เดอะเบสท์ แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

เรียนแพทย์ต่างประเทศ | กลับมาเป็นแพทย์ที่ไทยได้ไหม ต้องทำอย่างไรบ้าง ขั้นตอนการรับรองของแพทยสภา ค่าใช้จ่าย จำเป็นไหมที่ต้องทำทุกคน | รู้ไว้จะได้ไม่พลาด

สารบัญบทความ

Last updated เมษายน 10, 2026 ago by Thebestedu

เรียนแพทย์ต่างประเทศ | กลับมากเป็นแพทย์ที่ไทยได้ไหม ต้องทำอย่างไรบ้าง ขั้นตอนการรับรองของแพทยสภา ค่าใช้จ่าย จำเป็นไหมที่ต้องทำทุกคน | รู้ไว้จะได้ไม่พลาด ข้อมูลสำคัญก่อนเรียนต่อแพทย์ต่างประเทศ รู้ไว้จะได้ไม่พลาด


การตัดสินใจเลือกเส้นทางแพทย์ในต่างแดนคือการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ แต่การกลับมาประกอบวิชาชีพในไทย มีเรื่องที่ต้องรู้ไว้ จะได้ไม่พลาด บทความนี้ เดอะเบสท์ได้สรุปข้อกำหนดอันเคร่งครัดของ แพทยสภา (The Medical Council of Thailand) เพื่อให้คุณ “ล็อกสิทธิ์” ในการประกอบวิชาชีพได้อย่างถาวรและไม่พลาดทุกขั้นตอนสำคัญ

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะกลับมาประกอบวิชาชีพในประเทศไทย แพทยสภามีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด เพื่อประกันว่าผู้สำเร็จการศึกษาจะมีคุณภาพและคุณสมบัติครบถ้วนเทียบเท่ากับหลักสูตรในประเทศ ก่อนได้รับสิทธิในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย

⚠️ สำคัญมาก: การยื่นคำร้องขอให้รับรองหลักสูตรเป็นรายบุคคลมีวัตถุประสงค์ เฉพาะเพื่อการขอสิทธิในการสมัครสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทยเท่านั้น หากผู้สำเร็จการศึกษาประสงค์จะประกอบวิชาชีพในประเทศที่ไปศึกษาต่อ ไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องให้แพทยสภาไทยรับรองโดยตรง (การดำเนินการจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศปลายทางนั้นๆ)


คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะไปศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ในต่างประเทศและกลับมาประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย

ผู้ที่มีความประสงค์จะไปศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ในต่างประเทศและกลับมาประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย ให้ดำเนินการและรับทราบข้อจำกัดดังนี้

การตรวจสอบและขึ้นทะเบียนรับรองหลักสูตร

การยื่นเอกสารขอรับรองหลักสูตรแพทยสภาสำหรับนักเรียนแพทย์ต่างประเทศ
การยื่นคำร้องรับรองหลักสูตรเป็นรายบุคคล คือขั้นตอนสำคัญในการ “ล็อกสิทธิ์” สอบใบประกอบวิชาชีพ

1. การตรวจสอบรายชื่อสถาบัน

ตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง และขั้นตอนการยื่นเรื่องให้รับรองหลักสูตรของสถาบันนั้นๆ ในกรณีที่ไม่พบชื่อโรงเรียนแพทย์ที่ไปศึกษา โรงเรียนแพทย์แห่งนั้นอาจอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา หรือยังไม่ได้รับการรับรอง สอบถามได้ที่ฝ่ายฝึกอบรมและสอบ สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา

  • ฝ่ายฝึกอบรมและสอบ สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา โทรฯ 02-590-1883, 086-081-1208 หรือ Line Official Account: @tmcthailand, e-mail : edu@tmc.or.th

2. กรณีโรงเรียนแพทย์ได้รับการรับรองและยังไม่หมดอายุ

เมื่อท่านสมัครเข้าเรียน และโรงเรียนแพทย์แห่งนั้นรับท่านเข้าศึกษาแล้ว ให้ติดต่อฝ่ายฝึกอบรมและสอบฯ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอให้รับรองหลักสูตรของโรงเรียนแพทย์ที่ท่านเข้าศึกษาให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินทางไปศึกษา หรือภายหลังจากที่เข้าศึกษาไปแล้ว 1 เดือน เพื่อให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนว่าเป็นผู้เข้าศึกษาในสถาบันที่แพทยสภารับรอง (มีค่าธรรมเนียม และหากมาดำเนินการภายหลังเข้าไปศึกษา 1 ปีแล้ว ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นได้ ให้ดูจากประกาศของแพทยสภา)

3. กรณีโรงเรียนแพทย์ที่แพทยสภายังไม่รับรองหลักสูตร

ติดต่อฝ่ายฝึกอบรมและสอบฯ เพื่อดำเนินการขอให้แพทยสภารับรองหลักสูตรของโรงเรียนแพทย์ที่จะไปศึกษา ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินทางไปศึกษา

ในกรณีที่ไปศึกษาในโรงเรียนแพทย์ที่แพทยสภายังไม่ได้รับรองหลักสูตร แล้วมายื่นเรื่องขอให้รับรองภายหลัง โรงเรียนแพทย์แห่งนั้นอาจไม่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา หากการเรียนการสอนในหลักสูตรไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจะทำให้นักศึกษาหรือผู้ที่สำเร็จการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนพอที่จะมีสิทธิสมัครเป็นแพทย์ฝึกหัด และไม่มีสิทธิสมัครสอบเพื่อประเมินความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย จากศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา (ศรว.) ได้

4. อายุการรับรองและสิทธิของนักศึกษา

โรงเรียนแพทย์ที่แพทยสภารับรอง มีอายุการรับรองนาน 5 ปี

  • ในกรณีที่สถาบันที่ได้รับการรับรองไว้แล้ว และท่านได้เข้าศึกษาก่อนวันหมดอายุ แต่ท่านมิได้มาขึ้นทะเบียนขอรับรองหลักสูตรกับแพทยสภา ตามข้อ 2 จนพ้นอายุการรับรองไปแล้ว เมื่อมีการพิจารณาต่ออายุการรับรองใหม่ แพทยสภาจะไม่รับรองย้อนหลังให้ท่าน ตั้งแต่วันที่ท่านเข้ารับการศึกษา ซึ่งจะทำให้ท่านเสียโอกาสในการสมัครสอบขั้นตอนที่หนึ่ง
  • เมื่อท่านได้ขึ้นทะเบียนและเรียนในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาจนสำเร็จการศึกษาแล้ว สิทธิของท่านจะติดตัวไปตลอด แม้ว่าในภายหลังหลักสูตรของโรงเรียนแพทย์แห่งนั้นจะหมดอายุการรับรอง หรือไม่ได้รับการต่ออายุการรับรองอีก

การเป็นแพทย์ฝึกหัดและการสอบประเมินความรู้ความสามารถ

แพทย์ฝึกหัด (Intern) ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลรัฐบาลเพื่อเพิ่มพูนทักษะ
หลังเรียนจบ ต้องฝึกปฏิบัติงานในฐานะแพทย์ฝึกหัด 1 ปี ในสถาบันที่รับรอง

1. การเป็นแพทย์ฝึกหัดในประเทศไทย

ภายหลังจากที่สำเร็จการศึกษาครบถ้วน และได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตแล้ว กรณีที่ท่านไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาจากประเทศที่สำเร็จการศึกษา หรือประเทศอื่นใด ท่านจะต้องผ่านการฝึกปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะแพทย์ฝึกหัดในโรงเรียนแพทย์ที่ท่านศึกษา หรือสถาบันในประเทศไทยที่แพทยสภารับรอง เป็นระยะเวลา 1 ปี (มีค่าธรรมเนียม)

ปัจจุบัน จำนวนตำแหน่งแพทย์ฝึกหัดที่แต่ละสถาบันรับได้ อาจจะมีไม่เพียงพอกับจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา แนะนำให้ฝึกปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะแพทย์ฝึกหัดต่อในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยนั้นๆ โดยประสานให้แพทยสภารับรองโรงพยาบาลนั้นก่อนเข้ารับการฝึกปฏิบัติงาน

2.การสอบเพื่อประเมินความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ศรว.)

นักศึกษาแพทย์เตรียมสอบ ศรว. ขั้นตอนที่ 1-3 เพื่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
เตรียมพร้อมสอบ ศรว. 3 ขั้นตอน ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ (OSCE) ตามมาตรฐานแพทยสภาไทย

แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน:

  • ขั้นตอนที่ 1: หมวดวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางการแพทย์ ภาษาอังกฤษ 300 ข้อ
  • ขั้นตอนที่ 2: หมวดวิทยาศาสตร์ทางคลินิก ภาษาอังกฤษ 300 ข้อ
  • ขั้นตอนที่ 3: หมวดทักษะและหัตถการทางคลินิก (OSCE) Long Case Examination และ Modified Essay Question

การสอบ Long Case Examination และ Modified Essay Question จัดสอบที่โรงเรียนแพทย์ทุกแห่งท่านสามารถเลือกสอบที่โรงเรียนแพทย์แห่งใดก็ได้ ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับจำนวนนักศึกษาที่โรงเรียนแพทย์แต่ละแห่งจะรับได้ด้วย ให้ศึกษารายละเอียดได้จาก www.cmathai.org

ทั้งนี้ เมื่อท่านสอบผ่านครบทุกขั้นตอนแล้ว ให้นำผลการสอบไปติดต่อศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา (ศรว.) อีกครั้งหนึ่ง เพื่อออกใบรับรองสอบผ่านครบทุกขั้นตอนให้กับท่าน และเป็นเอกสารสำคัญสำหรับการสมัครสมาชิกแพทยสภา (ภาคบังคับ) และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่แพทยสภา


การขึ้นทะเบียนและการศึกษาฝึกอบรมหลังปริญญา

  • การขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ศึกษารายละเอียดได้จาก www.tmc.or.th ฝ่ายทะเบียน
  • การศึกษาฝึกอบรมหลังได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม:
    • แพทย์เพิ่มพูนทักษะ (สำหรับเป็นเงื่อนไขในการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านบางสาขา)
    • แพทย์ประจำบ้าน / แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ศึกษารายละเอียดได้จาก www.tmc.or.th ฝ่ายฝึกอบรมและสอบ


หมายเหตุสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบการเรียนและความเสี่ยง (ปรับปรุง 20 ธ.ค. 66)

บรรยากาศการเรียนแพทย์ในห้องเรียนแบบ Face-to-Face ตามกฎแพทยสภา
แพทยสภากำหนดให้การเรียนการสอนต้องเป็นรูปแบบ Face-to-Face เท่านั้น (ไม่รับรองหลักสูตรออนไลน์)

การเรียนทางคลินิกต้องเป็น Face to Face

นักศึกษาต้องยึดหลักการเรียนทางคลินิกในรูปแบบ face to face คือดูแลผู้ป่วยจริง แพทยสภา ไม่รับรองการเรียนในรูปแบบ online นอกโรงเรียนแพทย์ ในแต่ละชั้นปีหรือตลอดปีการศึกษา (เช่น การให้นักศึกษาเรียน online ในประเทศไทยโดยทำการเชื่อมสัญญาณมาจากสถาบันต่างประเทศ)

การแจ้งการแก้ไขวิธีการเรียนการสอน

หากจะมีการแก้ไขวิธีการเรียนการสอนใด ๆ ที่จะนับเป็นชั่วโมงเรียนของนักศึกษาที่แตกต่างไปจากหลักสูตรที่ได้รับรองไว้ไม่ว่าจะจัดโดยโรงเรียนแพทย์ด้วยก็ตาม จะต้องแจ้งวิธีการเรียนการสอนดังกล่าวมาให้แพทยสภารับรองก่อนเสมอ

การฝึกปฏิบัติงานนอกหลักสูตร

การมาเรียนในโรงพยาบาลในประเทศไทยโดยพละการ หรือโดยโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศเป็นผู้จัดทำทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำ MOU กันไว้ก่อน และแพทยสภายังไม่ได้รับทราบการทำ MOU ฉบับนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ นักศึกษาและโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศต้องแจ้งให้แพทยสภารับรองการเรียนการสอนนอกหลักสูตรก่อน มิฉะนั้น การไปเรียนหรือฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลในประเทศไทยที่ไม่ได้อยู่ในหลักสูตรที่แพทยสภาให้การรับรองตั้งแต่เข้าเรียนในปีที่ 1 ของการศึกษา นักศึกษาจะไม่สามารถนับเป็นชั่วโมงเรียนในหลักสูตรได้ อาจจะถือได้เพียงว่าเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ส่วนตัวนอกหลักสูตรเท่านั้น

ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน

นักศึกษาต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงตลอดเวลาที่จะเรียนไม่สำเร็จการศึกษาตามกำหนดจากสาเหตุที่ไม่คาดคิด (เช่น สงคราม, โรคระบาด) การเข้าไปช่วยเหลือและใช้วิธีการแก้ไขใดๆ ในอดีตจากแพทยสภาถือว่าเป็นการแก้ไขเฉพาะกาลเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น นักศึกษาต้องรอและพยายามกลับไปศึกษาต่อให้เร็วที่สุดในโรงเรียนแพทย์ต่างประเทศที่ตนลงทะเบียนไว้ตั้งแต่ปีแรก


สรุปขั้นตอนการยื่นเรื่องให้รับรองปริญญา

ขั้นตอนการยื่นเรื่องให้รับรองปริญญาของสถาบันผลิตแพทย์ต่างประเทศเป็นรายบุคคล สำหรับผู้มีสัญชาติไทย เพื่อให้มีสิทธิสมัครเป็นแพทย์ฝึกหัด และสมัครสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย

1. เอกสารที่ต้องแนบ

เขียนคำร้องให้รับรองมาตรฐานหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตต่างประเทศ พร้อมแนบเอกสารดังนี้:

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาหลักฐานว่าสำเร็จการศึกษาก่อนสมัครเข้าเรียนแพทย์ (Transcript ที่มี GPA)
  • หลักฐานการตอบรับเข้าศึกษาจากสถาบันผลิตแพทย์

2. การชำระเงินค่าธรรมเนียม (ประกาศค่าธรรมเนียม พ.ศ.2566)

สถานะผู้ยื่นคำร้องขณะดำเนินการ ค่าธรรมเนียมในการขึ้นทะเบียน
ชั้นปีที่ 1 หรือก่อนเข้าเรียน 15,000 บาท (อัตราต่ำสุด)
ชั้นปีที่ 2 30,000 บาท
ชั้นปีที่ 3 – สำเร็จการศึกษาแล้ว 50,000 บาท (อัตราสูงสุด)

3. ช่องทางการชำระเงินและยื่นเอกสาร

กรณีที่ไม่สามารถมาติดต่อด้วยตนเองได้:

  • โอนเงินค่าธรรมเนียมได้ที่บัญชี: แพทยสภา ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) เลขที่บัญชี 340-2-01174-4
  • ส่งคำร้องพร้อมหลักฐานและสำเนาการโอนเงิน มาที่: คุณชุติมา วงษ์จันทร์ ฝ่ายฝึกอบรมและสอบ สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา (ชั้น 12 อาคารมหิตลาธิเบศร ซอยสาธารณสุข 8 กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000)

การยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์ (MD e-Service)

ปัจจุบันแพทยสภาเปิดให้ดำเนินการผ่านระบบ MD e-Service ในบางขั้นตอน ผู้สมัครควรสมัครสมาชิกเข้าระบบเพื่อติดตามสถานะคำร้องแบบ Real-time และสามารถดาวน์โหลดใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที

4. ขั้นตอนการพิจารณา (กรณีสถาบันยังไม่ได้รับการรับรอง)

  • แพทยสภาจะส่งจดหมายถึง Dean พร้อมแบบฟอร์ม Information sheet of Foreign Medical School V.2023 ให้สถาบันกรอก (ใช้เวลาประมาณ 2-5 เดือน ในการได้รับคำตอบกลับ)
  • คณะอนุกรรมการฯ ประชุม 3 เดือน/ครั้ง และคณะกรรมการแพทยสภา ประชุมเดือนละ 1 ครั้ง (พฤหัสบดีที่ 2 ของเดือน)
  • คำร้องถูกจำหน่าย: หากสถาบันไม่ส่งข้อมูลกลับมาภายใน 1 ปี หรือคณะอนุกรรมการฯ ขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้วไม่จัดส่งภายใน 6 เดือน คำร้องจะถูกจำหน่ายออกจากระบบ

5. การย้ายสถาบันและการเข้าศึกษาหลังหมดอายุการรับรอง

  • การย้ายสถาบัน: หากมีการย้ายสถาบันการศึกษาในภายหลัง จะต้องมาติดต่อสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา เพื่อดำเนินเรื่องขอย้ายสถาบันการศึกษาด้วย (มีค่าธรรมเนียม)
  • เข้าศึกษาหลังหมดอายุ: ในกรณีที่เข้าศึกษาภายหลังจากสถาบันหมดอายุการรับรอง แพทยสภาจะดำเนินการพิจารณาตามกระบวนการรับรองใหม่ทั้งหมด โดยไม่มีการรับรองย้อนหลัง ตั้งแต่วันเข้ารับการศึกษา

ฝ่ายฝึกอบรมและสอบ สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา โทรฯ 02-590-1883, 086-081-1208 หรือ Line Official Account: @tmcthailand, e-mail : edu@tmc.or.th

กระบวนการพิจารณาและข้อกำหนดด้านระยะเวลา

ในกรณีที่สถาบันผลิตแพทย์ที่ท่านไปศึกษายังไม่ได้รับการรับรอง แพทยสภาจะมีขั้นตอนการดำเนินการพิจารณา โดยมีข้อกำหนดด้านระยะเวลาที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด:

  • การขอข้อมูลหลักสูตร: สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาจะส่งจดหมายพร้อมแบบฟอร์ม Information sheet of Foreign Medical School ถึงคณบดี (Dean) ของสถาบันผลิตแพทย์เพื่อขอข้อมูล (ใช้เวลาประมาณ 2-5 เดือน ในการได้รับคำตอบกลับ)
  • ระยะเวลาการพิจารณา: คณะอนุกรรมการพิจารณามาตรฐานหลักสูตรฯ มีการประชุม 3 เดือน/ครั้ง และคณะกรรมการแพทยสภามีการประชุม เดือนละ 1 ครั้ง (พฤหัสบดีที่ 2 ของเดือน)
  • ความเสี่ยงจากการถูกจำหน่ายคำร้อง:
    • หากสถาบัน ไม่ส่งข้อมูลกลับมาภายใน 1 ปี นับจากวันที่สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาส่งจดหมาย สถาบันจะถือว่าไม่ประสงค์ที่จะให้พิจารณา และคำร้องจะ ถูกจำหน่ายออกจากระบบ
    • ในกรณีที่คณะอนุกรรมการฯ มีมติให้ขอข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ยื่นคำร้อง/สถาบันต้องดำเนินการจัดส่งให้คณะอนุกรรมการฯ ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่แพทยสภามีหนังสือแจ้ง หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด คำร้องจะ ถูกจำหน่ายออกจากระบบ เช่นเดียวกัน

สรุป: แผนปฏิบัติการเพื่อการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย

เพื่อให้การลงทุนทางการศึกษาสัมฤทธิ์ผล และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย ผู้เรียนต้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ 5 ประการ ดังนี้:

  1. ยื่นเรื่องรับรองเป็นรายบุคคล กับแพทยสภา (ก่อนเดินทาง)
  2. สำเร็จการศึกษา โดยศึกษาตลอดหลักสูตร Face to Face ในประเทศที่รับรอง
  3. สอบ ศรว. 3 ขั้นตอน ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพทุกหมวด
  4. แพทย์ฝึกหัด (Internship) 1 ปี ผ่านการฝึกปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะแพทย์ฝึกหัดในสถาบันที่แพทยสภารับรอง
  5. ขึ้นทะเบียน เมื่อสอบผ่านครบจึงได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ข้อพิจารณาสำหรับผู้ที่ประสงค์ประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ

การยื่นคำร้องให้แพทยสภารับรองหลักสูตรเป็นรายบุคคลมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อ การขอสิทธิในการสมัครสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทยเท่านั้น หากผู้สำเร็จการศึกษาประสงค์จะประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศที่ไปศึกษาต่อ หรือในประเทศอื่นใดที่มิใช่ประเทศไทย จะไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องให้แพทยสภารับรองโดยตรง ทั้งนี้ การดำเนินการจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแพทย์ของประเทศปลายทางนั้นๆ

คำแนะนำ: แม้จะไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานในต่างประเทศ แต่ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ดำเนินการยื่นเรื่องให้แพทยสภารับรองหลักสูตรตั้งแต่ ชั้นปีที่ 1 (ค่าธรรมเนียม 15,000 บาท) เนื่องจากแผนการทำงานในชีวิตอาจเปลี่ยนแปลงได้ การดำเนินการตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นการ “ล็อกสิทธิ์” ในการกลับมาทำงานในประเทศไทยไว้เป็นการถาวร หากไม่ได้ดำเนินการตั้งแต่แรก และสถาบันหมดอายุการรับรองไปแล้ว จะส่งผลให้เสียสิทธิ์ในการสอบใบประกอบวิชาชีพฯ ในประเทศไทยอย่างถาวรโดยไม่มีข้อยกเว้น.


รายชื่อโรงเรียนแพทย์ต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง (ข้อมูลล่าสุด ณ เมษายน 2569)

ตรวจสอบรายชื่อล่าสุด: เนื่องจากสถานะการรับรองมีการเปลี่ยนแปลงทุก 5 ปี กรุณาตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศที่แพทยสภารับรองฉบับล่าสุด (รวมถึงวันหมดอายุการรับรอง) ได้ที่:

  • เว็บไซต์แพทยสภา (รายชื่อปัจจุบัน)
  • เอกสารประกาศรายชื่อล่าสุด

⚠️ ข้อควรทราบ: การที่สถาบัน “ไม่ได้มีชื่อ” ในรายชื่อนี้ ไม่ได้แปลว่าสถาบันนั้นไม่ได้มาตรฐาน แต่อาจหมายความว่า อายุการรับรอง 5 ปีได้หมดลงแล้ว หรืออยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาต่ออายุ

ดังนั้น ผู้ประสงค์จะศึกษาในวิชาแพทยศาสตร์ต่างประเทศทุกคน “ต้องยื่นคำร้องให้รับรองหลักสูตรเป็นรายบุคคล” ก่อนหรือภายใน 1 เดือนหลังเข้าศึกษา เพื่อเป็นการ “ล็อกสิทธิ์” ของตนเองในการกลับมาสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย

คำแนะนำ: ผู้เกี่ยวข้องควรติดต่อ ฝ่ายฝึกอบรมและสอบ สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา (โทรฯ 02-590-1883) โดยตรง เพื่อตรวจสอบข้อมูลและเกณฑ์ที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ประเทศ จำนวนสถาบันที่รับรอง ตัวอย่างสถาบันที่รับรอง
สาธารณรัฐประชาชนจีน 21

1. Dalian Medical University

2. Xiamen University

3. China Medical University

4. Hebei Medical University

5. Nanjing Medical University

6. Shandong University

7. Capital Medical University

8. Zhejiang University

9. Huazhong University of Science and Technology

10. Fujian Medical University

11. Southern Medical University

12. Guangxi Medical University

13. Xi’an Jiaotong University

14. Youjiang Medical University for Nationalities

15. Chongqing Medical University

16. Fudan University

17. Wenzhou Medical University

18. Southeast University

19. Harbin Medical University

20. Kunming Medical University

21. The Chinese University of Hong Kong, Shenzhen

มาเลเซีย 4

1. Taylor’s University

2. Mahsa University

3. RCSI & UCD Malaysia Campus

4. International Medical University (IMU)

ฟิลิปปินส์ 4

1. Manila Central University

2. University of Northern Philippines

3. Our Lady of Fatima University

4. Lyceum-Northwestern University

โปแลนด์ 3

1. Poznan University of Medical Sciences (PUMS)

2. Medical University of Lublin

3. Medical University of Bialystok

สหพันธรัฐรัสเซีย 1 1. Kursk State Medical University
เกรเนดา 2

1. St George’s University (หลักสูตร 5 ปี)

2. St George’s University (หลักสูตร 4 ปี)

สาธารณรัฐเช็ก 1

1. Charles University (Second Faculty of Medicine)

อินโดนีเซีย 1 1. Syiah Kuala University
มอลต้า 1 1. Queen Mary University of London, Malta Campus
กายอานา 1 1. Texila American University

รวมทั้งหมด: 11 ประเทศ (35 สถาบันที่ได้รับการรับรอง)


เส้นทางสู่การประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย: หลังการรับรองแล้วต้องทำอะไรต่อ?

การยื่นเรื่องให้แพทยสภารับรองหลักสูตรเป็นรายบุคคล เป็นเพียงการ “ขอสิทธิในการสมัครสอบ” เท่านั้น ผู้สำเร็จการศึกษาทุกคนยังคงต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐานของประเทศไทย เพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: การสอบเพื่อประเมินความรู้ความสามารถ (สอบ ศรว. ครบ 3 ขั้นตอน)

นักศึกษาที่ล็อกสิทธิ์ไว้แล้วจะต้องสมัครสอบและสอบผ่านการประเมินของศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรม (ศรว.) ครบทั้ง 3 ขั้นตอน:

  • ขั้นตอนที่ 1 (Pre-Clinical): หมวดวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางการแพทย์
  • ขั้นตอนที่ 2 (Clinical): หมวดวิทยาศาสตร์ทางคลินิก
  • ขั้นตอนที่ 3 (OSCE/ทักษะ): หมวดทักษะและหัตถการทางคลินิก (การสอบปฏิบัติ)

หมายเหตุ: การสอบทั้งสามขั้นตอนมีความเข้มข้นสูง นักศึกษาจากต่างประเทศจึงจำเป็นต้องเตรียมตัวสอบมาตรฐานของไทยอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ

ขั้นตอนที่ 2: การฝึกปฏิบัติงานหลังปริญญา (แพทย์ฝึกหัด 1 ปี)

เมื่อสำเร็จการศึกษาและสอบผ่าน ศรว. ครบทุกขั้นตอนแล้ว ผู้สำเร็จการศึกษาจะต้อง:

  • เข้ารับการฝึกปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะ แพทย์ฝึกหัด (Internship) เป็นระยะเวลา 1 ปี
  • ต้องฝึกในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยที่แพทยสภารับรอง หรือสถาบันในประเทศไทยที่แพทยสภารับรองเท่านั้น

ข้อควรระวัง: จำนวนตำแหน่งแพทย์ฝึกหัดในไทยมีจำกัด ผู้เรียนควรวางแผนสำรองเพื่อฝึกปฏิบัติงานหลังปริญญาในประเทศที่ไปศึกษาต่อ โดยต้องประสานให้แพทยสภารับรองโรงพยาบาลนั้นก่อน เพื่อให้การฝึกนั้นสามารถใช้เป็นคุณสมบัติในการขอใบอนุญาตฯ ในไทยได้

ขั้นตอนที่ 3: การขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม

เมื่อสอบผ่าน ศรว. ครบถ้วน และผ่านการฝึกปฏิบัติงานหลังปริญญาแล้ว จึงจะสามารถยื่นเรื่องต่อแพทยสภาเพื่อ สมัครสมาชิกแพทยสภา และ ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ได้อย่างสมบูรณ์

ช่องทางติดต่อและตรวจสอบข้อมูลล่าสุด

  • ฝ่ายฝึกอบรมและสอบ สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา: โทรฯ 02-590-1883, 086-0811208
  • ตรวจสอบรายชื่อสถาบันรับรองล่าสุด: https://www.tmc.or.th/foreign_med.php

FAQ: คำถามที่พบบ่อย (สำหรับผู้จะไปเรียนแพทย์ต่างประเทศ)

1. ถ้าเรียนจบแพทย์ต่างประเทศแล้วไม่กลับมาทำงานที่ไทย ต้องยื่นเรื่องรับรองกับแพทยสภาหรือไม่?

ตอบ: ไม่จำเป็น หากท่านประสงค์จะประกอบวิชาชีพในประเทศที่ไปศึกษา หรือประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทย ท่านไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องกับแพทยสภาไทย แต่ต้องปฏิบัติตามกฎของประเทศปลายทางนั้นๆ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ยื่นเรื่องไว้เพื่อ “ล็อกสิทธิ์” เผื่ออนาคตมีการเปลี่ยนแปลงแผนชีวิต

2. สามารถเรียนแพทย์หลักสูตรออนไลน์ได้หรือไม่?

ตอบ: ไม่ได้เด็ดขาด แพทยสภาไม่รับรองการเรียนการสอนรูปแบบ Online นอกโรงเรียนแพทย์ โดยเฉพาะการเรียนทางคลินิก ต้องเป็นรูปแบบ Face to Face (ดูแลผู้ป่วยจริง) เท่านั้น

3. ควรยื่นเรื่องขอรับรองหลักสูตรตอนไหนดีที่สุด?

ตอบ: ควรยื่นตั้งแต่ ชั้นปีที่ 1 หรือก่อนเดินทางไปศึกษา เพื่อความมั่นใจว่าหลักสูตรที่เรียนได้รับการรับรองแน่นอน และค่าธรรมเนียมจะถูกที่สุด (15,000 บาท) หากรอจนเรียนจบ ค่าธรรมเนียมจะสูงถึง 50,000 บาท และมีความเสี่ยงหากหลักสูตรหมดอายุไประหว่างเรียน

4. ถ้าโรงเรียนแพทย์ที่ไปเรียน “ไม่มีชื่อ” ในประกาศแพทยสภา แปลว่าไม่ได้มาตรฐานใช่ไหม?

ตอบ: ไม่เสมอไป การไม่มีชื่ออาจเกิดจาก อายุการรับรอง 5 ปีหมดลงแล้ว หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาต่ออายุ ดังนั้นนักศึกษาต้องตรวจสอบสถานะปัจจุบันกับแพทยสภาโดยตรง และต้องยื่นคำร้องขอรับรองเป็นรายบุคคลเพื่อความปลอดภัย

5. ถ้าโรงเรียนแพทย์ไม่ส่งข้อมูลกลับมาให้แพทยสภาภายใน 1 ปี จะเกิดอะไรขึ้น?

ตอบ: คำร้องของท่านจะ ถูกจำหน่ายออกจากระบบ (ถือว่าสถาบันไม่ประสงค์ให้ตรวจสอบ) ซึ่งจะทำให้ท่านไม่ได้รับการรับรองหลักสูตร และไม่มีสิทธิ์สอบใบประกอบวิชาชีพในไทย


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า 
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 
    [คลิกเพื่อสมัครสอบ IELTS]
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, Allianz, Bupa, NIB, Orbit และอื่นๆ  [คลิกเพื่อซื้อประกัน]
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

Scroll to Top

Discover more from เดอะเบสท์ แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading