เดอะเบสท์ แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

ออสเตรเลียปรับนโยบาย Migration 2026 ครั้งใหญ่ มีอะไรเปลี่ยน และคนไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร?

Last updated กันยายน 24, 2026 ago by Thebestedu

ออสเตรเลียปรับนโยบาย Migration 2026 ครั้งใหญ่ มีอะไรเปลี่ยน และคนไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร?


อัปเดตล่าสุด: บทความนี้อ้างอิงจากประกาศนโยบายของ Home Affairs Minister Tony Burke เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นการประกาศทิศทางนโยบายที่บางมาตรการเริ่มบังคับใช้แล้ว บางมาตรการยังอยู่ระหว่างทยอยดำเนินการ และบางมาตรการยังไม่มีวันเริ่มบังคับใช้ที่แน่นอน ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Department of Home Affairs อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้

บทนำและภาพรวมการปฏิรูประบบการย้ายถิ่นฐานออสเตรเลีย 2026

รัฐบาลออสเตรเลีย โดย Department of Home Affairs ได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการย้ายถิ่นฐานและการตรวจคนเข้าเมืองครั้งสำคัญ เพื่อมุ่งเน้นการปฏิรูประบบวีซ่าให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวได้อย่างแท้จริง นโยบายชุดใหม่นี้ถูกออกแบบขึ้นมาภายใต้แนวคิดการดึงดูดผู้มีทักษะความรู้ความสามารถในสาขาที่ประเทศกำลังขาดแคลน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้แก่แรงงาน ชุมชน และระบบสังคมของออสเตรเลีย

หัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้คือการตั้งเป้าหมายปรับลดและควบคุมจำนวนประชากรย้ายถิ่นฐานสุทธิ (Net Overseas Migration: NOM) ให้เป็นไปตามกรอบเป้าหมายในงบประมาณแผ่นดิน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมาย NOM ไว้ที่ 245,000 คนในปีงบประมาณ 2026/27 และปรับลดลงต่อเนื่องเหลือ 225,000 คนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027/28 เป็นต้นไป (ลดลงจาก 306,000 คนในปีงบประมาณ 2024/25 และประมาณ 292,000 คนในช่วงก่อนหน้าการประกาศ) ทั้งนี้รัฐบาลได้เริ่มบังคับใช้นโยบายและมาตรการในบางส่วนแล้ว และจะทยอยเปิดตัวพร้อมบังคับใช้นโยบายครอบคลุมทุกมิติอย่างเป็นลำดับตลอดช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยมาตรการบางส่วนยังต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติมก่อนมีผลบังคับใช้จริง

เพื่อช่วยให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง บุคลากรสายอาชีพ และผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปศึกษาต่อ ทำงาน หรือย้ายถิ่นฐานไปพำนัก ณ ประเทศออสเตรเลีย ได้เข้าใจถึงทิศทางที่ถูกต้อง บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูล บทวิเคราะห์เชิงลึก และคำแนะนำในการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบจากมุมมองของ The Best Edu ไว้อย่างครบถ้วน

1. วีซ่านักเรียน (Student Visa): ยกระดับความโปร่งใส ปิดช่องว่าง Visa Hopping

การปรับโครงสร้างวีซ่านักเรียนนับเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการปฏิรูประบบครั้งใหญ่ในครั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียต้องการสร้างความมั่นใจว่าวีซ่านักเรียนจะถูกใช้อย่างถูกต้องเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่แท้จริง

1.1 การยุตินโยบายต่อวีซ่าวนลูป (Stopping Visa Hopping)

รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมจำกัด Visa Hopping ในกรณี “Progression” หลังจบหลักสูตร โดยหลักการใหม่กำหนดว่าหากผู้เรียนเรียนจบหลักสูตรแล้วและต้องการเรียนต่อในออสเตรเลีย เส้นทางการศึกษาควรขยับขึ้นตามระดับคุณวุฒิ เช่น Bachelor ต่อ Master ไม่ใช่เรียนวนในระดับเดิมหรือลดระดับเพื่อยืดระยะเวลาพำนัก อย่างไรก็ตาม การขยายวีซ่าด้วยเหตุจำเป็นที่สมเหตุสมผลยังคงทำได้ และการเปลี่ยนหลักสูตรในระดับเดียวกันยังสามารถเกิดขึ้นได้ แต่จะต้องยื่นวีซ่าใหม่เพื่อให้ Department of Home Affairs ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการเปลี่ยนหลักสูตร

1.2 การจำกัดสิทธิ์ผู้ติดตามบนวีซ่านักเรียน (Restricting Secondary Applicants)

มีการเพิ่มข้อจำกัดในการนำผู้ติดตาม (Secondary Applicants) เช่น คู่สมรสหรือบุตร ร่วมในใบสมัครวีซ่านักเรียน เพื่อให้วีซ่านักเรียนมุ่งเน้นไปที่ตัวผู้เรียนหลักและวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเป็นสำคัญ

ข่าวดีสำหรับนักเรียนไทย: จากรายละเอียดที่ประกาศ ข้อจำกัดนี้ไม่ได้บังคับใช้เป็นการทั่วไปกับทุกสัญชาติ โดยนักเรียนและบัณฑิตจากประเทศสมาชิกอาเซียน (ซึ่งรวมถึงประเทศไทย) และประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก รวมถึงผู้ที่ศึกษาในระดับปริญญาเอก ยังคงสามารถนำผู้ติดตามร่วมเดินทางได้ตามปกติ ข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นนี้จะใช้กับนักเรียนจากบางประเทศต้นทางหลักที่ไม่อยู่ในกลุ่มข้อยกเว้นดังกล่าวเป็นหลัก (เช่น บางประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก) ทั้งนี้รายละเอียดเงื่อนไขที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการประกาศเพิ่มเติมจาก Department of Home Affairs ควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนวางแผนยื่นวีซ่าพร้อมครอบครัว นอกจากนี้ผู้ที่ถือวีซ่าอยู่แล้วในปัจจุบันพร้อมผู้ติดตามจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้

1.3 การปราบปรามตัวแทนยื่นวีซ่าที่ไม่สุจริต (Cracking Down on Rogue Migration Agents)

รัฐบาลยกระดับมาตรการทางกฎหมายในการตรวจสอบ ปราบปราม และลงโทษตัวแทนยื่นวีซ่า (Migration Agents) ที่มีพฤติกรรมไม่สุจริต ให้ข้อมูลหรือคำแนะนำที่ไม่ถูกต้องแก่ผู้สมัคร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำคำร้องขอวีซ่าที่ขาดคุณสมบัติและไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยคุ้มครองผู้สมัครวีซ่าให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย

1.4 แนวทางการเตรียมตัวสำหรับคนไทย (วีซ่านักเรียน)

  1. วางโครงสร้าง Study Pathway ให้สอดคล้องและสมเหตุสมผล: หลักสูตรที่เลือกสมัครควรมีความเชื่อมโยงกับวุฒิการศึกษาเดิม ประวัติการทำงานที่ผ่านมา หรือแสดงแผนการเติบโตในสายอาชีพอย่างชัดเจน
  2. เตรียมเอกสารยืนยันความเป็น Genuine Student: จัดเตรียมเอกสารและข้อชี้แจงที่แสดงถึงความตั้งใจจริงในการศึกษาต่อ รวมถึงประโยชน์ที่ได้รับจากหลักสูตรที่จะนำไปต่อยอดอาชีพในอนาคต
  3. หากวางแผนต่อวีซ่าในประเทศ ให้เลือกหลักสูตรระดับที่สูงขึ้น: เนื่องจากกฎใหม่กำหนดให้การยื่นวีซ่านักเรียนใหม่จากในประเทศทำได้เฉพาะกรณีย้ายไปเรียนหลักสูตรระดับสูงกว่าเดิมเท่านั้น
  4. ตรวจสอบสิทธิ์การพาผู้ติดตามให้ชัดเจนก่อนยื่น: แม้นักเรียนไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนจะยังคงมีสิทธิ์พาผู้ติดตามได้ตามข้อมูลที่ประกาศ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับที่ปรึกษาหรือ Department of Home Affairs ก่อนวางแผนยื่นจริง เนื่องจากรายละเอียดอาจมีการปรับเพิ่มเติม
  5. เลือกใช้บริการตัวแทนการศึกษาที่มีใบอนุญาตถูกต้อง: ควรทำงานร่วมกับตัวแทนที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกปฏิเสธวีซ่า

2. วีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa): ขยายเงื่อนไข No Further Stay

2.1 การขยายเงื่อนไข No Further Stay สู่วีซ่าท่องเที่ยวในอนาคต

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศแผนกำหนดเงื่อนไข No Further Stay (Condition 8503) ลงในวีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa) ที่จะออกให้ใหม่ในอนาคต เพื่อให้แน่ใจว่าวีซ่าท่องเที่ยวถูกใช้สำหรับวัตถุประสงค์การท่องเที่ยว เยี่ยมเยือนครอบครัว/เพื่อน หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น และไม่สามารถใช้เป็นช่องทางยื่นเปลี่ยนประเภทวีซ่าอื่นขณะพำนักอยู่ในออสเตรเลียได้

ข้อควรทราบสำคัญ: ณ ขณะที่เผยแพร่บทความนี้ มาตรการนี้ยังไม่มีวันเริ่มบังคับใช้ที่แน่นอนที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ และจะมีผลเฉพาะกับวีซ่าท่องเที่ยวที่ออกให้ใหม่หลังจากวันเริ่มบังคับใช้เท่านั้น ผู้ที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวอยู่แล้วในปัจจุบัน หรือผู้ที่กำลังพำนักในออสเตรเลียด้วยวีซ่าท่องเที่ยวที่ไม่มีเงื่อนไขนี้ จะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้

2.2 แนวทางการเตรียมตัวสำหรับคนไทย (วีซ่าท่องเที่ยว)

หากผู้สมัครมีเป้าหมายในการเดินทางไปศึกษาต่อ ทำงาน ฝึกอบรม หรือย้ายถิ่นฐานในออสเตรเลีย ควรวางแผนยื่นขอวีซ่าให้ตรงตามประเภทวัตถุประสงค์ที่แท้จริงตั้งแต่นอกประเทศ (ประเทศไทย) ก่อนเดินทาง แทนที่จะใช้วิธีเดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วหวังยื่นเปลี่ยนประเภทวีซ่าภายในประเทศ เนื่องจากช่องทางนี้จะถูกปิดลงสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวที่ออกให้ใหม่ในอนาคต

3. วีซ่าทำงานและย้ายถิ่นฐานสายทักษะ (Skilled Migration): ระบบจัดลำดับความสำคัญใหม่

เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างตรงจุด รัฐบาลออสเตรเลียได้ปรับปรุงคำสั่งรัฐมนตรีที่กำหนดลำดับการพิจารณาวีซ่าทำงานทักษะ ล่าสุดคือ Ministerial Direction 121 (สำหรับวีซ่าทักษะชั่วคราว) และ Ministerial Direction 122 (สำหรับวีซ่าทักษะแบบ Provisional และถาวรบางประเภท) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2026 แทนที่กรอบเดิมภายใต้ Ministerial Direction 119

3.1 ลำดับความสำคัญในการพิจารณา (Priority Processing) — ไม่ใช่แค่สาขาอาชีพ แต่รวมถึงที่ตั้งของผู้สมัครด้วย

ประเด็นสำคัญที่ควรเข้าใจให้ถูกต้องคือ ระบบใหม่นี้จัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาทั้ง “สาขาอาชีพ” และ “ผู้สมัครอยู่ในหรือนอกประเทศออสเตรเลีย ณ ขณะยื่นคำร้อง” ควบคู่กัน ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษแก่ทุกสาขาอาชีพในกลุ่ม Priority อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่น โดยลำดับความสำคัญโดยสังเขปมีดังนี้:

  • ลำดับสูงสุด: ผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียแล้ว และทำงานเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านการบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) หรือกลาโหม (Defence)
  • ลำดับรองลงมา: ผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียแล้ว และทำงานในสาขาก่อสร้าง (Construction), สาธารณสุข (Healthcare) หรือการสอน (Teaching)
  • ลำดับถัดไป: ผู้สมัครที่อยู่ในออสเตรเลียแล้วในสาขาอาชีพอื่นๆ
  • ลำดับท้ายสุด: ผู้สมัครที่ยื่นจากนอกประเทศออสเตรเลียในสาขาอาชีพอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในกลุ่มข้างต้น

นอกจากนี้ยังมีสาขาที่ได้รับการพิจารณาลำดับความสำคัญเพิ่มเติมตามประกาศ ได้แก่ เกษตรกรรม (Agriculture), การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture), การประมง (Fishing) และทรัพยากรธรรมชาติ (Resources) ควบคู่ไปกับกลุ่มก่อสร้าง สาธารณสุข และการสอนข้างต้น

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: การได้รับ Priority Processing เป็นเพียงการจัดลำดับก่อน-หลังในการพิจารณาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับประกันผลการอนุมัติวีซ่า และไม่ได้เปลี่ยนแปลงเกณฑ์คุณสมบัติที่ผู้สมัครต้องมีแต่อย่างใด

3.2 แนวทางการเตรียมตัวสำหรับคนไทย (วีซ่าทำงานและย้ายถิ่นฐาน)

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อเพื่อปูทางสู่โอกาสในการทำงานและการย้ายถิ่นฐานในระยะยาว การเลือกเข้าศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อสร้าง สาธารณสุข การสอน เกษตรกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การประมง หรือทรัพยากรธรรมชาติ อาจได้รับประโยชน์จากการพิจารณาที่รวดเร็วขึ้นในอนาคตหากมีคุณสมบัติครบถ้วน โดยเฉพาะหากสามารถวางแผนสะสมประสบการณ์ทำงานหรือศึกษาต่อในออสเตรเลียเพื่อให้เข้าเงื่อนไข “ผู้สมัครอยู่ในออสเตรเลีย” ซึ่งได้รับลำดับความสำคัญสูงกว่าผู้สมัครจากต่างประเทศในสาขาเดียวกัน

4. โครงการ Work and Holiday (Working Holiday Maker): ระบบ Ballot และเงื่อนไขภูมิภาค

โครงการ Working Holiday Maker Program (Subclass 417 และ 462) ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการครั้งใหญ่ เพื่อควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วมและส่งเสริมการกระจายแรงงานไปสู่พื้นที่ภูมิภาค

4.1 ระบบสุ่มจับฉลาก (Ballot System) พร้อมโควตาใหม่สำหรับปีที่ 2 และปีที่ 3

รัฐบาลประกาศนำระบบสุ่มจับฉลาก (Ballot System) มาใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์ต่ออายุวีซ่า Work and Holiday พร้อมปรับลดจำนวนโควตาลงอย่างมีนัยสำคัญ:

  • ปีที่ 2: จำกัดโควตาไว้ที่ 45,000 ที่นั่งต่อปี (ลดลงจากประมาณ 57,000 คนที่เคยได้รับอนุมัติในปีที่ผ่านมา) ผ่านระบบสุ่มจับฉลาก โดยผู้สมัครยังคงต้องผ่านเกณฑ์การทำงานในพื้นที่ภูมิภาคตามระยะเวลาที่กำหนด (โดยทั่วไปประมาณ 88 วัน) ก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการจับฉลาก
  • ปีที่ 3: จำกัดโควตาไว้ที่เพียง 5,000 ที่นั่งต่อปี (ลดลงจากประมาณ 31,000 คนในปีที่ผ่านมา) ผ่านระบบสุ่มจับฉลากเช่นกัน โดยต้องผ่านเกณฑ์การทำงานในพื้นที่ภูมิภาคเป็นระยะเวลานานขึ้น (โดยทั่วไปประมาณ 6 เดือน)

(หมายเหตุ: ผู้ถือวีซ่า Work and Holiday จากสหราชอาณาจักรได้รับการยกเว้นจากเงื่อนไขการทำงานในพื้นที่ภูมิภาคตามข้อตกลงการค้าเสรีออสเตรเลีย-สหราชอาณาจักร ซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้สมัครสัญชาติไทย)

4.2 ข้อกำหนดการทำงานในพื้นที่ภูมิภาค (Regional Work Requirement)

มีการบังคับใช้ข้อกำหนดการทำงานในพื้นที่ภูมิภาค (Regional Australia) ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดสำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์เข้าร่วมระบบจับฉลากเพื่อต่ออายุวีซ่าปีที่ 2 และปีที่ 3 เพื่อให้แรงงานเข้าไปช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่น

4.3 เป้าหมายการรักษาระยะเวลาพิจารณาวีซ่าที่ 3 เดือน

รัฐบาลออสเตรเลียตั้งเป้าหมายสร้างความแน่ชัดด้านระยะเวลา โดยตั้งเป้าให้การพิจารณาคำร้องขอวีซ่า Working Holiday Maker เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาประมาณ 3 เดือน

4.4 แนวทางการเตรียมตัวสำหรับคนไทย (Work and Holiday)

ผู้ถือวีซ่า Work and Holiday ที่วางแผนต่ออายุวีซ่าปีที่ 2 หรือปีที่ 3 ควรวางแผนย้ายไปทำงานในพื้นที่ภูมิภาคตามเงื่อนไขที่กำหนดตั้งแต่เนิ่นๆ และควรทำความเข้าใจว่าโควตาที่ลดลงอย่างมาก (โดยเฉพาะปีที่ 3 ที่เหลือเพียง 5,000 ที่นั่ง) หมายความว่าการผ่านเกณฑ์การทำงานในพื้นที่ภูมิภาคเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับสิทธิ์ต่อวีซ่า เนื่องจากยังต้องผ่านการสุ่มจับฉลากอีกขั้นหนึ่งด้วย จึงควรวางแผนสำรองไว้ล่วงหน้า

5. การบังคับใช้กฎหมายและความปลอดภัยในสังคม (Ministerial Direction 110)

รัฐบาลออสเตรเลียยกระดับมาตรฐานความมั่นคง ปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

5.1 มาตรการบังคับใช้กฎหมายและตรวจสอบวีซ่า (Compliance Measures)

ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบ ติดตาม และบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ผู้ที่ไม่มีวีซ่าถูกต้องหรือผู้ที่พำนักเกินกำหนด เดินทางออกจากประเทศออสเตรเลีย

5.2 การอัปเดต Ministerial Direction 110 เพื่อคุ้มครองสังคมและขจัดการสร้างความเกลียดชัง

  1. การเพิ่มระดับการคุ้มครองเด็กที่เป็นเหยื่อจากอาชญากรรม: คุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของเด็ก
  2. การเพิ่มระดับการคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว (Domestic and Family Violence): ให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำจากความรุนแรง
  3. การขจัดการสร้างความเกลียดชังในสังคม (Stamping Out Hatred): สะท้อนเจตนารมณ์ในการสร้างสังคมออสเตรเลียยุคใหม่ที่ปราศจากการสร้างความเกลียดชังและการเหยียดหยามทุกรูปแบบ

6. สรุปแนวทางรับมือและคู่มือการเตรียมตัวสำหรับคนไทย

การปฏิรูปนโยบาย Migration ปี 2026 ของออสเตรเลีย ไม่ใช่การปิดกั้นโอกาส แต่เป็นการคัดกรองบุคลากรที่มีความตั้งใจจริง มีคุณภาพ และมีทักษะตรงตามความต้องการของประเทศ

เช็กลิสต์สำคัญสำหรับการเตรียมตัวของคนไทย
1. ยื่นขอวีซ่าให้ตรงประเภทตั้งแต่นอกประเทศ: หลีกเลี่ยงการวางแผนใช้วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อไปเปลี่ยนประเภทวีซ่าในออสเตรเลีย เนื่องจากวีซ่าท่องเที่ยวที่ออกใหม่ในอนาคตจะมีเงื่อนไข No Further Stay
2. ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ติดตามให้ชัดเจน: นักเรียนไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนยังมีสิทธิ์พาผู้ติดตามตามข้อมูลล่าสุด แต่ควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดก่อนวางแผนยื่นจริง
3. เตรียมเอกสารสอดคล้องตามเกณฑ์ Genuine Student: แสดงหลักฐานทางการเงิน ประวัติการศึกษา และเหตุผลในการเรียนต่ออย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา
4. วางแผนเรื่องเวลาและโควตาล่วงหน้า: โดยเฉพาะผู้ที่วางแผน Working Holiday ปีที่ 2-3 ที่ต้องเผื่อเวลาระบบจับฉลากและโควตาที่ลดลงมาก
5. ติดตามข่าวสารอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ: เนื่องจากมาตรการต่างๆ จะทยอยเปิดตัวและบังคับใช้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 12 เดือนข้างหน้า และรายละเอียดหลายส่วนยังอยู่ระหว่างการประกาศเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เป้าหมายตัวเลขประชากรย้ายถิ่นฐานสุทธิ (NOM) ของออสเตรเลียตั้งไว้ที่เท่าไร?

รัฐบาลออสเตรเลียตั้งเป้าหมาย NOM ไว้ที่ 245,000 คนในปีงบประมาณ 2026/27 และปรับลดลงเหลือ 225,000 คนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027/28 เป็นต้นไป

การยุตินโยบาย Visa Hopping บนวีซ่านักเรียนหมายถึงอะไร?

หมายถึงการจำกัดไม่ให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนยื่นขอวีซ่านักเรียนใหม่จากในประเทศเพื่อเรียนหลักสูตรระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าเดิม โดยการยื่นวีซ่านักเรียนใหม่จากในประเทศจะทำได้เฉพาะกรณีย้ายไปเรียนหลักสูตรระดับสูงกว่าเดิมเท่านั้น

นักเรียนไทยยังสามารถพาผู้ติดตาม (คู่สมรสหรือบุตร) ไปด้วยได้หรือไม่?

สำหรับประเทศไทย มีประเด็นสำคัญคือรัฐบาลระบุว่าจะมีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้สมัครจากประเทศสมาชิก ASEAN รวมถึงประเทศใน Pacific และหลักสูตรบางประเภท เช่น PhD ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครชาวไทยอยู่ในกลุ่มที่รัฐบาลประกาศว่าจะได้รับข้อยกเว้นจากข้อจำกัดทั่วไปดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเงื่อนไขและวันเริ่มใช้ยังต้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมก่อนยื่นจริง

ทำไมวีซ่าท่องเที่ยวจึงถูกกำหนดเงื่อนไข No Further Stay?

เพื่อให้แน่ใจว่าวีซ่าท่องเที่ยวถูกใช้โดยผู้เดินทางมาท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยือนจริง และป้องกันไม่ให้ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเป็นช่องทางต่ออายุการพำนักหรือเปลี่ยนประเภทวีซ่าอื่นภายในประเทศ ทั้งนี้เงื่อนไขนี้จะมีผลเฉพาะวีซ่าท่องเที่ยวที่ออกให้ใหม่หลังจากวันเริ่มบังคับใช้ ซึ่งยังไม่มีการประกาศวันที่แน่ชัด

Ministerial Direction 121 และ 122 มีบทบาทอย่างไรกับการย้ายถิ่นฐาน?

เป็นคำสั่งรัฐมนตรีที่กำหนดลำดับการพิจารณาวีซ่าทำงานทักษะ (Skilled Migration) โดยพิจารณาทั้งสาขาอาชีพและสถานะว่าผู้สมัครอยู่ในหรือนอกออสเตรเลีย ณ ขณะยื่นคำร้อง คำสั่งทั้งสองฉบับมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 19 กันยายน 2026 แทนที่ Ministerial Direction 119 เดิม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในสาขาสำคัญของประเทศ

ระบบ Ballot System สำหรับวีซ่า Working Holiday Maker ปีที่ 2 และ 3 คืออะไร?

เป็นระบบสุ่มจับฉลากเลือกผู้ได้รับสิทธิ์ต่ออายุวีซ่า โดยปีที่ 2 มีโควตา 45,000 ที่นั่งต่อปี และปีที่ 3 มีโควตาเพียง 5,000 ที่นั่งต่อปี ผู้สมัครยังคงต้องผ่านเกณฑ์การทำงานในพื้นที่ภูมิภาคตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการจับฉลาก

Ministerial Direction 110 มีการปรับปรุงในเรื่องใดบ้าง?

ปรับปรุงเพื่อคุ้มครองสังคมและขจัดความเกลียดชัง โดยเน้นการคุ้มครองเด็กที่เป็นเหยื่ออาชญากรรม คุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และขจัดการสร้างความเกลียดชังในสังคมออสเตรเลีย

นโยบายใหม่เหล่านี้มีผลบังคับใช้เมื่อใด?

นโยบายบางส่วนเริ่มบังคับใช้แล้ว (เช่น กรอบการพิจารณาลำดับความสำคัญวีซ่าทักษะ) ขณะที่บางมาตรการ (เช่น No Further Stay บนวีซ่าท่องเที่ยว และระบบ Ballot ของ Working Holiday) ยังอยู่ระหว่างการทยอยประกาศรายละเอียดและบังคับใช้ตลอดช่วง 12 เดือนข้างหน้า บางมาตรการยังต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติมก่อนมีผลจริง

คนไทยที่ต้องการไปศึกษาต่อหรือทำงานในออสเตรเลียควรเริ่มต้นอย่างไร?

ควรเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบเป้าหมายของตนเอง พิจารณาสาขาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ได้รับ Priority Processing หากมีเป้าหมายสายทักษะ วางแผนยื่นขอวีซ่าให้ตรงประเภทตั้งแต่แรกจากประเทศไทย และเตรียมเอกสารอย่างตรงไปตรงมาเพื่อแสดงความเป็น Genuine Student


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
    [คลิกเพื่อสมัครสอบ IELTS]
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, Allianz, Bupa, NIB, Orbit และอื่นๆ [คลิกเพื่อซื้อประกัน]
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558, 088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพือนด้านล่างได้เลยค่ะ


เพิ่มเพื่อน

 

Scroll to Top

Discover more from เดอะเบสท์ แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading