นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ประกาศว่าออสเตรเลียจะเปิดให้เดินทางอีกครั้งสำหรับผู้ถือวีซ่าที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน พร้อมต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว นักเดินทางเพื่อธุรกิจ และผู้มาเยือนคนอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ออสเตรเลียเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ เริ่ม 21 กุมภาพันธ์นี้


ผู้ถือวีซ่าที่ได้รับวัคซีนครบทุกคนจะสามารถเดินทางไปออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องยื่นขอยกเว้นการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ซึ่งรวมถึง Bridging, Visitor และวีซ่าประเภทอื่นๆ ที่อนุญาตให้เดินทางไปออสเตรเลีย นอกจากนี้ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการฉีดวัคซีนสำหรับการเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยขั้นตอนการเตรียมความพร้อม สำหรับการเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เช็คสถานะการฉีดวัคซีน

ผู้เดินทาง จะได้รับการพิจารณาการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนสำหรับการเดินทางไปและกลับจากออสเตรเลีย วัคซีนที่อนุมัติหรือรับรองโดย Therapeutic Goods Administration (TGA) ซึ่งรวมถึงปริมาณผสม วัคซีนและปริมาณที่ได้รับอนุมัติหรือเป็นที่ยอมรับในปัจจุบันและปริมาณที่ยอมรับสำหรับการเดินทางคือ:

  • ได้รับวัคซีน 2 โดนอย่างน้อย 14 วัน ในรายชื่อวัคซีนดังนี้
    • AstraZeneca Vaxzevria
    • AstraZeneca Covishield
    • Pfizer/Biontech Comirnaty
    • Moderna Spikevax or Takeda
    • Sinovac Coronavac
    • Bharat Biotech Covaxin
    • Sinopharm BBIBP-CorV (for people under 60 years of age on arrival in Australia)
    • Gamaleya Research Institute Sputnik V
    • Novavax/Biocelect Nuvaxovid.
  • ได้รับวัคซีน 1 โดส ในรายชื่อวัคซีนดังนี้
    • Johnson & Johnson/ Janssen-Cilag COVID Vaccine.

ข้อยกเว้นการฉีดวัคซีน

  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี สามารถใช้เกณฑ์การเดินทางแบบเดียวกับผู้เดินทางที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน และจะถูกนับว่าได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์ โดยหนังสือเดินทางจะถูกใช้เป็นหลักฐานยืนยันอายุ 
  • หากผู้เดินทางไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ จะต้องแสดงหลักฐานการยกเว้นทางการแพทย์ (Medical Exemption) นอกจากนี้ ควรตรวจสอบข้อกำหนดอื่นๆ สำหรับการเดินทางเข้าออสเตรเลีย โดยเฉพาะข้อกำหนดในการกักตัว ในรัฐหรือเขตแดนที่กำลังเดินทาง

TGA กำลังประเมินวัคซีน Covid-19 อื่นๆ อาจได้รับการยอมรับเพื่อวัตถุประสงค์ในการเดินทางขาเข้าประเทศออสเตรเลียในอนาคต ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติและเป็นที่ยอมรับมีอยู่ในเว็บไซต์ TGA สำหรับวัคซีนสูตรไขว้ จะได้รับการอนุมัติก็ต่อเมื่อวัคซีนที่ฉีดได้รับการรับรองจาก TGA


ขั้นตอนที่ 2 เช็คคุณสมบัติว่าวีซ่าที่ถืออยู่ สามารถเดินทางเข้าออสเตรเลียได้

พลเมืองออสเตรเลียที่ได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์ ผู้อยู่อาศัยถาวร ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวที่มีสิทธิ์ และวีซ่าที่ถือจะต้องเป็นวีซ่าในรายชื่อวีซ่าที่มีสิทธิ์เดินทางเข้า-ออกออสเตรเลีย รวมถึงผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการจัดโซน Safe Travel Zone (ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ และ สิงคโปร์) สามารถเดินทางไปและกลับจากออสเตรเลียโดยไม่ต้องยื่นขอยกเว้นการเดินทาง

คลิก เพื่อดูวีซ่าที่มีสิทธิ์เดินทาง
  • Subclass 163 – State/Territory Sponsored Business Owner Visa
  • Subclass 173 – Contributory Parent (Temporary) visa
  • Subclass 200 – Refugee visa
  • Subclass 201 – In-country Special Humanitarian visa
  • Subclass 202 – Global Special Humanitarian visa
  • Subclass 203 – Emergency Rescue visa
  • Subclass 204 – Woman at Risk visa
  • Subclass 300 – Prospective Marriage visa
  • Subclass 400 – Temporary Work (Short Stay Specialist) visa
  • Subclass 402 – Training and Research visa
  • Subclass 403 – Temporary Work (International Relations) visa
  • Subclass 405 – Investor Retirement visa
  • Subclass 407 – Training visa
  • Subclass 408 – Temporary Activity visa
  • Subclass 410 – Retirement visa
  • Subclass 417 – Working Holiday visa
  • Subclass 444 – Special Category visa
  • Subclass 449 – Humanitarian Stay (Temporary) visa
  • Subclass 457 – Temporary Work (Skilled) visa
  • Subclass 461 – New Zealand Citizen Family Relationship visa
  • Subclass 462 – Work and Holiday visa
  • Subclass 476 – Skilled – Recognised Graduate visa
  • Subclass 482 – Temporary Skill Shortage visa
  • Subclass 485 – Temporary Graduate visa
  • Subclass 487 – Skilled – Regional Sponsored visa
  • Subclass 489 – Skilled – Regional (Provisional) visa
  • Subclass 491 – Skilled Work Regional (Provisional) visa
  • Subclass 494 – Skilled Employer Sponsored Regional (Provisional) visa
  • Subclass 500 – Student visa
  • Subclass 560 – Student Temporary Visa
  • Subclass 571 – Student Schools Sector Visa
  • Subclass 572 – Vocational Education and Training Sector Visa
  • Subclass 573 – Higher Education Sector Visa
  • Subclass 574 – Postgraduate Research Sector Visa
  • Subclass 575 – Non-Award Sector Visa
  • Subclass 580 – Student Guardian visa
  • Subclass 590 – Student Guardian visa
  • Subclass 785 – Temporary Protection visa
  • Subclass 786 – Temporary Humanitarian Concern visa
  • Subclass 790 – Safe Haven Enterprise visa
  • Subclass 870 – Sponsored Parent (Temporary) visa
  • Subclass 884 – Contributory Aged Parent (Temporary) visa
  • Subclass 988 – Maritime Crew visa

ขั้นตอนที่ 3 เช็คเงื่อนไข และข้อกำหนดในการกักตัวของรัฐที่กำลังจะเดินทาง

สถานะการฉีดวัคซีนของคุณจะส่งผลต่อตัวเลือกการเดินทางไปออสเตรเลีย หากคุณเป็นผู้เดินทางที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างสมบูรณ์และได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดการเดินทางอาจมีสิทธิ์ได้รับข้อกำหนดการกักกันที่ลดลงเมื่อมาที่ออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม อาจแตกต่างกันไปตามการเตรียมการกักกันในรัฐหรือเขตแดนที่กำลังเดินทาง ดังนั้น ก่อนที่จะจองเที่ยวบิน โปรดตรวจสอบการกักตัว และการเตรียมการ สำหรับรัฐหรือเขตแดนที่กำลังเดินทาง โดยจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ รวมถึงการให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่รัฐหรือเขตแดนที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามข้อกำหนดในการทดสอบหลังเดินทางมาถึง รวมถึงการปฏิบัติตามข้อตกลงสำหรับเด็กอายุ 12-17 ปีที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือได้รับวัคซีนบางส่วน

หากวางแผนที่จะเดินทางต่อไปยังหรือผ่านรัฐหรือเขตแดนอื่นเมื่อมาถึงออสเตรเลีย ผู้เดินทางจะต้องตรวจสอบข้อจำกัดการเดินทางภายในประเทศ โดยผู้เดินทางมีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามข้อจำกัดการเดินทางและข้อกำหนดที่บังคับใช้กับผู้เดินทาง

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการกักตัวในออสเตรเลียแต่ละรัฐ


ขั้นตอนที่ 4 ขอใบรับรองการฉีดวัคซีน Covid-19 Certificate of Vaccination

สำหรับในประเทศไทย การเช็คว่าใครฉีดวัคซีนครบหรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน สามารถเช็คได้ผ่านแอพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือหลายๆ คนมักจะถ่ายเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนและเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา แต่สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ จะต้องใช้เอกสารที่มีความเป็นสากล และเป็นที่เข้าใจกันทั่วโลก นั่นก็คือ Covid-19 Certificate of Vaccination หรือเรียกสั้นๆ ว่า Vaccine Passport คือใบเบิกทางให้สามารถเดินทางเข้า-ออก ระหว่างประเทศได้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ และเป็นหนึ่งในข้อกำหนดสำหรับการเดินทางเข้า-ออก ระหว่างประเทศ

หากไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ต้องแสดงหลักฐานที่ยอมรับได้ หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดในการฉีดวัคซีนได้ จะไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้เดินทางที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน จะต้องปฏิบัติตามกระบวนการชายแดนปัจจุบันเมื่อเดินทางออกหรือมาที่ออสเตรเลีย

ในการขอรับ Vaccine Passport สามารถขอรับได้ทั้งยื่นคำร้องกับหน่วยงานที่ให้บริการออกเอกสารรับรองฯ ในสังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือสามารถส่งคำร้องขอผ่านแอพลิเคชั่น “หมอพร้อม” คลิก เพื่อศึกษาขั้นตอนการขอ Covid-19 Certificate of Vaccination (วัคซีนพาสปอร์ต)


ขั้นตอนที่ 5 ทำการทดสอบ COVID-19 ก่อนออกเดินทาง

จะต้องมีผลการทดสอบ COVID-19 เป็นลบสำหรับการเดินทางไปออสเตรเลีย เมื่อคุณเช็คอินเที่ยวบิน คุณต้องระบุ:

  • หลักฐานของการทดสอบ COVID-19 Polymerase Chain Reaction (PCR) หรือการทดสอบการขยายกรดนิวคลีอิก (NAAT) อื่นๆ ที่ดำเนินการภายใน 3 วันหลังจากออกเดินทางตามกำหนดเวลาของเที่ยวบินของคุณ หรือ
  • ใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐานการทดสอบ Rapid Antigen ที่เป็นลบภายใต้การดูแลทางการแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางตามกำหนดเวลาของเที่ยวบินของคุณไปยังออสเตรเลีย

หากเที่ยวบินของคุณล่าช้า คุณจะยังคงถือว่ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดการทดสอบก่อนออกเดินทาง คุณไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบใหม่ อย่างไรก็ตาม หากเที่ยวบินของคุณมีการเปลี่ยนตารางเที่ยวบินหรือยกเลิก คุณจะต้องแสดงหลักฐานการตรวจ COVID-19 PCR หรือ NAAT ที่เป็นลบ ซึ่งดำเนินการไม่เกิน 3 วันก่อนเที่ยวบินที่เปลี่ยนตารางบินใหม่ หรือการทดสอบ Rapid Antigen ที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนกำหนดเที่ยวบินใหม่

คุณมีหน้าที่ตรวจสอบการทดสอบและหลักฐานข้อกำหนดการฉีดวัคซีนสำหรับสายการบินที่คุณเดินทางด้วยและประเทศใดๆ ที่คุณเปลี่ยนเครื่อง คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานที่คุณต้องแสดงได้ที่กรมอนามัย www.health.gov.au


ขั้นตอนที่ 6 กรอกข้อมูล Digital Passenger Declaration (DPD) ภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง

ผู้โดยสารทุกคน (ยกเว้นลูกเรือ) ที่เดินทางมาถึงออสเตรเลียทางอากาศยานควรกรอก Digital Passenger Declaration (DPD) โดยสามารถเริ่ม DPD ได้เจ็ดวันก่อนเที่ยวบินของคุณ และส่งภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางสำหรับออสเตรเลีย เนื่องจากคุณต้องให้ข้อมูลด้านสุขภาพและการประกาศของคุณ (สถานะการฉีดวัคซีนและผลการทดสอบ COVID-19) ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบินของคุณ DPD ขอรายละเอียดที่ถือเป็นข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญ

Digital Passenger Declaration คืออะไร?

Digital Passenger Declaration (DPD) เป็นข้อมูลด้านสุขภาพและการแสดงสถานะการฉีดวัคซีนและผลการทดสอบ Covid-19 ซึ่งได้เข้ามาแทนที่ Australian Travel Declaration พัฒนาโดย Accenture สำหรับการเดินทางเข้าออสเตรเลีย ผู้โดยสารขาเข้าสามารถกรอกแบบฟอร์ม DPD ออนไลน์ ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เพื่อยืนยันสถานะการฉีดวัคซีนของผู้เดินทาง โดยข้อมูลที่บันทึกในระบบ DPD จะถูกใช้งานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐต่างๆ เพื่อใช้ในการติดตามและตรวจสอบในกรณีที่มีการติดเชื้อฯ หรือกรณีอื่นๆ ตามกฎหมาย คาดว่า ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 รัฐบาลจะเริ่มใช้งานระบบ DPD หลังชาวออสเตรเลียที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปอย่างน้อยร้อยละ 80 ของประชากรออสเตรเลียฉีดวัคซีนครบโดส เพื่อรองรับการเปิดประเทศ ตามแผน National plan Phase B และ C ควบคู่ไปกับการใช้งาน Home Quarantine app เพื่อใช้ในการกักตัวที่บ้านแทนระบบ Hotel Quarantine

การใช้ระบบ DPD จะช่วยสร้างความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 หลังการเปิดพรมแดนระหว่างประเทศ เพื่อต้อนรับการเดินทางกลับของชาวออสเตรเลียที่ยังติดค้างในต่างประเทศ ตลอดจนการเปิดรับนักท่องเที่ยว นักเรียนต่างชาตินักธุรกิจ และแรงงานจากต่างชาติให้สามารถเดินทางเข้ามาออสเตรเลีย นอกจากนี้ รัฐบาลออสเตรเลียยังมีแนวโน้มจะพัฒนาระบบเทคโนโลยี DPD มาใช้ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการภาครัฐ เช่น วีซ่า ใบอนุญาตนำเข้าและส่งออก บัตรแสดงอัตลักษณ์ส่วนบุคคลหรือใบขับขี่ และใบอนุญาตต่างๆที่อนุมัติโดยภาครัฐ เพื่อความถูกต้องและโปร่งใส

ในขั้นตอนการกรอก DPD ผู้กรอกจะต้อง

  • ให้รายละเอียดการติดต่อของผู้เดินทาง รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อในออสเตรเลีย
  • มีหมายเลขเที่ยวบิน (หากผู้เดินทาง ซื้อตั๋วแบบ Multiple Flights ให้ระบุเที่ยวบินแรกและเที่ยวบินที่มาถึงออสเตรเลีย)
  • แจ้งประวัติการเดินทาง 14 วันล่าสุด
  • ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์
  • มีผลตรวจ Covid-19 แบบ PCR ที่เป็นลบภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง (หรือผลตรวจ RAT ที่เป็นลบภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง)
  • มีสถานที่สำหรับกักตัว หากจุดหมายปลายทางที่ผู้เดินทางไปถึง ต้องเข้ารับการกักตัว

สายการบินจะต้องตรวจสอบว่าผู้โดยสารได้กรอก DPD เรียบร้อยแล้วก่อนเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ถูกแชร์กับสายการบิน นอกจากนี้ สายการบินมีข้อกำหนดของตนเองซึ่งผู้โดยสารจะต้องปฏิบัติตามจึงจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องได้

ผู้กรอกจะต้องทราบถึงข้อกำหนดการกักตัว และการทดสอบ Covid-19 ในแต่ละรัฐ เมื่อเดินทางมาถึง รวมถึงบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฏด้วย เช็คสถานะของแต่ละรัฐ คลิก

การกรอก DPD

คุณสามารถกรอก DPD ของคุณโดยใช้เว็บเบราว์เซอร์บนเดสก์ท็อปหรือผ่านอุปกรณ์มือถือก่อนขึ้นเครื่องและเมื่อเดินทางมาถึงออสเตรเลีย นอกจากนี้ ผู้เดินทางอาจถูกให้ขอแสดงหลักฐานการกรอก DPD ด้วย ดังนั้น ควรพิมพ์สำเนา DPD หรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้เดินทางมีข้อมูลนี้ในอุปกรณ์มือถือสมาร์ทโฟน

สมัครผ่านออนไลน์ที่เว็บไซต์ dpd.gomeaffairs (คลิก)

  • ขั้นตอนที่ 1 สร้างบัญชี เข้าลิงค์ที่เว็บไซต์ อ่านรายละเอียดและเงื่อนไข หลังจากนั้นให้คลิก Create account with browser
  • ขั้นตอนที่ 2 อ่านเงื่อนไขและการใช้บริการ Terms and Conditions กดเช็คถูกช่อง Iagree และกด Get Started
  • ขั้นตอนที่ 3 กรอกข้อมูลในช่องว่าง (กรอกเป็นภาษาอังกฤษ) เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้
  • ขั้นตอนที่ 4 ระบบจะส่งหมายเลขสำหรับยืนยันบัญชีผู้ใช้ ผ่านทาง Email โดยจะเป็นตัวเลข 6 ตัว ให้นำตัวเลขที่ได้ มากรอกในช่องว่างและกด Continue
  • ขั้นตอนที่ 5 เมื่อทำตามขั้นตอนที่ 1 – 4 เสร็จสมบูรณ์ จะเข้าหน้าให้เพิ่ม Digital Passenger Declarations (DPDs) ให้กด New DPD
  • ขั้นตอนที่ 6 ระบบจะอธิบายเอกสารที่ต้องแนบคือ หนังสือเดินทาง, วัคซีนพาสปอร์ต, ผลการตรวจ Covid-19 ที่เป็นลบ (โดยสามารถแนบไฟล์นามสกุล JPG, JPEG, PNG หรือ PDF) ที่สำคัญ หนังสือเดินทางจะต้องเป็นเล่มที่มีวีซ่าออสเตรเลีย

หมายเหตุ:

  • ผู้โดยสารควรกรอก DPD ด้วยตนเอง สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี สามารถให้พ่อแม่กรอกให้ได้
  • ในขั้นต้น DPD จะพร้อมใช้งานในภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยจะมีการเพิ่มภาษาอื่นๆ ในรุ่นต่อๆ ไป

เมื่อกรอก DPD เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ผู้โดยสารจะต้องแสดงว่าได้ทำ DPD เสร็จสมบูรณ์แล้วผ่านหน้าจอสรุป (บนโทรศัพท์ของพวกเขา) หรือในรูปแบบเอกสาร ต่อเจ้าหน้าที่เช็คอินของสายการบิน

  • หากได้รับผลลัพธ์ “Complete” หมายความว่าข้อที่กรอกระบุว่าผู้เดินทางปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพของ COVID-19 
  • หากได้รับผลลัพธ์ “Confirmation required at check-in” หมายความว่าผู้เดินทางอาจไม่ผ่านข้อกำหนดสำหรับการเดินทางไปออสเตรเลีย และผู้เดินทางต้องได้รับการยืนยันเมื่อเช็คอิน และสายการบินจะตัดสินใจว่าสามารถเดินทางได้หรือไม่ หากได้รับอนุญาตให้เดินทางไปออสเตรเลีย อาจต้องกักตัวเมื่อเดินทางมาถึง
  • ก่อนที่จะเริ่มกรอก DPD ควรตรวจสอบเว็บไซต์ของ Department of Health เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ด้านสุขภาพที่สำคัญที่ผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามเมื่อมาออสเตรเลีย
  • ผู้โดยสารทุกคนควรตรวจสอบเงื่อนไขการกักตัวให้ชัดเจน เนื่องจากข้อกำหนดในการกักตัวนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐและเขตแดนของออสเตรเลีย

บทลงโทษหากไม่กรอก DPD

Digital Passenger Declaration จะขอข้อมูลด้านสุขภาพของผู้เดินทาง ผู้เดินทางจะต้องต้องสามารถแสดงหลักฐานว่าข้อมูลนั้นสมบูรณ์ก่อนขึ้นเครื่อง นี่เป็นข้อกำหนดที่บังคับใช้ได้ บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจต้องระวางโทษทางแพ่ง (ปรับ) จำนวน 30 หน่วย (ปัจจุบันอยู่ที่ 6,660 AUD หรือประมาณ 154,600 บาท) ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา 46 ของพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ 2015

การให้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดแก่รัฐบาลออสเตรเลียถือเป็นความผิดร้ายแรง หากถูกตัดสินว่ามีความผิด โทษสูงสุดคือจำคุก 12 เดือน

รัฐและเขตปกครองอาจใช้บทลงโทษเพื่อบังคับใช้การปฏิบัติตามคำสั่งด้านสาธารณสุข ซึ่งอาจรวมถึงการทดสอบ COVID-19 และข้อกำหนดการแยกตัวเองหรือกักกัน หากคุณไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด รวมถึงการทดสอบก่อนออกเดินทางและหลังเดินทางมาถึง คุณอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษที่ร้ายแรง รวมถึงเวลาจำคุกหรือค่าปรับจำนวนมาก ข้อกำหนดอาจเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาอันสั้น

สำหรับผู้โดยสารที่ไม่สามารถกรอก DPD ทางออนไลน์ได้ จะต้องกรอกแบบฟอร์มด้วยตนเอง เพื่อยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการฉีดวัคซีนและการทดสอบก่อนออกเดินทาง ผู้โดยสารต้องเก็บเอกสารนี้ไว้เพื่อแสดงที่ตรวจคนเข้าเมือง แบบฟอร์มที่กรอกจะถูกรวบรวมโดยเจ้าหน้าที่ ABF และมอบให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางชีวภาพซึ่งสแกนแบบฟอร์มและส่งไปยังหน่วยงานด้านสุขภาพของรัฐและเขตปกครอง ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการ ATD


ขั้นตอนที่ 7 ผู้เดินทางจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อยื่นต่อสายการบิน ณ วันที่เดินทาง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • พาสปอร์ตวัคซีน หรือหลักฐานว่าคุณปฏิบัติตามคำจำกัดความของการฉีดวัคซีนครบถ้วนของออสเตรเลีย หรือหลักฐานที่แสดงว่าคุณไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐาน โปรดดูที่นักเดินทางที่ได้รับวัคซีน
  • ผลตรวจ PCR Covid-19 ที่เป็นลบ ก่อนออกเดินทาง ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น
  • มีวีซ่าถูกต้อง ที่ได้รับสิทธิ์เดินทาง
  • หนังสือเดินทางฉบับจริง และเอกสารอื่ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับเดินทางอื่น
  • Digital Passenger Declaration (DPD) ตามที่ระบุไว้ข้างต้น
  • หลักฐานการจัดเตรียมการกักตัว (หากปลายทางต้องเข้ารับการกักตัว)

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

[contact-form-7 id=”18674″ title=”เรียนต่อต่างประเทศ-Blog”]

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.