Pierce College


Pierce College วิทยาลัยชุมชนในเมือง Pierce County รัฐวอชิงตัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 ได้รับการจัดอันดับให้เป็น Top 5 of Community Colleges ในสหรัฐอเมริกา มีชื่อเสียงในระดับประเทศด้านความเป็นเลิศทางวิชาการและความสำเร็จของนักศึกษา เป็นวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานการศึกษาอื่นๆ เปิดการเรียนการสอนในระดับอนุปริญญา Associate Degree ปริญญาตรี Bachelor Degree และประกาศนียบัตรวิชาชีพ Certificate รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรอื่นๆอีกมากมาย เพื่อช่วยให้นักศึกษาได้บรรลุเป้าหมายการศึกษาและในหน้าที่การงาน

Pierce College มีวิทยาเขตที่สวยงามอยู่ 2 แห่งด้วยกันคือ Pierce College Fort Steilacoom ในเมือง Lakewood และ Pierce College Puyallup ในเมือง Puyallup และวิทยาเขตเสริมอีกหลายเห่งที่ Fort Lewis, McChord Air Force Base และ South Hill ซึ่งทุกวิทยาเขตอยู่ห่างกันไม่เกิน 30 นาที มีนักศึกษารวมทั้งหมดประมาณ 17,707 คน บรรยากาศที่เหมาะสมแก่การเรียน อาคารเรียนที่ทันสมัย มีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ปลอดภัย และให้การต้อนรับนักศึกษาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน พร้อมกับมีกิจกรรมและการกีฬาที่ส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษาอย่างเต็มที่

ทำไมต้องมาเรียนต่ออเมริกา?

  • สหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น MIT, Stanford University, Harvard University และ Caltech University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย TOP 10 ของโลก
  • หลักสูตร STEM พร้อมโอกาสที่เปิดกว้าง หลักสูตร STEM หรือ Science, Technology, Engineering, Math เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ทำงานหลังเรียนจบ OPT ที่มากกว่า เพื่อฝึกปฏิบัติ และสามารถก้าวสู่การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ระบบโอนหน่วยกิต Credit Transfer ช่วยให้การเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาง่ายขึ้น ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเรียนจบ High School ที่อเมริกา ก็สามารถเรียนต่อ 2-Year College และโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ ไม่ต้องสอบ SAT, GMAT, GRE
  • มีหลักสูตรที่ครอบคลุมทุกหลักสูตร มหาวิทยาลัยในอเมริกา เปิดสอนหลักสูตรมากกว่า 2 ล้านหลักสูตร ผ่านมหาวิทยาลัยกว่า 4 พันแห่ง ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญเอก รวมถึงหลักสูตรอนุปริญญา Associate Degree และประกาศนียบัตร Certificate ทุกหลักสูตร มีคุณภาพและอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก
  • เป็นศูนย์วิจัยระดับโลก สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงโด่งดังด้านงานวิจัย และเป็นแนวหน้าในการพัฒนาของโลก ตั้งแต่งานวิจัยวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม สังคม วัฒนธรรม โดยจากข้อมูลของ NSF ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้งานในการวิจัยและนวัตกรรมอยู่ที่ 22 พันล้านดอลลาร์ในปี 2015
  • อเมริกาเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีและเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ได้รู้จักกับความรู้ใหม่ล่าสุดในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือผู้สำเร็จการศึกษามีทักษะ และพร้อมทำงานโดยใช้เทคโนโลยีล่าสุด
  • ประเทศอเมริกา ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ เหมาะสำหรับผู้อยากเรียนภาษา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ก็โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์น่าฟังอย่างมาก
  • โอกาสในการจ้างงานที่มากกว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษากว่า 70% ได้งานทำหลังเรียนจบ โดยอัตราค่าตอบแทนอยู่ที่ $61,000 – $120,700 หรือประมาณ 1.89 – 3.74 ล้านบาทต่อปี
  • มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเทศอเมริกา เป็นประเทศแห่งเสรีภาพ เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้าใจและพร้อมซึมซัมวัฒนธรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา
  • บริการช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาต่างชาติ อเมริกายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติสำหรับการศึกษาต่อในอเมริกาและมีระบบสนับสนุนเพื่อช่วยให้นักเรียนปรับตัวเข้ากับชีวิตในอเมริกาได้อย่างสะดวกสบาย

ทำไมต้องเลือกเรียน Pierce College

  • Pierce College เป็นวิทยาลัยที่มีการเติบโตเร็วมาก ได้รับรางวัล Aspen Prize for Community College Excellence สาขา Rising Star College ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและผลงานวิจัยระดับสูง
  • เปิดสอนหลักสูตรในระดับปริญญาตรีด้วย ได้แก่ Bachelor of Applied Science in Dental Hygiene, Bachelor of Applied Science in Homeland Security Emergency Management, Bachelor of Applied Science in Business Management, และ 
  • Bachelor of Applied Science in Fire Services Leadership and Management
  • หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ของ Pierce College เป็นหลักสูตรอันดับ 1 ของหลักสูตรพยาบาลในรัฐวอชิงตัน มีบทบาทสำคัญในการบรรเทาปัญหาการขาดแคลนพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนในรัฐวอชิงตัน และอัตราการสอบผ่านใบอนุญาตเฉลี่ยที่ 98% ทำให้นักศึกษาที่เรียนหลักสูตรพยาบาลที่ Pierce College ก้าวสู่อาชีพพยาบาลวิชาชีพได้อย่างรวดเร็วเมื่อสำเร็จการศึกษา
  • ตั้งอยู่ในรัฐวอชิงตันที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติ สภาพแวดล้อมสะอาด และเศรษฐกิจเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ เช่น Microsoft, Starbucks, Expedia, Alaska Airlines, Amazon และ REI
  • มีทีมกีฬามืออาชีพที่ประสบความสำเร็จ ทีมเบสบอล Mariners ทีมอเมริกันฟุตบอล Seahawks และทีมฟุตบอล Sounders
  • มี 2 วิทยาเขต ใกล้กับพื้นที่ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเหมาะแก่การเรียน มีความปลอดภัยและการเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว สามารถเดินทางจากซีแอตเทิลภายในหนึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์
  • ได้ใช้ประสบการ์ณจริงในขณะที่เรียน มีการจัดเวิร์กช็อป การฝึกทำงานจริง ทำให้นักศึกษาที่จบออกไปมีคุณภาพและมีทักษะที่ยอดเยี่ยม
  • มีหลักสูตรและแขนงวิชาที่หลากหลายเพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่สนใจ
  • เมื่อจบการศึกษาแล้วสามารถโอนย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยในเครือข่ายของ Pierce College ได้ หรือมหาวิทยาลัยชั้นนำในรัฐวอชิงตันได้อย่างง่ายดาย
  • ได้รับการจัดอันดับว่าเป็น Top 5 of Community Colleges มีการรับรองมาตารฐานและได้รางวัลต่างๆมากมายการันตีคุณภาพ
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายที่เหมาะแก่การศึกษา มีศูนย์ปรึกษาสำหรับนักศึกษา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะทั้งวิชาการและนอกตำราให้นักศึกษา
  • เหล่าคณาจารย์มีคุณภาพ เป็นกันเอง ห้องเรียนมีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถพัฒนาศักยภาพของนักศึกษารายบุคคลได้
  • ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ และอุทยานแห่งชาติ Mount Rainier, Plympic, North Cascades มีชายหาด แม่น้ำ และป่าฝน ครบทุกกิจกรรมกลางแจ้ง

Pierce College Accreditation

Pierce College เป็นหนึ่งในวิทยาลัยชุมชน Top 5 ของประเทศสหรัฐอเมริกา จากการจัดอันดับของ Aspen Institute ได้รับการแต่งตั้งให้เป็ฯวิทยาลัยสำหรับการสร้างผู้นำ (Leader College) เพื่อช่วยให้นักศึกษาในวิทยาลัยบรรลุเป้าหมายทางด้านการศึกษา นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลด้านความสำเร็จของนักศึกษา (Leah Meyer Austin Award)

Pierce College ได้รับการรับรองโดย Northwest Commission on Colleges and Universities ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด มีทรัพยากรที่จำเป็นและทั่วถึงสำหรับการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการเรียนของนักศึกษาทุกคน นอกจากนี้ บางหลักสูตรยังได้รับการรับรองจากหน่วยงานอื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • Dental Hygiene ได้รับกัารรับรองจาก American Dental Association Commission on Dental Accreditation (CODA)
  • Nursing ได้รับการรับรองจาก Accreditation Commission for Education in Nursing, Inc. (ACEN); Nursing Care Quality Assurance Commission, Washington State Department of Health
  • Veterinary Technology ได้รับการรับรองจาก American Veterinary Medical Association; Washington State Veterinary Medical Association
  • Emergency Medical Services ได้รับการรับรองจาก National Registry of EMT (NREMT), approved by WA state
  • Fire Services Leadership & Management ได้รับการรับรองจาก International Fire Service Accreditation Congress (IFSAC)
  • Early Childhood Education ได้รับใบอนุญาตจาก State Professional Educators Standards Board (PESB)

สถานที่ตั้งของ Pierce College

Pierce College ตั้งอยู่ในเขต Pierce รัฐวอชิงตัน ทางใต้ของซีแอตเทิลประมาณ 30 ไมล์ โดยมีวิทยาเขตอยู่ 2 แห่ง ที่อยู่ใน Lakewood และ Puyallup มีภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมที่สวยงาม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ทั้งสองแห่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของ Mount Rainier ได้

Pierce College Fort SteilacoomPierce College Puyallup

Pierce College Fort Steilacoom

Pierce College Fort Steilacoom และสำนักงานต่างๆของ Pierce College ตั้งอยู่บนพื้นที่ 140 เอเคอร์ในเมือง Lakewood ห่างจาก Tacoma ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 10 ไมล์ อยู่ถัดจากสวนสาธารณะ Fort Steilacoom Park บนพื้นที่ 342 เอเคอร์ ริมทะเลสาบ Waughhop ซึ่งมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เช่น ขี่ม้า ปั่นจักรยาน เดินเล่น และอยู่ห่างจากน่านนามของ Puget Sound เพียงหนึ่งไมล์ มองเห็นทัศนียภาพเป็นเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่มองเห็นได้ทั้งสองทิศทาง คลิก เพื่อดูแผนที่ของ Pierce College Fort Steila

Location: 9401 Farwest Drive SW Lakewood, WA USA 98498

Pierce College Puyallup

Pierce College Puyallup ตั้งอยู่ในเมือง Puyallup ห่างจาก Tacoma ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 10 ไมล์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในรัฐวอชิงตัน วิทยาเขต Puyallup ตั้งอยู่บนพื้นที่ป่า 85 เอเคอร์ในพื้นที่ South Hill คลิก เพื่อดูแผนที่ของ Pierce College Puyallup

Location: 1601 39th Avenue Southeast, Puyallup, WA USA 98374


สิ่งอำนวยความสะดวกในวิทยาลัย Pierce College

บริการนักศึกษา

  • บริการให้คำปรึกษาด้านวิชาการและคำปรึกษาส่วนบุคคลแบบตัวต่อตัว รวมถึงการให้คำปรึกษาการโอนย้ายหน่วยกิตเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย รับประกันการเข้าเรียนศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยพันธมิตร
  • บริการ eLearning สนับสนุนนักเรียนและคณาจารย์ด้วยเทคโนโลยีการศึกษาเพื่อช่วยประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ 
  • Writing Center บริการให้คำปรึกษาด้านงานเขียน การวางแผนโครงร่างงานเขียน เสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์ รวมถึงตรวจสอบเกี่ยวกับรูปแบบประโยคและไวยากรณ์ เพื่อให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
  • สนับสนุนประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับนักศึกษาที่มีความพิการ โดยการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปราศจากอุปสรรคทางกายภาพและทัศนคติ นักศึกษาสามารถพัฒนากลยุทธ์การเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จร่วมกับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่
  • มอบโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับทหารผ่านศึกและครอบครัว เพื่อช่วยให้พวกเขาได้รับโอกาสในการเรียนและสามารถกำหนดเป้าหมายชีวิตได้

ที่พักอาศัย

นักศึกษามีทางเลือกว่าจะพักในหอพักของวิทยาลัยหรืออยู่โฮมสเตย์กับครอบครัวอุปถัมภ์ แต่ละตัวเลือกเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รู้จักเพื่อน พัฒนาฝึกฝนภาษาอังกฤษ และเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอเมริกัน

หอพักนักศึกษา Center for Global Scholars (CGS)

เรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเอง มุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จทางวิชาการ เข้าร่วมกิจกรรมสนุกๆ และสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมร่วมกับการสร้างมิตรภาพกับนักเรียนจากทั่วทุกมุมโลก นักศึกษาจะได้พักอาศัยในหอพักนักศึกษาที่ปลอดภัยพร้อมระบบกุญแจ และได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ ห้องพักทุกห้องประกอบไปด้วย อินเทอร์เน็ต เตียงคู่ ครัวรวม ตู้เย็นขนาดเล็ก ห้องทำงาน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ เก้าอี้ และ Wi-Fi หอพักนักศึกษาจะอยู่ใกล้กับวิทยาลัย สามารถเดินทางโดยการเดินหรือปั่นจักรยานไปเรียนได้

ทุกห้องมีรายการต่อไปนี้

  • เตียงเดี่ยว
  • ตู้เย็นขนาดเล็ก
  • ตู้เสื้อผ้า
  • โต๊ะและเก้าอี้
  • Wi-Fi

โฮมสเตย์ Homestay

เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและชีวิตแบบอเมริกันด้วยการอาศัยในบ้านกับครอบครัวชาวอเมริกัน การใช้ชีวิตแบบโฮมสเตย์มุ่งเน้นไปที่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการพัฒนามิตรภาพ ในแต่ละเดือน นักเรียนจะจ่ายค่าที่พักให้กับครอบครัวอุปถัมภ์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ สิ่งของในบ้านประกอบด้วย เตียงพร้อมเครื่องนอน โต๊ะและโคมไฟ สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนความสำเร็จของนักศึกษา โฮมสเตย์ทุกหลังจะอยู่ห่างจากวิทยาลัยไม่เกิน 45 นาที สามารถเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ สะดวก และตรงเวลา

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิทยาลัย

  • Pierce College ทั้ง 2 วิทยาเขต มีห้องสมุดประจำวิทยาเขต เปิดบริการตั้งแต่วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 13:00 – 17:00 น. นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล และวารสารมากมายผ่านอินเทอร์เน็ต
  • Bookstores ร้านขายหนังสือ มีหนังสือเรียนที่จำเป็นทั้งหมดและอุปกรณ์การเรียนครบชุด เช่น สมุด ดินสอ ปากกา เครื่องคิดเลข อุปกรณ์ช่วยการศึกษา รวมถึง เสื้อผ้าพิมพ์ลาย ของขวัญ และการ์ดขายดีสำหรับทุกโอกาส 
  • ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ช่วยให้นักศึกษา เจ้าหน้าที่ และอาจารย์ได้เข้าถึงแหล่งทรัพยากรด้านการศึกษาทางเทคโนโลยี มีซอฟต์แวร์ที่หลากหลายที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียน ไม่จำเป็นต้องนัดหมาย แต่นักศึกษาทุกคนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนด้านความปลอดภัย
  • IT Help Desk ฝ่ายบริการช่วยเหลือและสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จากทีม Student Technology Assistance Team (STAT) สำหรับการช่วยเหลือแบบ peer to peer 
  • Workforce ศูนย์จัดหางานมีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการหางาน มีศูนย์ฝึกวิชาชีพและเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือ 
  • Cafés at Pierce College คาเฟ่ในวิทยาเขต Piece College มีอาหารให้เลือกมากมาย เช่น Aldo’s Burgers, Sabino’s Pizza, Noodle House และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้คุณยังสามารถหาเอสเพรสโซ่บาร์ที่ให้บริการกาแฟ Caffé Vita ได้ทั้งสองแห่ง
  • Health Education Centers ศูนย์สุขภาพที่เป็นจุดสำหรับนักศึกษาที่ต้องการปรับปรุงด้านสุขภาพของตนเอง มีโรงยิมขนาดใหญ่ สนามหญ้าของทีมบาสเก็ตบอลและวิลเลย์บอล พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ใช้สำหรับการสอนในหลักสูตร Kinesiology 
  • Child Development Centers ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 1 – 5 ขวบ ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Early Childhood สังเกตการเตริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนตั้งแต่เริ่มเรียน อัตราส่วนครูต่อนักเรียนต่ำ ทำให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง โปรแกรมอาหารได้รับการรับรองจาก USDA

กิจกรรมนอกหลักสูตร และการใช้ชีวิตในรั้ววิทยาลัย Pierce College

Pierce College เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และสัมผัสชีวิตในวิทยาลัยอย่างเต็มที่ เป้าหมายของเราคือช่วยให้นักเรียนสร้างสมดุลระหว่างความสำเร็จทางวิชาการกับประสบการณ์ชีวิตนักศึกษา เรามีชมรมและกิจกรรมนักศึกษามากมายในวิทยาเขต ตัวอย่างเช่น

  • โครงการอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชน รับประสบการณ์การเป็นอาสาสมัครที่มีคุณค่าและความรับผิดชอบต่อสังคม
  • กิจกรรมสันทนาการมากมาย เช่น เล่นสกี สโนว์ทูบ ช้อปปิ้ง เที่ยวชมสถานที่ ตั้งแคมป์ ไปคอนเสิร์ตและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ
  • Emerging Leaders Academy (ELA) ชมรมส่งเสริมและพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ
  • Multicultural Leadership Institute (MLI) ชมรมส่งเสริมและพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำผู้มีความหลากหลายทางวัฒนะรรม
  • ชมรมดนตรีออเครสตร้า ดนตรีป๊อบ ดนตรีแจ๊ส และ ชมรมประสานเสียง ให้ผู้สนใจและผู้มีความสามารถเข้าร่วม โดยวงดนตรีเหล่านี้ จะจัดแสดงในงานโรงเรียนประจำปี และงานเทศกาลของชุมชน
  • ชมรมผลิตสื่อ ที่ผลิตหนังสั้น และผลิตสื่อต่างๆ ที่ใช้ภายในวิทยาลัย
  • ชมรมเคป็อป เจป๊อป ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้ที่ชื่นชอบไอดอล และวงดนตรีต่างประเทศ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น โดยกิจกรรมในชมรมก็จะมีตั้งแต่การจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนศิลปินที่ชื่นชอบ การเต้นโคฟเวอร์ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

กีฬาวิทยาลัยที่โดดเด่น

Pierce College  เปิดโอกาสให้นักศึกษา นักกีฬาจากทั้งสองวิทยาเขต Fort Steilacoom และ Puyallup เข้าร่วมกีฬา The highly competitive Northwest Athletic Conference (NWAC) ซึ่งนักศึกษาของ Pierce College ทุกคนสามารถลงสมัครคัดเลือก เพื่อลงแข่งขันกีฬาทีมของวิทยาลัยได้

  • Women in basketball, softball, soccer and volleyball
  • Men in baseball, basketball and soccer

Pierce College เปิดสอนหลักสูตรอะไรบ้าง?

หลักสูตรการศึกษานานาชาติของ Pierce College มีคุณภาพสูง สอนโดยคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญระดับปริญญาโท และปริญญาเอก และมีประสบการณ์การสอนนักศึกษาต่างชาติ อัตราส่วนชั้นเรียน 1:15-20 ทำให้ผู้สอนสามารถให้ความสนใจเป็นรายบุคคลกับนักเรียนแต่ละคน

หากต้องการเรียนหลักสูตรอื่นๆ สามารถสอบถามศูนย์ฯ เดอะเบสท์ได้เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

Associate Degree for University Transfer (หลักสูตรอนุปริญญา 2+2 University Transfer)

หลักสูตร Associate Degree for Transfer หรือ หลักสูตร 2 + 2 University Transfer Program คือโปรแกรมการเรียนที่เกิดจากความร่วมมือของ Community College กับ University ในสหรัฐอเมริกา โดยที่นักเรียนใช้เวลา 2 ปีแรกเรียนที่ Community College และรับวุฒิ Associate’s Degree จากนั้นโอนหน่วยกิตมาเรียนต่อปีที่ 3 และ 4 ในมหาวิทยาลัยที่อเมริกาและรับวุฒิ Bachelor’s Degree ซึ่งโปรแกรมเรียนนี้จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียน 4 ปีเต็มที่มหาวิทยาลัย เนื่องจากค่าธรรมเนียมการศึกษาใน Community College จะไม่สูง สมัครเรียนเข้าง่ายกว่า มีโปรแกรมที่ช่วยเหลือนักเรียนด้านทักษะภาษาอังกฤษ มีห้องเรียนที่มีจำนวนผู้เรียนน้อยกว่า และมีการดูแลนักเรียนที่เข้มข้นจริงจัง เพิ่มเกรดเฉลี่ยก่อนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้

Anthropology/Archaeology
Atmospheric Science
Chemistry
Communication/Theatre/Film
Construction Management
Economics
Engineering
English
Environmental Science
Geography
Geology
Health/Physical Education
History
Humanities
Journalism
Mathematics
Oceanography
Philosophy
Physics
Political Science
Psychology
Sociology
World Languages

Professional/Technical Program (หลักสูตรอนุปริญญาที่เน้นทักษะการปฏิบัติงาน)

Pierce College เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ และอนุปริญญาที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษามีทักษะการทำงานโดยตรง และได้รับโอกาสการจ้างงานหลังเรียนจบ การเรียนการสอนหลักสูตรนี้จะเน้นการปฏิบัติและทักษะการทำงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานที่มีความเชี่ยวชาญ หลักสูตรที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานและเติบโตเร็วมากคือ หลักสูตรด้านสุขอนามัยทางทันตกรรม Dental Hygiene การพยาบาล Nursing การบริหารฐานข้อมูล Database Administration และการออกแบบดิจิทัล Digital Design ซึ่งทุกหลักสูตรที่กล่าวมานี้ เปิดสอนใน Pierce College นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรอีกหลากหลายที่เตรียมพร้อมกับสายงานอาชีพที่ขาดแคลน ดังนี้

นักศึกษาสามารถได้รับประกาศนียบัตรและปริญญาในสาขาต่างๆ มากมาย สามารถเลือกจากสาขาอาชีพที่มีความต้องการสูงและพร้อมที่จะทำงาน ระยะการศึกษาภายในหกเดือนถึงสองปีขึ้นไป

Dental Hygiene
Digital Design
Emergency Medical Services
Fire Command and Administration
Physical Therapist Assistant
Veterinary Technology

Bachelor Degree หลักสูตรปริญญาตรี

Pierce College  เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ประยุกต์ 5 หลักสูตรด้วยกัน คือ Business Management, Dental Hygiene, Fire Services Leadership and Management, Homeland Security Emergency Management และ Teaching ซึ่งทั้ง 5 หลักสูตรนี้ เป็นหลักสูตรที่มีความต้องการอย่างมากในตลาดแรงงาน เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะเพียบพร้อมทักษะการปฏิบัติงานที่จำเป็นต่อการทำงานในอุตสาหกรรม และพร้อมที่จะก้าวสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ

High School Completion (หลักเรียนอนุปริญญา ได้วุฒิมัธยมปลายด้วย)

หลักสูตร International High School Completion เป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อให้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีในอเมริการวดเร็วขึ้น โดยระบบการศึกษาในรัฐวอชิงตัน นักเรียนมัธยมปลายที่มีคุณสมบัติ และมีความรับผิดชอบ สามารถข้ามการเรียนในระดับมัธยมปลาย 2 ปีสุดท้ายใน Grade 10 – 11 (หรือนักเรียนไทยต้องเรียนจบ ม.3 ขึ้นไป) เมื่อเข้าเรียนโปรแกรมนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนต่อในวุฒิอนุปริญญา หรือที่เรียกว่า Associate Degree (หรือหลักสูตร 2+2 Transfer Program) ในสาขาที่ตนเองต้องการเรียนต่อ โดยในขณะที่เรียนวิชาของ Associate Degree ก็จะได้รับหน่วยกิตของหลักสูตรมัธยมปลายของรัฐวอชิงตันด้วย หรือทำความเข้าใจง่ายๆ คือ เรียน 1 วิชา แต่ได้รับเครดิต 2 วิชา ทำให้เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษา 2 วุฒิการศึกษา คือ อนุปริญญา (Associate Degree) ควบคู่ไปกับหลักสูตรมัธยมปลาย (High School Program) ที่ออกให้โดยออกให้โดยรัฐ Washington State ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถโอนหน่วยกิตเพื่อเรียนต่อสมัครเรียนต่อปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยในอเมริกาอีกแค่ 2 ปี ในปีที่ 3 – 4 ปี ซึ่งจะช่วยให้เรียนจบปริญญาตรีได้ในอายุ 20 ปี

โครงการนี้ เหมาะกับใคร?

  • นักเรียนที่อยากประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจาก เมื่อสำเร็จหลักสูตร International High School Completion นักเรียนสามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนชั้นปีที่ 3 – 4 ในมหาวิทยาลัยได้เลย เท่ากับว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียนมัธยมปลาย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียนชั้นปีที่ 1 – 2 ในมหาวิทยาลัยได้ถึง 50% – 80%
  • นักเรียนที่ต้องการเรียนจบเร็วขึ้น 2 ปี นักเรียนหลายๆ คนอยากที่จะเรียนจบเร็วขึ้น และต้องการก้าวเข้าสู่การทำงานที่เร็วขึ้น การเข้าเรียน International High School Completion จะช่วยให้เรียนจบเร็วขึ้น 2 ปี
  • นักเรียนที่เรียนไม่จบมัธยมปลาย หรือไม่มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย ที่ต้องการเรียนต่ออเมริกา นักเรียนหลายคนที่ติดปัญหาส่วนตัว จึงทำให้เรียนไม่จบมัธยมปลายในประเทศไทย หลักสูตรนี้ สามารถช่วยให้นักเรียนได้เรียนจบมัธยมปลายควบคู่ไปกับเรียนในระดับอนุปริญญาตรีได้
  • นักเรียนที่เคยเดินทางมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา Student Exchange Program หรือประเทศอื่นๆ เนื่องจาก นักเรียนแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่ เมื่อกลับไปเรียนโรงเรียนในไทยแล้ว หากโรงเรียนไม่ได้รับรองวุฒิการศึกษาระบบการศึกษาอเมริกัน  นักเรียนจะต้องเรียนซ้ำชั้นเดิม ซึ่งเท่ากับว่าเสียเวลาไปอีก 1 ปี ดังนั้นการเลือกเรียน International International High School Completion จึงสามารถเรียนต่อเนื่องไปได้เลย และเรียนจบมัธยมปลายพร้อมกับเพื่อนๆ ที่เรียนโรงเรียนในประเทศไทย พร้อมทั้งได้รับวุฒิอนุปริญญา Associate Degree
  • ไม่อยากเรียนในระบบการศึกษาดั้งเดิม อยากสัมผัสประสบการณ์การเรียนในระดับวิทยาลัย โครงการนี้เหมาะมาก เนื่องจากเป็นการเรียนหลักสูตรในระดับชั้นปีที่ 1 – 2 ของวิทยาลัยโดยตรง

ข้อดีของการเรียนหลักสูตร High School Completion

  • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย นักศึกษาที่เรียนหลักสูตรการศึกษาระดับมัธยมปลายนานาชาติแบบเร่งรัดจะสามารถเริ่มเข้าเรียนในวิทยาลัย ได้ก่อนที่จะจบการศึกษาในระดับมัธยม พวกเขาจะได้รับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายในรัฐวอชิงตันและได้รับ หน่วยกิตวิทยาลัยสำาหรับอนุปริญญาของพวกเขาในขณะเดียวกัน
  • เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถเทียบโอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำปี 3 ได้เลย สถาบัน Community College จะมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร International High School Completion สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนในชั้นปีที่ 3 ได้เลย ซึ่งใช้เวลาสำเร็จการศึกษาในปริญญาตรีอีกเพียง 2 ปี เท่านั้น 
  • บริการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ละสถาบัน จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา และช่วยเหลือรายบุคคล เพื่อวางแผนการเรียนตั้งแต่เริ่มเรียน จนถึงเรียนจบ และวางแผนเกี่ยวกับหลักสูตร การเทียบโอนหน่วยกิต และมหาวิทยาลัยที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้วย
  • วีซ่าไม่ยาก นักเรียนที่สมัครโครงการนี้ ไม่ต้องกังวลว่าวีซ่าจะยาก เนื่องจาก และทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะช่วยเหลือด้านการยื่นวีซ่า และให้ความช่วยเหลือตั้งแต่สมัครเรียน และยื่นวีซ่า รวมถึงช่วยเตรียมตัวการสัมภาษณ์วีซ่ากับทางสถานทูต
  • ปรับตัวง่ายกว่า นักศึกษา ส่วนใหญ่แล้ว เป็นนักศึกษาต่างชาติ ที่มีพื้นฐานเดียวกัน ระดับภาษาอังกฤษใกล้เคียงกัน และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร และช่วยเหลือกันและกัน ทำให้นักศึกษาต่างชาติปรับตัวได้ง่ายกว่า หาเพื่อนง่ายกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยโดยตรง
  • เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ชั้นเรียนมีนักศึกษาเพียง 15 – 30 คน ต่อชั้นเรียน ทำให้ผู้เรียนไม่ประหม่า ลดความตื่นตระหนก เวลาทำงานกลุ่ม หรือพรีเซนท์งาน ซึ่งแตกต่างจากการเรียนในห้องเลกเชอร์ในมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาหลักร้อย ถึงหลักพันคนต่ออาจารย์หนึ่งห้อง  นอกจากนี้หากพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง มีหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษสำหรับเรียนต่อมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติอย่างมาก
  • เมื่อเรียนจบ สามารถทำงานต่อในอเมริกาได้เลย การทำงานในอเมริกาส่วนใหญ่ มีวุฒิ Associate Degree ก็สามารถทำงานหลังเรียนจบได้เลย นอกจากนี้ยังได้รับโอกาสขยายเวลา STEM OPT Extension หากเรียนสาขาวิชาเกี่ยวกับ STEM (Science, Technology, Engineering and Mathematics) โดยสามารถทำงานหลังเรียนจบได้สูงสุด 36 เดือน (3 ปี)

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร High School Completion อย่างละเอียด

Intensive English Program (หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น)

หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น Intensive English Program (IEP) ของ Pierce College เป็นหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษที่เข้มข้นมและรวดเร็ว รับประกันการเข้าเรียนต่อหลักสูตร Associate Degree / Certificate / Professional / High School Completion โดยไม่ต้องสอบ TOEFL หรือ IELTS เปิดรับสมัครเรียน 4 เทอม ต่อปี สามารถเข้าเรียนเทอมไหนก็ได้

  • หลักสูตรเต็มเวลา Full-time 20 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • ประกอบด้วย 4 ระดับ 4 Level ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น Level 1 – ระดับสูง Level 4 เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับ Level 4 สามารถใช้ผลคะแนนภาษาอังกฤษ เข้าเรียนต่อในหลักสูตรวิชาการต่างๆ ของ Pierce College ได้เลยโดยไม่ต้องสอบ TOEFL หรือ IELTS 
  • พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษร้อบด้าน ทั้งด้านการอ่าน การเขียน การฟัง การพูด และไวยากรณ์ เพื่อใช้ในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยเนื้อหาจะเน้นการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อโดยตรง
  • มีโปรแกรม Conversation Partners จับคู่กับเพื่อชาวอเมริกัน เพื่อฝึกทักษะการสนทนาในชีวิตประจำวันให้เป็นธรรมชาติ และได้ทำความรู้จักเพื่อนต่างชาติ ช่วยในการปรับตัวการใช้ชีวิตในอเมริกาได้อย่างง่ายขึ้น
  • ชั้นเรียนขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยนักศึกษา 12-14 คน/ชั้นเรียน นักศึกษาทุกคนเป็นนักศึษาชาวต่างชาติที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษใกล้เคียงกัน ดังนั้น ภายในชั้นเรียนจะไม่มีความกดดันในด้านการเรียน และทักษะภาษาอังกฤษของทุกคนพัฒนาไปพร้อมๆ กัน
  • ครูผู้สอนจบการศึกษาในระดับปริญญาโทในสาขาการสอนภาษาอังกฤษโดยตรง เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์การสอนนักศึกษาชาวต่างชาติ
  • สามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของวิทยาลัยได้เต็มรูปแบบ เช่น ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
  • มีกิจกรรมนอกหลักสูตรมากมาย เพื่อผ่อนคลายหลังเลิกเรียน รวมถึงมีทริปท่องเที่ยวทัศนศึกษาต่างประเทศ

เรียนต่อ Pierce College ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ค่าใช่จ่ายสำหรับการศึกษา

 

Intensive English Program Certificates & Associate Degree

รายการ

1 ภาคการศึกษา
(3 เดือน)
1 ปีการศึกษา
(9 เดือน)
1 ภาคการศึกษา
(3 เดือน)
1 ปีการศึกษา
(9 เดือน)

ค่าการศึกษาเล่าเรียน

$2,750 $8,250 $3,229 $9,687

ค่าธรรมเนียม

$0 $0 $188 $563

รวมค่าใช้จ่ายในการเรียน

$2,750
(ประมาณ 93,500 บาท)

$8,250
(ประมาณ 280,500 บาท)

$3,417
(ประมาณ 116,178 บาท)

$10,250
(ประมาณ 348,500 บาท)

หมายเหตุ: 

  • ตารางด้านบนแสดงรายการค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมสำหรับหลักสูตร Intensive English, Certificates & Associate Degree หากต้องการทราบอัตราค่าเล่าเรียนของนักศึกษาต่างชาติสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีโปรดดูหน้าเว็บ Tuition and Fees 
  • หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด Intensive English Program (IEP) เรียนประมาณ 20 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • ค่าที่พักและค่าอาหารคำนวนจากค่าที่พักแบบโฮมสเตย์ ซึ่งจะรวมอาหาร 2 มื้อต่อวัน

ค่าใช้จ่ายสำหรับค่าครองชีพ

รายการ

1 ภาคการศึกษา (3 เดือน) 1 ปีการศึกษา (9 เดือน)

ค่าประกันสุขภาพ

$341 $1023

ค่าที่พักและอาหาร
(ประมาณ $650 ต่อเดือน)

$1,950 $5,850

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวโดยประมาณ

$750 $2,250

รวมค่าใช้จ่ายสำหรับค่าครองชีพ

$3,041
(ประมาณ 103,400 บาท)

$9,123
(ประมาณ 310,200 บาท)

Pierce College มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วย

Pierce College มีทุนการศึกษามอบให้สำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วย ซึ่งทุนการศึกษาจะได้รับการตรวจสอบโดยคณะกรรมการอาสาสมัครที่หลากหลายเป็นตัวแทนของผู้บริจาค สมาชิกคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ คณาจารย์ และสมาชิกในชุมชน ใบสมัครทุนการศึกษาแต่ละใบจะถูกตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบสองคนขึ้นไป ในกระบวนการตรวจสอบ ผู้สมัครจะได้รับการตรวจสอบโดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งหมายความว่าผู้ตรวจสอบจะไม่เห็นชื่อหรือข้อมูลติดต่อของผู้สมัคร โดยสามารถ คลิก เพื่อตรวจสอบทุนการศึกษาที่เปิดรับสมัคร


การเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย

Pierce College สามารถให้นักศึกษาที่จบหลักสูตรอนุปริญญาเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สามได้ในมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐวอชิงตันหรือมหาวิทยาลยที่เป็นพันธมิต แต่ก่อนที่นักเรียนจะโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัย จะต้องวางแผนการเรียนของตนเองก่อนและกำหนดเป้าหมายในการเรียนที่ชัดเจน เพื่อจะได้ลงทะเบียนเก็บรายวิชาและทำคะแนนให้ดีที่สุดสำหรับเรียนต่อในสาขานั้น นึกศึกษาควรสมัครเรียนมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 3 แห่ง เพื่อให้ได้รับการตอบรับเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับนักเรียนมากที่สุด นอกจากนี้ทาง Pierce College มีบริการให้คำปรึกษา เกี่ยวกับการยื่นใบสมัครเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในการโอนหน่วยกิตด้วย 

นโยบายการโอนหน่วยกิตของแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะแตกต่างกันไป มหาวิทยาลัยบางแห่งในวอชิงตันจะยอมรับทุกรายวิชาหากสำเร็จการศึกษาระดับ Associate of Arts ของ Pierce College เช่น University of Washington ซึ่งจะรับเกือบทุกหลักสูตรของ Pierce College อย่างไรก็ตามคุณสมบัติสำหรับการโอนย้ายจะต้องตรงตามข้อกำหนดของการรับเข้าเรียนในสาขาวิชาที่เลือกด้วย

มหาวิทยาลัยที่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อได้

วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเอกชน ที่แสวงหาผลกำไรในรัฐวอชิงตัน
วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยนอกรัฐ ที่ได้รับการคัดเลือก
ค้นหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอื่นๆ

เรียนต่อ Pierce College เตรียมตัวอย่างไร?

คุณสมบัติทางวิชาการ

Associate Degree (2+2 Transfer Credit)

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์
  • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย หรือมีวุฒิ GED

International High School Completion Program

  • อายุ 16 ปีบริบูรณ์
  • มีใบรับรองผลการเรียนระดับมัธยมปลายในเกรด 9 และ 10 โดยมีเกรดเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 3.0 เป็นต้นไป

คุณสมบัติทางภาษาอังกฤษ

  • International TOEFL: (iBT 61+ คะแนน)/(CBT 173+ คะแนน)/(PBT 500+ คะแนน) 
  • Eiken: Grade 2-A
  • IELTS: 5.5 โดยทุกแบนด์ไม่ต่ำกว่า 5.0
  • Duolingo English Test: 90+ คะแนน
  • Education First (EF): level B2.
  • ELS Language Schools: Level 109 หรือผลคะแนน ELS administered Institutional TOEFL: 500 คะแนน
  • GTEC: CBT 1050 

หมายเหตุ: นักศึกษายังไม่จำเป็นต้องส่งหลักฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษก็ได้ โดยสามารถทำการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หากผลสอบไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางสถาบันได้กำหนด นักศึกษาจะต้องลงเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัด  Intensive English Program เพื่อปรับพื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษก่อน และหากสำเร็จการศึกษาหลักสูตร IEP Level 4 นักศึกษาสามารถเข้าเรียนหลักสูตร Associate Degree ได้เลยโดยไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษ

หลักฐานทางการเงินที่ต้องแสดง

ผู้สมัครจะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินว่าเพียงพอสำหรับการเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาเพื่อออกเอกสาร I-20 โดยจะต้องระบุให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน โดยผู้สมัครสามารถสนับสนุนตนเอง หรือให้บุคคลอื่น เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หัวหน้างาน หน่วยงานของรัฐ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา ในการแสดงหลักฐานทางการเงิน

ผู้สมัครจะต้องแสดงรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 6 เดือนนับจากวันที่ส่งใบสมัคร พร้อมหนังสือรับรองบัญชี (Bank Guarantee) ระบุชื่อผู้สนับสนุนและแปลงสกุลเงินเป็นดอลลาสหรัฐ

จำนวนเงินที่ต้องแสดงในหลักฐานทางการเงิน

  • $20,500 สำหรับการเข้าศึกษาในวิทยาลัย
  • $18,000 สำหรับการรับเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ (IEP))

ช่วงเวลาเปิดรับสมัคร และช่วงเวลาเปิดเรียน

ปีการศึกษา ควรสมัครเรียนก่อน

เริ่มเรียน

Fall 2021 กรกฎาคม 2021

กันยายน 2021

Winter 2022 พฤศจิกายน 2021

มกราคม 2022

Spring 2022 กุมภาพันธ์ 2022

เมษายน 2022

Summer 2022 พฤษภาคม 2022

กรกฎาคม 2022

5 ขั้นตอน เข้าเรียนต่อ Shoreline Community College

ขั้นตอนที่ 1 ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อวางแผนการศึกษา

ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ กรอกแบบฟอร์มด้านล่าง แจ้งให้ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ทราบว่าต้องการเรียนต่อ Community College ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้น ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะติดต่อกลับเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเอกสารการสมัครเรียน

ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเช็คเอกสารให้ฟรี พร้อมแนะนำเส้นทางการเข้าเรียนปริญญาตรี ว่ามีโอกาสไปในทางไหนได้บ้าง เช่น หากไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ อาจจะต้องลงเรียนภาษาอังกฤษก่อน หรือหากยังเรียนไม่จบในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรืออายุยังไม่ถึง 18 ปี ก็สามารถสมัครได้ โดย ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเลือกสถาบันที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับผู้เรียนให้มากที่สุด

ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการสมัครเรียน

หากเลือกเส้นทางการเรียนได้แล้ว ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเริ่มดำเนินการสมัครเรียน ขอเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) รวมถึงเตรียมเอกสารดำเนินการเรื่องวีซ่าด้วย

ขั้นตอนที่ 4 ชำระค่าใช้จ่าย

หลังจากสถาบันการศึกษาตอบรับเข้าเรียนแล้ว ทางโรงเรียนจะส่งเอกสารตอบรับ Acceptance Letter ที่ออกโดยสถาบันการศึกษาของอเมริกา โดยเอกสารตอบรับเข้าเรียน จะชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะนำมาสรุปค่าใช้จ่าย และคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินไทย ณ วัน เวลา ที่โอนเงิน 

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นวีซ่านักเรียนอเมริกา

เมื่อชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันการศึกษา จะส่งจดหมายตอบรับเข้าเรียน ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะใช้จดหมายนี้ เพื่อนำไปยื่นวีซ่าในขั้นตอนต่อไป โดยก่อนการยื่นวีซ่า ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะมีการเตรียมตัวการตอบคำถามสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนด้วย

หมายเหตุ: ถ้าหากผู้สมัครคุณสมบัติไม่ตรงเกณฑ์ หรือขาดคุณสมบัติด้านใดด้านหนึ่ง สามารถส่งเอกสารให้ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อที่ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะให้ทางมหาวิทยาลัยพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน


เรียนต่ออเมริกาทำงานระหว่างเรียนได้ไหม?

นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ในอเมริกาที่ถือวีซ่า F-1 อนุญาตให้ทำงานในอเมริกาได้ โดยจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน DSO (Designated School Officials) ซึ่งหนึ่งในผู้กำกับดูแลนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน ทำหน้าที่ในการติดต่อ ประสานงานสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การเสนอชื่อโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง SEVP อัปเดทข้อมูลนักเรียน ให้คำแนะนำนักเรียน ภายใต้เงื่อนไขโดย United States Citizenship and Immigration Service (USCIS)

การทำงานระหว่างเรียนด้วยวีซ่านักเรียน F-1 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. On-Campus คือการทำงานในเขตสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย เป็นงานที่สนับสนุนกิจการภายในมหาวิทยาลัย สามารถทำได้เลยเพียงขออนุญาตจาก DSO และงานที่ทำไม่จำเป็นต้องตรงสายก็ได้ อาจได้รับค่าตอบแทน หรือไม่ได้รับค่าตอบแทนก็ได้
  2. Off-Campus คือการทำงานนอกเขตสถาบันการศึกษา เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีปัญหาด้านการเงินขั้นรุนแรง หรือ นักศึกษาที่ต้องการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในสาขาวิชาที่เรียนเท่านั้น

หลักสูตร ASSOCIATE DEGREE สามารถขอ OPT ได้นานเท่าไหร่?

  • หากเรียน Associate Degree สามารถทำงาน On-Campus หรือ Off-Campus ก็ได้
  • หากเรียน Associate Degree สามารถขอ CPT หรือ OPT ได้ 12 เดือน

ข้อมูลรายละเอียดของการทำงานในสหรัฐอเมริกาทั้งระหว่างเรียน หลังเรียนจบ ได้สรุปไว้ในบทความข้างล่างนี้แล้ว น้องๆ สามารถคลิกอ่านบทความนี้ได้เลยค่ะ

เรียนต่ออเมริกา | สรุปข้อมูล วีซ่านักเรียนอเมริกา F1 ทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่ เงื่อนไขเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง เรียนภาษาที่อเมริกาทำงานได้ไหม พร้อมโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ | บทความนี้มีคำตอบ


ทำความรู้จัก Pierce County, Washington

Pierce County เป็นเขตปกครองที่อยู่ในรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา มีประชากรประมาณ 800,000 คน เป็นเขตปกครองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในวอชิงตัน รองจาก King County เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตปกครอง Pierce County คือ Tacoma ซึ่งอยู่ในเขตมหานครซีแอตเทิล เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดและเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่นมาเกือบ 150 ปี คือ เกษตรกรรม นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Mount Rainier ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในเทือกเขา Cascade การปะทุครั้งล่าสุดที่บันทึกไว้คือปี 1820 และ 1854 ปัจจุบันไม่มีความเสี่ยงต่อการปะทุแล้ว

เพียร์ซเคาน์ตี้มีชุมชนศิลปะและวัฒนธรรมที่เฟื่องฟู องค์กรศิลปะภายในเขตเพียร์ซ ได้แก่ Broadway Center for the Performing Arts, Grand Cinema, Lakewood Playhouse, Museum of Glass, Northwest Sinfonietta, Speakeasy Arts Cooperative, Tacoma Art Museum, Tacoma Little Theater, Tacoma Concert Band, Tacoma Musical Playhouse, Tacoma Opera, Symphony Tacoma, Dance Theater Northwest, Washington State History Museum เป็นต้น

การศึกษาใน Pierce County

สถาบันอุดมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดคือ University of Puget Sound ใน Tacoma และ Pacific Lutheran University ใน Parkland ทั้งสองเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในเครือทางศาสนา นอกจากนี้ยังมี Tacoma Community College ใน Tacoma และ Pierce College เป็นวิทยาลัยชุมชนของรัฐ วิทยาลัย Bates Technical College และวิทยาลัยเทคนิค Clover Park Technical College เป็นวิทยาลัยเทคนิคของรัฐ นอกจากนี้มหาวิทยาลัย Central Washington มีวิทยาเขตสาขาใน Steilacoom และ Evergreen State College ยังมีวิทยาเขตใน Tacoma ด้วย

ระบบขนส่งสาธษรณะใน Pierce County

การเดินทางเป็นสิ่งที่สะดวกสบาย มีระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย หรือสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง สามารถใช้รถโดยสารประจำทาง รถยนต์ หรือรถไฟเพียงแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งเพื่อเข้าเมืองซีแอตเทิล ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากมาย เช่น โรงละคร ดนตรี พิพิธภัณฑ์ การแข่งขันกีฬา และแหล่งช้อปปิ้ง

  • ท่าเรือทาโคมาเป็นท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่พลุกพล่านที่สุดอันดับที่ 6 ในอเมริกาเหนือ และเป็นหนึ่งใน 25 ท่าเรือคึกคักที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 2,400 เอเคอร์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ รวมถึงท่าเทียบเรือน้ำลึก 34 แห่ง คลังสินค้าและพื้นที่สำนักงานสองล้านตารางฟุต และลานอุตสาหกรรม 131 เอเคอร์ มีการจ้างงานมากกว่า 28,000 ตำแหน่งในเพียร์ซเคาน์ตี้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมท่าเรือ
  • เป็นที่ตั้งของสนามบิน Pierce County Airport และสนามบิน Tacoma Narrows Airport ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นสนามบินการบินทั่วไป
  • มีระบบโดยสารประจำทางมากมาย เช่น
    • Pierce Transit ให้บริการรถโดยสารประจำทาง paratransit และยานพาหนะแชร์ การขนส่งระดับภูมิภาคดำเนินการรถไฟฟ้ารางเบา Tacoma Link ผ่านตัวเมือง Tacoma และให้บริการรถโดยสารด่วนระดับภูมิภาคหลายแห่ง
    • Sound Transit เป็นรถไฟโดยสารประจำภูมิภาคผ่านเพียร์ซเคาน์ตี้ที่จอดอยู่ในสถานที่ต่อไปนี้: Sumner, Puyallup, Tacoma, South Tacoma และ Lakewood
    • Amtrak เดินทางผ่านเขตโดยแวะที่ทาโคมา นอกจากนี้ Intercity Transit ยังให้บริการขนส่งระหว่าง Tacoma, Lakewood และ Thurston County

สภาพอากาศใน Pierce County

ด้านสภาพอากาศไม่รุนแรง ในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5-10 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนอุณหภูมิสูงสุดเพียง 20 องศาเซลเซียส  บางครั้งฤดูหนาวอาจเป็นเพียงฤดูฝน เนื่องจากหิมะไม่ค่อยตก ยกเว้นพื้นที่บริเวณภูเขาซึ่งมีสภาพอากาศดีเยี่ยมสำหรับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ในฤดูร้อนอากาศค่อนข้างแห้งแต่แสงแดดไม่ร้อนจัด กิจกรรมยอดนิยมในช่วงฤดูร้อน่วนใหญ่คือการเดินป่าและพายเรือคายัค

สถานที่ท่องเที่ยวใน Pierce County 

  • Tacoma Waterfront Downtown Tacoma ติดกับ Thea Foss Waterway ซึ่งเป็นปากน้ำของอ่าว Commencement Thea Foss เป็นที่ตั้งของย่านพิพิธภัณฑ์อันคึกคักของทาโคมาซึ่งมีท่าจอดเรือสาธารณะหลายแห่ง ดังนั้นคุณจึงสามารถเดินทางมาโดยเรือได้ Ruston Way มีทางเท้ายาว 2 ไมล์ โต๊ะปิกนิก ร้านอาหาร การตกปลา และการเข้าถึงชายหาด
  • Chambers Bay สนามกอล์ฟแชมเบอร์ส เบย์ ด้วยเลย์เอาต์สไตล์ลิงค์สก็อตระดับโลก มีการออกแบบที่น่าเกรงขามซึ่งสร้างสรรค์โดย Robert Trent Jones II เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน US Amateur ปี 2010 และ US Open Championships ปี 2015
  • Tacoma Dome โดมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโล ต้อนรับแขกมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมความบันเทิงสดที่หลากหลาย พร้อมสัมผัสประสบการณ์คอนเสิร์ตครั้งสำคัญ กีฬาอาชีพ การขี่วัวกระทิง  การเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ และงานแสดงสินค้า
  • Mt. Rainier เยี่ยมชม Mount Rainier ภูเขาไฟที่โดดเด่นที่สุดในเทือกเขาคาสเคดที่ความสูง 14,411 ฟุต ชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของภูเขา นั่นคือน้ำตกนาราดาที่สูง 168 ฟุต สำรวจป่าบริสุทธิ์ที่มีต้นไม้อายุ 1,000 ปีใน สัมผัสความสนุกสนานในครอบครัว เดินป่า ขี่จักรยาน ตั้งแคมป์ ตกปลา สโนว์บอร์ด และเล่นสกี
  • Wildlife Adventures สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Point Defiance เป็นสถานที่สำหรับครอบครัว คุณจะเห็นม้าน้ำและฉลาม หมีขั้วโลกและเพนกวิน หมาป่าและวอลรัส วัวกระทิงตัวใหญ่ กวางเอลค์ที่สง่างาม หมีที่แข็งแรง และหมาป่าเจ้าเล่ห์ ล้วนอาศัยอยู่ที่ Northwest Trek ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาด 723 เอเคอร์ใกล้กับ Eatonville
  • Fairs and Festivals หนึ่งใน 10 งานที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ ดึงดูดผู้เข้าชมมากกว่า 1.3 ล้านคนในช่วง 17 วัน มาสัมผัสอาหารเลิศรส เครื่องเล่นสุดวิเศษ และคอนเสิร์ตสุดมันส์ 
  • The Puyallup Fair – งานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในรัฐ มีการแสดงคอนเสิร์ต เกม เครื่องเล่น คาร์นิวัล และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและเกษตรกรรม
  • พิพิธภัณฑ์ต่างๆ เช่น Washington State History Museum และ Museum of Glass (ทั้งสองอยู่ใน Tacoma).
  • ศูนย์การค้าต่างๆ เช่น South Hill Mall, Tacoma Mall, Lakewood Towne Center, outlet shopping malls, Seattle Premium Outlets,และ Centralia Factory Outlets.

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.