Last updated กุมภาพันธ์ 6, 2026 ago by Thebestedu
เรียนต่อเกาหลีใต้ | วีซ่านักเรียน สามารถทำทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน ได้หรือไม่ เงื่อนไขอย่างไรบ้าง และโอกาสวีซ่าทำงานหลังจบการศึกษา สรุปข้อมูลจัดเต็ม
เริ่มต้นเส้นทางสู่ความสำเร็จระดับโลกที่เกาหลีใต้… พาสปอร์ตใบสำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตทางการศึกษาและอาชีพของคุณให้ก้าวไกลกว่าใคร ปัจจุบันประเทศเกาหลีใต้ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางทางวัฒนธรรมระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมีนโยบายเชิงรุกที่ “เปิดประตู” ต้อนรับนักศึกษาต่างชาติเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มรูปแบบ บทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกสิทธิประโยชน์และขั้นตอนการเตรียมตัวแบบ Step-by-Step จากข้อมูลทางการของ NIIED และกระทรวงยุติธรรมเกาหลี เพื่อให้คุณวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นคงและเป็นมืออาชีพที่สุด
ทำไมต้องเลือกเรียนที่เกาหลีใต้?
หากคุณกำลังมองหามากกว่าแค่ “ปริญญา” แต่คือ “การลงทุนในอนาคตกับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและผู้นำเทคโนโลยีโลก” เกาหลีใต้คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดในยุคโลกาภิวัตน์:
- มหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ของเอเชีย (Asia’s Economic Giant): ฌาคส์ แอตตาลี นักอนาคตวิทยาชื่อดังระดับโลกคาดการณ์ไว้ว่าเกาหลีใต้จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดย GDP ต่อหัวจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2025 พร้อมด้วยความมีชีวิตชีวาทางวัฒนธรรมที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ทั่วโลก
- สมาชิกกลุ่มประเทศ 30-50 คลับ (The Elite 30-50 Club): เกาหลีใต้คือประเทศที่ 7 ของโลกที่ก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างเต็มตัว (รายได้ต่อหัวเกิน 30,000 USD และประชากรมากกว่า 50 ล้านคน) สะท้อนถึงเสถียรภาพและความมั่งคั่งของประเทศที่คุณจะไปศึกษา
- ผู้นำ ICT และเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลก: เกาหลีใต้ได้รับการจัดอันดับที่ 1 ในดัชนีการพัฒนา ICT (ITU) และเป็นผู้นำด้านการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำอันดับ 1 ของโลก การศึกษาที่นี่จะทำให้คุณอยู่ท่ามกลางนวัตกรรมล่าสุด ทั้ง AI, Big Data และ Metaverse
- พลังแห่งซอฟต์พาวเวอร์และฮัลลยูระดับโลก (Powerful Hallyu & Rich Culture): กระแสเกาหลีได้พัฒนาจากความนิยม K-POP สู่การเป็นวัฒนธรรมระดับโลกที่มีแฟนคลับกว่า 104.77 ล้านคนทั่วโลก การเรียนที่เกาหลีจะช่วยให้คุณเข้าใจพลังของสื่อดิจิทัลและการสร้างแบรนด์ระดับชาติที่แข็งแกร่งผ่านคอนเทนต์คุณภาพสูง
- มาตรฐานการศึกษาระดับพรีเมียม (Academic Excellence): ระบบการศึกษาที่เข้มข้นทำให้เกาหลีทำคะแนน PISA ได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในทุกด้าน (โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ที่เป็นอันดับ 1-2) มั่นใจได้ว่าปริญญาจากเกาหลีคือใบเบิกทางระดับสากลที่ทุกบริษัททั่วโลกให้การยอมรับ
- ความปลอดภัยและความพึงพอใจระดับสูงสุด: ด้วยดัชนีความปลอดภัยอันดับ 1 ในกลุ่ม OECD และอัตราความพึงพอใจของนักศึกษาต่างชาติที่สูงถึง 86% – 90% ทำให้เกาหลีเป็นบ้านหลังที่สองที่น่าพึงพอใจที่สุดสำหรับคุณ
เจาะลึกสถิติและเทรนด์การเรียนต่อเกาหลี
ทำไมใครๆ ก็เลือกเกาหลี? ข้อมูลสถิติล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการเติบโตและความเชื่อมั่นของนักศึกษาทั่วโลกอย่างชัดเจน:
- จำนวนนักศึกษาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์: ในปี 2024 จำนวนนักศึกษาต่างชาติในสถาบันอุดมศึกษาของเกาหลีแตะระดับ 208,962 คน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 91,332 คนในปี 2015 (เติบโตกว่า 2 เท่าใน 10 ปี)
- ความต้องการพำนักต่อหลังเรียนจบ: ผลสำรวจปี 2023 ระบุว่านักศึกษาต่างชาติกว่า 63.5% ตั้งใจจะพำนักอยู่ในเกาหลีต่อไป โดยมีเหตุผลหลักคือ เพื่อการจ้างงาน (35.4%) และการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น (27.4%)
- เหตุผลหลักที่เลือกเกาหลี: 1. หลักสูตรการเรียนการสอนที่ยอดเยี่ยม (30%) 2. หลักสูตรสอดคล้องกับความสนใจ (21.9%) 3. เชื่อมั่นว่าปริญญาจากเกาหลีจะช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้น (10.6%)
- สัดส่วนวิชาเอกยอดนิยม: มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ยังคงเป็นอันดับ 1 (61,929 คน) ตามมาด้วยวิศวกรรมศาสตร์ (15,849 คน) และศิลปะ/พลศึกษา (10,276 คน)
- ความสำเร็จด้านภาษา: อัตรานักศึกษาที่ทำคะแนนภาษาเกาหลี (TOPIK ระดับ 4 ขึ้นไป) หรือภาษาอังกฤษตามเกณฑ์มาตรฐาน มีอัตราคงที่ที่ประมาณ 32% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสิทธิ์เลือกงานระดับมืออาชีพได้กว้างขวางที่สุด
เกาหลีใต้กำลังเร่งดึงดูดนักศึกษาต่างชาติเพื่อตอบสนองต่อการลดลงของประชากรวัยเรียนและเสริมสร้างความเป็นสากล
- ทุนการศึกษา Global Korea Scholarship (GKS): โครงการทุนจากรัฐบาลที่ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ เพื่อสร้างเครือข่ายคนเก่งระดับโลกที่เป็นมิตรต่อเกาหลี
- ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย: มีการส่งเสริมการวิจัยร่วมกับนักวิชาการนานาชาติและโครงการแลกเปลี่ยนทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง
- สถิติที่น่าสนใจ: ผลสำรวจระบุว่า นักศึกษาต่างชาติมากกว่า 8 ใน 10 คน มีความต้องการที่จะหางานทำในประเทศเกาหลีต่อหลังจบการศึกษา
การทำงานระหว่างเรียน (Part-time Work Permit)
“โอกาสที่ไม่ใช่เพียงแค่รายได้ แต่คือการซึมซับวัฒนธรรมการทำงานแบบมืออาชีพ” สำหรับนักศึกษาต่างชาติในเกาหลี การทำงานพาร์ทไทม์ (หรือที่เรียกกันว่า Alba) คือใบเบิกทางสำคัญในการฝึกทักษะภาษาและสร้างคอนเนคชันในโลกการทำงานจริง อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาภาพลักษณ์และสิทธิ์ในการพำนัก คุณจำเป็นต้องเข้าใจระเบียบที่เคร่งครัดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี
นักศึกษาต่างชาติวีซ่า D-2 (ปริญญา) และ D-4 (เรียนภาษา) ต้องได้รับอนุญาตทำงานพาร์ทไทม์จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเริ่มงานเสมอการทำงานพาร์ทไทม์ในเกาหลีสำหรับนักศึกษาต่างชาตินั้นมีกฎระเบียบที่เคร่งครัด โดยแบ่งรายละเอียดออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้:
1.1 หลักการพื้นฐานและคุณสมบัติ (Basic Principles & Eligibility)
- ขอบเขตงาน: จำกัดเฉพาะงาน “แรงงานทั่วไป” (Simple Labor) ที่นักศึกษาพึงกระทำได้ เช่น งานในร้านอาหาร, งานธุรการทั่วไป, ผู้ช่วยแปลภาษา หรือพนักงานขายในร้านดิวตี้ฟรี
- ข้อห้ามเด็ดขาด:
- ห้ามสอนพิเศษส่วนตัว (Private Tutoring) เนื่องจากสถานที่และกลุ่มเป้าหมายมีความเฉพาะตัวและควบคุมยาก
- ห้ามทำงานในสถานบันเทิงยามค่ำคืน บาร์ คาราโอเกะ หรือคาสิโน
- ระยะเวลาที่เริ่มทำได้:
- วีซ่า D-4 (นักเรียนภาษา): ต้องพำนักมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน (นับจากวันเข้าประเทศหรือเปลี่ยนวีซ่า)
- วีซ่า D-2 (ปริญญา): เริ่มได้ทันทีที่มีบัตร ARC และได้รับอนุญาตจากโรงเรียน
- ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์: นักศึกษาที่เรียนจบหลักสูตรแล้วแต่พำนักต่อเพื่อเก็บหน่วยกิตที่ค้างอยู่ (ยกเว้น ป.โท/เอก ที่ทำวิทยานิพนธ์) หรือผู้ที่มีผลการเรียน/อัตราการเข้าเรียนต่ำกว่าเกณฑ์
1.2 เกณฑ์ทักษะทางภาษา (Language Requirements)
ระดับภาษามีผลโดยตรงต่อ “สิทธิ์” และ “จำนวนชั่วโมง” ในการทำงาน:
- สายภาษาเกาหลี: พิจารณาจากคะแนน TOPIK หรือระดับการเรียนหลักสูตร KIIP/Sejong Institute
- สายภาษาอังกฤษ (English Track): สำหรับผู้ที่เรียนหลักสูตรนานาชาติ สามารถยื่นคะแนนภาษาอังกฤษแทนได้:
- TOEFL: 530 (CBT 197, iBT 71) ขึ้นไป
- IELTS: 5.5 ขึ้นไป
- CEFR: B2 ขึ้นไป
- TEPS: 600 ขึ้นไป
หากมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จะได้รับการยกเว้น
1.3 จำนวนชั่วโมงการทำงานและสิทธิประโยชน์ (Work Hours & Benefits)
จำนวนชั่วโมงแบ่งตาม “ระดับการศึกษา” และ “ความพร้อมทางภาษา” โดยมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง (Accredited) จะได้รับสิทธิ์พิเศษมากกว่า:
| ระดับหลักสูตร | เกณฑ์ภาษาที่กำหนด | จันทร์ – ศุกร์ (ชม.) | เสาร์-อาทิตย์ / ปิดเทอม |
|---|---|---|---|
| เรียนภาษา (D-4) | TOPIK 2 ขึ้นไป | 20 (สูงสุด 25*) | 25 ชม. |
| ป.ตรี (ปี 1-2) | TOPIK 3 ขึ้นไป | 20 (สูงสุด 25*) | ไม่จำกัดชั่วโมง |
| ป.ตรี (ปี 3-4) | TOPIK 4 ขึ้นไป | 20 (สูงสุด 25*) | ไม่จำกัดชั่วโมง |
| ป.โท / ป.เอก | TOPIK 4 ขึ้นไป | 30 (สูงสุด 35*) | ไม่จำกัดชั่วโมง |
| กรณีภาษาไม่ถึงเกณฑ์ | – | 10 ชม. | 10 ชม. (จำกัดทุกกรณี) |
*หมายเหตุ: จำนวนชั่วโมงในวงเล็บ สงวนไว้สำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง (Accredited University) เท่านั้น
1.4 ขั้นตอนการขอใบอนุญาต (Step-by-Step Procedure)
นักศึกษาต้องได้รับอนุญาต “ก่อน” เริ่มงานเสมอ โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- ทำสัญญาจ้างงาน: นายจ้างและนักศึกษาทำ “สัญญาจ้างมาตรฐาน” (Standard Labor Contract) ระบุค่าจ้างรายชั่วโมงชัดเจน
- ขอหนังสือยืนยันจากมหาวิทยาลัย: นำสัญญาจ้างไปให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายนักศึกษาต่างชาติทำ “หนังสือยืนยันการทำงานพาร์ทไทม์” (시간제취업확인서)
- ยื่นคำร้องต่อ ตม.: ยื่นเอกสารผ่านระบบออนไลน์ที่ http://www.hikorea.go.kr หรือไปที่สำนักงานเขตพื้นที่
- เอกสารที่ต้องใช้: พาสปอร์ต, บัตร ARC, แบบฟอร์มใบสมัคร, หนังสือรับรองจากโรงเรียน, ใบแสดงผลการเรียน และหลักฐานคะแนนภาษา
โอกาสหลังเรียนจบ: วีซ่าหางาน (D-10)
เมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาแต่ยังไม่มีสัญญาจ้างงานถาวร สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นวีซ่า D-10 (Job Seeking) เพื่อพำนักต่อและทำกิจกรรมหางานได้อย่างถูกต้อง
2.1 คุณสมบัติและขอบเขตงาน (Eligibility & Career Fields)
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา (Associate Degree) หรือปริญญาตรีขึ้นไป จากสถาบันในเกาหลี หรือระดับปริญญาตรีจากต่างประเทศที่มีทักษะตรงสายงานที่กำหนด
- สายงานที่รองรับ: ต้องเป็นการหางานในกลุ่มวิชาชีพ (E-1 ถึง E-7) เช่น อาจารย์, นักวิจัย, วิศวกร, นักออกแบบ หรือพนักงานบริษัทระดับบริหาร
- ข้อยกเว้น: ไม่รวมงานสายบันเทิงในสถานเริงรมย์ (E-6-2) และจำกัดการขอจากต่างประเทศสำหรับแรงงานกึ่งฝีมือ
2.2 เกณฑ์ระบบคะแนน (Points System Requirements)
การพิจารณาวีซ่า D-10 ใช้ระบบคะแนนเป็นเกณฑ์หลัก (รวมสูงสุด 190 คะแนน):
- เกณฑ์ผ่าน: ต้องได้คะแนนใน หมวดพื้นฐาน (Basic) อย่างน้อย 20 คะแนน และมี คะแนนรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 60 คะแนน
- ปัจจัยคะแนน: คำนวณจากอายุ, ระดับการศึกษา (เช่น ปริญญาจากเกาหลีได้คะแนนสูงกว่า), ประสบการณ์การทำงาน, และความสามารถทางภาษา (TOPIK/KIIP)
- คะแนนพิเศษ (Bonus): ได้เพิ่มหากมีประสบการณ์ฝึกงานในเกาหลี, มีจดหมายแนะนำจากหน่วยงานรัฐ หรือจบการศึกษาในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2.3 ข้อจำกัดและข้อควรระวัง (Restrictions)
- ประวัติการกระทำผิด: หากเคยถูกปรับสะสมเกิน 2,000,000 วอน ภายใน 1 ปี หรือเคยถูกสั่งให้ออกนอกประเทศ จะถูกจำกัดการยื่นขอ
- ความผิดเกี่ยวกับการทำงาน: หากเคยทำงานพาร์ทไทม์ผิดกฎหมาย (Illegal Work) และถูกปรับตั้งแต่ 400,000 วอนขึ้นไป ภายใน 5 ปี จะไม่สามารถขอวีซ่า D-10 ได้
- การลาออก: หากถือวีซ่าทำงานแล้วลาออกโดย “สมัครใจ” โดยที่นายจ้างไม่มีความผิด อาจถูกจำกัดสิทธิ์ในการกลับมาถือวีซ่า D-10 อีกครั้ง
2.4 เอกสารและขั้นตอน (Documents & Procedure)
- ระยะเวลาพำนัก: อนุญาตครั้งละ 6 เดือน (ต่ออายุได้รวมสูงสุด 2 ปี ขึ้นอยู่กับผลงานการหางาน)
- เอกสารที่ต้องใช้:
- แบบฟอร์มใบสมัคร (No. 34), พาสปอร์ต, บัตร ARC
- แผนการหางาน (Job-seeking Activity Plan): ระบุรายละเอียดกิจกรรมที่ตั้งใจจะทำในช่วง 6 เดือน
- หลักฐานการศึกษา (Diploma / Transcript)
- หลักฐานแสดงค่าใช้จ่ายในการพำนัก (Bank Statement)
- หลักฐานอื่นๆ เช่น คะแนน TOPIK, ใบรับรองการทำงาน หรือใบรับรองการฝึกงาน
การเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานเต็มตัว (E-7 Professional Employment)
เมื่อนักศึกษาต่างชาติได้งานประจำที่ตรงตามเงื่อนไข จะสามารถขอเปลี่ยนสถานะเป็นวีซ่า E-7 ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีรายละเอียดที่ละเอียดดังนี้:
3.1 คุณสมบัติและความเชื่อมโยงทางวิชาการ (Academic Linkage)
- ผู้จบอนุปริญญา (Associate Degree) ในเกาหลี: สาขาอาชีพที่จ้างงานต้องมีความสัมพันธ์และ ตรงกับสาขาวิชาเอก ที่เรียนจบมาโดยตรง
- ผู้จบปริญญาตรีขึ้นไปในเกาหลี: ได้รับการผ่อนปรน โดยสามารถจ้างงานในสาขาที่กว้างขึ้น และไม่บังคับว่าต้องตรงกับวิชาเอกที่เรียนจบมาอย่างเคร่งครัด
- ผู้จบการศึกษาจากต่างประเทศ: ต้องมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 1 ปีในสาขาที่เกี่ยวข้อง (ยกเว้นผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก หรือได้รับปริญญาโทขึ้นไป)
3.2 เกณฑ์รายได้และค่าจ้าง (Wage Standards)
เพื่อป้องกันการใช้แรงงานต่างชาติในราคาถูก รัฐบาลจึงกำหนดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ:
- เกณฑ์รายได้เฉลี่ย: โดยทั่วไปต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 80% ของรายได้เฉลี่ยประชาชาติ (GNI) ของเกาหลีในปีที่ผ่านมา
- เกณฑ์ขั้นต่ำพื้นฐาน: สัญญาจ้างงานต้องเสนอค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านวอนต่อเดือน (หรืออย่างน้อย 60% ของรายได้เฉลี่ยของคนเกาหลีในบทบาทที่ใกล้เคียงกัน)
- หากบริษัทเสนอค่าจ้างต่ำกว่าเกณฑ์นี้ การขอเปลี่ยนวีซ่าจะถูกจำกัดทันที
3.3 เงื่อนไขของบริษัทนายจ้าง (Employer Requirements)
- สัดส่วนพนักงาน: สำหรับธุรกิจทั่วไปที่เน้นตลาดในประเทศ บริษัทต้องมีพนักงานเกาหลีอย่างน้อย 5 คน และจำนวนผู้ถือวีซ่า E-7 ต้องไม่เกิน 20% ของจำนวนพนักงานคนไทยทั้งหมด
- ข้อยกเว้นสำหรับอุตสาหกรรมขั้นสูง: ในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง หากได้รับการแนะนำจากหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง อาจเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานต่างชาติได้สูงสุดถึง 50%
3.4 ช่องทางส่งเสริมพิเศษ (Special Support Pathways)
- วีซ่า D-2-7 (일-학습연계): หากจบการศึกษาภายใต้โครงการนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ยกเว้นสัดส่วนการจ้างงานคนเกาหลีของบริษัท, ยอมรับอาชีพที่หลากหลายขึ้น และได้รับ คะแนนพิเศษ 10 คะแนน เมื่อขอวีซ่าพำนักถาวร (F-2-7)
- Science Card & Gold Card: หนังสือแนะนำการจ้างงานจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ หรือ KOTRA สำหรับบุคลากรระดับสูง เพื่อให้ได้รับการพิจารณาวีซ่าที่ง่ายและรวดเร็วกว่าปกติ
3.5 เอกสารที่ต้องใช้ (Required Documents)
- แบบฟอร์มใบสมัคร (No. 34), หนังสือเดินทาง, บัตร ARC
- สัญญาจ้างงาน (Employment Contract): ที่ระบุรายละเอียดงานและค่าจ้างชัดเจน
- เอกสารบริษัท: ใบจดทะเบียนธุรกิจ, สำเนาทะเบียนบริษัท (Corporate Registration)
- เอกสารส่วนตัว: ใบรับรองการจบการศึกษา, ใบรับรองการทำงาน (ถ้ามี), สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ
- จดหมายแนะนำ (Employment Recommendation): ในบางสาขาอาชีพจำเป็นต้องมีหนังสือรับรองความจำเป็นในการจ้างงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
⚠️ บทลงโทษที่ต้องระวัง
- ห้ามทำงานในเทอมแรก: โดยทั่วไปนักศึกษาที่เพิ่งถึงเกาหลีจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในภาคเรียนแรก
- การทำงานผิดกฎหมาย: หากถูกตรวจพบว่าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต จะถูกปรับและอาจถูกตัดสินให้เนรเทศ รวมถึงถูกจำกัดการขอวีซ่า D-10 ในอนาคต
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียนและทำงานในเกาหลี
ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม
เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”
บริการของเรามีอะไรบ้าง ?
- ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
- เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
- บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า
- บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
- เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
[คลิกเพื่อสมัครสอบ IELTS] - บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, Allianz, Bupa, NIB, Orbit และอื่นๆ [คลิกเพื่อซื้อประกัน]
- บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
- บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล
“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558, 088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ
