โครงการ Work and Holiday Visas (WHV) ไทย – ออสเตรเลีย ประจำปี 2565


ด้วยรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อปี พ.ศ. 2548 ในการจัดทำโครงการตรวจลงตราหนังสือเดินทางการทำงานและท่องเที่ยวไทย – ออสเตรเลีย ภายใต้ข้อตกลง “Work and Holiday Visa” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 – 30 ปี สามารถเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยว และทำงานได้เป็นการชั่วคราว ในขณะอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โครงการนี้จะเสริมสร้างให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ สามารถปรับตัว และเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง ได้ฝึกการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในต่างประเทศ และฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งมีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ โดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ได้เพิ่มจำนวนเยาวชนไทยเข้าร่วม โครงการ Work and Holiday Visa ไทย – ออสเตรเลีย เป็นปีละ 2,000 คน

Work and Holiday Visas (WHV) ได้รับสิทธิ์อะไรบ้าง?

  • ได้รับวีซ่าอายุไม่เกิน 1 ปี สำหรับเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย
  • ได้รับสิทธิ์ทำงานอะไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้แบบเต็มเวลา Full-Time ไม่เกิน 6 เดือน ในแต่ละที่
  • ได้รับสิทธิ์สมัครเรียนเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถไม่เกิน 17 สัปดาห์ เช่น เรียนภาษาอังกฤษ หรือเรียนวิชาชีพระยะสั้น
  • สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่นๆ เช่น วีซ่านักเรียน (Subclass 500) หลังจากสิ้นสุดโครงการ Work and Holiday Visas ได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับไทย (หากไม่ติด Conditions)

หากน้องๆ ที่กำลังวางแผนสมัครโครงการ Work and Holiday Visas และวางแผนจะลงเรียนภาษาอังกฤษด้วย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเดอะเบสท์ได้เลย นอกจากนี้ หากน้องๆ คนไหนที่กำลังถือวีซ่า Work and Holiday Visas อยู่ และกำลังจะเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียน สามารถวางแผนการเรียนกับทางเดอะเบสท์ได้เลย
สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ

โทร:090-327 3558088-269 5099
Email:contact@thebest-edu.com
Line:@thebesteduหรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะเพิ่มเพื่อน


กำหนดการรับสมัครเพื่อขอหนังสือรับรองคุณสมบัติประกอบการสมัครโครงการ Work and Holiday Visa Thailand – Australia 2022

กำหนดการ

การดำเนินงาน

จำนวน

ครั้งที่ 1/2565

17 มิถุนายน 2565
  • ประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัคร
 
22 – 30 มิถุนายน 65
  • เปิดระบบลงทะเบียนขอรับ username และ password
ไม่จำกัด

12 กรกฎาคม 65

  • ทดสอบ ระบบสมัครออนไลน์เปิดระบบเวลา 09.00 – 15.00 น. (หรือปิดระบบเมื่อครบจำนวน)
  • *เป็นทางเลือกแก่ผู้สมัคร จะทดสอบหรือไม่ทดสอบก็ได้
1,000 คน
สำรอง 300 คน
26 กรกฎาคม 65
  • สมัครออนไลน์เปิดระบบเวลา 09.00 – 15.00 น. (หรือปิดระบบเมื่อครบจำนวน)

1,000 คน
สำรอง 300 คน

26 กรกฎาคม 65

  • ประกาศรายชื่อผู้ได้รับโควตาและสำรอง

1,000 คน
สำรอง 300 คน

27 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 65

  • ผู้ได้รับโควตา 1,000 คน และสำรอง 300 คน ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไทย แบบด่วนพิเศษ (EMS) และอีเมล นับวันที่ประทับตราส่งเอกสาร ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 65
  • ผู้สมัครแจ้งหมายเลขการจัดส่งเอกสารผ่านฟอร์มออนไลน์
1,000 คน
สำรอง 300 คน

15 – 31 สิงหาคม 65

  • การตรวจเอกสารพิจารณาคุณสมบัติ

1,000 คน
สำรอง 300 คน

กันยายน 65

  • ประกาศผลการพิจารณาผ่านทางระบบออนไลน์
  • ออกหนังสือรับรอง (มีอายุการใช้งาน 90 วัน)
  • ผู้ผ่านคุณสมบัติ มารับหนังสือรับรองด้วยตนเอง ระยะเวลา 3 วันทำการ ณ ชั้น 1 อาคารกระทรวง พม.
1,000 คน

ครั้งที่ 2/2565

ตุลาคม 65

  • จะประกาศกำหนดการให้ทราบอีกครั้ง

1,000 คน
สำรอง 300 คน


คุณสมบัติสำหรับสมัคร Work and Holiday Visas มีอะไรบ้าง?

ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุระหว่าง 18 –30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย)
  3. สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  4. มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
  5. ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
  6. มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง) จำนวน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  7. มีความประพฤติและสุขภาพดี

หลักฐานประกอบการขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจาก ดย.

ตามข้อตกลงของโครงการฯ ผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย จะต้องแนบหลักฐาน หนังสือรับรองคุณสมบัติซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทั้งนี้ การสมัครขอรับหนังสือรับรองคุณสมบัติดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องยื่นแสดงเอกสารสำคัญ ดังนี้

  1. ใบสมัคร (พิมพ์จากระบบการสมัคร) 1 ชุด
  2. แผนการเดินทางโดยคร่าวและประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างเข้าร่วมโครงการ (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า A4 เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ)
  3. บันทึกข้อตกลงที่ผู้ปกครองลงนามเรียบร้อยแล้ว (สามารถดาวน์โหลดจากระบบการสมัคร)
  4. สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง
  5. สำเนาปริญญาบัตร 1 ฉบับ กรณีสำเร็จการศึกษาแล้วยังไม่ได้รับปริญญาบัตร สามารถใช้สำเนาใบรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแทนได้
  6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ฉบับ
  7. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ
  8. สำเนาหนังสือเดินทาง (ที่ยังไม่หมดอายุการใช้งาน)
  9. หนังสือรับรองฐานะการเงินจากธนาคาร เป็นชื่อบัญชีของผู้สมัคร ประเภทออมทรัพย์ ระบุจำนวนเงิน แปลงมูลค่าเป็นดอลลาร์ออสเตรเลียแล้ว ต้องไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย จำนวน 1 ฉบับ (ฉบับจริงเท่านั้น วันที่ออกเอกสาร ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2565)
    หมายเหตุ:
    1. กรณีธนาคารในประเทศไทย ให้ออกหนังสือเป็นภาษาไทย
    2. กรณีธนาคารต่างชาติ ให้ออกหนังสือเป็นภาษาอังกฤษได้
  10. สำเนาหลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ 1 ฉบับ โดยต้องแนบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ
    1. สำเนาผลการสอบ IELTS คะแนนแต่ละทักษะ ไม่ต่ำกว่า 4.5 (อายุไม่เกิน 1 ปี)
    2. สำเนาผลการสอบ TOEFL iBT ระดับคะแนน ไม่ต่ำกว่า 32 (อายุไม่เกิน 1 ปี)
    3. สำเนาผลการสอบ PTE Academic คะแนนแต่ละทักษะ ไม่ต่ำกว่า 30 (อายุไม่เกิน 1 ปี)
    4. สำเนาผลการสอบ Cambridge English: CAE คะแนนแต่ละทักษะ ไม่ต่ำกว่า 147 (อายุไม่เกิน 1 ปี)
      • ผลการสอบต้องมีอายุการใช้งานถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2565
      • ผลการสอบต้องออกก่อนวันที่ 26 มิถุนายน 2565
    5. สำเนาใบแสดงวุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียน ระดับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร จากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี (กรณียังไม่ได้รับปริญญาบัตร/ประกาศนียบัตร สามารถแนบสำเนาผลการเรียนหรือใบรับรองการสำเร็จการศึกษาแทนได้)
    6. สำเนาใบแสดงวุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียน ระดับอนุปริญญา/ปริญญา/ประกาศนียบัตร วิชาชีพ หลักสูตรเต็มเวลาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี
    7. สำเนาใบแสดงวุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียน ระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษ เป็นสื่อการเรียนการสอน ระยะเวลา 5 ปี
    8. สำเนาใบแสดงวุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียน ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น และ หลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน

หมายเหตุ

  1. ผู้สมัครต้องรับรองด้วยตนเองว่า มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุข้างต้นก่อนยื่นใบสมัคร หากตรวจสอบในภายหลังพบว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง หรือตรวจสอบพบว่าเอกสารที่ใช้ในการสมัครไม่ครบถ้วนหรือเป็นเอกสารเท็จ จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการ
  2. ส่งสำเนาและลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับ โดยไม่เขียนทับข้อความสำคัญในเอกสาร
  3. เอกสารหลักฐานการขอวีซ่าอื่นๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ทั้งนี้ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางรายละเอียด ดังนี้


วิธีการและขั้นตอนการรับสมัคร Work and Holiday Visas

1. ลงทะเบียนเพื่อขอรับ Username และ Password (วันที่ 22 – 30 มิถุนายน 2565)

  • ผู้สมัครจะต้องเลือกสมัครเพียง 1 โครงการเท่านั้น หากได้รับ Username และ Password โครงการนี้แล้วจะไม่สามารถสมัครโครงการ Work Holiday Scheme ไทย – นิวซีแลนด์ ได้อีก และไม่สามารถยกเลิก หรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลได้
  • ระบบลงทะเบียน จำกัดจำนวนผู้สมัคร วันละ 2,000 username โดยระบบจะแสดงจำนวนผู้ลงทะเบียน (ล่าสุด) หากครบ 2,000 คน/วัน แล้ว จะสามารถทำการลงทะเบียนได้ในวันถัดไป จนกว่าจะสิ้นสุดกำหนดปิดลงทะเบียน วันที่ 30 มิถุนายน 2565 เวลา 16.00 น.

ผู้สมัครต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับ username และ password จึงจะสามารถสมัครออนไลน์ได้โดยลงทะเบียนทางเว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน www.dcy.go.th การกรอกข้อมูลเพื่อขอรับ username และ password ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้

  1. ไฟล์รูปถ่ายหน้าตรง สวมใส่ชุดสุภาพ และไม่เกิน 3 เดือน
  2. เลขบัตรประจำตัวประชาชน
  3. ชื่อ – นามสกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ สะกดคำนำหน้าและชื่อตามหนังสือเดินทาง)
  4. อีเมลแนะนำให้ใช้ @gmail.com และตรวจทานการสะกดชื่ออีเมลให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการเกิดอุปสรรคทางระบบ
    • เมื่อสมัครเสร็จสิ้นแล้ว ผู้สมัครจะได้รับอีเมลอัตโนมัติแจ้ง username และ password เพื่อนำไปสมัคร ออนไลน์ (กดโควตา) ตามข้อ 2 และ 3 หากผู้สมัครไม่ได้รับอีเมลอัตโนมัติให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ ติดต่ออีเมล: WAH2022.dcy@gmail.com ช่องทางเดียวเท่านั้น
    • หัวข้ออีเมล: การลงทะเบียนขัดข้อง แจ้งหมายเลขผู้สมัคร AUS ชื่อ-สกุล อีเมล และลักษณะของปัญหา

2. การทดสอบการสมัครออนไลน์ (วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 เปิดระบบเวลา 09.00 – 15.00 น.)

เข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password ที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว ตามข้อ 4.1 ทางเว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน http://www.dcy.go.th หากมีผู้สมัครครบเต็มจ านวน 1,000 คน สำรอง 300 คน ระบบจะปิดทำการรับสมัครทันที (ผู้สมัครอาจเลือกที่จะทำการทดสอบหรือไม่ทดสอบการสมัครก็ได้)

3. การสมัครออนไลน์หรือ กดโควตา **วันจริง** (วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 เปิดระบบเวลา 09.00 – 15.00 น.)

ผู้สมัครเข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password ที่ได้รับ ตามข้อ 4.1 ทางเว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน http://www.dcy.go.th หากมีผู้สมัครครบเต็มจำนวน 1,000 คน สำรอง 300 คน ระบบจะปิดทำการรับสมัครทันที

  • ผู้สมัครต้องเข้าระบบเพื่อสมัครออนไลน์ครั้งนี้ เพื่อรับโควตาจำนวน 1,000 คน สำรอง 300 คน
  • ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน มิฉะนั้น จะไม่สามารถกดยืนยันการสมัครได้ และหากตรวจสอบภายหลังพบว่าเป็นการเจตนากรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน สามารถพิจารณาตัดสิทธิ์ได้ในขั้นตอนการตรวจเอกสาร
  • กรณีที่มีผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือเอกสารไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ในขั้นตอนการตรวจเอกสารเจ้าหน้าที่ ดย. มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้สมัครในลำดับนั้น

4. เอกสารประกอบการสมัครออนไลน์

ในการกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้

  1. เลขประจำตัวประชาชน
  2. ชื่อ – สกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ สะกดคำนำหน้าชื่อและชื่อตามหนังสือเดินทาง)
  3. วัน เดือน ปีเกิด
  4. ที่อยู่ตามบัตรประชาชน
  5. ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อม เบอร์โทรศัพท์มือถือ และ e-mail address
  6. ข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
  7. ข้อมูลบุคคลติดต่อในกรณีฉุกเฉิน

5. วิธีการเข้าสู่ระบบออนไลน์

เว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) www.dcy.go.th โปรดสแกน QR Code เพื่อเปิดเอกสารแนบ

6. การส่งเอกสาร (วันที่ 27 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2565)

ผู้ที่ได้โควตา จำนวน 1,000 คน และสำรอง 300 คน จะต้องตรวจสอบเอกสารและจัดส่งเอกสาร ดังนี้

  1. ใบปะหน้า
  2. ใบสมัคร (พิมพ์จากการสมัครออนไลน์)
  3. บันทึกข้อตกลง (ดาวน์โหลดไฟล์จากระบบการสมัคร) พร้อมลงลายมือชื่อของผู้สมัคร ผู้ปกครอง และพยาน
  4. เอกสารและหลักฐานการขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจาก ดย. ตามที่ระบุใน ข้อ 3 โดยรับรองสำเนาทุกฉบับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไทยและสแกนสำเนาเอกสารส่งมาตามกำหนด ดังนี้
    1. ไปรษณีย์ไทย แบบด่วนพิเศษ (EMS) ประทับตราไม่เกินวันที่ 5 สิงหาคม 2565 โดยเขียนรายละเอียดในส่วนของผู้รับจดหมาย ปรากฏตามตัวอย่างด้านล่าง เมื่อจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไทย แบบด่วนพิเศษ (EMS) แล้ว ผู้สมัครต้องแจ้งข้อมูล หมายเลขพัสดุในแบบฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการส่งเอกสารและการติดตามเอกสารได้
      เมื่อจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ไทย แบบด่วนพิเศษ (EMS) แล้ว ผู้สมัครต้องแจ้งข้อมูล หมายเลขพัสดุในแบบฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการส่งเอกสารและการติดตามเอกสารได้
    2. ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ อีเมล: WAH2022.dcy@gmail.com ระบุหัวข้ออีเมล: ส่งใบสมัคร AUS…XXX…. ชื่อ-นามสกุล *พร้อมแนบไฟล์สำเนาเอกสารที่ระบุในข้อ 3 (ชุดเดียวกับที่ส่งทางไปรษณีย์ EMS)

7. การรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ (ภายในเดือนกันยายน 2565 กำหนด 3 วันทำการ)

ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับอีเมลแจ้งกำหนดการรับหนังสือรับรอง ผู้ผ่านคุณสมบัติต้องเดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทนได้

  • สถานที่: ชั้น 1 อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ตึกใหม่ กระทรวง พม.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน 1034 ถนนกรุงเกษม แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
    1. แสดงบัตรประจำตัวประชาชน
    2. กรณีให้ผู้อื่นมารับแทน ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
    3. ลงลายมือชื่อรับหนังสือรับรองไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ ดย.

ทั้งนี้หลักฐานประกอบการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ประเภท Work and Holiday Visa (Subclass 462) เป็นไปตามเกณฑ์หรือข้อกำหนดของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย

  • ผู้ที่รับหนังสือรับรองคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว จะต้องยื่นคำร้องออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประเทศออสเตรเลีย ผ่านทาง https://immi.homeaffairs.gov.au
  • ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองตลอดระยะเวลาของการพักอาศัยในประเทศออสเตรเลีย ทั้งการเดินทาง ค่าครองชีพ และการประกันสุขภาพ ต้องหาที่พักและสมัครงานด้วยตนเอง สามารถท่องเที่ยวสลับกับ การทำงาน และระยะเวลาการทำงานกับนายจ้างให้ถือปฏิบัติตามข้อกำหนดล่าสุดของออสเตรเลีย

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า 
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

 

 

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร: 090-327 3558088-269 5099
Email: contact@thebest-edu.com
Line: @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

ที่มา:

Australian Embassy in Bangkok website: www.thailand.embassy.gov.au

6 ความเห็น

  1. หลักฐานประกอบการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ประเภท Work and Holiday Visa (Subclass 462) กับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย
    ข้อ 13. เอกสารทางการศึกษา ปริญญาบัตร และ Transcript(ใช้เป็นใบรับรองจบที่มีรายเซ็นรับรองอย่างถูกต้องได้ไหมครับ?)

    1. ถ้ายังไม่ได้ Transcript สามารถใช้ใบคาดว่าจะจบ กับใบรับรองได้ครับ

      1. ผมมีใบTranscript ที่ไม่เป็นทางการและใบรับรองที่มี เนื้อหาว่า”ผมได้เรียนจบครบตามหลักสูตรแล้ว เหลือแค่รับใบประกาศนียบัตรเดือน ธันวาคม” ทั้งสองจากมหาลัย แต่สถานทูตบอกผมว่า”ไม่ได้”ต้องมีใบสำเร็วการศึกษาจริงๆอย่างเดียว หมายความว่าไม่ได้หรือยังไง? ผมต้องทำยังไงดี? ยื่นขอวีซ่าไปแล้วด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ

      2. แสดงว่า Transcript ที่ได้มายังไม่สมบูรณ์ ในกรณีนี้ ให้ทางมหาวิทยาลัยออกหนังสือยืนยัน อย่างเป็นทางการ ว่าเราได้จบแล้วแต่ยังไม่ได้ออกใบ Transcript ให้กับนักศึกษาได้ ซึ่งโดยปกติจะออกในช่วงไหน ก็แจ้งสถานทูตไปครับ อย่างไรน้องโทรมาสอบถามได้ที่ 084 222 9350 หรือทิ้งเบอร์ให้พี่ได้ครับ จะได้สอบถามและแนะนำได้ชัดเจนครับ ^-^

      3. พี่ครับขอโทรที่ตอบช้า ผมโทรหาเบอร์พี่ 084 222 9350 สายไม่ว่างเลยครับ นี้เบอร์โทรผมนะครับ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.