เดอะเบสท์ แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

UK eVisa

ทำความรู้จักระบบ UK eVisa 2026 สำหรับคนไทยและการเตรียมตัวเข้าสู่อังกฤษยุคดิจิทัล 100%

Last updated กันยายน 16, 2026 ago by Thebestedu

ทำความรู้จักระบบ UK eVisa 2026 สำหรับคนไทยและการเตรียมตัวเข้าสู่อังกฤษยุคดิจิทัล

การเดินทางเข้าสู่สหราชอาณาจักรในปี 2569 ไม่ใช่เรื่องเดิมที่คุ้นเคยอีกต่อไป โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่ต้องเผชิญกับการปฏิรูปครั้งใหญ่ในระบบตรวจคนเข้าเมือง บทความนี้จะรวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการขอวีซ่าไปจนถึงวินาทีก่อนก้าวเท้าเข้าสู่สนามบิน

ประกาศสำคัญ: จุดเปลี่ยนสำหรับคนไทยตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ผู้ที่ยื่นคำขอวีซ่าประเภทเยี่ยมเยียน (Visitor Visa) เข้าสู่สหราชอาณาจักรจะได้รับผลการอนุมัติในรูปแบบ eVisa (เท่านั้น) ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีสติกเกอร์วีซ่าแปะในเล่มหนังสือเดินทางอีกต่อไป และตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป UKVI ได้ขยายกฎนี้ให้ครอบคลุมผู้สมัครใหม่ที่ได้รับอนุมัติทุกประเภทวีซ่าแล้ว (ทั้งวีซ่าทำงาน วีซ่านักเรียน และวีซ่าครอบครัว) กล่าวคือทุกคนที่ยื่นวีซ่าใหม่ตั้งแต่วันดังกล่าวจะได้รับ eVisa เพียงอย่างเดียวไม่ว่าจะยื่นวีซ่าประเภทใด

เมื่อคุณได้รับอีเมลยืนยันการอนุมัติวีซ่าแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสร้างบัญชี UKVI Account เพื่อเข้าถึงและตรวจสอบ eVisa ของคุณให้เรียบร้อยก่อนการเดินทาง (หากคุณมีบัญชี UKVI อยู่แล้วจากการยื่นวีซ่าครั้งก่อนหน้า ไม่จำเป็นต้องสร้างบัญชีใหม่ ให้ใช้บัญชีเดิมและปฏิบัติตามคำแนะนำในอีเมลแจ้งผลการพิจารณา) โดยข้อมูลจำเป็นที่คุณต้องเตรียมสำหรับการสร้างบัญชีประกอบด้วย:

  • หมายเลขโทรศัพท์ ที่ใช้งานได้จริงเพื่อรับรหัสยืนยันตัวตน
  • อีเมล สำหรับลงทะเบียนและสื่อสารกับทาง UKVI
  • หนังสือเดินทาง (Passport) เล่มปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ
  • หมายเลขคำขอวีซ่า (Visa Application Number) ของคุณ

หลังจากสร้างบัญชีเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเข้าสู่ระบบได้ตลอดเวลาเพื่อตรวจสอบสถานะวีซ่า และสามารถปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ ให้เป็นปัจจุบันได้ด้วยตนเองทันทีเพื่อให้การเดินทางราบรื่นที่สุดครับ

ขั้นตอนการขอ UK Visitor Visa สำหรับคนไทย (ทีละขั้น)

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยยื่นวีซ่าหรือกำลังเตรียมยื่นครั้งแรก นี่คือภาพรวมขั้นตอนทั้งหมดที่ต้องดำเนินการ:

  1. เตรียมเอกสารตามสถานการณ์ของผู้สมัคร — เช่น หนังสือเดินทาง หลักฐานวัตถุประสงค์การเดินทาง หลักฐานการเงิน หลักฐานการงานหรือธุรกิจ ความสัมพันธ์กับประเทศไทย และเอกสารอื่นตาม Document Checklist ของใบสมัคร (หมายเหตุ: ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินหรือชำระค่าที่พักล่วงหน้าเพื่อใช้เป็นหลักฐานยื่น Visitor Visa เนื่องจากเอกสารประเภทนี้มีประโยชน์จำกัดในการพิจารณาตามแนวทางของ UKVI)
  2. กรอกใบสมัครออนไลน์ — ผ่านเว็บไซต์ทางการ gov.uk โดยใช้ข้อมูลตรงตามหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
  3. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า — ค่าธรรมเนียมวีซ่าเยี่ยมเยียน (Standard Visitor Visa) สำหรับการพำนักสูงสุด 6 เดือน ปัจจุบันอยู่ที่ £135 (ปรับขึ้นจากเดิมตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2026 — ควรตรวจสอบราคาล่าสุดตามอัตราแลกเปลี่ยนของ UKVI ณ วันที่สมัครอีกครั้ง เนื่องจากค่าธรรมเนียมสามารถปรับเปลี่ยนได้)
  4. นัดหมายเก็บข้อมูล Biometric — ไปที่ศูนย์รับคำร้องวีซ่า (VFS Global) ในประเทศไทยเพื่อสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูป
  5. รอผลการพิจารณา — โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ แต่อาจเร็วหรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและความสมบูรณ์ของเอกสาร
  6. รับผล eVisa และสร้างบัญชี UKVI — เมื่อวีซ่าอนุมัติ ให้ใช้บัญชีที่ลงทะเบียนไว้ตอนยื่นคำร้องล็อกอินเข้าตรวจสอบสถานะดิจิทัล (eVisa) ของคุณทันที

💡 เคล็ดลับ: ยื่นวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ ก่อนวันเดินทาง เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการสร้างบัญชี UKVI และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนบิน

ทำความรู้จักกับระบบ UK eVisa ในเชิงลึก

eVisa คือบันทึกในรูปแบบดิจิทัลที่ระบุถึงอัตลักษณ์ (Identity) และสถานะการตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Status) ของคุณในระบบออนไลน์ ระบบนี้จะระบุรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:

  • ประเภทของวีซ่า: ระบุชัดเจนว่าคุณถือวีซ่าประเภทใดและได้รับอนุญาตถึงเมื่อไหร่
  • สถานะพำนักถาวร: บันทึกข้อมูลหากคุณได้รับสิทธิ์ Indefinite Leave to Remain (Settlement)
  • เงื่อนไขของวีซ่า: ระบุสิทธิ์ในรายละเอียด เช่น คุณได้รับอนุญาตให้ทำงานหรือศึกษาในสหราชอาณาจักรได้หรือไม่

ในปี 2026 นี้ eVisa ได้เข้ามาแทนที่เอกสารแบบกายภาพ (Physical Documents) ส่วนใหญ่เป็นหลัก:

  • Biometric Residence Permits (BRPs): บัตรพลาสติกเดิมถูกยกเลิกการออกให้ใหม่แล้ว
  • Biometric Residence Cards (BRCs): สำหรับผู้มีสิทธิ์พำนักตามกฎหมายยุโรป
  • ตราประทับหมึกและสติกเกอร์ (Wet ink stamps / Vignettes): ในหนังสือเดินทางจะไม่มีการออกให้ผู้สมัครใหม่อีกต่อไปตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569

ข้อควรทราบ: วีซ่าวีนเยตต์ (vignette) หรือเอกสารกายภาพที่เคยออกให้ไว้ก่อนหน้านี้และยังไม่หมดอายุ ยังคงใช้ได้ตามปกติจนกว่าจะหมดอายุ ผู้ถือ ILR แบบเก่าบางกรณีอาจยังสามารถใช้หลักฐานกายภาพเดิมได้ตามเงื่อนไขของ UKVI การเปลี่ยนแปลงนี้ใช้กับผู้สมัครใหม่ที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่วันที่กำหนดเป็นหลัก ไม่ได้ยกเลิกเอกสารเดิมที่ถูกต้องตามกฎหมายในทันที

การบริหารจัดการบัญชี UKVI (UKVI Account Management)

การเข้าถึงสถานะวีซ่าดิจิทัลของคุณต้องดำเนินการผ่านบัญชี UKVI เท่านั้น โดยสามารถตั้งค่าได้ฟรีและไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้งาน

ใครบ้างที่จำเป็นต้องมี eVisa และบัญชี UKVI?

  • ผู้ที่ถือวีซ่าทุกประเภทที่อนุญาตให้พำนักในสหราชอาณาจักรเกิน 6 เดือน
  • ผู้ที่มีสิทธิ์พำนักถาวร (Indefinite Leave to Remain)
  • ผู้ถือวีซ่าระยะสั้นบางประเภท รวมถึงวีซ่าเยี่ยมเยียนของคนไทยตั้งแต่ 25 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป
  • ผู้ติดตาม (Dependants): หากคุณมีผู้ติดตาม เช่น คู่สมรสหรือบุตร ทุกคนจำเป็นต้องมีบัญชี UKVI แยกเป็นของตัวเองเพื่อเข้าถึง eVisa ของแต่ละบุคคล (สำหรับบุตรที่ยังเป็นผู้เยาว์ ผู้ปกครองสามารถสร้างและบริหารจัดการบัญชี UKVI ในนามของบุตรได้ก่อน แล้วจึงมอบสิทธิ์ให้บุตรบริหารจัดการบัญชีด้วยตนเองเมื่อโตพอ)

ขั้นตอนทางเทคนิคในการสร้างบัญชี

คุณจะต้องใช้สมาร์ทโฟนเพื่อลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันสำหรับสแกนใบหน้าและข้อมูลชิปในหนังสือเดินทาง หากคุณไม่มีหนังสือเดินทางที่รองรับหรือไม่มีสมาร์ทโฟน ระบบจะมีช่องทางเลือกอื่นในการยืนยันตัวตนให้คุณตามความเหมาะสม

แนวทางสำหรับผู้ถือสิทธิ์พำนักถาวร (Settlement/ILR)

หากคุณมีสิทธิ์พำนักถาวรที่แสดงด้วยตราประทับหมึกหรือสติกเกอร์ในหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่ไม่มีวันหมดอายุ:

  • คุณควรยื่นคำร้องแบบ ‘No Time Limit’ (NTL) เพื่อเปลี่ยนสิทธิ์นั้นให้เป็น eVisa โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้อง (การยื่นคำร้อง NTL ต้องทำในขณะที่คุณอยู่ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น)
  • หลังจากยื่นคำร้อง คุณจะต้องไปเก็บข้อมูลลายนิ้วมือและรูปถ่าย (Biometric Information) ใหม่ที่ศูนย์บริการ UKVCAS
  • กระบวนการนี้อาจใช้เวลานานถึง 6 เดือน ซึ่งในระหว่างนี้คุณยังสามารถใช้เอกสารเดิมที่มีอยู่เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ได้ตามปกติ

การใช้ Share Code เพื่อพิสูจน์สถานะ (Prove your Status)

ในชีวิตประจำวัน คุณต้องใช้ระบบ Share Code เพื่อแสดงสิทธิ์ของคุณต่อนายจ้างหรือเจ้าของบ้านเช่า แทนการยื่นบัตร BRP แบบเดิม:

  • การเจนรหัส: คุณต้องล็อกอินเข้าบัญชีเพื่อขอ Share Code ซึ่งจะมีอายุใช้งานนาน 90 วัน
  • ความยืดหยุ่น: คุณสามารถใช้รหัสเดิมซ้ำได้กี่ครั้งก็ได้ก่อนหมดอายุ หรือสามารถขอใหม่ได้ทันทีที่ต้องการ
  • ความเป็นส่วนตัว: ผู้ที่นำรหัสไปตรวจสอบจะเห็นเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้น (เช่น สิทธิ์ในการทำงาน หรือการเช่าที่พัก) — ทั้งนี้ Share Code แต่ละแบบมีวัตถุประสงค์เฉพาะที่แตกต่างกัน (เช่น สำหรับงาน, การเช่าที่พัก หรือการเดินทาง) ควรเลือกสร้างรหัสให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ใช้งานจริงในแต่ละครั้ง

ระเบียบการเดินทางเข้า-ออกประเทศด้วย eVisa

กฎเหล็กของการเดินทางในปี 2026 คือ ข้อมูลในบัญชี UKVI ต้องตรงกับหนังสือเดินทางที่ใช้เดินทางจริงทุกประการ

  • การตรวจสอบโดยสายการบิน: ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป สายการบินและผู้ให้บริการขนส่งมีหน้าที่ตรวจสอบยืนยันสถานะตรวจคนเข้าเมืองของผู้โดยสารก่อนอนุญาตให้ขึ้นเครื่องโดยอัตโนมัติผ่านระบบดิจิทัล หากข้อมูลไม่ตรงกันหรือระบบไม่สามารถยืนยันสถานะได้ คุณอาจถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่องได้ แม้ว่าคุณจะมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรก็ตาม
  • การข้ามพรมแดน: สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ประเทศไทยยังไม่ได้อยู่ในรายชื่อสัญชาติที่ได้รับสิทธิ์ใช้ UK ePassport Gates (eGates) ซึ่งปัจจุบันเปิดให้เฉพาะพลเมืองสหราชอาณาจักร ประเทศในสหภาพยุโรป และประเทศคู่ค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา เท่านั้น ดังนั้นแม้คุณจะถือหนังสือเดินทางไทยแบบ e-Passport และมี eVisa ที่สมบูรณ์ คุณยังคงต้องเข้าคิวรับการตรวจหนังสือเดินทางกับเจ้าหน้าที่ Border Force ตามช่องทางปกติเมื่อเดินทางถึงสนามบินในสหราชอาณาจักร
  • เอกสารสำรอง: แนะนำให้พก Share Code สำหรับการเดินทางไว้ หรือพกหนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีตราประทับเดิมไว้เป็นหลักฐานเสริมในกรณีที่ระบบออนไลน์มีปัญหา

🎓 ไม่แน่ใจว่าเตรียมเอกสารวีซ่า UK ถูกต้องไหม? ทีมที่ปรึกษาของเดอะเบสท์พร้อมตรวจสอบและช่วยเตรียมเอกสารให้คุณฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี — 💬 ปรึกษาฟรีผ่าน LINE @thebestedu หรือโทร 090-327 3558 | 088-269 5099

หากสายการบินตรวจสอบ eVisa ไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?

ตามแนวทางล่าสุดของ UKVI (“Confirm your immigration status to your carrier before travelling to the UK”) ข้อมูล 3 ส่วนนี้ต้องตรงกันเสมอก่อนเดินทาง:

หนังสือเดินทาง/เอกสารเดินทาง ↕ บัญชี UKVI + eVisa ↕ ข้อมูลผู้โดยสารที่แจ้งให้สายการบิน

หากข้อมูลทั้ง 3 ส่วนไม่ตรงกัน หรือระบบอัตโนมัติของสายการบินไม่สามารถยืนยันสถานะของคุณได้ในทันที ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้:

  1. แสดง Share Code พร้อมหนังสือเดินทางที่ยังใช้ได้ ต่อเจ้าหน้าที่สายการบิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะผ่านระบบออนไลน์ของ UKVI
  2. หากมีเอกสารตรวจคนเข้าเมืองแบบกายภาพเดิมที่ยังไม่หมดอายุ (เช่น วีซ่าวีนเยตต์เก่า) สามารถใช้ประกอบการยืนยันควบคู่กับหนังสือเดินทางได้เช่นกัน
  3. หากสายการบินยังไม่สามารถตรวจสอบได้ สายการบินสามารถติดต่อ UK Border Force Carrier Support Hub เพื่อขอความช่วยเหลือในการยืนยันสถานะของคุณเพิ่มเติม
  4. หากคุณกำลังจะเดินทางในเวลาอันใกล้และไม่สามารถแสดงสถานะได้ สามารถโทรติดต่อ Passenger Support Helpline ของ UKVI ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 0800 876 6921 (ในสหราชอาณาจักร) หรือ +44 203 337 0927 (จากต่างประเทศ) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับเบอร์ 0800

ข้อควรทราบ: แม้จะมีช่องทางช่วยเหลือเหล่านี้ แต่การตัดสินใจสุดท้ายว่าจะอนุญาตให้ขึ้นเครื่องหรือไม่ยังคงเป็นดุลยพินิจของสายการบินตามนโยบายของตนเอง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจสอบว่าบัญชี UKVI เชื่อมโยงกับหนังสือเดินทางที่จะใช้เดินทางจริงให้ถูกต้องล่วงหน้าก่อนวันเดินทางเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหา ณ วันเดินทางจริง

การอัปเดตข้อมูลและการรายงานข้อผิดพลาด

คุณมีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลในบัญชีให้เป็นปัจจุบันเสมอ โดยต้องอัปเดตทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง:

  • เปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่: ต้องอัปเดตเลขพาสปอร์ตทันทีเพราะสำคัญมากต่อการเดินทาง
  • เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล สัญชาติ หรือที่อยู่: เพื่อให้ข้อมูลในระบบถูกต้องตามข้อเท็จจริง
  • เปลี่ยนรูปถ่าย: หากใบหน้าเปลี่ยนไปจนไม่สามารถระบุตัวตนได้จากรูปเดิม คุณควรทำการอัปเดตรูปถ่ายใหม่ในระบบ
  • การรายงานข้อผิดพลาด: หากพบข้อผิดพลาดในข้อมูล eVisa คุณต้องแจ้งแก้ไขผ่านบริการ “Correct your eVisa” บนหน้าเว็บไซต์ GOV.UK ทันที หรือติดต่อ UKVI Resolution Centre เพื่อขอความช่วยเหลือหากไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้ในกรณีฉุกเฉินก่อนเดินทาง

แนวทางเตรียมตัวก่อนเดินทาง (Pre-Departure Checklist)

เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นและลดความตื่นตระหนกที่สนามบิน เดอะเบสท์แนะนำให้แบ่งการตรวจสอบเป็น 2 ช่วงเวลาดังนี้:

7–14 วันก่อนเดินทาง

  1. เข้าสู่ระบบตรวจสอบบัญชี UKVI และ eVisa ว่าแสดงผลถูกต้องและใช้งานได้ปกติ
  2. ตรวจสอบว่าหนังสือเดินทางที่จะใช้เดินทางจริงเชื่อมโยง (link) กับบัญชี UKVI ถูกต้องแล้ว
  3. ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล วันหมดอายุวีซ่า และเงื่อนไขการพำนัก (Immigration Conditions) ให้ตรงกับแผนการเดินทาง
  4. ทดลองสร้าง Share Code ล่วงหน้าเพื่อความคุ้นเคยกับระบบ

24 ชั่วโมงก่อนบิน (The Final 24-Hour Checklist)

  1. ล็อกอินเช็กสถานะ: ทดลองล็อกอินเข้าบัญชี UKVI ของคุณอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเข้าใช้งานได้ปกติและสถานะแสดงผลถูกต้อง
  2. ตรวจสอบความถูกต้องของพาสปอร์ต: มั่นใจว่าเลขหนังสือเดินทางในเล่มจริง ตรงกับที่ระบุไว้ในระบบออนไลน์ 100%
  3. เจน Share Code สำรอง: สร้าง Share Code สำหรับการเดินทาง (Travel) และบันทึกเป็นไฟล์ภาพหรือ PDF เก็บไว้ในโทรศัพท์เพื่อแสดงต่อสายการบินหากระบบขัดข้อง
  4. เตรียมพาสปอร์ตเล่มเก่า: หากวีซ่าเดิมของคุณเคยอยู่ในเล่มเก่า แนะนำให้พกเล่มเก่าติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นหลักฐานเสริม
  5. เช็กอีเมลและเบอร์โทรศัพท์: มั่นใจว่าคุณสามารถเข้าถึงอีเมลหรือรับ SMS ยืนยันตัวตนได้ขณะอยู่ที่สนามบินหรือเมื่อถึงอังกฤษแล้ว

บทสรุป: ระบบ UK eVisa 2026 คือก้าวสำคัญสู่ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย สิ่งที่นักเดินทางชาวไทยต้องทำตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 และขยายผลครบทุกประเภทวีซ่าตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 นี้ คือการดูแล “ตัวตนดิจิทัล” ของตัวเองให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อให้การเดินทางสู่สหราชอาณาจักรเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.gov.uk/evisa

คำถามที่พบบ่อย (UK eVisa FAQ)

หลังจาก 25 ก.พ. 2569 จะยังได้สติกเกอร์วีซ่าในพาสปอร์ตไหม?

ผู้ที่ยื่นวีซ่าประเภทเยี่ยมเยียนตั้งแต่วันดังกล่าวจะได้รับผลการอนุมัติในรูปแบบ eVisa (ดิจิทัล) เท่านั้น ซึ่งจะไม่มีสติกเกอร์แปะในเล่มหนังสือเดินทางอีกต่อไป และตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 กฎนี้ขยายครอบคลุมผู้สมัครใหม่ในทุกประเภทวีซ่า ทั้งนี้วีซ่าวีนเยตต์เดิมที่เคยได้รับก่อนหน้าและยังไม่หมดอายุยังคงใช้งานได้ตามปกติ

ถ้าเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ต้องทำอย่างไร?

ต้องอัปเดตข้อมูลทันทีครับ! คุณต้องล็อกอินเข้าบัญชี UKVI Account เพื่อปรับปรุงหมายเลขหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ข้อมูลตรงกับเล่มที่ใช้เดินทางจริง

สามารถใช้บัญชี UKVI ร่วมกับคนในครอบครัวได้หรือไม่?

ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ครับ ทุกคนรวมถึงบุตรหลานจำเป็นต้องมีบัญชีแยกเป็นของตัวเอง เพื่อเข้าถึงและแสดงสถานะ eVisa ของแต่ละบุคคล (สำหรับบุตรที่ยังเป็นผู้เยาว์ ผู้ปกครองสามารถสร้างและบริหารจัดการบัญชีแทนได้ก่อน)

Share Code คืออะไรและใช้งานอย่างไร?

คือรหัสชั่วคราวที่มีอายุใช้งาน 90 วัน ใช้สำหรับพิสูจน์สถานะวีซ่าของคุณต่อหน่วยงานต่างๆ หรือสายการบิน โดยคุณสามารถขอรับรหัสใหม่ได้ตลอดเวลาผ่านบัญชีออนไลน์ครับ

ถือหนังสือเดินทางไทยแบบ e-Passport แล้ว สามารถเข้าช่อง eGate ที่สนามบินอังกฤษได้เลยไหม?

ยังไม่ได้ครับ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่อยู่ในรายชื่อสัญชาติที่ได้รับสิทธิ์ใช้ UK eGates ซึ่งเปิดให้เฉพาะพลเมืองสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศคู่ค้าเฉพาะ (ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา) เท่านั้น ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจึงยังคงต้องเข้าคิวรับการตรวจหนังสือเดินทางกับเจ้าหน้าที่ Border Force ตามปกติ แม้จะมี eVisa ที่สมบูรณ์แล้วก็ตาม

ถ้าเช็กอินแล้วสายการบินตรวจสอบสถานะ eVisa ไม่เจอ ต้องทำอย่างไร?

ให้แสดง Share Code พร้อมหนังสือเดินทางที่ยังใช้ได้ต่อเจ้าหน้าที่สายการบินเพื่อยืนยันสถานะแทน หากมีเอกสารตรวจคนเข้าเมืองแบบกายภาพเดิมที่ยังไม่หมดอายุ ก็สามารถใช้ประกอบการยืนยันได้เช่นกัน ทั้งนี้การตัดสินใจอนุญาตให้ขึ้นเครื่องขั้นสุดท้ายยังคงเป็นดุลยพินิจของสายการบิน แนะนำให้ตรวจสอบว่าบัญชี UKVI เชื่อมโยงกับหนังสือเดินทางที่ใช้เดินทางจริงให้เรียบร้อยล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงนี้



ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถา
มข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
    [คลิกเพื่อสมัครสอบ IELTS]
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, Allianz, Bupa, NIB, Orbit และอื่นๆ [คลิกเพื่อซื้อประกัน]
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558, 088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพือนด้านล่างได้เลยค่ะ


เพิ่มเพื่อน

 

Scroll to Top