เมื่อพูดถึงเรียนต่อออสเตรเลีย เมืองแรกที่หลายคนพูดถึงคือซิดนีย์ ซึ่งซิดนีย์เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในการเรียนต่อออสเตรเลีย ดังนั้น ไม่แปลกใจ ถ้าหากเจอคนไทยในซิดนีย์เยอะเป็นพิเศษ แต่ถ้าน้องๆ อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ คนไทยน้อยลง แต่ให้อารมเป็นเมืองหลวง และเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เดอะเบสท์ขอแนะนำ “เมืองเมลเบิร์น” ค่ะ

เมลเบิร์น เป็นเมืองหลวงของรัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยระดับโลก เหมาะสำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรี และวิชาชีพ รวมถึงเรียนภาษาด้วย ผู้คนในเมลเบิร์น เป็นมิตร ให้การต้อนรับนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นอย่างดี ความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล จนได้รับการขนานนามให้เป็น เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในออสเตรเลีย 

Melbourne, Australia


ทำไมต้องมาเรียนต่อที่เมืองเมลเบิร์น ?

เพราะว่า เมลเบิร์น เป็นเมืองที่ได้รับเลือกให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก 7 ปีซ้อน (จากการจัดอันดับของ The Economist Intelligence Unit ตั้งแต่ปี 2011 – 2017 และในปี 2018 – 2019 อยู่ในอันดับ 2 รองจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย) เป็นเมืองหลวงของรัฐวิกตอเรีย และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศออสเตรเลีย รองจากซิดนีย์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีประชากรประมาณ 3,806,092 คน 

เมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เรียกได้ว่า เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของออสเตรเลีย ในอดีต เมืองเมลเบิร์นเคยเป็นเมืองหลวงของออสเตรเลีย ประชากรเป็นมิตร ให้การต้อนรับชาวต่างชาติอย่างดี นอกจากนี้ เมืองเมลเบิร์น ยังเป็นแหล่งรวมแฟชั่นชั้นนำจากทั่วโลกอีกด้วย

 

การเดินทางมาเมืองเมลเบิร์น

เดินทางโดยเครื่องบิน

  • เดินทางโดยเครื่องบิน การบินไทย สุวรรณภูมิ BKK – เมลเบิร์น MEL (บินตรง ไป-กลับ) ประมาณ 20,900 บาท – 25,700 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง
  • เดินทางโดยเครื่องบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ สุวรรณภูมิ BKK – เมลเบิร์น MEL (แวะพักสิงคโปร์ ไป-กลับ) ประมาณ 16,300 บาท – 21,600 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง
  • เดินทางโดยเครื่องบิน ควอนตัส สุวรรณภูมิ BKK – เมลเบิร์น MEL (บินตรง ไป-กลับ) ประมาณ 20,900 บาท – 25,700 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง

หมายเหตุ: ค่าตั๋วเครื่องบินขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน และโปรโมชั่นในช่วงเวลานั้น 

เดินทางโดยรถส่วนตัว

  • ห่างจากซิดนีย์ประมาณ 880 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง
  • ห่างจากบริสเบนประมาณ 1,775 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 18 ชั่วโมง 50 นาที
  • ห่างจากแอดิเลดประมาณ 727 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง

show-me-a-map-of-australia-australia-map-best-australian-showyou-me-amazing-austrailia


แนะนำเมืองเมลเบิร์น เมืองที่มีคุณภาพชีวิตอันดับ 1 ในออสเตรเลีย

1. เมลเบิร์น เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในออสเตรเลีย และเป็นเมืองที่น่าอยู่อันดับ 2 ของโลก

เมลเบิร์นได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 1 ของโลก อย่างต่อเนื่อง 7 ปีซ้อน ในปี 2012 – 2018 และในปี 2019 เมลเบิร์นได้คะแนนความน่าอยู่จาก Economist Intelligence Unit 98.4 คะแนน สำหรับการดูแลสุขภาพ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคง อยู่ที่ 95 คะแนน และวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ 98.6 คะแนน จาก 100 คะแนน ซึ่งแสดงถึงความปลอดภัย อัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ ภัยคุกคามที่ลดลง และความมั่นคงของเมือง

ปัจจัยหลักที่ทำให้เมลเบิร์นเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในออสเตรเลีย

  • เมลเบิร์นเป็นหนึ่งในเมืองที่มีระบบการดูแลสุขภาพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก มีทั้งระบบของรัฐและเอกชนที่มีคุณภาพสูง ได้รับการสนับสนุนโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาระดับโลก
  • เมลเบิร์นมีสถาบันการศึกษาคุณภาพสูงให้เลือกหลากหลาย ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม ตัวอย่างสำคัญคือมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น The University of Melbourne ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับหนึ่ง ของออสเตรเลียและเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำแนวหน้าของโลก
  • เมลเบิร์นมีระบบขนส่งสาธารณะที่ล้ำสมัยที่สุดในออสเตรเลีย ทั้งรถไฟ รงราง ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และใช้งานง่าย เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน 
  • ความปลอดภัยสูง อัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก ทุกพื้นที่ในเมลเบิร์นและรัฐวิคตอเรีย มีความปลอดภัยสูงติดอันดับโลก 

2. เมลเบิร์นมีมหาวิทยาลัยคุณภาพระดับโลก และหลักสูตรที่ยอดเยี่ยม

มหาวิทยาลัยทุกแห่งในเมลเบิร์นทุกแห่ง อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น University of Melbourne เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของออสเตรเลีย อยู่ในอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก และอยู่อันดับที่ 38 ของโลก (จากการจัดอันดับของ QS Global World Ranking 2020) ครอบคลุมทุกหลักสูตร ทุกสาขาวิชา นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยทุกแห่งในเมลเบิร์นได้รับการจัดอันดับให้อยู่ “เหนือมาตรฐานโลก” จาก 96 สาขาวิชาในการจัดอันดับ Excellence in Research Australia (ERA)

มหาวิทยาลัยหลักในเมลเบิร์น

มหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่มีวิทยาเขตในเมลเบิร์น

ตัวอย่างสถาบันวิชาชีพรัฐบาล และเอกชนในเมลเบิร์น

ตัวอย่างสถาบันสอนภาษาคุณภาพสูงในเมืองเมลเบิร์น

3. เมลเบิร์น เป็นที่ตั้งของสถาบันวิจัยที่ล้ำสมัยระดับโลก

เมลเบิร์น เป็นหนึ่งในศูนย์การศึกษาและการวิจัยชั้นนำระดับโลก ให้การศึกษา การวิจัย และการฝึกอบรมที่หลากหลาย รวมถึงสร้างพื้นฐานการวิจัยที่ล้ำสมัย ด้วยระบบเทคโนโลยี และนวัตกรรมชั้นสูง จึงทำให้ผลงานวิจัยอยู่ในอันดับที่สูงกว่ามาตรฐานโลกในหลายๆ ด้าน 

Excellence in Research for Australia (ERA) ให้คะแนนคุณภาพการวิจัยในมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย โดยประเมินโครงการวิจัยด้วยผู้เชี่ยวชาญ จากการประเมินกลุ่มมหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นพบว่า 109 สาขาการวิจัย อยู่ในอันดับเหนือมาตรฐานโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิชาดังต่อไปนี้

  • Psychology and Cognitive Sciences
  • Physical Sciences
  • Medical and Health Sciences
  • Mathematical Sciences
  • Chemical Sciences
  • Earth Sciences
  • Environmental Sciences
  • Biological Sciences
  • Agricultural and Veterinary Sciences
  • Information and Computing Sciences
  • Engineering
  • Technology
  • Education
  • Economics 
  • Commerce, Management, Tourism and Services
  • Law and Legal Studie
  • Language, Communication and Culture
  • History and Archaeology
  • Philosophy and Religious Studies.

เป็นที่ตั้งของสถาบันวิจัยทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุด 6 แห่งของออสเตรเลีย

เมลเบิร์นเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาระดับโลก สำหรับการทดลองทางเทคโนโลยีชีวภาพ และการวิจัยทางการแพทย์ เป็นหนึ่งในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำของโลก ที่ผลิตงานวิจัยชั้นนำระดับโลก โดยมีมหาวิทยาลัย สถาบัน โรงพยาบาลและนักวิจัยอุตสาหกรรม ที่ทำงานร่วมกัน และสนับสนุนโดยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงระดับโลก อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ของวิคตอเรีย ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนา โดยได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนของรัฐบาลวิคตอเรีย

  • Baker Heart and Diabetes Institute มีชื่อเสียงระดับสากลในด้านการวินิจฉัยการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • Burnet Institute สถาบันวิจัยที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาทางด้านประชากรศาสตณ์และความสงบสุขของประเทศ
  • Florey Institute of Neuroscience and Mental Health สถาบันประสาทวิทยาศาสตร์อันดับสามของโลก
  • Murdoch Children’s Research Institute หนึ่งในห้าสถาบันวิจัยสุขภาพเด็กในโลก
  • Walter and Eliza Hall Institute สถาบันการวิจัยทางการแพทย์ที่เก่าแก่ของออสเตรเลีย
  • Peter MacCallum Cancer Centre โรงพยาบาลโรคมะเร็งและสถาบันวิจัยโรคมะเร็งที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย

เมลเบิร์นเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความสามารถระดับโลก

เมลเบิร์น รวมถึงเมืองในรัฐวิคตอเรีย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากที่สุดในออสเตรเลีย อยู่ในอันดับที่สูงกว่ากรุงโซล และเซินเจิ้น ที่เป็นเมืองหลวงด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของประเทศเกาหลีใต้ และประเทศจีน

เมลเบิร์นมีกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้าน ICT ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของซีกโลกใต้ ผลิตงานวิจัยชั้นนำระดับโลก และเป็นเมืองหลวงของเทคโนโลยี มีบริษัท ICT กว่า 8,000 บริษัท ตั้งอยู่ในเมืองเมลเบิร์นและรัฐวิคตอเรีย เช่น IBM, Microsoft, HP, Motorola, NEC, Ericsson, EMC, Cisco, Intel, Thales, Fujitsu, Hitachi และ Bosch รวมถึงสถาบันวิจัยเทคโนโลยีระดับโลก 

 

4. เมลเบิร์น เมืองแห่งเศรษฐกิจ 1 ใน 4 ของออสเตรเลีย

ภาครวมของรัฐวิคตอเรีย เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบของประเทศ โดยศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศออสเตรเลีย 1 ใน 4 ขับเคลื่อนด้วยรัฐวิคตอเรีย และมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ของโลก สูงกว่าสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ หรือไอร์แลนด์

4 วงล้อหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐวิคตอเรียคือ

  1. เทคโนโลยีพลังงานสะอาด รัฐวิคตอเรียสามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนได้ในระดับแนวหน้าของโลก สามารถผลิตพลังงานได้จากพลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ 
  2. การเกษตรและการแปรรูปอาหาร รัฐวิคตอเรีย เป็นศูนย์กลางของธุรกิจการเกษตรในออสเตเรลีย มีความสามารถในการผลิต แปรรูป และส่งออกทั้งในออสเตรเลียและต่างประเทศ
  3. เทคโนโลยีและนวัตกรรม เมลเบิร์นได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในออสเตรเลีย และระดับโลก บริษัทกว่า 8,000 บริษัท ตั้งอยู่ในเมืองเมลเบิร์นและรัฐวิคตอเรีย เช่น IBM, Microsoft, HP, Motorola, NEC, Ericsson, EMC, Cisco, Intel, Thales, Fujitsu, Hitachi และ Bosch
  4. วิทยาศาสตร์และการแพทย์ เมลเบิร์นเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาระดับโลก สำหรับการทดลองทางคลินิกเทคโนโลยีชีวภาพและการวิจัยทางการแพทย์

5. เมลเบิร์น มีตัวเลือกที่พักที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

หากกำลังเลือกที่พักในเมืองเมลเบิร์น สิ่งที่ควรพิจารณาอันดับแรกคือ ตำแหน่งที่ตั้ง หลายๆ คนเลือกที่พักที่อยู่ใจกลางเมืองเนื่องจากเดินทางสะดวก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรือนักเรียน นักศึกษามักจะเลือกที่พักใกล้กับสถานที่เรียน หรือเลือกที่พักแบบหอพักของมหาวิทยาลัย แต่ถ้าหากต้องการที่พักที่ราคาถูกลง อาจจะลองมองหาที่พักนอกตัวเมือง โดยให้เลือกที่พักใกล้กับสถานีรถไฟที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก กรณีที่ไม่มีรถส่วนตัว 

ข้อพิจารณาอื่นๆ ในการเลือกที่พัก

  • การเดินทาง เมืองเมลเบิร์น เป็นเมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ล้ำสมัยที่สุดในออสเตรเลีย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางเข้าในเมือง ย่านธุรกิจ หรือย่านชานเมือง 
  • ความปลอดภัย เมืองเมลเบิร์น ติดอันดับเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก กฏหมายในรัฐวิคตอเรียปกป้องสิทธิและเสรีภาพ ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่า ทุกพื้นที่ของเมลเบิร์นมีความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม ควรระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และมองหาสถานีตำรวจทุกครั้งเมื่อไปในพื้นที่ ที่ไม่คุ้นเคย

ประเภทที่พักที่ควรพิจารณา

  • หอพักของมหาวิทยาลัย หากเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย โดยปกติ มหาวิทยาลัยทุกแห่งของเมลเบิร์น มีหอพักสำหรับนักศึกษาอยู่แล้ว แต่ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าที่พักประเภทอื่นๆ เนื่องจาก ผู้เข้าพัก จะได้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างของมหาวิทยาลัยด้วย เช่น สนามกีฬา โรงยิม สระว่ายน้ำ เป็นต้น
  • ที่พักแบบแชร์ หากมีเพื่อนหรือครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเมลเบิร์น การเลือกแชร์ที่พักจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเกือบครึ่งหนึ่งของค่าครองชีพเลยทีเดียว
  • พักกับโฮมสเตย์ ที่พักประเภทนี้ เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการคนท้องถิ่นช่วยดูแล หรือผู้ที่อยากฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยการพักแบบโฮมสเตย์มีความเพียบพร้อมทั้งเฟอร์นิเจอร์ อาหาร 2 – 3 มื้อต่อวัน และไม่ต้องกังวลเรื่องบิลค่าสาธารณูปโภค แต่ข้อเสียคืออยู่ไกลจากตัวเมืองมากกว่าที่พักประเภทอื่นๆ 
  • Regional Centres หากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตในชนบท บางแห่ง สนับสนุนที่พักให้นักศึกษาฟรี ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก

โซนที่พักที่แนะนำ ในเมลเบิร์น

  • Melbourne CBD ย่านธุรกิจใจกลางเมืองเมลเบิร์น เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว หรือนักเรียนที่เคยมาเมลเบิร์นครั้งแรก
  • ST KILDA หากใครที่ชื่นชอบทะเล ย่าน ST Kilda เหมาะอย่างมาก ย่านนี้ มีชื่อเสียงด้วยทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกที่สวยงาม เหมาะสำหรับไปพักผ่อนหย่อนใจ
  • FITZROY ย่านที่ทันสมัยที่สุดในเมลเบิร์น มีการผสมผสานระหว่างร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้าแนววินเทจ ร้านอาหาร และราคาไม่แพง
  • HAWTHORN ย่านชานเมือง ที่ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร เป็นย่านที่เรียงรายด้วยร้านอาหาร และภัตราคารคุณภาพสูง เป็นอีกย่านหนึ่งที่นักศึกษานิยมพักอาศัย
  • PRAHRAN AND WINDSOR เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของเหล้าองุ่นคุณภาพสูง รวมถึงร้านอาหาร และร้านกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดี 
  • BRUNSWICK ย่านสุดอินดี้ เป็นที่ชื่นชอบทั้งคนในเมลเบิร์น และนักท่องเที่ยว เป็นย่านที่อาหารมีราคาถูก ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายกันเหมือนเป็นเพื่อนกันทั้งหมด
  • COLLINGWOOD ย่านชานเมืองอีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจ เป็นย่านที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม 

ระบบขนส่งสาธารณะของเมืองเมลเบิร์นก็ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่เชื่อมต่อที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ๆ มีรถโดยสารและรถไฟ แต่สิ่งที่เมลเบิร์นเป็นที่รู้จักก็คือเครือข่ายรถรางที่กว้างขวาง สิ่งที่คุณต้องการคือบัตร myki ตั๋วระบบขนส่งสาธารณะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ของเมลเบิร์นคุณสามารถซื้อหรือเติมได้ที่สถานีรถไฟในเมืองรวมถึงที่ป้ายรถรางและรถประจำทาง

Trams

รูปแบบการขนส่งสาธารณะที่โดดเด่นที่สุดของเมลเบิร์น ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในยุโรป รูปแบบของ Trams จะวิ่งบนถนนเส้นเดียวกับรถยนต์ อาจจะมีการเบรกบ้าง หรือการจารจรติดขัดบ้าง แต่ก็ตรงเวลา มีทั้งรถรางที่เสียเงิน และรถรางฟรี โดยครอบคลุมย่านธุรกิจและเมืองชั้นในของเมลเบิร์น สังเกตจากป้ายบอกทางว่ารถรางหยุดในป้าย Free Trams หรือคนขับรถจะประกาศเมื่อถึงสถานีรถรางฟรี

  • เหมาะสำหรับ: การเดินทางในตัวเมือง มีความสะดวกและรวดเร็ว
  • ราคา:  มีรถรางฟรี และรถรางแบบเสียเงิน เริ่มต้น $4.30 ต่อเที่ยว (มีแบบเหมาขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนในราคา $8.60 ต่อวัน)

Trains

รถไฟของเมลเบิร์น เป็นรถไฟความเร็วสูง สามารถเดินทางไปยังชานเมือง และเมืองอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องเดินทางระยะไกล หรือเดินทางนอกเมือง
  • ราคา: เริ่มต้น $4.30 ต่อเที่ยว (มีแบบเหมาขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนในราคา $8.60 ต่อวัน)

Buses

รถบัส เป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมสำหรับนักเรียนต่างชาติ แต่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ทั้งพื้นที่ในเขต CBD และชานเมือง หรืออาจจะเลือกขั้น Trams หรือ Trains แล้วต่อด้วยรถบัส 

  • เหมาะสำหรับ: เดินทางในระยะทางใกล้ๆ ในโซนที่รถรางเข้าไม่ถึง
  • ราคา: เริ่มต้น $4.30 ต่อเที่ยว (มีแบบเหมาขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนในราคา $8.60 ต่อวัน)

V/Line trains and coaches

ระบบขนส่งสาธารณะที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ ให้บริการโดยรถไฟ และรถโค้ชในภูมิภาครัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย บริการรถโดยสารข้ามรัฐวิคตอเรียและสู่ซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ และแอดิเลด รัฐเซาท์ออสเตรเลีย

  • เหมาะสำหรับ: เน้นเดินทางไปยังส่วนอื่นๆ ของรัฐวิคตอเรีย และเดินทางข้ามรัฐ
  • ราคา: $4.30 – $32.60 ต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับระยะทาง

melbourne-train-and-tram-map

Myki Card บัตรโดยสารแบบเติมเงิน สะดวกสบาย และรวดเร็ว

เป็นบัตรโดยสารระบบบัตรสมาร์ทการ์ด ใช้สำหรับการชำระค่าโดยสารทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบริการขนส่งสาธารณะส่วนใหญ่ในเมลเบิร์นและรัฐวิกตอเรียประเทศออสเตรเลีย โดยวิธีใช้คือการเติมเงินในบัตร และแตะบัตรเวลาจ่าย ระบบจะหักเงินอัตโนมัติ 

คลิก เพื่อซื้อบัตร myki | คลิก เพื่อเติมเงินบัตร myki

นักเรียน นักศึกษาที่ลงเรียนหลักสูตรวิชาชีพ VET หรือปริญญา Degree สามารถซื้อบัตร iUSEpass ได้ในราคา $870 จากราคาปกติ $1,755 ซึ่งบัตร iUSEpass สามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดในเมลเบิร์นได้ตลอดระยะเวลา 1 ปี

7. เมลเบิร์น เมืองที่มีสภาพอากาศที่หลากหลาย เป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนและนักท่องเที่ยว

เมลเบิร์นเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีสภาพอากาศไม่แน่นอน เมืองนี้ได้รับสมญานามว่ามี 4 ฤดูใน 1 วัน อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน เมลเบิร์นกลับเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่อยากลองมาสัมผัสอากาศที่แปรปรวนในเมลเบิร์น

อุณหภูมิสูงสุดของเมลเบิร์นมักจะอยู่ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ เดือนเหล่านั้นมักจะแห้ง ร้อนแรงและสายลมเย็นยามบ่ายที่อ่าวพอร์ตฟิลลิป มิถุนายนและกรกฎาคมเป็นเดือนที่หนาวที่สุดและตุลาคมเป็นฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีสำหรับเมลเบิร์นอยู่ที่ประมาณ 531 มม.

  • Summer (December – February) เมลเบิร์นอุ่นขึ้นในฤดูร้อนโดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 14 – 25.3 ° C (57.2 – 77.5 ° F) เดือนเหล่านี้แห้งด้วยคาถาร้อนแรงเป็นครั้งคราวซึ่งสามารถอยู่ได้นานกว่าสามวัน อุณหภูมิสูงสุดของเมลเบิร์นมักจะอยู่ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ซึ่งบางครั้งอุณหภูมิอาจสูงถึง 30 ° C (86 ° F)
  • Autumn (March – May) ฤดูใบไม้ร่วงมีอากาศเย็นสบาย โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 10.9 – 20.3 ° C (51.6 – 68.5 ° F) มีหมอกในตอนเช้า แต่ในช่วงปลายฤดูฝนจะมีลมอ่อน ๆ
  • Winter (June – August) ในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 6.5 – 14.2 ° C (43.7 – 57.6 ° F) และหิมะตกทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐวิกตอเรียซึ่งรู้จักกันในชื่อ High Country อากาศหนาวเย็นและมีเมฆมาก
  • Spring (September – November) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 9.6 – 19.6 ° C (49.3 – 67.3 ° F) ฤดูกาลนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนที่สุด ช่วงเช้าจะมีอากาศเย็นสบาย และแดดจัดในตอนกลางวัน หรือวันไหนที่มีเมฆมากอากาศหนาวเย็นอย่างรวดเร็ว และมีลมแรง และเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่มีฝนตกชุก 

8. เมืองเมลเบิร์นมีค่าครองชีพที่คุ้มค่า เมื่อพิจารณาจากสิ่งอำนวยความสะดวก และความสะดวกสบายที่ได้รับ

ที่พักในออสเตรเลีย

เมืองเมลเบิร์น เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของออสเตรเลีย ดังนั้น ค่าครองชีพค่อนข้างมีความหลากหลายและแตกต่าง สิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาคือค่าที่พัก แต่ละโซนในเมลเบิร์นก็จะมีที่พักที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ประเภทของที่พัก ก็มีหลากหลายให้เลือก ถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติ ที่เดินทางมาเมลเบิร์นครั้งแรก อาจลองเลือกที่พักแบบโฮมสเตย์สั้ง 1 – 2 เดือน เพื่อขอคำแนะนำในการใช้ชีวิตกับคนท้องถิ่น 

  • โรงแรมและเกสต์เฮาส์ – 190 – 250 AUD ต่อสัปดาห์
  • ห้องแบ่งเช่า – 170 – 215 AUD ต่อสัปดาห์
  • พักอยู่ในสถานศึกษา – 280 – 400 AUD ต่อสัปดาห์
  • โฮมสเตย์ – 240 – 350 AUD ต่อสัปดาห์
  • บ้านเช่า – 265 – 440 AUD ต่อสัปดาห์
  • โรงเรียนประจำ – 11,000 – 22,000 AUD ต่อปี (เฉลี่ย 230 – 458)

ค่าโดยสารสาธารณะในออสเตรเลีย

ค่าขนส่งและค่าเดินทางขึ้นอยู่กับว่าอาศัยอยู่ที่ไหน หากเดินทางเป็นประจำด้วยระบบขนส่งสาธารณะสามารถประหยัดเงินได้ด้วยการซื้อบัตรโดยสารรายเดือน และนักเรียนต่างชาติมีสิทธิ์ได้รับส่วนลด 50% สำหรับราคาของ Myki พร้อม iUsepass 

ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอื่นๆ 

หากวางแผนที่จะเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารที่ยอดเยี่ยมของเมลเบิร์นให้รวมค่าอาหารในการคำนวณไว้ด้วย นอกจากนี้ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ด้วยการซื้อวัตถุดิบจากตลาดท้องถิ่น และนำมาปรุงอาหารรับประทานเอง แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขของที่พักด้วยว่าสามารถประกอบอาหารได้หรือไม่ นอกจากนี้ นักเรียนต่างชาติ ยังมีสิทธิ์ซื้อสินค้า หรือบริการในราคานักเรียนต่างชาติด้วย

  • ค่าอาหาร – 80 – 280 AUD ต่อสัปดาห์
  • ค่าสาธารณูปโภค – 35 – 140 AUD ต่อสัปดาห์
  • ค่าโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต – 20 – 55 AUD ต่อสัปดาห์
  • ค่าโดยสาธารณะ – 15 – 55 AUD ต่อสัปดาห์
  • ความบันเทิง – 80 – 150 AUD ต่อสัปดาห์

ประมาณค่าครองชีพเมืองเมลเบิร์น

Melbourne.jpg

ประมาณค่าครองชีพข้างต้น เป็นเพียงการคำนวณจากเฉลี่ยของค่าใช้จ่ายของประชากรในเมืองเมลเบิร์นเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายอาจจะน้อยกว่า หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับไลฟสไตล์ส่วนตัว คลิก เพื่อคำนวณค่าครองชีพตามไลฟสไตล์ส่วนตัว

9. เมลเบิร์น จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 ของออสเตรเลีย

เมลเบิร์น ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งวัยรุ่น อินดี้ และสายฮิปปี้ มีวัฒนธรรมการดื่มชา กาแฟ มีร้านอาหารที่เลิศรส และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ถ้าคุณชอบดนตรีตลาดงานเทศกาลหรือนิทรรศการมีกิจกรรมให้คุณไปเสมอ หลายแห่งมีต้นทุนต่ำหรือฟรี ด้วยความบันเทิงที่มีให้ทั้งหมดจึงไม่แปลกใจที่เมลเบิร์นจะได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

เมลเบิร์นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งจุดหมายปลายทางยิดนิยม สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ล้ำสสมัย สวนสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม และอื่นๆ อีกมากมาย เดอะเบสท์ขอยกตัวอย่างดังนี้

  • The Ian Potter Centre: NGV Australia –  หหอศิลป์แห่งชาติของรัฐวิกตอเรียในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Federation ในเมลเบิร์นรัฐวิกตอเรีย
  • City laneways – ย่านธุรกิจของเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เป็นถนนเส้นเก่าแก่ตั้งแต่สมัยวิคตอเรียและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมยอดนิยม รวมถึงเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟชั้นเยี่ยมของเมลเบิร์นด้วย
  • Royal Botanic Gardens Victoria – เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ของเมลเบิร์น เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกาย
  • Werribee Open Range Zoo – สวนสัตว์เปิดแนวแอฟริกันใน Werribee ห่างจากเมลเบิร์นวิกตอเรียประมาณ 32 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้ เป็นส่วนหนึ่งของ Zoological Parks and Gardens Board หรือ ‘Zoos Victoria’ ซึ่งรวมถึงสวนสัตว์เมลเบิร์นและ Healesville
  • Federation Square – จุดนัดพบของชาวเมือง อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ Flinders street และมหาวิหารเซนต์พอล สามารถนั่งพักเพื่อชมกิจกรรมต่างๆ หรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารโดยรอบ
  • Koorie Heritage Trust –  เป็นองค์กรทางวัฒนธรรมตั้งอยู่ในเมลเบิร์น เพื่อความมุ่งมั่นในการปกป้องรักษาและส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีชีวิตของชนพื้นเมืองดั้งเดิมของออสเตรเลียตะวันออกเฉียงใต้ มีคอลเล็กชันภาพเขียน สิ่งประดิษฐ์ หนังสือ ภาพถ่าย และ วิดีโอ กว่า 60,000 ชนิด 
  • Australian Sports Museum – พิพิธภัณฑ์กีฬาออสเตรเลีย มีการจัดการแข่งขันกีฬา เช่น คริกเก็ต ฟุตบอล เทนนิส รักบี้ บาสเก็ตบอล มวย และเน็ตบอล รวมถึงเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกด้วย
  • Scienceworks – พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ในย่านชานเมือง Spotswood
  • Luna Park Melbourne – สวนสนุกเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ริมฝั่งอ่าวพอร์ตฟิลิปในเซนต์คิลดาเมลเบิร์นรัฐวิกตอเรีย เปิดทำการมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 1912 
  • Queen Victoria Market – ตลาดที่มีพื้นที่ประมาณ 7 เฮกตาร์ เป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้
  • Immigration Museum – พิพิธภัณฑ์ที่แสดงประวัติการก่อตั้งประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่บนถนน Flinders ในเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ในอาคาร Old Customs House ที่สร้างขึ้นในปี 1835 โดย John Pascoe Fawkner หนึ่งในผู้ก่อตั้งของเมลเบิร์น
  • Melbourne Museum – พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ใน Carlton Gardens ในเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ติดกับ Royal Exhibition Building เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้
  • Eureka Skydeck 88 – ตึกระฟ้าที่มีความสูง 297.3 เมตร ตั้งอยู่ในเขต Southbank ของเมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย
  • Brighton Bathing Boxes – กระท่อมขนาดเล็กบนชายหาด มีสีสันสดใสทอดยาวไปบนชายหาด Brighton
  • St Kilda Pier – ชายหาดที่ตั้งอยู่ใน St Kilda, Port Phillip, Victoria, Australia ห่างจากใจกลางเมืองเมลเบิร์นไปทางใต้ 6 กิโลเมตร เป็นหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมลเบิร์น 
  • Melbourne Zoo – สวนสัตว์ในเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ภายใน Royal Park อยู่ห่างจากใจกลางเมลเบิร์นประมาณ 4 กิโลเมตร มีสัตว์มากกว่า 320 ชนิด จากออสเตรเลียและทั่วโลก
  • Old Melbourne Gaol – คุกสมัยอดีตที้ใช้ในปี  1842 และปี 1929 บนถนน Russell Street ในเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์
  • Shrine of Remembrance – ศาลระลึกถึงเป็นอนุสรณ์สถานสงครามในเมลเบิร์นรัฐวิกตอเรียประเทศออสเตรเลียตั้งอยู่ที่ Kings Domain บนถนนเซนต์กิลดา มันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารที่ทำหน้าที่ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ปัจจุบันเป็นอนุสรณ์แก่ชาวออสเตรเลียทุกคนที่ได้ทำหน้าที่ในสงครามใดๆ และเป็นสถานที่จัดงาน ANZAC Day ด้วย
  • State Library Victoria – ห้องสมุดกลางของรัฐวิกตอเรียออสเตรเลียตั้งอยู่ในเมลเบิร์น ก่อตั้งขึ้นในปี 1854 เป็นห้องสมุดสาธารณะเมลเบิร์นทำให้เป็นห้องสมุดสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย

10. เมลเบิร์น เมืองแห่งงานเทศกาล และ กิจกรรม ตลอดทั้งปี

เมลเบิร์น เป็นเมืองแห่งงานเฉลิมฉลอง มีการจัดงานตลอดทั้งปี โดยเฉพาะเทศกาลอาหารและไวน์ เทศกาลดนตรี แสง สี เสียง และทัวร์คอนเสิรตขนาดใหญ่ รวมทั้งเทศกาลสำคัญพิเศษ ต่างๆ มากมาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกตลอดทั้งปี 

เดือนมกราคม

เดือนกุมภาพันธ์

  • Chinese New Year Festival
  • Lonsdale Street Greek Festival
  • Melbourne Russian Festival
  • Melbourne Japanese Summer Festival
  • MSO Sidney Myer Free Concerts

เดือนมีนาคม

  • Moomba Festival
  • Formula 1 Australian Grand Prix
  • Melbourne Fashion Festival
  • Melbourne International Flower and Garden Show
  • Melbourne Queer Film Festival
  • Melbourne Food and Wine Festival
  • Light Up Melbourne Festival
  • Run for the Kids
  • Victoria’s Multicultural Festival
  • Two Worlds Festival
  • Kensington Community Festival (KCF)

เดือนเมษายน

  • Melbourne International Comedy Festival
  • South Asian Festival
  • Sri Lankan Festival
  • Australasian Quilting Convention
  • Anzac Day

เดือนพฤษภาคม

  • Dog Lovers Show
  • Next Wave Festival
  • Melbourne Knowledge Week
  • Buddha’s Day and Multicultural Festival
  • Good Beer Week

เดือนมิถุนายน

เดือนกรกฎาคม

เดือนสิงหาคม

เดือนกันยายน

เดือนตุลาคม

เดือนพฤษจิกายน

เดือนธันวาคม

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับข้อมูลเมืองเมลเบิร์น หากน้องๆ คนไหนที่สนใจเรียนต่อเมืองเมลเบิร์น เรียนภาษา เรียนวิชาชีพ หรือเรียนในระดับปริญญา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้เลยค่ะ เพียงแค่บอกความต้องการและงบประมาณที่มีให้กับเรา เรายินดีที่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จในการศึกษาค่ะ


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อออสเตรเลียเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ ศูนย์ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร

  • บริการให้คำปรึกษาฟรี ทั้งเรื่อง การเรียน
  • เรื่องการทำวีซ่า การเตรียมเอกสาร
  • ทำให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย
  • ดูแลจนกว่านักเรียนจะเรียนจบ
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บ
  • คลิ๊ก เพื่อทำความรู้จักเดอะเบสท์ เพิ่มเติม

แนะนำให้สอบถามก่อนล่วงหน้า 4 เดือนก่อนจะเดินทาง ช้าสุดไม่ควรน้อยกว่า 2 เดือน เพื่อทางเดอะเบสท์จะได้ทำการจองที่นั่ง เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่รับเข้าเรียนได้มีจำนวนจำกัด

วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร
 :090-327 3558088-269 5099

Email :contact@thebest-edu.com
Line :@thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

Reference

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.