผลไม้สด จึงทำให้ยากต่อการปฏิเสธ) และมื้อเย็น ประมาณ $15 – $25 ต่อมื้อ ขึ้นอยู่กับร้านอาหาร และประเภทอาหารที่รับประทาน อย่างไรก็ตาม การซื้อของสด และมาประกอบอาหารรับประทานเอง เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนต่างชาติ ที่อยากประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ต้องดูเงื่อนไขของที่พักด้วยว่า สามารถประกอบอาหารได้หรือไม่

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสันทนาการ

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสันทนาการ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของแต่ละคน บางคนชื่นชอบการเที่ยวกลางคืน จิบไวน์ หรือเบียร์สด จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น $9 – 25$ ขึ้นอยู่กับร้านที่เลือก สำหรับคอนเสิร์ตและดนตรีสด อาจจะมีราคาแพงกว่าร้านปกติ เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับนักดนตรีด้วย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดูกีฬา จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับชมกีฬาในสนามกีฬากลางแอดิเลด ประมาณ $58 – $100 หรือหากใครชื่นชอบการแสดงละครโอเปร่า จะมีค่าใช้จ่าย $45 ต่อรอบ สำหรับตั๋วชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ มีค่าใช้จ่ายประมาณ $21

หากอยากออกกำลังกายในโรงยิมช่วงวันหยุด หรือหลังเลิกเรียน จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ $15 ต่อสัปดาห์ สำหรับการเป็นสมาชิก ถ้าหากอยากประหยัดค่าใช้จ่าย แนะนำให้ใช้บริการของมหาวิทยาลัย Flinders University ซึ่งค่าสมัครสมาชิกเพียง $4 ต่อสัปดาห์ พร้อมห้องสควอช และศูนย์กีฬา ฟรี

7. สภาพอากาศอบอุ่น

แอดิเลดมีสภาพอากาศร้อนและแห้งในช่วงฤดูร้อนและอากาศไม่เย็นจัดในฤดูหนาว ซึ่งเป็นเพราะที่นี่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของออสเตรเลีย มีหิมะตกบ้างในพื้นที่ที่เม้าท์ ลอฟ์ทตี้ (Mount Lofty) และ แอดิเลด ฮิลส์ (Adelaide Hills) เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวตลอดปี

อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด / ต่ำสุด ในแต่ละเดือน

Adelaide Temperature.PNG

ฤดูกาลในเมืองแอดิเลด

  • ฤดูร้อน (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) ในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 16.7 – 28.6 ° C  และมีฝนตกเบาบาง บางครั้งอุณหภูมิอาจสูงถึง 40 ° C โดยแอดิเลดมีความชื้นต่ำที่สุดในเมืองออสเตรเลีย

  • ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคม – พฤษภาคม) ในฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงที่สภาพอากาศดีที่สุด โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 12.7 – 22.7 ° C และมีฝนเล็กน้อย เมืองและชนบทใช้สีแดงส้มและสีทองสวยงาม เป็นช่วง High Seasons ของแอดิเลด
  • ฤดูหนาว (มิถุนายน – สิงหาคม) ในฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงถึงระหว่าง 8 – 16 ° C  และมีน้ำค้างแข็งในแอดิเลดฮิลส์ เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ฝนตกชุก
  • ฤดูใบไม้ผลิ (กันยายน – พฤศจิกายน) ฤดูใบไม้ผลิ มีอากาศอบอุ่นขึ้น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 11.8 – 22 ° C ปริมาณน้ำฝนต่ำ แต่ตอนเย็นอากาศค่อนข้างเย็น เนื่องจากอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว

8. แอดิเลด เมืองแห่งอาหารและไวน์ ได้รับสมญานามให้เป็น “สวรรค์ของนักชิม”

ไวน์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในแอดิเลด ด้วยสภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนฤดูร้อนที่แห้งแล้ง และฤดูหนาวที่อบอุ่น รัฐเซาท์ออสเตรเลียจึงมีผู้ปลูกองุ่นมากกว่า 3,400 ไร่ โรงบ่มไวน์กว่า 700 แห่ง และไร่องุ่นประมาณ 76,000 เฮกเตอร์ 18 ภูมิภาค ทุกภูมิภาคตั้งอยู่ในส่วนที่งดงามที่สุดของรัฐ ตั้งแต่เทือกเขา Flinders ตอนใต้ ริมฝั่งของแม่น้ำ Murray อันยิ่งใหญ่ไปจนถึงเกาะ Kangaroo อันงดงาม

เขตการผลิตไวน์ 18 แห่งของออสเตรเลียใต้

  • Adelaide Hills
  • Barossa
  • Clare Valley
  • McLaren Vale
  • Coonawarra
  • Southern Flinders Ranges
  • Currency Creek
  • Southern Fleurieu
  • Eden Valley
  • Adelaide Plains
  • Padthaway
  • Mt Benson
  • Wrattonbully
  • Robe
  • Mt Gambier
  • Langhorne Creek
  • Kangaroo Island
  • Riverland

นอกจากนี้แอเดแลด์ยังเป็นศูนย์วิจัยการศึกษาด้านการผลิตไวน์และการศึกษาด้านการปลูกองุ่นอีกด้วย

คณะวิชาเกษตรอาหารและไวน์ของมหาวิทยาลัยแอดิเลด เป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการศึกษาด้านการปลูกองุ่น สถาบันวิจัยไวน์ออสเตรเลีย (AWRI) เป็นองค์กรวิจัยของอุตสาหกรรมไวน์และองุ่นของออสเตรเลีย สนับสนุนอุตสาหกรรมองุ่นและไวน์ที่ยั่งยืนและประสบความสำเร็จผ่านการวิจัยระดับโลก

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย เปิดสอนหลักสูตรการตลาดไวน์ในระดับบัณฑิตศึกษา จุดประสงค์ของหลักสูตรนี้คือเพื่อให้นักเรียนมีแนวคิดพื้นฐาน ที่ผู้จัดการการตลาดในภาคไวน์ควรคุ้นเคย และเพื่อแสดงให้เห็นว่าแนวคิดเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างไร นอกจากนี้ TAFE SA ยังเปิดสอนหลักสูตรไวน์และการปลูกองุ่นรวมถึงประกาศนียบัตรในการดำเนินงานอุตสาหกรรมไวน์อีกด้วย

9. แอดิเลด เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสำรวจทางตอนใต้ ของประเทศออสเตรเลีย

แอดิเลดเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม สำหรับการผจญภัยทางตอนใต้ของออสเตรเลีย คุณสามารถว่ายน้ำกับโลมา ไต่ยอดเขาโบราณ ให้อาหารจิงโจ้ ดื่มไวน์ที่ดีที่สุดของโลก และอีกมากมาย ที่จะทำให้คุณหลงรักตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองแอดิเลด

  • North Terrace ถนนที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้ที่เป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เป็นถนนที่เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวชมเมือง สถานที่สำคัญหลายแห่ง ตั้งอยู่บนถนนแห่งนี้ เช่น อาคารรัฐสภาพ ห้องสมุดแห่งรัฐเซาท์ออสเตรเลีย พิพิธภัณฑ์เซาท์ออสเตรเลีย และหอศิลป์แห่งเซาท์ออสเตรเลีย ที่รวบรวมงานศิลปะ วัฒนธรรมหลากหลายแขนง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยแอดิเลด ยังตั้งอยู่ในถนนเส้นนี้อีกด้วย 
  • Adelaide Botanic Garden เมื่อเดินไปทางตะวันออกของ North Terrace จะเข้าสู่สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ Adelaide Botanic Garden ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1855 ภายในสวนนี้ มีพืชพันธุ์นานาชนิด รวมถึง พืชพันธุ์เมดิเตอร์เรเนียน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมายังสวนแห่งนี้ โดยสวนพฤษศาสตร์แอดิเลด สามารถเข้าชมฟรี และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยม สำหรับนักเรียน นักศึกษาอีกด้วย

  • Art Gallery of South Australia หอศิลป์แห่งเซาท์ออสเตรเลีย ตั้งอยู่ใจกลางย่านวัฒนธรรมของแอดิเลด ตัวอาคาร ออกแบบสไตล์วิคตอเรียนสวยงาม ก่อตั้งเมื่อปี 1881 ภายในหอศิลป์แห่งนี้ จัดแสดงคอลเล็กชั่น ศิลปะหลากหลายแขนงทั่วโลก ตั้งแต่ประติมากรรม ภาพวาด สิ่งทอ งานโลหะ ภาพถ่าย งานเซรามิก เครื่องประดับ ที่มีชื่อเสียง และมีคุณค่า ทั่วโลก

  • Take a Tour of Adelaide Oval สนามกีฬาไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่เป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ของเมืองแอดิเลด สนามกีฬาแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1871 และเป็นเจ้าภาพการแข่งขันคริกเก็ตครั้งแรกในปี 1884 นับตั้งแต่ก่อตั้งสนามกีฬาได้เป็นเจ้าภาพกีฬามากกว่า 16 ประเภท รวมถึงเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมสำคัญ

  • South Australian Museum พิพิธภัณฑ์เซาท์ออสเตรเลียเป็นสถานที่วิจัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงด้านมรดกของชาวอะบอริจิน และเรียนรู้เกี่ยวกับพืชและสัตว์ท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในเซาท์ออสเตรเลีย 

  • State Library of South Australia ห้องสมุดดั้งเดิมซึ่งตั้งอยู่ในอาคารยุคเรเนสซองส์ของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1884 ที่รู้จักกันในชื่อปีกมอร์ล็อค (Mortlock Wing) เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม

  • Shop at Adelaide Central Market ตั้งอยู่ทางตะวันตกของ Victoria Square ทางด้านทิศใต้ของถนน Grote ก่อตั้งขึ้นในปี 1870 เป็นแหล่งช็อปปิ้งและเป็นหนึ่งในตลาดในร่มที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยผักและผลไม้สด ดอกไม้ ขนมอบ ชีสและอาหารหลากหลายวัฒนธรรมที่น่ารับประทาน ไฮไลท์สำคัญอยู่ในช่วงบ่ายวันเสาร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของนักล่าต่อรองราคา และสินค้าบางรายการเช่น ของสดลดราคาแบบครึ่งต่อครึ่ง เนื่องจากสินค้าใกล้หมดอายุ

สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล

  • Glenelg เป็นสถานที่หลบหนียอดนิยมจากความวุ่นวายของเมือง ใช้เวลาเดินทาง 25 นาทีด้วยรถราง ซึ่งออกเดินทางจากจัตุรัสวิกตอเรียในใจกลางเมือง ที่นี่เป็นชุมชนชาวยุโรปที่เก่าแก่ที่สุดบนแผ่นดินใหญ่ทางใต้ของประเทศออสเตรเลีย พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัวมากมาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมชายหาด และอาบแดดบนชายหาด หรือตกปลาจากท่าเรือ 
  • The Beachouse สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมากมายรวมถึงสไลเดอร์ยักษ์เรือกันชนและชิงช้าสวรรค์ เด็กๆ 
  • Fleurieu Peninsula หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในแอดิเลด ที่นี่ สามารถเล่นเซิร์ฟได้ และมีร้านอาหารสุดหรูมากมาย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมล่องเรือชมวาฬตามฤดูกาลทางตอนใต้ของทะเลอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง

  • Adelaide Hills ขับรถเพียง 30 นาที เพื่อชมวิวเมืองแอดิเลดแบบ 360 องศา ที่ Adelaide Hills

  • McLaren Vale แหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยมขนาดใหญ่ เนื่องจากสภาพอากาศที่อบอุ่นมาก จึงเป็นที่เพาะปลูกองุ่น สายพันธุ์ Shiraz และ Grenache ที่นำไปผลิตไวน์เลิศรส
  • Langhorne Creek ทางใต้ของแอดิเลดมีภูมิภาคไวน์ที่รู้จักกันน้อย แม้ว่าผู้ผลิตไวน์เหล่านี้จะไม่ผลิตสินค้าจำนวนมาก แต่จะได้ลิ้มลองไวน์ท้องถิ่น ที่หาที่ไหนไม่ได้ และได้สัมผัสถึงความสงบเงียบ

  • Hahndorf ชุมชนชาวเยอรมันที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังมีชีวิตรอดของออสเตรเลียตั้งแต่ปี 1839 เมืองนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านชาวยุโรปฟาร์มและร้านอาหารเยอรมันมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาพักผ่อนอย่างสบายๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้ หรือเก็บผลไม้สดๆ ที่ฟาร์มใกล้เคียง แวะชมร้านขายงานฝีมือ และอื่นๆ อีกมากมาย

  • Barossa Valley & Clare Valley ใช้เวลาขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงจากแอดิเลด เป็นหนึ่งในภูมิภาคปลูกองุ่นที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย ด้วยวัตถุดิบสดใหม่และร้านอาหารชั้นเลิศ นอกจากความอร่อยของอาหารคุณจะได้พบกับสมบัติทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเช่นเส้นทางมรดกโรงเรียนสอนทำอาหารร้านขายงานฝีมือแกลเลอรี่และพิพิธภัณฑ์ ไกลออกไปเล็กน้อยเนินเขาสีเขียวขจีของ Clare Valley ยังบำรุงรักษาประวัติศาสตร์การปลูกองุ่นที่อุดมสมบูรณ์และวัฒนธรรมอาหารรสเลิศ

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเรียนต่อออสเตรเลีย แอดิเลดถือเป็นเมืองที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบชีวิตแบบสโลไลฟ์ ไม่ชอบความวุ่นวาย และทางรัฐบาลออสเตรเลีย ยังสนับสนุนให้นักเรียนต่างชาติ เดินทางเข้ามาเรียนที่เมืองแอดิเลดอีกด้วย นอกจากนี้แอดิเลด ยังมีชื่อเสียงด้านงอาหาร และ ไวน์ ที่สำคัญ คนไทยในแอดิเลดน้อยมาก จึงเป็นข้อดี สำหรับใครที่วางแผนอยากไปเรียนภาษาอังกฤษและต้องการคุ้นเคยกับชาวต่างชาติ เพื่อเรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมอย่างจริงจัง


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อออสเตรเลียเพิ่มเติม

หากผู้ปกครองสนใจสามารถสอบถามข้อมูลโรงเรียนเพิ่มเติม เกี่ยวกับโรงเรียนอื่นๆ ได้เลยค่ะ เพียงแค่บอกความต้องการของผู้ปกครองและงบประมาณที่มีให้กับเรา เรายินดีที่จะช่วยให้บุตรหลานของท่านประสบความสำเร็จในการศึกษาค่ะ

เดอะเบสท์ ศูนย์ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร

  • บริการให้คำปรึกษาฟรี ทั้งเรื่อง การเรียน
  • เรื่องการทำวีซ่า การเตรียมเอกสาร
  • ทำให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย
  • ดูแลจนกว่านักเรียนจะเรียนจบ
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บ
  • คลิ๊ก เพื่อทำความรู้จักเดอะเบสท์ เพิ่มเติม

แนะนำให้สอบถามก่อนล่วงหน้า 4 เดือนก่อนจะเดินทาง ช้าสุดไม่ควรน้อยกว่า 2 เดือน เพื่อทางเดอะเบสท์จะได้ทำการจองที่นั่ง เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่รับเข้าเรียนได้มีจำนวนจำกัด

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร
 : 090-327 3558088-269 5099

Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

Reference

Advertisements

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.