Last updated สิงหาคม 31, 2026 ago by Thebestedu
เรียนต่อนิวซีแลนด์ 2026 วางแผนเรียน–ทำงาน–ต่อ Residence กับกฎ SMC ใหม่
SMC New Zealand 2026 กฎใหม่คืออะไร? ทำความเข้าใจการปฏิรูปเพื่อการเติบโต
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์ (Immigration New Zealand: INZ) ได้ประกาศปฏิรูปกฎระเบียบการตรวจคนเข้าเมือง และกติกาการขอถิ่นที่อยู่ (Residence) ประเภททักษะฝีมือ หรือ Skilled Migrant Category (SMC) Resident Visa ครั้งสำคัญของนิวซีแลนด์ โดยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์หลัก Going for Growth ของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการและนายจ้างในการดึงดูด รักษาบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญ และรักษากำลังแรงงานหลักที่มีคุณค่าในระยะยาว
รู้ไว้ก่อนอ่าน: “Resident Visa” ≠ “Permanent Resident Visa” คนไทยมักเรียกการได้ถิ่นที่อยู่ในนิวซีแลนด์ว่า “PR” รวมกันไปหมด แต่ในระบบตรวจคนเข้าเมืองของนิวซีแลนด์ทั้งสองคำนี้เป็นคนละสถานะกัน — SMC Resident Visa (สิ่งที่บทความนี้พูดถึงเป็นหลัก) ให้สิทธิ์อยู่ ทำงาน และเรียนในนิวซีแลนด์ได้ไม่มีกำหนด แต่มีเงื่อนไขเรื่องการเดินทางเข้า-ออกประเทศ (travel conditions) ผูกอยู่ ส่วน Permanent Resident Visa คือสถานะขั้นถัดไปที่ไม่มีเงื่อนไขการเดินทางใดๆ เลย ซึ่งต้องยื่นสมัครแยกต่างหากหลังถือ Resident Visa มาแล้วอย่างน้อย 2 ปีและเข้าเกณฑ์ความผูกพันกับนิวซีแลนด์ (เช่น อยู่ในประเทศอย่างน้อย 184 วัน ในแต่ละ 12 เดือนติดต่อกัน 2 รอบ)
นโยบายใหม่นี้ปรับเปลี่ยนมุมมองเชิงกฎหมายและการจัดสรรสิทธิ์ถิ่นที่อยู่ (Residence) จากระบบคะแนนเดี่ยว (Points-based System) ที่เคยมีความเข้มงวดและซับซ้อน ไปสู่ระบบที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับ ‘ทักษะวิชาชีพตรงสาย’ และ ‘ประสบการณ์ทำงานจริงบนพื้นที่ตลาดแรงงานนิวซีแลนด์’ ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มผู้สมัครที่ไม่มีวุฒิปริญญาสูงแต่วิชาชีพมีความขาดแคลนสูง ให้สามารถเข้าถึงโอกาสการสร้างอนาคตอย่างมั่นคงในประเทศนิวซีแลนด์ได้อย่างเท่าเทียม
สรุป 5 ข่าวใหญ่ แก่นสำคัญกติกาใหม่ SMC 2026 ที่คนอยากย้ายประเทศห้ามพลาด
เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารเชิงรุก สถาบันเดอะเบสท์ (The Best) ได้รวบรวมและกลั่นกรองกติกาใหม่ทั้งหมดออกมาเป็น ‘5 ข่าวใหญ่’ ที่เป็นแก่นโครงสร้างใจความสำคัญสูงสุด ดังนี้:
-
ข่าวใหญ่ที่ 1: เพิ่ม 2 เส้นทาง Residence ใหม่ควบคู่กับระบบ 6 คะแนนเดิม — นโยบาย SMC 2026 ไม่ได้ยกเลิกระบบ Points-based Pathway เดิมที่มีอยู่แล้ว (ซึ่งเปิดให้เคลมคะแนนจาก Qualification, Occupational Registration หรือ Income) แต่เพิ่มช่องทางใหม่อีก 2 เส้นทางคือ Skilled Work Experience Pathway ซึ่งเน้นประสบการณ์ทำงานเป็นแกนหลัก และ Trades & Technician Pathway ซึ่งพิจารณาร่วมกันทั้งอาชีพที่กำหนด คุณวุฒิสายอาชีพระดับ Level 4 ขึ้นไป และประสบการณ์ทำงาน ทำให้ผู้สมัครมีทางเลือกที่สอดคล้องกับคุณวุฒิ อาชีพ และประสบการณ์ของตนเองได้มากขึ้น
-
ข่าวใหญ่ที่ 2: เรียนจบในนิวซีแลนด์ ได้แต้มเสริมมากกว่าเรียนต่างประเทศในหลายระดับ — ระบบคะแนนมีการอัปเดตน้ำหนักคะแนน โดยวุฒิปริญญาตรีที่เรียนในนิวซีแลนด์ (NZ Bachelor’s Degree) ได้รับคะแนนสูงขึ้นเป็น 5 คะแนน ในขณะที่ปริญญาตรีจากต่างประเทศได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 4 คะแนน (จากเดิม 3 คะแนน) ปริญญาโทก็มีส่วนต่างเช่นกัน โดย NZ Master’s ที่เข้าเงื่อนไขเรียนเต็มเวลาอย่างน้อย 30 สัปดาห์และมีวุฒิปริญญาตรีควบคู่จะได้ 6 คะแนนเต็ม ขณะที่ปริญญาโทจากต่างประเทศโดยทั่วไปได้ 5 คะแนน ส่วนวุฒิปริญญาเอก (Doctoral) เท่านั้นที่ได้ 6 คะแนนเท่ากันไม่ว่าจะเรียนที่ไหน
-
ข่าวใหญ่ที่ 3: สะสมคะแนนจากประสบการณ์ทำงานในนิวซีแลนด์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น — ในส่วนของคะแนนเติมเต็ม (Top-up Points) รัฐบาลได้ปรับระยะเวลาสะสมคะแนนใหม่ให้เร็วขึ้น โดยระยะเวลาการทำงานทักษะสูงในนิวซีแลนด์เพียง 2 ปี จะได้รับคะแนนสะสมสูงสุดถึง 3 คะแนน (จากเกณฑ์ระบบเก่าที่ต้องการเวลาทำงานสะสมถึง 3 ปีเต็มเพื่อแลก 3 คะแนน) การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้สมัครที่มีคะแนนตั้งต้นจาก Qualification, Occupational Registration หรือ Income ยังไม่ครบ 6 คะแนน สามารถสะสมคะแนนเสริมจาก Skilled Work Experience ในนิวซีแลนด์ให้ครบเกณฑ์ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม หากประสบการณ์นั้นเข้าเงื่อนไขด้านงาน ชั่วโมงทำงาน ค่าแรง และกรอบเวลาที่ INZ กำหนด
-
ข่าวใหญ่ที่ 4: เส้นทางใหม่สำหรับสายช่างฝีมือและเทคนิค — สายงานช่างและอาชีพทักษะด้านเทคนิคที่ระบุไว้ในรายชื่อ Eligible Trades and Technician occupations ที่ INZ ประกาศไว้อย่างเจาะจง เช่น Automotive Electrician, Airconditioning and Refrigeration Mechanic, Motor Mechanic, Welder, Fitter-Welder, Carpenter and Joiner และอาชีพอื่นๆ ในบัญชีดังกล่าว มีเส้นทางขอ Residence เฉพาะตัวโดยใช้วุฒิสายอาชีพ Level 4 ร่วมกับประสบการณ์สะสม และที่สำคัญคือกำหนดรายได้รายชั่วโมงขั้นต่ำไว้เพียงแค่ระดับอัตราค่าแรงเฉลี่ยทั่วไป (1.0x Median Wage) เท่านั้น
-
ข่าวใหญ่ที่ 5: กฎค่าแรงใหม่ยืดหยุ่นขึ้น พร้อม Wage Threshold Lock-in และ Grace Period — สำหรับผู้สมัครที่ต้องใช้ Skilled Work Experience เพื่อให้ครบเกณฑ์ของ Pathway โดยทั่วไปจะใช้อัตรา SMC wage threshold ที่มีผลตอนเริ่มสะสม Skilled Work Experience ที่นำมาใช้ และไม่จำเป็นต้องไล่ตาม threshold ใหม่ทุกครั้งที่อัตราปรับสูงขึ้น หากยังเข้าเงื่อนไขของกฎและอยู่ในกรอบเวลามองย้อนหลัง (eligible timeframe) ของ Pathway นั้น พร้อมทั้งมีช่วงผ่อนปรน 5 เดือน (Grace Period) ในกรณีที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับสูงขึ้นระหว่างช่วงรอยต่อวีซ่าทำงานได้รับการอนุมัติ ส่วนผู้สมัครที่ได้ครบ 6 คะแนนเต็มโดยไม่ต้องใช้ Skilled Work Experience เลย (เช่น จากวุฒิปริญญาเอกหรือ NZ Master’s ที่เข้าเงื่อนไข) จะใช้อัตราที่มีผลตามกฎ ณ ช่วง Invitation to Apply (ITA) ของตนเองแทน
เจาะลึก 3 เส้นทางหลัก (SMC 3 Pathways) ยื่นขอ Residence นิวซีแลนด์ปี 2026
ระบบขอยื่นถิ่นที่อยู่ประเภททักษะฝีมือ (SMC) โครงสร้างปี 2026 ประกอบด้วยช่องทางคู่ขนาน 3 เส้นทางย่อย โดยผู้สมัครสามารถเลือกใช้เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งที่สอดคล้องกับประวัติของตนเองมากที่สุด:
เงื่อนไขพื้นฐานที่ทุกเส้นทางต้องผ่านร่วมกัน (ไม่ใช่แค่เรื่องคะแนน): ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน ผู้สมัคร SMC ทุกคนต้องมีอายุไม่เกิน 55 ปี ณ วันยื่นใบสมัคร, มีงานหรือข้อเสนองานที่เป็น “งานทักษะสูง” กับนายจ้างที่ผ่านการรับรอง (Accredited Employer), งานนั้นต้องเป็นแบบเต็มเวลาอย่างน้อย 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเป็นสัญญาจ้างแบบถาวร (Permanent) หรือสัญญาระยะเวลาแน่นอน (Fixed-term) อย่างน้อย 12 เดือน (หรือกรณีสัญญาจ้างบริการต่อเนื่อง ต้องรวมกันอย่างน้อย 6 เดือน) พร้อมผ่านเกณฑ์สุขภาพ ความประพฤติ และภาษาอังกฤษด้วย — คะแนนหรือคุณสมบัติตามเส้นทางที่เลือกเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดของการอนุมัติ
1. Points-Based Pathway (ระบบ 6 คะแนนแบบปรับปรุงใหม่)
นี่คือเกณฑ์มาตรฐานหลักสำหรับผู้ที่มีความพร้อมในด้านวุฒิการศึกษาขั้นสูง หรือกลุ่มที่มีอัตราค่าจ้างในระดับสูงมาก โดยกำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นแสดงความจำนงด้วยคะแนนรวมอย่างน้อย 6 คะแนน (6 Skilled Resident Points) แหล่งที่มาของคะแนนต้องมาจาก ‘สิทธิ์หลัก’ (Anchor Category) เพียงแหล่งเดียวเท่านั้น จากกลุ่มดังต่อไปนี้:
หมายเหตุเรื่องระดับตำแหน่งงาน: เส้นทาง Points-based Pathway นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะงานระดับ ANZSCO Skill Level 1-3 เหมือนเส้นทาง SWE และ Trades — งานระดับ ANZSCO Level 4-5 หรือตำแหน่งที่ไม่อยู่ในระบบ ANZSCO ก็ยังสามารถใช้เส้นทางนี้ได้ เพียงแต่ต้องได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่าของ SMC Wage Threshold ($52.50/ชม. ตามอัตราปัจจุบัน) เท่านั้น
- คุณวุฒิการศึกษา (Qualification): ระบบคะแนนตามระดับคุณวุฒิ ดังนี้ — NZ Level 10 Doctoral Degree ได้ 6 คะแนนเต็ม, NZ Level 9 Master’s Degree ที่เรียนเต็มเวลาในนิวซีแลนด์อย่างน้อย 30 สัปดาห์และมี Bachelor’s Degree ได้ 6 คะแนน, NZ Level 9 Master’s Degree ที่ไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้นได้ 5 คะแนน, NZ Level 8 Honours Degree/Postgraduate Diploma/Postgraduate Certificate (ต้องมี Bachelor’s Degree ตามเกณฑ์) ได้ 5 คะแนน, NZ Level 7 Bachelor’s Degree ได้ 5 คะแนน, Overseas Doctoral ได้ 6 คะแนน, Overseas Master’s Degree (ต้องมี Bachelor’s Degree) ได้ 5 คะแนน, Overseas Level 8 Honours/PGDip/PGCert (ต้องมี Bachelor’s Degree) ได้ 4 คะแนน, และ Overseas Bachelor’s Degree ได้ 4 คะแนน — ทั้งนี้คุณวุฒิที่ไม่ใช่ระดับปริญญา (Non-degree) ตั้งแต่ Level 7 ลงมา ไม่สามารถใช้เคลมคะแนนวุฒิการศึกษาในเส้นทางนี้ได้
- การขึ้นทะเบียนวิชาชีพในนิวซีแลนด์ (New Zealand Occupational Registration): สำหรับอาชีพควบคุมที่ต้องขึ้นทะเบียนวิชาชีพ เช่น สายการแพทย์ วิศวกรรม หรือบัญชี สามารถเคลมคะแนนได้ 3-6 คะแนน ขึ้นอยู่กับประเภทและระดับของการขึ้นทะเบียนที่ INZ รับรอง
- อัตรารายได้ในนิวซีแลนด์ (Income): ผู้สมัครที่มีรายได้สูงพิเศษสามารถเคลมคะแนนได้โดยตรง เช่น เงินเดือนไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่าของ Median Wage ($52.50/ชม.) ได้ 3 คะแนน, เงินเดือนไม่ต่ำกว่า 2.0 เท่า ($70.00/ชม.) ได้ 4 คะแนน และเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 3.0 เท่า ($105.00/ชม.) ได้ 6 คะแนนเต็ม
ข้อสำคัญ: ต้องเลือกเคลมคะแนนจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งใน 3 แหล่งนี้เท่านั้น (Qualification, Occupational Registration หรือ Income) ห้ามนำคะแนนจากหลายแหล่งมารวมกันเอง เช่น เอาคะแนนวุฒิการศึกษามาบวกกับคะแนนรายได้ แต่สามารถเติมคะแนนจากประสบการณ์ทำงานในนิวซีแลนด์ได้สูงสุด 3 คะแนนเพื่อเสริมจากแหล่งหลักที่เลือกไว้
ข้อควรทราบ: ผู้สมัครต้องเลือกเคลมคะแนนจากสิทธิ์หลักเพียง 1 กลุ่มเท่านั้น (Qualification หรือ Registration หรือ Income) ไม่สามารถนำคะแนนจากหลายกลุ่มมาบวกรวมกันเองได้ หากคะแนนจากกลุ่มที่เลือกยังไม่ครบ 6 คะแนน จึงจะสามารถเติมด้วยคะแนนจากประสบการณ์ทำงานทักษะสูงในนิวซีแลนด์ (Top-up Points) ได้ตามตารางด้านล่าง
หากคะแนนตั้งต้นในสิทธิ์หลักไม่ครบ 6 คะแนน ผู้สมัครสามารถเคลมคะแนนเติมเต็ม (Top-up Points) จากระยะเวลาการทำงานทักษะสูงในประเทศนิวซีแลนด์ย้อนหลังได้สูงสุด 3 คะแนนเต็ม ดังตารางต่อไปนี้:
| Skilled Work Experience ในนิวซีแลนด์ | คะแนนที่ได้รับเพิ่มเติม | กรอบเวลามองย้อนหลังสะสม (Lookback Window) |
|---|---|---|
| อย่างน้อย 1 ปี | +1 คะแนน | สะสมภายใน 2 ปีล่าสุดก่อนยื่นใบคำขอ |
| อย่างน้อย 1 ปี 6 เดือน | +2 คะแนน | สะสมภายใน 3 ปีล่าสุดก่อนยื่นใบคำขอ |
| อย่างน้อย 2 ปีเต็ม | +3 คะแนน | สะสมภายใน 4 ปีล่าสุดก่อนยื่นใบคำขอ |
2. Skilled Work Experience Pathway (SWE – เส้นทางประสบการณ์ทำงานตรงสาย)
ช่องทางใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดแรงงานทักษะสูงที่มีประสบการณ์การทำงานที่เข้มข้นในต่างประเทศหรือในนิวซีแลนด์ แต่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาหรือไม่มีใบประกอบวิชาชีพที่ตรงตามตารางเกณฑ์แต้ม สิทธิ์นี้กำหนดข้อกำหนดไว้อย่างเจาะจง:
- ตำแหน่งงานปัจจุบัน: ได้รับข้อเสนองานหรือสัญญาว่าจ้างในอาชีพระดับทักษะสูงจัดตามมาตรฐาน ANZSCO Level 1-3 จากนายจ้างที่ผ่านระบบรับรอง (Accredited Employer)
- เกณฑ์ประสบการณ์ทำงานหลัก (Relevant Work Experience): ต้องมีประสบการณ์การทำงานตรงสายหรือเกี่ยวข้องโดยตรงในอาชีพระดับ ANZSCO Skill Level 1-3 รวมไม่น้อยกว่า 3 ปี (นับได้ทั้งในและต่างประเทศ) โดยกำหนดกรอบเวลามองย้อนกลับไปนับสะสมได้ไม่เกิน 10 ปีนับจากวันยื่นใบคำขอ Residence (SWE lookback window)
- เกณฑ์ประสบการณ์ทำงานเสริมในนิวซีแลนด์ (Skilled Work Experience): นอกเหนือจาก 3 ปีข้างต้น ต้องมีประสบการณ์ทำงานทักษะสูงที่เกิดขึ้นภายในประเทศนิวซีแลนด์เพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 2 ปีเต็ม ในอาชีพระดับ ANZSCO Skill Level 1-3 ซึ่งได้รับค่าจ้างตามเกณฑ์ 1.1 เท่าของ Median Wage โดยประสบการณ์ 2 ปีนี้ต้องอยู่ภายในกรอบเวลา 4 ปีก่อนวันยื่นใบคำขอ Residence (ไม่จำเป็นต้องเป็น 2 ปีล่าสุดติดต่อกันเป๊ะๆ เพียงแต่ต้องอยู่ในกรอบเวลาดังกล่าว)
- อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง: งานปัจจุบันหรือ Job Offer ต้องได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 1.1 เท่าของอัตรา SMC wage threshold และประสบการณ์ Skilled Work Experience ในนิวซีแลนด์ (2 ปีที่นำมาใช้ตาม pathway นี้) ต้องได้รับค่าจ้างตามเกณฑ์เดียวกันด้วย (คิดเป็น $38.50 ต่อชั่วโมง ณ อัตราปัจจุบัน)
- ข้อจำกัดที่เข้มงวด: ประสบการณ์ทำงานจากการเป็นเจ้าของกิจการส่วนตัวหรือประกอบธุรกิจส่วนตัว (Self-employment) ไม่ได้รับอนุมัติให้นำมารวมสะสมในเส้นทางนี้ในทุกกรณี
3. Trades and Technician Pathway (เส้นทางเฉพาะสายช่างฝีมือและเทคนิค)
สิทธิประโยชน์เชิงปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตขาดแคลนช่างฝีมือภายในประเทศนิวซีแลนด์ สำหรับผู้ที่จบคุณวุฒิวิชาชีพระดับต่ำกว่าปริญญาแต่ทำงานสายปฏิบัติงานที่จำเป็นต่อระบบสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรม โดยกำหนดข้อเกณฑ์ปฏิบัติดังนี้:
- สายงานและตำแหน่งงาน: อาชีพที่ทำต้องถูกบรรจุอยู่ในรายชื่ออาชีพสายช่างฝีมือและเทคนิคที่ INZ ประกาศไว้อย่างเจาะจง (มีมากกว่า 100 อาชีพ พร้อมรหัส ANZSCO เฉพาะแต่ละตำแหน่ง) เช่น Automotive Electrician (ช่างไฟฟ้ารถยนต์), Airconditioning and Refrigeration Mechanic, Motor Mechanic, Diesel Motor Mechanic, Welder, Fitter-Welder, Metal Fabricator, Carpenter and Joiner เป็นต้น — ควรตรวจสอบชื่ออาชีพและรหัส ANZSCO ของตนเองในลิสต์ทางการให้ตรงเป๊ะก่อนสมัคร เนื่องจากชื่ออาชีพทั่วไป เช่น “Electrician” หรือ “Plumber” แบบกว้างๆ อาจไม่ตรงกับอาชีพเฉพาะที่ INZ กำหนดไว้ในบัญชีนี้
- ระดับคุณวุฒิการศึกษา: ต้องครอบครองวุฒิการศึกษาสายอาชีพในระดับ Level 4 หรือสูงกว่า ตามโครงสร้างหลักเกณฑ์คุณวุฒินิวซีแลนด์ (NZQCF) หรือเทียบเท่า
- เงื่อนไขหน่วยกิตวุฒิในประเทศ: หากสำเร็จการศึกษาจากสถาบันในนิวซีแลนด์ วุฒิ Level 4 นั้นต้องประกอบด้วยจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่า 120 หน่วยกิต (สามารถสะสมจากหลักสูตร prerequisites ก่อนหน้าได้ แต่หน่วยกิตที่ได้จากการเทียบโอนประสบการณ์เดิม Recognition of Prior Learning: RPL จะไม่นับรวมในเกณฑ์ 120 หน่วยกิตนี้)
- เงื่อนไขคุณวุฒิต่างประเทศ: หากเป็นวุฒิจากต่างประเทศ (รวมถึงใบวุฒิต่างๆ จากประเทศไทย) ข้อกำหนดเรื่อง 120 หน่วยกิตจะได้รับการยกเว้น แต่จะต้องส่งเอกสารทั้งหมดเพื่อขอใบรับรองประเมินผลกับหน่วยงาน NZQA (เรียกว่าประเมิน IQA) ยืนยันระดับความเทียบเท่า Level 4 ขึ้นไปอย่างเป็นทางการ
- เกณฑ์ชั่วโมงประสบการณ์รวม: ต้องมีระยะเวลาประสบการณ์การทำงานรวมกันหลังได้รับหรือสำเร็จวุฒิสายอาชีพที่นำมาใช้กับ Pathway นี้แล้ว (Post-qualification experience — นับจากวันที่ได้รับวุฒิ ไม่ใช่วันที่ NZQA ออกผลประเมิน IQA ซึ่งเป็นเพียงการยืนยันระดับความเทียบเท่าของวุฒิเท่านั้น) ไม่น้อยกว่า 4 ปีเต็มย้อนหลัง โดยกำหนดแบ่งสัดส่วนการมองย้อนกลับ (Lookback Window) เป็น: อย่างน้อย 2 ปี 6 เดือน ต้องเป็นประสบการณ์การทำงานตรงสาย (นับได้ทั้งในและต่างประเทศ ภายในกรอบเวลา 10 ปีย้อนหลัง) และอย่างน้อย 1 ปี 6 เดือน (18 เดือน) ต้องเป็นชั่วโมงประสบการณ์ทำงานตรงสายภายในประเทศนิวซีแลนด์ (สะสมภายในกรอบเวลา 3 ปีย้อนหลังล่าสุด)
- อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง: กำหนดอัตรารายได้ขั้นต่ำรายชั่วโมงไว้เพียงแค่ 1.0 เท่าของ Median Wage หรือ NZD $35.00 ต่อชั่วโมงตามอัตราปัจจุบัน
เจาะลึกกลุ่มบัญชีสีส้ม (SMC Amber List) และข้อกำหนดที่เข้มงวดที่สุดสำหรับคนไทย
ภายใต้วารสารคำชี้แจงและการวิเคราะห์เชิงนโยบาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์ (INZ) ได้จัดตั้งระบบบัญชีอาชีพควบคุมความเสี่ยงขึ้นมาสองชุด เพื่อป้องกันการตกแต่งโครงสร้างลักษณะงานและการทุจริตใบสมัครวีซ่า ได้แก่ บัญชีสีแดง (SMC Red List) และ บัญชีสีส้ม (SMC Amber List)
สำหรับกลุ่ม ‘บัญชีสีแดง’ (Red List) ประกอบด้วย 6 อาชีพ ได้แก่ ผู้จัดการร้านค้าปลีก (Retail Manager), ผู้จัดการกิจการบริการ/ค้าปลีก/ที่พักอื่นๆ (Hospitality, Retail and Service Manager nec), ผู้จัดการร้านเสริมสวย (Hair and Beauty Salon Manager), ช่างทำผม (Hairdresser), พนักงานนวด (Massage Therapist) และนักบำบัดผิวหนังและความงาม (Beauty Therapist) โดยอาชีพในกลุ่มนี้จะถูกปฏิเสธสิทธิ์ในการใช้เส้นทาง SWE Pathway และ Trades Pathway ทันที หากต้องการใช้ SMC จะต้องตรวจคุณสมบัติผ่าน Points-Based Pathway ตามระบบ 6 คะแนนปกติ โดยเคลมคะแนนจาก อย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้: รายได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่าของ Median Wage, วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป, หรือการขึ้นทะเบียนวิชาชีพที่ได้รับการรับรอง (ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อพร้อมกัน) — ทั้งนี้หากแหล่งคะแนนหลักที่เลือกได้ไม่ครบ 6 คะแนนเต็มในตัวเอง (เช่น ได้ 3-5 คะแนน) ยังจำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานทักษะสูงในนิวซีแลนด์ที่เข้าเกณฑ์เพิ่มเติมเพื่อให้ครบ 6 คะแนนด้วยเช่นเดียวกับผู้สมัครทั่วไป
สำหรับกลุ่ม ‘บัญชีสีส้ม’ (Amber List) มีความสำคัญสูงสุดต่อชุมชนคนทำงานชาวไทย เนื่องจากบรรจุสายอาชีพหลักที่มีปริมาณความต้องการและได้รับความนิยมจากคนไทยในนิวซีแลนด์เป็นอย่างมาก มีทั้งหมด 14 อาชีพหลัก ดังนี้:
- เชฟ (Chef – ANZSCO 351311)
- คนอบขนมปัง (Baker – ANZSCO 351111) และคนทำขนมหวาน (Pastrycook – ANZSCO 351112)
- ผู้จัดการร้านอาหารและร้านกาแฟ (Cafe or Restaurant Manager – ANZSCO 141111)
- ผู้จัดการโรงแรมหรือโมเต็ล (Hotel or Motel Manager – ANZSCO 141311)
- ผู้จัดการสำนักงาน (Office Manager – ANZSCO 512111)
- เจ้าหน้าที่เทคนิคสนับสนุนระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายไอที (ICT Support roles: ANZSCO 313112, 313113, 313199)
- ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับและงานบริการ (Hotel Service Manager – ANZSCO 431411 / Customer Service Manager – ANZSCO 149212)
- ผู้จัดการสถานที่พักแรมอื่นๆ เช่น Bed and Breakfast Operator, Caravan Park Manager (ANZSCO 141911, 141211, 141999)
หากคุณต้องการยื่นขอยื่นถิ่นที่อยู่ภายใต้ตำแหน่งงานในบัญชีสีส้ม (SMC Amber List) คุณจะต้องเผชิญหน้ากับกฎระเบียบที่เข้มงวดเป็นพิเศษ 3 ประการหลักที่แตกต่างจากตำแหน่งงานปกติทั่วไปอย่างมาก ดังนี้:
- 1. ยกระดับเพดานค่าแรงเป็น 1.2 เท่า: ผู้สมัครที่ทำงานในกลุ่ม Amber List ที่ใช้ Skilled Work Experience Pathway ต้องได้รับค่าจ้างอย่างน้อย 1.2 เท่าของ SMC wage threshold ที่ใช้กับช่วง Skilled Work Experience ของตนเอง โดยอัตราปัจจุบันสำหรับ threshold ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2026 เป็นต้นไปคือ NZD $42.00 ต่อชั่วโมง (คิดเป็นตัวอย่างรายได้ประมาณ $87,360 ต่อปี หากทำงาน 40 ชม./สัปดาห์) ทั้งนี้ผู้ที่มี Eligible Skilled Work Experience ก่อนหน้าวันดังกล่าวอาจใช้อัตราประวัติศาสตร์ได้ตามกรอบเวลามองย้อนหลัง (eligible timeframe) และกฎ wage threshold ของ INZ โดยเกณฑ์ 1.2 เท่านี้ใช้กับทั้งตำแหน่งงานปัจจุบันที่ยื่นขอ และอย่างน้อย 2 ปีของ Skilled Work Experience ในนิวซีแลนด์ที่นำมาใช้ในจำนวนประสบการณ์ 5 ปีทั้งหมด
- 2. ประสบการณ์ 5 ปีทั้งหมดต้องเกิดขึ้นใน NZ: ในขณะที่อาชีพปกติทั่วไปสามารถนำใบผ่านงานหรือประวัติศาสตร์จากต่างประเทศ (เช่น ประสบการณ์จากประเทศไทย) มานับรวมสะสมให้ครบ 5 ปีได้ แต่สำหรับอาชีพกลุ่ม Amber List กำหนดให้ระยะเวลาสะสมประสบการณ์ทำงานตรงสายทั้งหมด 5 ปีเต็ม (5 Years of Relevant Experience) จะต้องเกิดขึ้นภายในประเทศนิวซีแลนด์ (Onshore Experience) เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถนำประสบการณ์นอกนิวซีแลนด์มากล่าวอ้างเพื่อร่นเวลาได้เลย
- 3. ห้ามใช้เส้นทาง Trades and Technician Pathway: กลุ่มอาชีพสีส้มทั้งหมดไม่มีสิทธิ์เข้าถึงเส้นทาง Trades Pathway แม้ว่าสายงานครัวบางตำแหน่งจะถือวุฒิอนุปริญญาระดับ Level 4 ก็ตาม หากต้องการใช้เส้นทาง Skilled Work Experience Pathway จะต้องเข้าเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นตามที่ระบุข้างต้น (ค่าจ้างอย่างน้อย 1.2 เท่าของ SMC wage threshold ที่ใช้กับผู้สมัคร — ปัจจุบันคือ $42.00/ชม. สำหรับ threshold ตั้งแต่ 9 มีนาคม 2026 — และสะสมงานใน NZ ครบ 5 ปี) อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครในกลุ่มนี้ยังสามารถตรวจสอบสิทธิ์ผ่าน Points-based Pathway หรือเส้นทาง Residence อื่นได้เช่นกัน หากเข้าเงื่อนไขด้านคุณวุฒิ การขึ้นทะเบียนวิชาชีพ หรือรายได้ตามเกณฑ์
คำแนะนำเชิงยุทธศาสตร์จากเดอะเบสท์: สำหรับแรงงานฝีมือชาวไทยในนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะกลุ่มเชฟและผู้จัดการร้านอาหาร การขยับขยายรายชั่วโมงให้ได้แตะเกณฑ์ 1.2 เท่าของ SMC wage threshold ที่ใช้กับตนเอง (ปัจจุบันคือ $42.00/ชม. สำหรับ threshold ตั้งแต่ 9 มีนาคม 2026) ถือเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด หากรายได้ไม่ถึงเพดานนี้ แต่มีวุฒิวิชาการตรงสาย ให้พยายามตรวจสอบช่องทาง ‘Points-Based Pathway’ เนื่องจากอาชีพในบัญชีสีส้มยังคงได้รับสิทธิ์ในการยื่นขอ Residence ผ่านระบบสะสมคะแนน 6 คะแนนแบบปกติทั่วไปได้อยู่ โดยไม่มีการจำกัดสิทธิ์ใดๆ
Work to Residence เปลี่ยนอะไรตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2026?
นอกเหนือจาก SMC แล้ว การปฏิรูปครั้งนี้ยังมีผลกับกลุ่มวีซ่า Work to Residence ซึ่งเป็นอีกกลุ่มเส้นทางสู่ Residence ที่แยกจาก SMC โดยครอบคลุม 3 ประเภทวีซ่า ได้แก่ Tier 2 Green List Work to Residence Visa, Care Workforce Work to Residence Visa และ Transport Sector Work to Residence Visa
การเปลี่ยนแปลงหลักคือ INZ ปรับวิธีคำนวณ “อัตราค่าแรงที่ต้องใช้” (Required Wage Rate) ให้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ผู้สมัครต้องผ่านเกณฑ์ค่าแรงถึง 3 จุด (ตอนเริ่มนับประสบการณ์, ตอนเปลี่ยนงาน/นายจ้าง, และตอนยื่นขอ Residence) เหลือเพียง จุดเดียว คือ:
- ใช้อัตราค่าแรง ณ วันที่เริ่มนับประสบการณ์การทำงานเป็นเกณฑ์หลัก และไม่จำเป็นต้องขยับตามเมื่ออัตราค่าแรงมาตรฐานปรับสูงขึ้นในภายหลัง ตราบใดที่ยังได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตรานั้นต่อเนื่อง
- มี Grace Period 5 เดือน — เงื่อนไขคือต้อง เริ่มทำงานจริงภายใน 5 เดือน นับจากวันที่ Work Visa ได้รับการอนุมัติ หากอัตราค่าแรงมาตรฐานปรับสูงขึ้นในช่วงระหว่างวันที่วีซ่าอนุมัติกับวันที่เริ่มงานจริง ยังสามารถใช้อัตราค่าแรง ณ วันที่วีซ่าได้รับอนุมัติได้ (ไม่ต้องใช้อัตราใหม่ที่สูงขึ้น) แต่หากเริ่มงานช้ากว่า 5 เดือนหลังวีซ่าอนุมัติ จะไม่เข้าเงื่อนไข Grace Period นี้
- ยังคงต้องมีประสบการณ์ทำงานที่เข้าเกณฑ์ครบ 24 เดือน ภายในกรอบเวลามองย้อนหลัง 30 เดือนก่อนวันยื่นขอ Residence เงื่อนไขนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
กฎนี้ช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ทำงานสายก่อสร้าง เทคนิค การดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ป่วย และสายขนส่ง ไม่ต้องกังวลว่าค่าแรงมาตรฐานที่ปรับขึ้นทุกปีจะทำให้ตกเกณฑ์ระหว่างทาง
ตารางวิเคราะห์ตัวเลขทองคำ อัตรารายได้และฐานค่าแรงขั้นต่ำ (SMC Wage Thresholds)
รายได้รายชั่วโมงคือแกนประเมินหลักที่ INZ ใช้ตัดสินคุณสมบัติ (ไม่ใช่เงินเดือนรายปี) ตารางด้านล่างนี้รวบรวมอัตราต่อชั่วโมงที่ระบุไว้ ณ วันบังคับใช้กฎระเบียบ 24 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป:
| ประเภทเส้นทางหรือระบบคำนวณคะแนน | สัดส่วนตัวคูณ | อัตราต่อชั่วโมง (NZD) | ตัวอย่างรายได้ต่อปี หากทำงาน 40 ชม./สัปดาห์* |
|---|---|---|---|
| Trades and Technician Pathway (สายช่างและเทคนิค) | 1.0x (ฐานทั่วไป) | $35.00 | $72,800 |
| Skilled Work Experience Pathway (อาชีพทั่วไป) | 1.1x ของ Median | $38.50 | $80,080 |
| SMC SWE – Amber List Occupations (บัญชีสีส้ม) | 1.2x ของ Median | $42.00 | $87,360 |
| Points-based Pathway (รายได้สะสมแต้ม 3 คะแนน) | 1.5x ของ Median | $52.50 | $109,200 |
| Points-based Pathway (รายได้สะสมแต้ม 4 คะแนน) | 2.0x ของ Median | $70.00 | $145,600 |
| Points-based Pathway (รายได้สะสมแต้ม 6 คะแนน) | 3.0x ของ Median | $105.00 | $218,400 |
หมายเหตุ: คอลัมน์ “รายได้ต่อปี” เป็นเพียงตัวอย่างคำนวณคร่าวๆ ที่สมมติว่าทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่ใช่เกณฑ์ที่ INZ กำหนดไว้โดยตรง — ตามกฎจริงแล้ว งานที่เข้าเกณฑ์ SMC ต้องเป็นงานเต็มเวลา อย่างน้อย 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์* ขึ้นไป ไม่ใช่ 40 ชั่วโมง การพิจารณาคุณสมบัติจริงจึงอ้างอิงอัตราต่อชั่วโมงและจำนวนชั่วโมงตามสัญญาจ้างจริงเป็นหลัก
หลักการของ Lock-in Rule และตารางอัตราค่าจ้างเฉลี่ยประวัติศาสตร์
ภายใต้กฎระเบียบใหม่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ประกาศแนวทางการพิจารณาที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างยิ่ง คือ ‘ผู้สมัครจะต้องปฏิบัติตามเพดานค่าแรงขั้นต่ำเฉพาะ ณ ช่วงเวลาที่เริ่มต้นสะสมประสบการณ์ทำงานทักษะสูงเป็นสำคัญ และสามารถตรึงอัตราฐานค่าแรงประวัติศาสตร์นั้นใช้ไปได้ตลอดกรอบเวลาสะสมจนถึงวันยื่นใบสมัคร Resident Visa’ ทำให้หมดกังวลเรื่องการปรับขึ้น Median Wage ของรัฐบาลในอนาคต
ข้อควรระวัง: สิทธิ์นี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนแบบไม่มีเงื่อนไข — ประสบการณ์ทำงานที่นำมาใช้กำหนดฐานค่าแรงต้องอยู่ภายใน “กรอบเวลามองย้อนหลัง” (eligible timeframe) ของแต่ละ pathway เช่น หากต้องการใช้ 1 ปีของประสบการณ์เพื่อรับ 1 คะแนนเสริม กรอบเวลาที่มองย้อนหลังได้คือ 2 ปีก่อนยื่นใบคำขอเท่านั้น หรือหากต้องการ 2 ปีเพื่อรับ 3 คะแนนเต็ม กรอบเวลาที่มองย้อนหลังได้คือ 4 ปี ไม่ใช่ว่าใครก็ตามที่เคยทำงานในปี 2021 จะสามารถหยิบอัตราค่าแรงของปี 2021 มาใช้ได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องกรอบเวลา นอกจากนี้ หากผู้สมัครไม่จำเป็นต้องใช้ Skilled Work Experience เลยเพื่อให้ครบเกณฑ์ของ Pathway ที่เลือก (เช่น ได้ครบ 6 คะแนนเต็มจากวุฒิปริญญาเอกหรือ NZ Master’s ที่เข้าเงื่อนไขอยู่แล้ว) กรณีนี้จะไม่มี “ช่วงเวลาสะสมประสบการณ์” ให้ใช้อ้างอิงล็อกฐานค่าแรง จึงต้องใช้อัตรา wage threshold ที่มีผลบังคับ ณ ช่วงที่ได้รับ Invitation to Apply (ITA) แทน
หากคุณเริ่มต้นทำงานทักษะสูงและถือวีซ่าก่อนหน้านี้ (เช่น ระหว่างปี 2021 ถึงปี 2026) และประสบการณ์นั้นยังอยู่ภายในกรอบเวลามองย้อนหลังที่กำหนดของ pathway ที่ใช้ คุณอาจมีสิทธิ์อ้างอิงฐานค่าจ้างขั้นต่ำตามตารางประวัติศาสตร์ด้านล่างนี้ได้ โดยไม่ต้องถูกบังคับขยับฐานรายได้ไปแตะเกณฑ์ $35.00 หรือ $38.50 ของปี 2026 ณ วันนี้ทันที:
| ช่วงเวลาที่เริ่มต้นนับประสบการณ์สะสม | ฐานค่าจ้างปกติ (1.0x) | เพดาน SWE (1.1x) | เพดาน Amber List (1.2x) |
|---|---|---|---|
| เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป | $35.00 | $38.50 | $42.00 |
| ระหว่าง 18 สิงหาคม 2025 ถึง 8 มีนาคม 2026 | $33.56 | $36.91 | $40.27 |
| ระหว่าง 28 กุมภาพันธ์ 2024 ถึง 17 สิงหาคม 2025 | $31.61 | $34.77 | $37.93 |
| ระหว่าง 27 กุมภาพันธ์ 2023 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2024 | $29.66 | $32.62 | $35.59 |
| ระหว่าง 24 ตุลาคม 2022 ถึง 26 กุมภาพันธ์ 2023 | $27.76 | $30.53 | $33.31 |
| ระหว่าง 19 กรกฎาคม 2021 ถึง 23 ตุลาคม 2022 | $27.00 | $29.70 | $32.40 |
แผนพิชิต PR รายบุคคลสำหรับคนไทย 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก
เพื่อให้บทความประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลหลายแขนง สถาบันเดอะเบสท์ (The Best) ได้วิเคราะห์และกำหนดโครงสร้างยุทธศาสตร์การปรับตัวและการรักษาสิทธิ์ของแต่ละกลุ่มเป้าหมายย่อยไว้ ดังนี้:
กลุ่มที่ 1: นักเรียนปัจจุบันในประเทศนิวซีแลนด์ (Bachelor’s Degree Plan)
สำหรับนักศึกษาไทยที่พำนักอยู่และกำลังศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี (Level 7) ภายในประเทศนิวซีแลนด์ เส้นทางของคุณหลังเรียนจบจะมีความชัดเจนและสั้นลงเป็นอย่างมาก:
- เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คุณจะได้รับคะแนนตั้งต้นสำหรับวุฒิภายในประเทศทันที 5 คะแนนวิชาการ (จากเกณฑ์คะแนนที่ต้องการทั้งหมด 6 คะแนน)
- คุณสามารถดำเนินเรื่องขอ Post-Study Work Visa เพื่อขอรับสิทธิ์การทำงานอย่างเปิดกว้างในประเทศนิวซีแลนด์ได้สูงสุด 3 ปี ขึ้นอยู่กับระดับวุฒิและระยะเวลาที่เรียน (ไม่ใช่ทุกหลักสูตรจะได้ 3 ปีเท่ากันเสมอไป)
- กลยุทธ์หลัก: ใช้ระยะเวลาทำงานหลังสำเร็จการศึกษาในการเข้าปฏิบัติงานตรงสายกับนายจ้างที่ผ่านการรับรองสิทธิ์ (Accredited Employer) หากงานเป็นระดับ ANZSCO Skill Level 1-3 ต้องได้ค่าจ้างไม่ต่ำกว่าฐาน SMC wage threshold ที่ใช้กับช่วงประสบการณ์นั้น ($35.00/ชม. ตามอัตราปัจจุบัน) ส่วนงานระดับ ANZSCO Level 4-5 ต้องได้ค่าจ้างอย่างน้อย 1.5 เท่าของ threshold เมื่อมี Skilled Work Experience ในนิวซีแลนด์ที่เข้าเกณฑ์ครบ 1 ปี อาจได้รับคะแนนเสริมเพิ่มเติมอีก 1 คะแนน รวมเป็น 6 คะแนนเต็ม และสามารถเข้าสู่ขั้นตอนยื่น EOI ได้ ทั้งนี้ระยะเวลาที่แท้จริงจนถึงวันยื่นขึ้นอยู่กับระยะเวลาเรียน การหางาน และช่วงเวลาที่ประสบการณ์ทำงานเข้าเกณฑ์ของแต่ละบุคคล พร้อมยังต้องผ่านเงื่อนไขอื่นครบถ้วนด้วย เช่น อายุไม่เกิน 55 ปี ระยะเวลาสัญญาจ้าง ภาษาอังกฤษ สุขภาพ และความประพฤติ
กลุ่มที่ 2: ผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกหลักสูตรศึกษาต่อ (Master’s Degree Plan – เส้นทางที่อาจช่วยให้ครบ 6 คะแนนโดยไม่ต้องใช้คะแนนสะสมจากประสบการณ์ทำงาน)
สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างการค้นหาข้อมูลคอร์สเรียนและประเทศเรียนต่อ การเปรียบเทียบในเชิงยุทธศาสตร์หลังปี 2026 ชี้ให้เห็นว่าหลักสูตรปริญญาโทเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการวางแผนระยะยาว:
- การเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาโทของประเทศนิวซีแลนด์ (Master’s Degree – Level 9) ที่ใช้เวลาเรียนเต็มเวลาไม่ต่ำกว่า 30 สัปดาห์ และถือคู่กับวุฒิปริญญาตรีสนับสนุน (จากประเทศใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นจากประเทศไทยเท่านั้น) จะช่วยส่งมอบคะแนนสะสมแก่คุณในระดับสูงสุดเต็ม 6 คะแนนวิชาการทันทีตั้งแต่ในวันเรียนจบ โดยปราศจากเงื่อนไขการทำงานสะสมระยะยาวเพิ่มเติม
- กลยุทธ์หลัก: การได้วุฒิปริญญาโทที่เข้าเงื่อนไขและมีคะแนนครบ 6 คะแนนเต็มโดยไม่ต้องใช้คะแนนจากประสบการณ์ทำงานเลย ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับ Residence โดยอัตโนมัติ ผู้สมัครยังต้องมีงานหรือหนังสือตอบรับงานทักษะสูงจากนายจ้างที่ผ่านการรับรองสิทธิ์ (Accredited Employer) ที่เข้าเงื่อนไขระยะเวลาสัญญาจ้างและค่าแรงของ SMC หากงานเป็นระดับ ANZSCO Level 1-3 ต้องได้ค่าจ้างไม่ต่ำกว่า SMC wage threshold ($35.00/ชม.) ส่วนงานระดับ ANZSCO Level 4-5 ต้องได้อย่างน้อย 1.5 เท่าของ threshold ($52.50/ชม.) รวมทั้งต้องผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษ สุขภาพ และความประพฤติ ก่อนดำเนินขั้นตอน EOI → ITA → ยื่นใบสมัครตัวเต็ม Resident Visa เช่นเดียวกับผู้สมัครทุกคน
กลุ่มที่ 3: สายงานช่างฝีมือและช่างเทคนิควิชาชีพ (Trades & Technician Plan)
นี่คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่สำหรับแรงงานช่างฝีมือไทยในต่างแดนที่ไม่ต้องการปริญญาสูงระดับมหาวิทยาลัย แต่ต้องการใช้ฝีมือความชำนาญในการย้ายประเทศอย่างถูกกฎหมาย:
- การตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอาชีพและตำแหน่งงานตามรายชื่อ Eligible Trades and Technician occupations ที่ INZ ประกาศไว้ ถือเป็นจุดสำคัญก้าวแรก ช่างไทยต้องมีสัญญางานตรงสายและได้รับเงินไม่ต่ำกว่าฐานเฉลี่ยปกติ $35.00/ชม.
- กลยุทธ์หลัก: หากมีวุฒิสายอาชีพจากประเทศไทย เช่น อนุปริญญาวิทยาลัยเทคนิค หรือใบรับรองมาตรฐานวิชาชีพกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน วุฒิเหล่านี้ยังไม่ถือว่าเทียบเท่า NZQCF Level 4 โดยอัตโนมัติ ต้องรีบดำเนินการส่งประเมินผลเทียบเคียงคุณวุฒิ (NZQA IQA) เพื่อยืนยันระดับความเทียบเท่าอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งกระบวนการพิจารณาโดยทั่วไปจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ และพึงระวังว่าระยะเวลาประสบการณ์ทำงานสะสม 4 ปีที่จะนำมาใช้กล่าวอ้างในเส้นทาง Trades Pathway นี้ จะเริ่มถูกคำนวณสะสมได้เฉพาะหลังจากที่ได้รับหรือสำเร็จ Relevant Qualification ที่นำมาใช้กับ Pathway นี้แล้วเท่านั้น (การออกผล IQA เป็นเพียงการประเมินระดับของวุฒิ ไม่ใช่จุดเริ่มนับ post-qualification experience)
กลุ่มที่ 4: คนทำงานถือวีซ่าชั่วคราวในนิวซีแลนด์ (Onshore Temporary Visa Workers)
สำหรับกลุ่มคนทำงานที่มีตัวตนพำนักและปฏิบัติงานอยู่ในนิวซีแลนด์ ณ ขณะนี้ การเปลี่ยนผ่านกฎระเบียบในวันที่ 24 สิงหาคม 2026 มีเรื่องที่ควรตรวจสอบสิทธิ์และช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องทันที:
- สำหรับผู้ที่มี Draft EOI เดิมค้างอยู่ในระบบ: ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2026 เป็นต้นมา ระบบ SMC รูปแบบใหม่ทั้ง 3 เส้นทางได้เปิดใช้งานแล้วอย่างเป็นทางการ และแบบร่างใบแสดงความจำนง (Draft EOI) เดิมที่ยังไม่ได้กดส่งใบสมัครจริงภายใต้ระบบเก่าได้หมดอายุและถูกลบออกจากระบบไปแล้ว ผู้ที่ยังต้องการยื่น SMC จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติใหม่และสร้าง EOI ภายใต้ระบบ 3 เส้นทางปัจจุบัน โดยการยื่น EOI ไม่มีค่าธรรมเนียม ระบบจะประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นให้ทันที และหากผ่านจะได้รับ ITA เพื่อยื่นใบสมัครตัวเต็มภายใน 4 เดือนถัดไป
- ตรวจสอบสิทธิ์ Lock-in Rule จากวันที่เริ่มสะสมประสบการณ์: ผู้ที่มี Skilled Work Experience ในนิวซีแลนด์อยู่ก่อนวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ควรตรวจสอบวันที่เริ่มสะสมประสบการณ์ ประวัติสัญญาจ้าง ค่าแรง และหลักฐานภาษี IRD ของตนเองอย่างละเอียด เพื่อดูว่าอัตราค่าแรงประวัติศาสตร์ช่วงใด (เช่น $29.66, $31.61 หรือ $33.56 ต่อชั่วโมง) อาจนำมาใช้อ้างอิงกับ Pathway ของตนเองได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาร่วมกับกรอบเวลามองย้อนหลัง (eligible timeframe) ของ Pathway นั้นๆ ด้วย ไม่ใช่พิจารณาแค่ว่าเริ่มทำงานปีใด
ขั้นตอนแบบทีละสเต็ป (Step-by-Step) การสมัครยื่นขอ Residence SMC 2026
ภายหลังการปฏิรูป ระบบบริหารจัดการของ INZ ได้แบ่งขั้นตอนการขับเคลื่อนจากวีซ่าชั่วคราวสู่การเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรเป็น 6 ขั้นตอนหลักอย่างเป็นทางการ เพื่อการวางแผนที่ไม่มีข้อผิดพลาดเดอะเบสท์ขอแจกแจงแผนปฏิบัติงานจริงดังนี้:
- ตรวจสอบระดับทักษะอาชีพของสัญญาจ้างและจัดรหัสวิชาชีพ (ANZSCO Check): ผู้สมัครและนายจ้างต้องร่วมมือกันตรวจสอบรายละเอียดหน้าที่การทำงานจริง (Job Description) และความต้องการตำแหน่งงานในสัญญาจ้างว่ามีความสอดคล้องและตรงกับฐานข้อมูลรหัสอาชีพของทางการ (ANZSCO) เป็นเกณฑ์ขั้นแรกอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ทั้งนี้ระดับ ANZSCO ที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามเส้นทางที่เลือก — SWE Pathway ต้องเป็น ANZSCO Level 1-3 เท่านั้น, Trades Pathway ต้องอยู่ในรายชื่อ Eligible Trades and Technician Occupation List โดยเฉพาะ ส่วน Points-based Pathway สามารถใช้ได้ทั้ง ANZSCO Level 1-3 (ผ่านเกณฑ์ค่าแรงมาตรฐาน) หรือ Level 4-5/ไม่อยู่ในระบบ ANZSCO (ต้องผ่านเกณฑ์ค่าแรงที่สูงกว่าคือ 1.5 เท่าของ SMC wage threshold)
- ตรวจสอบ NZQA IQA และ English Requirement ให้ตรงกับ Pathway ของตนเอง: สำหรับผู้สมัคร Points-based Pathway ที่ใช้วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศเพื่อเคลม Qualification Points ให้ตรวจสอบก่อนว่าวุฒินั้นอยู่ในบัญชีรายชื่อคุณวุฒิได้รับการยกเว้นจากการประเมิน (List of Qualifications Exempt from Assessment: LQEA) หรือไม่ หากไม่อยู่ในบัญชีจึงต้องยื่นประเมินผลเทียบเคียง (International Qualification Assessment: IQA) กับ NZQA ส่วนวุฒิจากต่างประเทศที่ใช้ในเส้นทาง Trades and Technician Pathway ต้องมี IQA จาก NZQA ในทุกกรณีเพื่อยืนยันความเทียบเท่า Level 4 ขึ้นไป ด้านภาษาอังกฤษ ผู้สมัครสามารถแสดงคุณสมบัติได้จากหลายทาง เช่น สัญชาติของประเทศที่ INZ ยอมรับ, ประวัติการศึกษา/คุณวุฒิที่เข้าเกณฑ์ หรือผลสอบภาษาอังกฤษที่เป็นทางการ (เช่น IELTS 6.5 ขึ้นไป) — ไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษเสมอไป
- จัดเตรียมหลักฐานการจ้างงานและรายได้ (Employment & Income Evidence): รวบรวมเอกสารสัญญาว่าจ้างของนายจ้าง เอกสารหลักฐานแสดงชั่วโมงทำงานจริงไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สลิปเงินเดือน และรายงานบันทึกประวัติการเสียภาษีเงินได้รายเดือนจากกรมสรรพากรนิวซีแลนด์ (Inland Revenue Department: IRD) ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานสำคัญประกอบการประเมินเวลาทำงานสะสมและฐานอัตราค่าจ้างขั้นต่ำย้อนหลัง
- ดำเนินการยื่นแสดงความจำนงสมัคร Residence ออนไลน์ (Expression of Interest: EOI): ผู้สมัครกรอกรายละเอียดคุณสมบัติ ประวัติ และเกณฑ์คะแนนของเส้นทางที่ตนเลือกในฟอร์ม EOI ใหม่ทางออนไลน์ โดยระบบจะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมใดๆ ในขั้นตอนนี้ และระบบจะทำการตรวจเช็กประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นโดยอัตโนมัติในทันทีที่กดยื่นข้อมูลแสดงความจำนง
- ได้รับหนังสือเชิญสมัครอย่างเป็นทางการ (ITA) และนำส่งเอกสารตัวเต็มภายใน 4 เดือน: เมื่อ EOI ได้รับการตอบรับและการยืนยันสิทธิ์เบื้องต้นผ่านระบบ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะทำการส่งหนังสือเชิญสมัคร (Invitation to Apply: ITA) ไปยังอีเมลของผู้สมัคร โดยผู้สมัครจะมีเวลากำหนดเส้นตายอย่างเคร่งครัดรวม 4 เดือนเต็มในการอัปโหลดเอกสารพยานหลักฐานตัวจริงทั้งหมดในระบบและชำระค่าธรรมเนียมใบสมัครตัวเต็ม (Resident Visa fee อัตราเริ่มต้นที่ $6,450 NZD)
- เข้าสู่กระบวนการพิจารณาตรวจสอบสิทธิ์และวีซ่ารอยต่อทำงาน (SMC Interim Visa): ในช่วงเวลาที่ใบสมัครอยู่ระหว่างการสืบพยานหลักฐานและพิจารณาประเมินสิทธิ์จริงของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายเดือน หากผู้สมัครอยู่ในนิวซีแลนด์ ไม่ได้ยื่นขอวีซ่าชั่วคราวประเภทอื่นไว้ และวีซ่าทำงานชั่วคราวฉบับปัจจุบันเกิดหมดอายุลงระหว่างรอผล โดยปกติ INZ จะออกวีซ่ารอยต่อทำงานให้โดยอัตโนมัติ (Skilled Migrant Category Interim Visa) โดยไม่ต้องยื่นคำขอแยกต่างหาก ซึ่งมีอายุได้สูงสุดถึง 24 เดือนเต็มตามเงื่อนไข เพื่อให้พำนักและทำงานต่อไปอย่างถูกกฎหมายระหว่างรอผลพิจารณา อย่างไรก็ตาม SMC Interim Visa มีเงื่อนไขและข้อจำกัดเฉพาะตัว (เช่น ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าชั่วคราวประเภทอื่น และไม่สามารถสนับสนุนคู่สมรสหรือบุตรให้ได้วีซ่าใหม่ในช่วงเวลานั้น) จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนล่วงหน้าว่าจะใช้สิทธิ์นี้หรือยื่นวีซ่าชั่วคราวฉบับใหม่แทนก่อนวีซ่าเดิมหมดอายุ
เอกสารสำคัญที่ใช้ในการยื่นขอ Resident Visa (SMC Document Checklist)
ความล่าช้าและการถูกปฏิเสธใบคำขอ Residence ส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารประกอบพยานหลักฐานมีข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน หรือเอกสารหลักฐานขาดความน่าเชื่อถือ สถาบันเดอะเบสท์ขอสรุป Checklist รายการเอกสารที่ต้องจัดเตรียมให้สมบูรณ์ดังนี้:
- พยานหลักฐานระบุตัวตนบุคคล (Identity & Age): สำเนา/สแกนหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุคุณภาพสูง พร้อมรูปถ่ายมาตรฐานสากล (ห้ามใช้ภาพปรับแต่ง AI) — สำหรับการยื่นแบบออนไลน์ไม่จำเป็นต้องส่งหนังสือเดินทางตัวจริง แต่เจ้าหน้าที่อาจร้องขอเพิ่มเติมภายหลังในบางกรณี
- เอกสารประวัติครอบครัวและความสัมพันธ์: ใบสูติบัตรฉบับแปลภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการที่ระบุชื่อบิดามารดาอย่างชัดเจน
- พยานหลักฐานด้านสุขภาพร่างกาย (Health Clearance): ใบรับรองการผ่านตรวจสุขภาพระดับลึกจากแพทย์แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และหลักฐานการทำเอกสารสแกนหน้าอก (Chest X-Ray) อายุนำส่งไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันออกเอกสาร — หากเคยส่ง Medical Certificate ให้ INZ มาก่อนหน้านี้แล้วและเอกสารยังออกภายใน 3 ปีล่าสุด อาจไม่ต้องตรวจใหม่ตามเงื่อนไขที่ INZ กำหนด (ข้อกำหนดเรื่อง X-ray อาจแตกต่างกันไปตามอายุของผู้สมัคร/บุตรที่ร่วมยื่นด้วย)
- พยานหลักฐานความประพฤติและพฤติกรรม (Character Check): ผู้สมัครและผู้ร่วมใบสมัครที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป ต้องยื่นใบรับรองประวัติอาชญากรรม (Police Certificates) จากประเทศที่ตนถือสัญชาติ และประเทศใดก็ตามที่ใช้เวลาอยู่รวม 12 เดือนขึ้นไปในช่วง 10 ปีก่อนสมัคร แม้ช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่ต่อเนื่องกัน โดยเอกสารต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันออกเอกสาร
- พยานหลักฐานความเชี่ยวชาญด้านภาษา (English Proficiency): สามารถแสดงคุณสมบัติได้จากหลายทาง เช่น สัญชาติของประเทศที่ INZ ยอมรับว่าใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก, ประวัติการศึกษา/คุณวุฒิที่เข้าเกณฑ์ที่ INZ ยอมรับ หรือผลสอบภาษาอังกฤษที่เป็นทางการ (เช่น IELTS คะแนนรวมเฉลี่ย 6.5 ขึ้นไป หรือ PTE Academic 58 คะแนนขึ้นไป) หากใช้ผลสอบ โดยทั่วไปต้องออกประเมินไม่เกิน 2 ปีล่าสุดก่อนวันสมัคร (หรือสิทธิ์ขยายเป็น 5 ปีสำหรับผู้สมัครที่มี Eligible Occupational Registration ตามที่ INZ กำหนด)
- หลักฐานคุณวุฒิการศึกษาและการประเมินประวัติ: เอกสารใบปริญญาบัตร รายงานผลการเรียนผลการศึกษา (Academic Transcripts) และหากใช้วุฒิจากต่างประเทศ — สำหรับ Points-based Pathway ต้องมีใบรับรองประเมินผลเทียบเคียง IQA จาก NZQA เว้นแต่วุฒินั้นอยู่ในบัญชี LQEA ที่ได้รับการยกเว้น ส่วนวุฒิจากต่างประเทศที่ใช้ใน Trades and Technician Pathway ต้องมี IQA จาก NZQA ในทุกกรณี ไม่มีข้อยกเว้นผ่าน LQEA
- หลักฐานความน่าเชื่อถือและการจ้างงานในนิวซีแลนด์: เอกสารสัญญางานฉบับสมบูรณ์ (Employment Agreement) ที่มีข้อตกลงชั่วโมงทำงานชัดเจนอย่างน้อย 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์, เอกสารคำอธิบายหน้าที่ในตำแหน่งงานตัวจริง (Job Description), สลิปการชำระเงินเดือนย้อนหลัง และบันทึกเสียภาษีประวัติศาสตร์ IRD รายเดือน
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) คลายข้อสงสัยกติกาใหม่ SMC 2026
ในฐานะผู้นำการให้คำปรึกษาด้านการศึกษาต่อและการเตรียมตัวย้ายประเทศ เดอะเบสท์ได้รวบรวมข้อซักถามยอดนิยมที่มีการสอบถามเข้าบ่อยที่สุดมาสรุปไขข้อข้องใจ ดังนี้:
วุฒิการศึกษานอกนิวซีแลนด์จำเป็นต้องทำการประเมิน IQA ทุกกรณีหรือไม่?
คำตอบ: ไม่จำเป็นทุกกรณี สำหรับ Points-based Pathway หากใช้วุฒิจากต่างประเทศเพื่อเคลม Qualification Points และวุฒินั้นอยู่ในบัญชีรายชื่อคุณวุฒิได้รับการยกเว้นจากการประเมิน (LQEA List) ก็อาจไม่ต้องทำ IQA แต่หากไม่อยู่ในบัญชียกเว้นจะต้องยื่นเทียบ IQA ก่อนกดแสดงความจำนง EOI เสมอ ส่วนวุฒิจากต่างประเทศที่ใช้ในเส้นทาง Trades and Technician Pathway ต้องมี IQA จาก NZQA ในทุกกรณี เพื่อยืนยันว่าเทียบเท่า NZQCF Level 4 หรือสูงกว่า ไม่มีข้อยกเว้นผ่าน LQEA สำหรับเส้นทางนี้
ทำไมตำแหน่งงานเชฟและผู้จัดการคาเฟ่ใน Amber List ถึงถูกจำกัดและขอ PR ยากกว่าปกติ?
คำตอบ: INZ ระบุว่าการจัดกลุ่มอาชีพเหล่านี้ไว้ในบัญชีเฝ้าระวังพิจารณาจากหลักฐานความเสี่ยงด้านการตรวจคนเข้าเมืองในอดีต ซึ่งรวมถึงตัวชี้วัดเรื่องการตกแต่งลักษณะตำแหน่งงานให้ดูสูงกว่าความเป็นจริง (Role Inflation) และความเสี่ยงด้านการทุจริตใบสมัครวีซ่า จึงได้จัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังสีส้ม ส่งผลให้ต้องกำหนดเพดานค่าแรงขั้นต่ำไว้สูงขึ้นเป็น $42.00/ชม. และไม่ยอมรับประสบการณ์ทำงานต่างประเทศมาลดเวลาเก็บงานในประเทศนิวซีแลนด์
หากอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงในสัญญางานไม่ถึงเกณฑ์ $35.00 ต่อชั่วโมง ณ วันนี้ จะยื่น PR ได้สำเร็จไหม?
คำตอบ: อาจยังเข้าเกณฑ์ได้ในบางกรณี หากคุณมีประวัติทำงานทักษะสูงสะสมในนิวซีแลนด์ก่อนหน้านั้นภายใต้วีซ่าทำงานชั่วคราว และประสบการณ์ดังกล่าวยังอยู่ภายในกรอบเวลามองย้อนหลัง (eligible timeframe) ของ pathway ที่ใช้ คุณอาจสามารถอ้างสิทธิ์ภายใต้ Lock-in Rule เพื่อขอดึงอัตราค่าจ้างในอดีต (เช่น เกณฑ์ดั้งเดิม $29.66 หรือ $31.61) มาใช้ตั้งเกณฑ์ประเมินได้ แต่ไม่ใช่ทุกกรณีจะเข้าเงื่อนไขนี้อัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนร่วมกับที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบกรอบเวลาที่ใช้ได้จริงและไม่ให้เสียสิทธิ์สะสมเวลา
ประสบการณ์การทำงานแบบการทำงานส่วนตัว (Self-employment) สามารถนับสะสมใน SWE ได้หรือไม่?
คำตอบ: ไม่ได้ ประสบการณ์จากการทำงานส่วนตัว (Self-employment) ไม่สามารถนำมาใช้เป็น relevant work experience เพื่อให้ครบข้อกำหนดของ Skilled Work Experience Pathway และ Trades and Technician Pathway ได้ในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์การเป็นลูกจ้าง (ไม่ใช่เจ้าของกิจการ) จากต่างประเทศยังสามารถนำมานับเป็น Relevant Work Experience ได้ตามปกติ หากงานนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับตำแหน่งที่ยื่นขอ ส่วนเงื่อนไข “นายจ้างที่ผ่านการรับรอง (Accredited Employer)” นั้นใช้เฉพาะกับงานหรือ Job Offer ปัจจุบันในนิวซีแลนด์ที่ใช้ยื่นสมัคร ไม่ได้บังคับว่าประสบการณ์ทำงานในอดีตทั้งหมดต้องมาจากนายจ้างที่ได้รับการรับรองในความหมายเดียวกัน
เมื่อได้รับการอนุมัติ SMC Resident Visa แล้ว ต้องอยู่นานเท่าใดจึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอสัญชาตินิวซีแลนด์?
คำตอบ: หลังจากคุณถือ SMC Resident Visa ครบเป็นเวลา 2 ปีเต็ม และเข้าเกณฑ์ความผูกพันกับนิวซีแลนด์ (เช่น อยู่ในประเทศอย่างน้อย 184 วัน ในแต่ละ 12 เดือนติดต่อกัน 2 รอบ) คุณจะมีสิทธิ์ยื่นคำขอ Permanent Resident Visa (สถานะที่ไม่มี travel conditions จำกัดการเดินทางเข้า-ออกประเทศอีกต่อไป) ส่วนการขอสัญชาตินิวซีแลนด์ (New Zealand Citizenship) นั้นมีเกณฑ์แยกต่างหากตาม Citizenship Act 1977 คือต้องมีหลักฐานว่าอยู่ในนิวซีแลนด์จริงรวมอย่างน้อย 1,350 วัน ในช่วง 5 ปีก่อนยื่นคำขอ และต้องอยู่อย่างน้อย 240 วันในแต่ละปีของทั้ง 5 ปีนั้นด้วย (ไม่ใช่แค่ถือวีซ่าครบ 5 ปีเฉยๆ) พร้อมผ่านเกณฑ์ความประพฤติและภาษาอังกฤษเบื้องต้น — ที่น่าสนใจคือสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมี Permanent Resident Visa ก่อนจึงจะยื่นขอสัญชาติได้ เพียงถือสถานะ Resident (ไม่ว่าจะเป็น Resident Visa หรือ Permanent Resident Visa) ครบตามเงื่อนไขข้างต้นก็สามารถยื่นขอสัญชาติได้เลย
เริ่มต้นวางแผนอนาคต เรียนต่อและขอ Residence ในนิวซีแลนด์กับเดอะเบสท์ (The Best)
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกฎเกณฑ์ Skilled Migrant Category (SMC) ปี 2026 ของนิวซีแลนด์ แม้จะเต็มไปด้วยข้อกำหนดรายละเอียดที่มีความละเอียดอ่อนซับซ้อนในมิติมองย้อนกลับของเวลา ตัวคูณรายได้ และข้อจำกัดทางวิชาชีพสีส้ม แต่อีกมุมหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่เริ่มเตรียมตัววางยุทธศาสตร์ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
ที่สถาบันเดอะเบสท์ (The Best Education) เราให้บริการวางแผนการศึกษา สมัครเรียน และให้ข้อมูลทั่วไปจากแหล่งข้อมูลสาธารณะของ Immigration New Zealand เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจภาพรวมเส้นทาง Study → Work → Residence ตั้งแต่วิเคราะห์การจับคู่หลักสูตรที่ช่วยประหยัดเวลาและได้คะแนนวิชาการสูงสุด, บริการยื่นและดำเนินเรื่องสมัครเรียนต่อ, ประสานงานเทียบประเมินคุณวุฒิการศึกษากับ NZQA สำหรับการสมัครเรียน สำหรับการประเมิน Eligibility หรือ Immigration Advice ที่ปรับตามสถานการณ์เฉพาะบุคคลด้าน Work Visa, Skilled Residence, SMC หรือ Residence Pathway อื่น ทางเดอะเบสท์จะประสานงานร่วมกับ Licensed Immigration Adviser (LIA) หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายของนิวซีแลนด์ เพื่อให้คำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล
หมายเหตุ: การเลือกหลักสูตร การมีสิทธิ์ Post Study Work Visa หรือการมี SMC Points ไม่ถือเป็นการรับประกันว่าจะได้รับ Work Visa หรือ Resident Visa ในอนาคต การอนุมัติขึ้นอยู่กับคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขของ INZ ณ วันที่ยื่นใบสมัครจริง
ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม
เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่น ๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียนจนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”
บริการของเรามีอะไรบ้าง ?
- ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
- เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
- บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า
- บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
- เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
[คลิกเพื่อสมัครสอบ IELTS] - บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, Allianz, Bupa, NIB, Orbit และอื่นๆ [คลิกเพื่อซื้อประกัน]
- บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
- บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล
“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558, 088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ
