Last updated พฤศจิกายน 4, 2026 ago by Thebestedu
เรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น สิงคโปร์ VS มาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์) เปรียบเทียบข้อดี-ข้อจำกัด และงบจริง 1 เดือน (ห้องเดี่ยว vs ห้องแชร์) ไปไหนดี เดอะเบสท์มีคำตอบ
เวลามีน้องๆ หรือผู้ปกครองเดินเข้ามาปรึกษาเดอะเบสท์ว่า “อยากไปอัปสกิลภาษาอังกฤษระยะสั้นสัก 1 เดือน ใกล้ๆ ไทย ไม่อยากนั่งเครื่องบินนาน” สองปลายทางที่ถูกหยิบมาเทียบกันบ่อยคือ สิงคโปร์ และ มาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์)
ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเดินทางเข้าได้ทั้งสองประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า (เงื่อนไขการเรียนคอร์สระยะสั้นดูได้ในหัวข้อวีซ่า) แต่สิ่งที่ต่างกันมากคือ ค่าใช้จ่ายจริงในแต่ละวัน และ สิ่งที่เงินของน้องๆ ซื้อได้ในแต่ละประเทศ
บทความนี้ เดอะเบสท์ จะเทียบข้อดีและข้อจำกัดของทั้งสองประเทศตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ พร้อมตารางงบรวม 1 เดือน แยกเป็น ห้องเดี่ยว และ ห้องแชร์ เพื่อให้ประเมินได้ว่างบที่ต้องจ่ายตรงกับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของตัวเองหรือไม่
[จุดแนะนำใส่รูปภาพที่ 1: ภาพปกเปรียบเทียบสิงคโปร์ VS มาเลเซีย]
ภาพที่แนะนำ: ภาพแนวนอนแบ่งครึ่งซ้าย-ขวา ฝั่งหนึ่งเป็นย่านการเงินสิงคโปร์ อีกฝั่งเป็นกัวลาลัมเปอร์ พร้อมข้อความ “เรียนภาษา 1 เดือน ไปไหนดี” ใช้ภาพที่มีลิขสิทธิ์ใช้งานได้หรือภาพของเดอะเบสท์เอง
alt: เรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น 1 เดือน เปรียบเทียบสิงคโปร์และกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
ทำไมต้องไปเรียนภาษาที่สิงคโปร์
สิงคโปร์อยู่ห่างจากไทยเพียงสองชั่วโมงกว่าๆ และเป็นศูนย์กลางด้านการเงิน ธุรกิจ และการศึกษาของเอเชีย คนที่ยอมจ่ายงบหลักแสนต่อเดือนเพื่อมาเรียนภาษาที่นี่มักมีเหตุผลหลักๆ ดังนี้
มาตรฐานสถาบันและระบบคุ้มครองนักเรียน (EduTrust)
ตามข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิงคโปร์ (ICA) สถาบันการศึกษาเอกชนที่จะรับนักเรียนต่างชาติที่ใช้ Student’s Pass ต้องได้รับการรับรอง EduTrust และขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลของสิงคโปร์ (ICA: Approved Private Education Institutions) สถาบันที่ได้ EduTrust ยังมีระบบ Fee Protection Scheme (FPS) ที่คุ้มครองค่าเล่าเรียนของนักเรียนในหลักสูตรที่อยู่ในระบบ
ข้อควรระวังคือ คอร์สภาษาระยะสั้นที่เรียนด้วยสิทธิ์เข้าประเทศแบบผู้มาเยือน (ไม่ใช้ Student’s Pass) อาจไม่อยู่ในเงื่อนไขเหล่านี้ทุกคอร์ส ก่อนจ่ายเงินจึงควรถามสถาบันตรงๆ ว่าคอร์สที่เลือกอยู่ในระบบคุ้มครองค่าเล่าเรียนหรือไม่
ทางลัดสู่การเรียนต่อ (Academic Pathway)
หลักสูตรภาษาในสิงคโปร์หลายแห่งเน้น Academic English หรือ English for Academic Purposes (EAP) เพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนระดับ Diploma ปริญญาตรี หรือปริญญาโท การมาเรียนภาษาที่นี่จึงช่วยให้ปรับตัวกับระบบวิชาการจริงได้ล่วงหน้า เหมาะกับคนที่มีแผนเรียนต่อชัดเจน
คุณภาพชีวิตและการเดินทาง
สิงคโปร์ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและความเป็นระเบียบ มีอัตราอาชญากรรมต่ำ และมีรถไฟฟ้า MRT เชื่อมทั่วเกาะ การเดินทางเช้าตรู่หรือกลับที่พักช่วงค่ำจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก
ซึมซับบรรยากาศมหานครธุรกิจสากล
การใช้ชีวิตในเมืองธุรกิจระดับโลกช่วยเปิดมุมมองเรื่องการทำงาน วินัย และความเป็นมืออาชีพ เหมาะกับคนทำงานหรือนักเรียนที่อยากได้แรงบันดาลใจในการยกระดับโปรไฟล์ของตัวเอง
ทำไมต้องไปเรียนภาษาที่มาเลเซีย
ในขณะที่สิงคโปร์โดดเด่นเรื่องมหานครธุรกิจ กัวลาลัมเปอร์เป็นอีกเมืองที่นักเรียนต่างชาติจำนวนมากเลือก โดยเฉพาะคนที่มองหาความคุ้มค่าด้านงบประมาณ
ความคุ้มค่าเงิน
นี่คือเหตุผลหลักที่มาเลเซียได้รับความนิยม จากตารางงบรวมในบทความนี้ กรณีห้องเดี่ยว ยอดรวม 1 เดือนของมาเลเซียต่ำกว่าสิงคโปร์ประมาณ 30–50% (ราว 49,000–87,700 บาท เทียบกับ 102,200–131,300 บาท ของห้องเดี่ยวในหอพักสิงคโปร์) และกรณีห้องแชร์ ยอดรวมอยู่ที่ราว 41,500–75,700 บาท
เพื่อนร่วมชั้นหลากหลายสัญชาติ
ห้องเรียนภาษาในมาเลเซียมักมีนักเรียนจากหลายภูมิภาค เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี บรรยากาศในห้องจึงมีชีวิตชีวา และได้ฝึกฟังสำเนียงอังกฤษที่หลากหลาย (สัดส่วนสัญชาติแตกต่างกันไปตามสถาบันและรอบเปิดเรียน)
ประตูสู่มหาวิทยาลัยสาขาต่างประเทศ
มาเลเซียมีวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยต่างประเทศหลายแห่ง เช่น Monash University, University of Nottingham, Curtin University และ Heriot-Watt University สถาบันภาษาจึงมักมีหลักสูตรเตรียมสอบ IELTS และเตรียมความพร้อมด้านภาษา โดยชั่วโมงเรียนอยู่ที่ประมาณ 4–6 ชั่วโมงต่อวัน ขึ้นกับสถาบัน
ที่พักสะดวก ค่าครองชีพใกล้เคียงไทย
กัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองใหญ่ทันสมัย มีห้างสรรพสินค้าและระบบรถไฟฟ้า แต่ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าเช่าที่พักอยู่ในระดับที่เอื้อมถึง คอนโดมิเนียมจำนวนมากมีสระว่ายน้ำและฟิตเนส ทำให้พักผ่อนหลังเลิกเรียนได้สบาย
เรียนใกล้ไทย แปลว่าค่าใช้จ่ายต้องถูกเสมอไปจริงหรือ
ความเข้าใจผิดที่เดอะเบสท์เจอบ่อยจากน้องๆ และผู้ปกครองคือ “ไปสิงคโปร์หรือมาเลเซียอยู่ใกล้ไทย งบรวมคงหลักหมื่นต้นๆ” คำตอบคือ ประหยัดจริงบางเรื่อง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ที่ประหยัดจริง: ตั๋วเครื่องบินและขั้นตอนวีซ่า
- ใช้เวลาบินราว 1.5–2.5 ชั่วโมง ตั๋วไป-กลับโดยประมาณ 3,500–8,000 บาท เทียบกับปลายทางฝั่งยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย ที่ตั๋วไป-กลับมักอยู่ราว 30,000–55,000 บาท (ราคาตั๋วเปลี่ยนตามช่วงเวลา)
- ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเข้าทั้งสองประเทศได้โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้า จึงไม่มีค่าธรรมเนียมวีซ่าล่วงหน้าและลดขั้นตอนเอกสาร
ที่ไม่ได้ถูกเสมอไป และต้องคำนวณให้รอบคอบ
- สิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศราคาประหยัด: สิงคโปร์มักติดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับต้นๆ ของโลกในการจัดอันดับหลายสำนัก ค่าที่พัก ค่าอาหาร และภาษี GST 9% ทำให้งบรวม 1 เดือนอยู่ที่ราว 82,000–172,000 บาท ขึ้นกับประเภทห้องพัก หากตั้งงบไว้ 2–3 หมื่นบาท งบจะไม่พอตั้งแต่สัปดาห์แรก
- มาเลเซียค่าครองชีพเบากว่า แต่มีค่าใช้จ่ายแฝง: ค่าอาหารและค่าเดินทางในกัวลาลัมเปอร์ใกล้เคียงกรุงเทพฯ แต่ยังมีเงินมัดจำที่พัก (Security Deposit) ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต และค่าซิมการ์ด ซึ่งควรกันเงินสำรองไว้
คำแนะนำจากเดอะเบสท์
การเลือกประเทศใกล้ไทยช่วยลดภาระเรื่องตั๋วบินและอาการ Jet Lag ได้จริง แต่ควรวางแผนการเงินจาก “งบสุทธิรวม” (Net Total Budget) เสมอ ไม่ใช่จากราคาคอร์สในโบรชัวร์เพียงอย่างเดียว
สไตล์การเรียนและบรรยากาศในห้องเรียน
ทั้งสองประเทศใช้ระบบคลาสกลุ่มนานาชาติ (International Group Class) เป็นหลัก แต่จุดเน้นและบรรยากาศต่างกัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | สิงคโปร์ | มาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์) |
|---|---|---|
| ขนาดห้องเรียน | 15–20 คน ต่อคลาส | 10–18 คน ต่อคลาส |
| ชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์ | 15–25 ชั่วโมง (3–5 ชั่วโมงต่อวัน) | 20–30 ชั่วโมง (4–6 ชั่วโมงต่อวัน) |
| เพื่อนร่วมชั้น | จีน เวียดนาม เมียนมา ยุโรป ญี่ปุ่น | ตะวันออกกลาง รัสเซีย คาซัคสถาน จีน ญี่ปุ่น |
| จุดเด่นทางวิชาการ | เน้นปูพื้นฐานวิชาการ เพื่อเตรียมต่อปริญญาตรี/โท (Academic English / Pathway) | เน้นสื่อสารทั่วไป (General English) เตรียมสอบ IELTS และเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยสาขาต่างประเทศในมาเลเซีย |
| ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน | มีสำเนียงท้องถิ่น (Singlish) ปะปนในชีวิตประจำวัน | คนท้องถิ่นสื่อสารอังกฤษได้คล่อง หลากหลายสำนวนและสำเนียง |
หมายเหตุ: ขนาดห้องเรียนและชั่วโมงเรียนเป็นช่วงโดยประมาณ ต่างกันตามสถาบันและหลักสูตร ควรยืนยันกับสถาบันตอนขอใบเสนอราคา
ที่พัก: ห้องเดี่ยว VS ห้องแชร์ ในแต่ละประเทศ
ที่พักเป็นตัวกำหนดทั้งงบรวมและพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวัน มาดูกันว่าแต่ละประเภทห้องในสองประเทศเป็นอย่างไร
โจทย์ที่ 1: ห้องพักเดี่ยวส่วนตัว
สิงคโปร์
- หอพักมาตรฐาน (ประมาณ 38,000–45,000 บาท/เดือน): ได้ห้องนอนเดี่ยวขนาดกะทัดรัด (ราว 6–9 ตร.ม.) โดยใช้ห้องน้ำรวมของชั้นร่วมกับนักเรียนห้องอื่น
- อยากได้ห้องน้ำส่วนตัวในห้อง: URA กำหนดให้ที่อยู่อาศัยเอกชนต้องมีผู้พักต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน (URA: Renting Property) ห้องคอนโดทั่วไปจึงไม่เหมาะกับคอร์ส 1 เดือน ที่พักระยะสั้นมักเป็นหอพักนักเรียน Serviced Apartment หรือ Co-living ที่เปิดให้เช่าระยะสั้นได้ และค่าห้องจะสูงขึ้นเป็นประมาณ 65,000–85,000 บาท/เดือน
มาเลเซีย
- ห้องเดี่ยวในคอนโด (ประมาณ 15,000–25,000 บาท/เดือน): ห้องนอนเดี่ยวพร้อมห้องน้ำส่วนตัวในห้อง (Master/Medium En-suite) อยู่ในคอนโดโมเดิร์นที่มักมีสระว่ายน้ำและฟิตเนส
โจทย์ที่ 2: ห้องพักแชร์ 2–4 คน เพื่อเซฟงบ
สิงคโปร์
- หอพักห้องแชร์ 2–4 เตียง (ประมาณ 18,000–26,000 บาท/เดือน/คน): ลดค่าที่พักลงได้ราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับห้องเดี่ยวในหอพัก แต่ยังต้องใช้ห้องน้ำรวมของชั้น และต้องปรับตัวเรื่องเวลานอนกับเพื่อนร่วมห้อง
มาเลเซีย
- ห้องแชร์ 2 คนในคอนโด/หอพัก (ประมาณ 8,000–14,000 บาท/เดือน/คน): พักห้องคู่แบบ Twin Sharing มีห้องน้ำในห้องหรือแชร์กันเพียง 2 คนในยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ ช่วยให้งบรวมทั้งทริปอยู่ที่ราว 4–7.6 หมื่นบาท
ตารางงบรวม 1 เดือน: ห้องเดี่ยว
สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวหลังเลิกเรียน นี่คือประมาณการค่าใช้จ่ายตลอด 4 สัปดาห์ (หน่วย: บาท)
| รายการค่าใช้จ่าย (4 สัปดาห์) | สิงคโปร์: ห้องเดี่ยว หอพักทั่วไป | สิงคโปร์: ห้องเดี่ยว Co-living | มาเลเซีย: ห้องเดี่ยว คอนโด En-suite |
|---|---|---|---|
| ประเภทห้องน้ำ | ห้องน้ำรวมของชั้น | ห้องน้ำส่วนตัวในห้อง | ห้องน้ำส่วนตัวในห้อง |
| ค่าเรียน + ค่าสมัคร + สื่อการเรียน + ภาษี GST | 42,000–55,000+ | 42,000–55,000+ | 20,000–41,000 |
| ค่าที่พักห้องเดี่ยว | 38,000–45,000 | 65,000–85,000 | 15,000–25,000 |
| ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต | 0 (รวมในค่าเช่า) | 0 (รวมในค่าเช่า) | 1,500–2,500 |
| ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | 5,000–8,000 | 5,000–8,000 | 3,500–6,000 |
| ค่าอาหาร 3 มื้อตลอดเดือน | 14,000–19,000 | 14,000–19,000 | 7,000–10,000 |
| ค่าเดินทางประจำวัน | 2,000–2,500 (MRT) | 2,000–3,000 (MRT) | 1,200–2,000 (LRT/Grab) |
| ค่าซักผ้าและของใช้ส่วนตัว | 1,200–1,800 | 1,500–2,500 | 800–1,200 |
| ยอดงบสุทธิรวมที่ต้องเตรียม | 102,200–131,300+ | 129,500–172,500+ | 49,000–87,700 |
ที่มาและข้อควรระวังของตัวเลขในตาราง
- ค่าเรียนมาเลเซีย: อ้างอิงราคาที่สถาบันในกัวลาลัมเปอร์เผยแพร่ผ่านเว็บเปรียบเทียบหลักสูตร (Languagecourse.net) ซึ่งอยู่ที่ราว 588–1,250 ริงกิตต่อสัปดาห์ (20–30 คาบต่อสัปดาห์) คูณ 4 สัปดาห์ แล้วแปลงเป็นบาทประมาณ 20,000–41,000 บาท ราคาจริงขึ้นกับจำนวนคาบและสถาบัน
- ค่าที่พัก: เป็นประมาณการสำหรับพักระยะสั้น 1 เดือน ซึ่งอาจต่างจากค่าเช่าระยะยาวที่เผยแพร่ทั่วไป เช่น หอพักนักเรียนในสิงคโปร์ราว 400–1,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน (LSBF Singapore) และห้องเช่าในกัวลาลัมเปอร์ราว 500–1,400 ริงกิตต่อเดือน (SPEEDHOME) ราคาแพ็กเกจที่พักของสถาบันอาจสูงหรือต่ำกว่านี้ จึงต้องขอใบเสนอราคา
- ค่าเรียนสิงคโปร์ ค่าอาหาร และค่าเดินทาง: เป็นประมาณการเบื้องต้น ควรตรวจกับใบเสนอราคาล่าสุดของสถาบัน
ทำไมค่าเรียนสิงคโปร์รวมแล้วจึงแตะ 4–5 หมื่นบาท
ราคาคอร์สในโบรชัวร์ของบางสถาบันอาจเห็นอยู่ที่ราว 3 หมื่นบาทต้นๆ แต่เมื่อทำใบเสนอราคาจริงจะมีรายการเพิ่มตามที่สถาบันกำหนด เช่น
- ภาษี GST 9% ตามที่สถาบันระบุในใบเสนอราคา
- ค่าลงทะเบียนแรกเข้า (Application/Registration Fee) ประมาณ 100–250 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2,600–6,600 บาท)
- ค่าหนังสือ สื่อการสอน และแพลตฟอร์มดิจิทัล ประมาณ 100–200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2,600–5,300 บาท)
- ค่าประกันคุ้มครองค่าเล่าเรียน (FPS) และประกันสุขภาพ ตามเงื่อนไขของสถาบัน
เมื่อรวมแล้ว ค่าใช้จ่ายในส่วนของสถาบันที่สิงคโปร์จึงขยับมาอยู่ที่ราว 42,000–55,000+ บาท
ตารางงบรวม 1 เดือน: ห้องแชร์ 2–4 คน สายเซฟงบ
สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการควบคุมงบเริ่มต้น การพักห้องแชร์กับเพื่อนต่างชาติช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ (หน่วย: บาท)
| รายการค่าใช้จ่าย (4 สัปดาห์) | สิงคโปร์: ห้องแชร์ 2–4 คน หอพัก | มาเลเซีย: ห้องแชร์ 2 คน ในคอนโด |
|---|---|---|
| ลักษณะห้องพักและห้องน้ำ | เตียงเดี่ยวในห้องแชร์ / ห้องน้ำรวมของชั้น | พักคู่ Twin Sharing / แชร์ห้องน้ำเฉพาะในยูนิต |
| ค่าเรียน + ค่าสมัคร + สื่อการเรียน + ภาษี | 42,000–55,000+ | 20,000–41,000 |
| ค่าที่พักห้องแชร์ | 18,000–26,000 | 8,000–14,000 |
| ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต | 0 (รวมในค่าเช่า) | 1,000–1,500 (หารกับเพื่อน) |
| ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | 5,000–8,000 | 3,500–6,000 |
| ค่าอาหาร 3 มื้อตลอดเดือน | 14,000–19,000 | 7,000–10,000 |
| ค่าเดินทางประจำวัน | 2,000–2,500 (MRT) | 1,200–2,000 (LRT/Grab) |
| ค่าซักผ้าและของใช้ส่วนตัว | 1,200–1,800 | 800–1,200 |
| ยอดงบสุทธิรวมที่ต้องเตรียม | 82,200–112,300+ | 41,500–75,700 |
จุดสังเกตสำคัญ
- ห้องแชร์ที่สิงคโปร์ช่วยลดค่าห้องได้ราว 1.5–2 หมื่นบาท แต่ค่าครองชีพและค่าอาหารยังเป็นระดับสิงคโปร์
- ห้องแชร์ที่มาเลเซียทำให้งบรวมอยู่ที่ราว 4.2–7.6 หมื่นบาท ได้ทั้งตารางเรียนแน่นและพักในคอนโด
ตัวเลขทั้งหมดเป็นประมาณการเพื่อการวางแผน คำนวณที่อัตรา 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ ≈ 26.4 บาท และ 1 ริงกิต ≈ 8.3 บาท (อัตราตลาดกลาง 2–3 พฤศจิกายน 2569) ราคาจริงขึ้นกับสถาบัน ช่วงเวลา และอัตราแลกเปลี่ยนวันที่จ่าย ควรขอใบเสนอราคาล่าสุดก่อนตัดสินใจ
การใช้ชีวิต ค่าครองชีพ และการเดินทางในแต่ละวัน
อาหารการกิน
- สิงคโปร์: อาหารจานเดียวตามศูนย์อาหาร (Hawker Centre) เริ่มต้นมื้อละ 5–8 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 130–210 บาท) ร้านอาหารทั่วไปหรือคาเฟ่อยู่ที่ 15–30 ดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นไป (ประมาณ 400–800 บาท) ค่ากิน 3 มื้อตลอดเดือนเฉลี่ยราว 14,000–19,000 บาท
- มาเลเซีย: อาหารท้องถิ่นตามร้าน Mamak หรือ Food Court มื้อละ 8–15 ริงกิต (ประมาณ 65–125 บาท) เข้าร้านอาหารหรือคาเฟ่ได้บ่อยโดยไม่กดดันงบ ค่ากิน 3 มื้อตลอดเดือนเฉลี่ยราว 7,000–10,000 บาท
การเดินทาง
- สิงคโปร์: รถไฟฟ้า MRT และรถเมล์ครอบคลุมทั่วเกาะ ตรงเวลา และสะอาด เหมาะกับคนที่ชอบเดิน
- มาเลเซีย: กัวลาลัมเปอร์มี LRT, MRT และ Monorail ครอบคลุมจุดสำคัญ และค่าเรียก Grab ค่อนข้างต่ำ (ระยะใกล้ประมาณเที่ยวละ 80–150 บาท) สะดวกสำหรับวันฝนตกหรือคนที่ไม่ชอบเดินไกล
วีซ่าและเอกสารเข้าประเทศ: เรียนสั้นไม่เกิน 30 วัน VS เรียนยาว
กรณีที่ 1: เรียนคอร์สระยะสั้นประมาณ 1 เดือน
สิงคโปร์: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าสิงคโปร์ล่วงหน้า (ICA: Visa Guidelines) และ ICA ระบุว่าผู้มาเยือนเรียนคอร์สระยะสั้นได้โดยไม่ต้องมี Student’s Pass หากเข้าเงื่อนไขครบทั้งสามข้อ (ICA: Short course by visitors) ได้แก่
- คอร์สต้องเรียนและจบภายในระยะเวลาของ Visit Pass ที่ได้รับที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือภายใน 30 วัน แล้วแต่อย่างใดจะสั้นกว่า
- คอร์สต้องเป็นคอร์สที่เรียนจบได้ในตัวเอง (Standalone)
- คอร์สต้องไม่มีการฝึกปฏิบัติด้านอาชีพที่ต้องบริการลูกค้าจริงหรือไม่ได้จัดที่สถานประกอบการ เช่น ร้านทำผม หรือร้านเสริมสวย
ผู้เดินทางทุกคนต้องส่ง SG Arrival Card ออนไลน์ก่อนถึงสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย (ICA: SG Arrival Card) ให้ตรวจช่วงเวลาที่ส่งได้ล่าสุดที่เว็บไซต์ ICA ก่อนเดินทาง
มาเลเซีย: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเข้ามาเลเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า (ระยะพำนักเป็นไปตามที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียอนุญาต) และต้องกรอก Malaysia Digital Arrival Card (MDAC) ออนไลน์ ซึ่งทำได้ตั้งแต่ 3 วันก่อนเดินทางถึง จนถึงเมื่อมาถึง (Education Malaysia: MDAC) หน่วยงาน Education Malaysia ระบุว่านักเรียนที่เรียนคอร์สสั้นไม่เกิน 3 เดือนจะเข้าประเทศด้วย Social Visit Pass แต่การยอมรับให้เรียนด้วยสถานะนี้ขึ้นกับนโยบายของสถาบัน จึงควรยืนยันกับสถาบันก่อนจองตั๋ว
ข้อควรจำ
คอร์สที่ยาวพอดี 4 สัปดาห์ใกล้เคียงเพดาน 30 วัน ควรเผื่อวันเดินทางเข้าและออก และยืนยันกับสถาบันว่าวันเรียนวันสุดท้ายอยู่ภายในระยะพำนักที่ได้รับที่ด่าน หากต้องการเรียนเกินกว่านั้นให้ดูกรณีที่ 2
กรณีที่ 2: ต้องการเรียนต่อระยะยาว
สิงคโปร์ (Student’s Pass)
- ต้องยื่นขอ Student’s Pass ผ่านระบบของ ICA ก่อนเดินทาง และสถาบันต้องเป็นสถาบันเอกชนที่ได้รับการรับรอง EduTrust (ICA ระบุว่าสถาบันที่ไม่มี EduTrust รับนักเรียนต่างชาติไม่ได้) พร้อมจดหมายตอบรับการลงทะเบียนจากสถาบัน
- ICA ระบุว่าการยื่นคำขอใหม่โดยปกติใช้เวลาภายใน 1 เดือน และภายใน 2 สัปดาห์สำหรับสถาบันที่ได้ EduTrust
- อาจมีการตรวจเอกสารทางการเงินและสุขภาพตามที่ ICA กำหนด และสถาบันมีเกณฑ์การเข้าเรียนขั้นต่ำที่ต้องรักษาไว้ จึงควรสอบถามเกณฑ์ก่อนสมัคร
มาเลเซีย (Student Pass ผ่าน EMGS)
- หลักสูตรตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปต้องยื่นขอ Student Pass ล่วงหน้าผ่านระบบ EMGS (Education Malaysia Global Services) โดยสถาบันเป็นผู้ยื่นเรื่องให้
- ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับกรณีและช่วงเวลา สถาบันและ EMGS จะแจ้งระยะเวลาโดยประมาณ จึงควรเริ่มเตรียมเอกสารก่อนเปิดเรียนหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
- ไม่แนะนำให้เข้าออกประเทศบ่อยๆ เพื่อต่ออายุสถานะผู้มาเยือนแทนการทำ Student Pass สำหรับการเรียนระยะยาว
สรุปจากเดอะเบสท์: เหมาะกับที่ไหนมากกว่ากัน
ไม่มีคำตอบว่าประเทศไหนดีกว่า มีแต่ประเทศที่ตรงกับเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละคน
สิงคโปร์ น่าพิจารณา หากน้องๆ…
- ชอบมาตรฐานเมืองระดับโลก: ให้ความสำคัญกับความสะอาด ความเป็นระเบียบ และรถไฟฟ้าที่เชื่อมทั่วเกาะ
- มีเป้าหมายด้านวิชาการชัดเจน: ต้องการปูพื้นฐาน Academic English เพื่อเตรียมเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย
- งบพร้อม: วางงบไว้ราว 82,000–131,000 บาทต่อเดือน (ห้องแชร์ถึงห้องเดี่ยวในหอพัก) และรับห้องน้ำรวมในหอพักได้ หรือพร้อมจ่ายราว 130,000–172,000 บาท สำหรับห้องเดี่ยวแบบ Co-living ที่มีห้องน้ำในตัว
มาเลเซีย น่าพิจารณา หากน้องๆ…
- เน้นความคุ้มค่า: อยากได้ชั่วโมงเรียนเข้มข้นในงบรวมราว 41,500–87,700 บาทต่อเดือน (ขึ้นกับห้องแชร์หรือห้องเดี่ยว)
- ให้ความสำคัญกับที่พัก: ต้องการคอนโดที่มีสระว่ายน้ำและฟิตเนส หรือห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำส่วนตัวในห้อง
- ชอบความสบายเรื่องค่าครองชีพ: กินอาหารหลากหลายโดยไม่ต้องกังวลราคา เรียก Grab ได้สะดวก และอยากได้บรรยากาศนานาชาติที่เป็นกันเอง
ตัวเลือกอื่นนอกจากสิงคโปร์และมาเลเซีย
ถ้าพร้อมจ่ายงบระดับสิงคโปร์ ลองพิจารณาประเทศเจ้าของภาษา
หากงบสุทธิของสิงคโปร์อยู่ที่ราว 1–1.7 แสนบาทต่อเดือน และจ่ายไหวอย่างสบายใจ งบระดับนี้อาจพอสำหรับการเรียนภาษาในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ แคนาดา หรือมอลตา (ขึ้นกับระยะเวลา ประเภทห้อง และช่วงเวลาเดินทาง)
- สิ่งที่ได้เพิ่ม: ฝึกภาษากับเจ้าของภาษาโดยตรง และได้สภาพแวดล้อมแบบตะวันตก
- สิ่งที่ต้องแลก: ต้องเตรียมวีซ่า เอกสาร และหลักฐานการเงินล่วงหน้า (ควรเผื่อเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับประเทศ) ไม่สามารถซื้อตั๋วแล้วบินไปในสัปดาห์ถัดไปได้ และค่าตั๋วบินระยะไกลโดยประมาณ 30,000–55,000 บาท
ถ้าอยากเรียนสั้น เน้นฝึกพูด งบรวมต่ำลง ลองดูเซบู (ฟิลิปปินส์)
หากเป้าหมายคือฝึกพูดให้กล้าและเร็วขึ้นภายใน 1 เดือน เซบูเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะหลายสถาบันจัดคลาสตัวต่อตัว (1-on-1) หลายคาบต่อวัน ที่พักเป็นแคมปัสที่เรียน กิน นอนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีอาหาร 3 มื้อรวมในแพ็กเกจ และมีบริการทำความสะอาดห้องกับซักรีดตามที่สถาบันกำหนด
งบรวมทั้งทริปที่เดอะเบสท์ประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ราว 78,000–90,000 บาท สำหรับห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว และราว 6 หมื่นบาทต้นๆ สำหรับห้องแคปซูลเดี่ยว ตัวเลขนี้เป็นประมาณการ ยังไม่รวมค่า SSP ค่า ACR I-Card ค่าหนังสือ ค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินประกันหอพักที่สถาบันอาจเรียกเพิ่ม ควรตรวจกับใบเสนอราคาล่าสุด ผู้ถือพาสปอร์ตไทยเข้าฟิลิปปินส์ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า แต่ผู้เรียนภาษาต้องทำ Special Study Permit (SSP) ผ่านสถาบัน อ่านรายละเอียดได้ในบทความ เรียนภาษาอังกฤษที่เซบู
คำถามที่พบบ่อย
เรียนภาษา 1 เดือนที่สิงคโปร์หรือมาเลเซีย ต้องขอวีซ่านักเรียนไหม
ตามข้อมูลของ ICA ที่สิงคโปร์ ผู้มาเยือนเรียนคอร์สระยะสั้นได้โดยไม่ต้องมี Student’s Pass หากคอร์สเรียนจบภายในระยะ Visit Pass หรือ 30 วัน (แล้วแต่อย่างใดสั้นกว่า) เป็นคอร์สที่จบในตัวเอง และไม่มีการฝึกปฏิบัติด้านอาชีพที่ต้องบริการลูกค้าจริง ส่วนมาเลเซีย Education Malaysia ระบุว่านักเรียนที่เรียนคอร์สสั้นไม่เกิน 3 เดือนเข้าด้วย Social Visit Pass ได้ แต่ควรยืนยันนโยบายกับสถาบันก่อน
เรียนเกิน 30 วัน หรือ 3 เดือนขึ้นไป ต้องทำอย่างไร
สิงคโปร์ต้องยื่น Student’s Pass กับสถาบันที่ได้รับการรับรอง EduTrust ส่วนมาเลเซียต้องยื่น Student Pass ผ่าน EMGS สำหรับหลักสูตรตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ทั้งสองกรณีควรเริ่มเตรียมเอกสารล่วงหน้าก่อนเปิดเรียนหลายสัปดาห์
ห้องเดี่ยวกับห้องแชร์ ต่างกันเท่าไร
จากตารางในบทความนี้ สิงคโปร์ห้องแชร์ ยอดรวมราว 82,200–112,300+ บาท ส่วนห้องเดี่ยวในหอพักราว 102,200–131,300+ บาท และ Co-living ราว 129,500–172,500+ บาท ส่วนมาเลเซียห้องแชร์ราว 41,500–75,700 บาท และห้องเดี่ยวราว 49,000–87,700 บาท
ทำไมค่าเรียนสิงคโปร์รวมแล้วสูงกว่าราคาในโบรชัวร์
ใบเสนอราคาจริงมักมีภาษี GST 9% ค่าลงทะเบียน ค่าหนังสือและสื่อการสอน และค่าประกันหรือค่าคุ้มครองค่าเล่าเรียนตามที่สถาบันกำหนด จึงควรเทียบจากยอดรวมในใบเสนอราคา ไม่ใช่เฉพาะราคาคอร์ส
ควรเปลี่ยนไปพิจารณาเซบูหรือประเทศเจ้าของภาษาเมื่อไร
หากงบของสิงคโปร์อยู่ที่ราว 1–1.7 แสนบาทและจ่ายไหว ลองเทียบกับประเทศเจ้าของภาษา และหากต้องการฝึกพูดเข้มข้นในงบต่ำลง เซบูเป็นอีกทางเลือกที่ควรดู ทั้งนี้ตัวเลขทุกประเทศเป็นประมาณการ ควรขอใบเสนอราคาล่าสุด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ICA Singapore: Visa Guidelines
- ICA Singapore: การเรียนคอร์สระยะสั้นโดยไม่มี Student’s Pass
- ICA Singapore: Approved Private Education Institutions
- ICA Singapore: SG Arrival Card
- URA Singapore: Renting Property (ระยะเช่าขั้นต่ำ 3 เดือน)
- Education Malaysia: Malaysia Digital Arrival Card (MDAC)
- Languagecourse.net: ราคาคอร์สภาษาอังกฤษในกัวลาลัมเปอร์
- LSBF Singapore: Living in Singapore (ค่าที่พักนักเรียน)
- SPEEDHOME: ค่าเช่าห้องและคอนโดในกัวลาลัมเปอร์
หมายเหตุ: ราคาและอัตราแลกเปลี่ยนเป็นประมาณการ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 กฎเข้าเมืองและเงื่อนไขของสถาบันอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับหน่วยงานทางการและสถาบันก่อนเดินทาง
วางแผนเรียนภาษากับเดอะเบสท์
ไม่ว่าจะเล็งสิงคโปร์ มาเลเซีย เซบู หรือประเทศฝั่งตะวันตก ทักมาคุยกับทีมเดอะเบสท์ได้ ทีมช่วยกางงบสุทธิตามจริง ช่วยเลือกสถาบันและหลักสูตรให้ตรงกับระดับภาษาและงบ และดูแลเรื่องเอกสาร สมัครเรียน ที่พัก และวีซ่า (ถ้าจำเป็น) จนถึงวันเดินทาง ช่องทางติดต่อดูได้ด้านล่างของบทความนี้
ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม
เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”
บริการของเรามีอะไรบ้าง?
- ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
- เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
- บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า
- บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
- เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
[คลิกเพื่อสมัครสอบ IELTS] - บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, Allianz, Bupa, NIB, Orbit และอื่นๆ [คลิกเพื่อซื้อประกัน]
- บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
- บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ตเมนต์ หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล
“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร: 090-327 3558, 088-269 5099
Email: contact@thebest-edu.com
LINE: @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ


