หากเดินทางไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว B-2 สามารถเปลี่ยนเป็นสถานะเป็นนักเรียน F-1 เพื่อเรียนต่อได้หรือไม่?


หากเดินทางมาประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว B-2 และเกิดความสนใจที่อยากจะลงทะเบียนเรียนแบบเต็มเวลา Full-Time ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลัง คุณสามารถขอเปลี่ยนสถานะจากท่องเที่ยว B-2 เป็นสถานะนักเรียน F-1 ได้ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาให้สิทธิ์เปลี่ยนสถานะได้ แต่สิ่งสำคัญที่ควรทราบก่อนเดินทางไปสหรัฐอเมริกาคือ ระยะเวลาวีซ่านั้นเป็นเพียงระยะเวลาที่คุณสามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ระยะเวลาที่สามารถพำนักในสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและป้องกันชายแดน จะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาการพำนักอาศัยที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งก่อนที่จะทราบเงื่อนไข และขั้นตอนการขอเปลี่ยนสถานะจากท่องเที่ยว B-2 เป็นสถานะ B-1 คุณจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “วีซ่า Visa” และ “สถานะ Status” ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน


“วีซ่า (Visa)” และ “สถานะ (Status)” แตกต่างกันอย่างไร?

เพื่อรักษาสถานะที่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อคุณอยู่ในสหรัฐอเมริกา สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างเงื่อนไขการเข้าเมืองทั่วไป 2 คำ ได้แก่ “วีซ่า (Visa)” และ “สถานะ (Status)” หลายคนสับสนระหว่างการใช้คำสองคำนี้ ซึ่งมีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างคำสองคำภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนี้

วีซ่า (Visa) คืออะไร?

วีซ่า คือเอกสารการเข้าประเทศที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติขอเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ โดยทั่วไป วีซ่าจะเป็นตราประทับที่หนังสือเดินทาง Passport โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลสหรัฐฯ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ วีซ่าชั่วคราว Nonimmigrant Visa และ วีซ่าผู้อพยพ Immigrant Visa ใช้สำหรับเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้รับประกันว่า ผู้ถือวีซ่าจะสามารถเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง จะให้สถานะอีกครั้งเมื่อเดินทางไปถึงสหรัฐอเมริกาว่าสามารถเดินทางเข้าประเทศได้หรือไม่ โดยจะยืนยันสิทธิ์ในเอกสาร I-94 ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสามารถปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศได้ หากคุณแสดงถึงเจตนาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่

1. วีซ่าชั่วคราว Nonimmigrant Visa

1. วีซ่าชั่วคราว Nonimmigrant Visa

วีซ่าที่มอบให้กับผู้ที่ต้องการเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาชั่วคราวเพื่อทำงาน เยี่ยมเยียน ศึกษา หรือมีวัตถุประสงค์เพื่ออาศัยอยู่ในชั่วคราวในประเทศสหรัฐอเมริกา การได้วีซ่าเป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถพำนักอาศัยในสหรัฐอเมริกาตามระยะเวลาวีซ่า ระยะเวลาการพำนักอาศัย ขึ้นอยู่กับสถานะ Status ซึ่งจะได้รับก็ต่อเมื่อเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเท่านั้น โดยสถานะ จะมีรายละเอียดแจ้งในเอกสาร I-94 ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น

2. วีซ่าผู้อพยพ Immigrant Visa

2. วีซ่าผู้อพยพ Immigrant Visa

วีซ่าที่มอบให้กับบุคคลซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการยื่นคำร้องผู้อพยพหรือผู้อยู่อาศัยถาวร หรือผู้ที่ได้รับวีซ่าเสี่ยงโชค ความหลากหลายซึ่งกำลังจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อขอถิ่นที่อยู่ถาวรตามกฎหมายหรือที่หลายคนเรียกว่า “กรีนการ์ด (Green Card)” โดยผู้มีสิทธิ์ขอวีซ่าประเภทนี้ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากพลเมืองสหรัฐฯ หรือญาติใกล้ชิดที่พำนักถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นนายจ้างในสหรัฐฯ และต้องมีคำร้องที่ได้รับอนุมัติก่อนที่จะยื่นขอวีซ่าผู้อพยพ 

โดยทั่วไปแล้ว บุคคลที่มีความประสงค์จะย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องได้รับการอนุมัติคำร้อง (Petition) จากทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (USCIS) ก่อนจึงจะสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าถาวรได้ โดยญาติผู้มีคุณสมบัติหรือนายจ้างจะเป็นผู้ยื่นคำร้อง (Petition) โดยตรงที่สำนักงาน USCIS ในประเทศสหรัฐฯ ผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติคำร้องและมี Priority date ที่ถึงกำหนดแล้วเท่านั้น (เฉพาะบางกรณี) จึงจะสามารถยื่นขอวีซ่าถาวรหรือวีซ่าคู่หมั้นได้

สถานะ (Status) คืออะไร?

สถานะ คือสิทธิ์ที่ให้ชาวต่างชาติเพื่อพำนักอาศัยอย่างถูกต้องตามกฏหมายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะได้รับก็ต่อเมื่อเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเท่านั้น โดยสถานะ จะมีรายละเอียดแจ้งในเอกสาร I-94 โดยเอกสาร I-94 นี้ จะกำหนดสถานะ และวันหมดสถานะของผู้พำนักอาศัย โดยคุณจะต้องเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่สถานะการพักอาศัยจะหมด ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับระยะเวลาวีซ่า 

ซึ่งวีซ่า Visa ไม่สามารถเปลี่ยนในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ แต่ สถานะ Status สามารถเปลี่ยนในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ยกตัวอย่าง การเปลี่ยนสถานะจากนักท่องเที่ยว B-2 เป็นนักเรียน F-1 ซึ่งจะเป็นหัวข้อหลักของเนื้อหาในบทความนี้

1. สถานะการพักอาศัยชั่วคราว Nonimmigrant status

1. สถานะการพักอาศัยชั่วคราว Nonimmigrant status

เมื่อมีการรับคนต่างชาติเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าชั่วคราว คนต่างชาติจะมีสถานะเป็นสถานะการพักอาศัยชั่วคราว Nonimmigrant Status ตัวอย่างเช่น บุคคลที่เดินทางมาท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่า B2 จะต้องรักษาสถานะ B2 ซึ่งสถานะจะปรากฏในเอกสาร I-94

2. สถานะการพักอาศัยถาวร Immigrant status

2. สถานะการพักอาศัยถาวร Immigrant status

เมื่อมีการรับคนต่างชาติเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาโดยใช้วีซ่าผู้อพยพ คนต่างชาติจะกลายเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรโดยชอบด้วยกฎหมาย

ทำความรู้จักกับฟอร์ม I-94 เอกสารแสดงสถานะการพักอาศัยอย่างถูกกฏหมาย

ทำความรู้จักกับฟอร์ม I-94 เอกสารแสดงสถานะการพักอาศัยอย่างถูกกฏหมาย

ผู้ที่เดินทางมาสหรัฐอเมริกาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักชั่วคราวในสหรัฐอเมริกา Nonimmigrant Visa เช่น นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ นักเรียนและนักศึกษา หรือผู้เดินทางเพื่อวัตถุประสงค์ทางราชการ เมื่อออกจากตรวจคนเข้าเมือง Border ผู้เดินทางทุกคนจะได้รับเอกสาร I-94 โดยเอกสารนี้ จะระบุสถานะผู้เดินทาง วันเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เลขที่หนังสือเดินทาง วีซ่า และอื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่า คุณเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างถูกกฏหมาย

เอกสาร I-94 ก่อนหน้านี้ จะต้องกรอกลงในแบบฟอร์ม โดยจะแจกตั้งแต่เดินทางออกจากสนามบิน เมื่อเดินทางมาถึงประเทศสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว ทางตรวจคนเข้าเมืองจะประทับตรา พร้อมระบุวันที่จะต้องเดินทางกลับออกจากสหรัฐอเมริกา หากอาศัยนานกว่าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต จะถือว่าละเมิดกฏหมายและทางตรวจคนเข้าเมืองมีสิทธิ์ยกเลิกวีซ่าตามกฏหมายทันที

ปัจจุบันจะสามารถสมัคร I-94 ได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกได้เลยโดยกรอกผ่านเว็บไซต์ CBP I-94 เพื่อสมัคร I-94 ผู้สมัครจะได้รับเอกสาร I-94 ทางอิเล็กทรอนิกส์ และจะไม่ได้รับแบบกระดาษอีกต่อไป และสามารถใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือ CBP One™ หรือเว็บไซต์ CBP I-94 ในการเช็คสถานะการพำนักอาศัยในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังสามารถสมัคร I-94 ล่วงหน้าได้เลยก่อนเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกา ระบบอัตโนมัตินี้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการเข้าสำหรับนักเดินทาง อำนวยความสะดวกในการรักษาความปลอดภัย และลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลางได้ 15.5 ล้านเหรียญต่อปี

ตัวอย่างเอกสาร I-94 เอกสารแสดงสถานะการพักอาศัยอย่างถูกกฏหมายแบบออนไลน์


การขอเปลี่ยนสถานะจาก B-2 เป็นสถานะ F-1 มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

หากเดินทางมาถึงประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว B-2 แล้วมีความสนใจที่จะเรียนต่อในสถาบันการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลัง คุณมีตัวเลือกอยู่ 2 ตัวเลือกคือ 1. เดินทางกลับมาไทยเพื่อขอวีซ่านักเรียน F1 และเดินทางกลับไปเรียนที่อเมริกา หรือ 2. ยื่นขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าจากสถานะ B-2 เป็นสถานะ F-1 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ

ไม่ใช่ทุกหลักสูตรที่สามารถจะดำเนินการขอเปลี่ยนสถานะได้ อันดับแรกคุณจะต้องทราบก่อนว่า หลักสูตรที่จะเลือกเรียนต่อ เป็นหลักสูตรที่ต้องอยู่ด้วยสถานะวีซ่านักเรียน F-1 หรือไม่ ซึ่งวีซ่าประเภทนี้เป็นวีซ่าหลักที่ออกให้แก่นักเรียนส่วนใหญ่ ในกรณีที่ต้องการเข้าเรียนในสหรัฐอเมริกาตามสถานศึกษาที่ผ่านการรับรองแล้ว เช่น วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่ผ่านการรับรอง โรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา หรือโปรแกรมสอนภาษาอังกฤษที่ผ่านการอนุมัติ รวมไปถึงหลักสูตรอื่นๆ ที่ชั่วโมงเรียนมากกว่า 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ต้องใช้วีซ่าประเภท F-1

ตัวเลือกที่ 1 Travel Option เดินทางกลับมาไทยเพื่อขอวีซ่านักเรียน F-1

หากตัดสินใจในการเรียนต่ออเมริกา การเดินทางกลับประเทศแล้วขอวีซ่า F-1 จากสถานทูตสหรัฐฯ และสถานกงสุลสหรัฐฯ ตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกที่รวดเร็วที่สุด แต่คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการเดินทางกลับประเทศ และต้องเดินทางมาประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง นอกจากนี้คุณจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ก่อนวันเริ่มเรียน 30 วัน ตามที่ได้รับุไว้ใน I-20

ข้อดี

  • โดยปกติแล้วขั้นตอนจะรวดเร็วกว่าการเปลี่ยนสถานะ
  • จะได้รับวีซ่านักเรียน F1 ซึ่งให้ความยืดหยุ่ในการเดินทางเข้า/ออกจากสหรัฐอเมริกา
  • เป็นตัวเลือกที่ดีหากต้องการวีซ่า F1 อย่างรวดเร็วและแน่นอน ตามวันและเวลาที่กำหนด

ข้อเสีย

  • เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • มีโอกาสที่วีซ่าจะถูกปฏิเสธ

ตัวเลือกที่ 2 Non-Travel Option ดำเนินการขอเปลี่ยนสถานะจากนักท่องเที่ยวเป็นนักเรียน

ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงแม้จะคัดกรองคนเข้าประเทศอย่างเข้มงวด แต่ทางรัฐบาลก็ให้สิทธิ์ผู้เดินทาง เปลี่ยนสถานะวีซ่าได้ โดยผู้คนหลายสิบล้านคน ยื่นขอเปลี่ยนสถานะใหม่ในแต่ละปี ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ที่ถือสถานะ B-2 และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกาในเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นจึงเกิดความสนใจในการเรียนต่อจึงขอเปลี่ยนสถานะจาก B-2 เป็น F-1

การเปลี่ยนสถานะ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่รีบร้อน และมีทุนสำหรับอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยตัวเลือกนี้ จะต้องส่งคำร้องขอเปลี่ยนสถานะไปที่ USCIS โดยระยะเวลาการพิจารณาการเปลี่ยนสถานะอาจจะต้องรอเป็นระยะเวลา 3 – 6 เดือน โดยในระหว่างรอสถานะใหม่ ผู้สมัครจะต้องรักษากฏระเบียบ และจะต้องรักษาสถานะเดิม (B-2) ให้ระยะเวลาครอบคลุมกับระยะเวลาการขอสถานะใหม่ โดยในบทความนี้ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะขออธิบายใน Option ที่ 2 คือ Non-Travel Option หรือ การขอเปลี่ยนสถานะเป็นหลัก เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ต้องการเดินทางกลับประเทศเพื่อยื่นวีซ่าใหม่ สามารถอยู่รอสถานะใหม่ในสหรัฐอเมริกาได้โดยไม่ทำผิดเงื่อนไข

ข้อดี

  • สามารถอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างการพิจารณาได้
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงความยุ่งยากในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่า

ข้อเสีย

  • การพิจารณาอาจล่าช้า ผู้สมัครควรเผื่อระยะเวลาไว้ 3 – 6 เดือน โดยระยะเวลาการพิจารณา ผู้สมัครจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหน และเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด และไม่ควรคิดว่าผ่านการพิจารณาแล้วตราบใดที่ยังไม่ได้รับจดหมายแบบฟอร์ม I-797 จากทาง USCIS
  • การขอเปลี่ยนสถานะอาจถูกปฏิเสธ ซึ่งจะต้องเดินทางกลับประเทศทันทีที่ระยะเวลาสถานะเดิมหมด

ข้อควรทราบสำหรับการขอเปลี่ยนสถานะ (Change of Status)

  • สถานะวีซ่า F1 จะไม่สามารถอนุมัติได้เร็วกว่า 30 วัน ก่อนวันเริ่มเรียนใน I-20
  • ต้องรักษาสถานะปัจจุบันไว้จนครอบคลุมวันก่อนวันเริ่มต้นหลักสูตรตามที่เอกสาร I-20 ได้ระบุ หากสถานะปัจจุบันหมดอายุก่อน 30 วันก่อนวันที่เริ่มต้นต้นหลักสูตร คุณจะต้องขอขยายระยะเวลาสถานะปัจจุบันเพื่อให้ครอบคลุมระยะเวลาวันเริ่มต้นหลักสูตรตามที่เอกสาร I-20 ได้ระบุ หากไม่ขอขยายระยะเวลาสถานะการสมัครขอเปลี่ยนสถานะจะถูกปฏิเสธ
  • ผู้สมัครขอเปลี่ยนสถานะ จะต้องอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาขณะที่ใบสมัครอยู่ระหว่างการพิจารณา การเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาในขณะที่ใบสมัครขอเปลี่ยนสถานะยังอยู่ระหว่างการพิจารณา จะถือว่าใบสมัครถูกยกเลิก
  • ผลการพิจารณาการเปลี่ยนสถานะ จะถูกจัดส่งโดย USCIS โดยส่งเป็นแบบฟอร์ม I-797 ซึ่งแบบฟอร์ม I-797 เป็นแบบฟอร์มเพื่อแจ้งการรับหรืออนุมัติคำขอหรือคำร้อง (Notice of Action) ซึ่งแบบฟอร์ม I-797จะถูกจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในแบบฟอร์ม I-539หากเปลี่ยนที่อยู่การจัดส่ง ทางไปรษณีย์จะถูกตีกลับ ผู้สมัครจะต้องติดต่อทาง CIE เพื่อขอสำเนาเอกสาร I-797
  • ผลการพิจารณาการเปลี่ยนสถานะจะไม่ได้ประทับบนหนังสือเดินทางเหมือนวีซ่า ดังนั้น ผู้ที่เดินทางกลับประเทศในระหว่างช่วงปิดเทอม หรือมีเหตุที่ต้องเดินทางกลับประเทศ เมื่อเดินทางกลับมา จะต้องขอวีซ่านักเรียน F1 เพื่อให้ตรงกับสถานะใหม่ เพราะว่า สถานะใหม่ที่คุณขอ ไม่ใช่วีซ่า ดังนั้น จะไม่ได้ถูกประทับลงไปบนหนังสือเดินทางคุณยังคงถือวีซ่าเดิม แต่เพียงแค่เปลี่ยนสถานะการพำนักอาศัย ดังนั้น หากคุณเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกา คุณจะต้องขอวีซ่าใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะใหม่ที่คุณขอ หากไม่ดำเนินการขอวีซ่าใหม่ และคุณยังเดินทางด้วยวีซ่าเดิม คุณอาจโดนปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศ และอาจถูกยกเลิกวีซ่า
  • การขอเปลี่ยนสถานะ ควรจะต้องเป็นการขอเปลี่ยนภายหลังจากเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 90 วันจะต้องไม่มีเจตนาซ่อนเร้นให้แสดงถึงความต้องการอยากเปลี่ยนสถานะเมื่อเดินทางมาถึงประเทศสหรัฐอเมริกาหากทาง USCIS สามารถทราบถึงเจตนาซ่อนเร้น อาจจะถูกยกเลิกสถานะวีซ่าและถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา

กระบวนการเปลี่ยนสถานะสามารถทำได้โดยการส่งแบบฟอร์มขอเปลี่ยนสถานะหรือขยายสถานะ I-539 Extend/Change Nonimmigrant Status เป็นแบบฟอร์มที่เกี่ยวกับรายละเอียดส่วนบุคคลและการเข้าเมือง เมื่อยื่นเรื่องของเปลี่ยนสถานะแล้ว หากได้รับการอนุมัติ สถานะ F-1 จะถูกส่งมาทางไปรษณีตามที่อยู่ ที่ได้กรอกไว้กับฟอร์ม I-539 โดยขั้นตินการขอเปลี่ยนสถานะ มีดังนี้

1. ตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับการสมัครขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าจาก B-2 เป็นวีซ่า F-1

คุณจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการเปลี่ยนสถานะวีซ่า B2 เป็นวีซ่า F1 อย่างเคร่งครัด ก่อนการจะเปลี่ยนสถานะวีซ่า ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดพื้นฐานบางประการ ดังนี้

  1. คุณต้องอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าชั่วคราว Nonimmigrant Visa
  2. คุณต้องรักษาสถานะการเข้าพักอาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างถูกต้องตามกฏหมายสำหรับวีซ่า B-2
  3. คุณต้องไม่ละเมิดเงื่อนไขของสถานะวีซ่าที่คุณถือ เช่น
    • ไม่ทำงานหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดรายได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
    • ไม่เริ่มเรียนหลักสูตรใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
  4. คุณต้องไม่มีโทษคดีอาชญากรรม หรือคดีอาญา อันขัดต่อความมั่นคงในประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น
    • มีส่วนร่วมในการทรมารหรือกาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
    • มีส่วนร่วมในการฆาตกรรมผู้อื่นโดยเจตนา
    • มีส่วนร่วมทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา
    • มีส่วนร่วมในการล่วงละเมิดทางเพศกับบุคคลใดๆ ที่ไม่ได้รับความยินยอม

นอกจากนี้ ก่อนที่จะเปลี่ยนสถานะจาก B-2 เป็น F-1 ควรปรึกษากับทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อวางแผน และพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่สำหรับการขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าหรือไม่ รวมถึงประเมินสถานะและความเสี่ยงในการยื่นขอเปลี่ยนสถานะวีซ่าครั้งนี้ เพื่อให้โอกาสได้รับการอนุมัติมากที่สุด 

สำหรับขั้นตอนและวิธีการขอเปลี่ยนสถานะจากสถานะ B-2 เป็นสถานะ F-1 มีขั้นตอนที่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร แต่ก็สามารถทำได้หากทำตามขั้นตอนและกระบวนการ ทั้งนี้ หากคุณประสงค์เปลี่ยนสถานะวีซ่า และต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมอย่างละเอียด โปรดติดต่อศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 
090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

2. ดำเนินการขอเปลี่ยนสถานะจาก B-2 เป็น F-1

ในการเปลี่ยนสถานะจากวีซ่าท่องเที่ยว B-2 เป็นวีซ่านักเรียน F-1 ผู้สมัครจะต้องยื่นใบสมัครพร้อมค่าธรรมเนียมในแบบฟอร์ม I-539 Extend/Change Nonimmigrant Status โดยในขณะที่การเปลี่ยนสถานะอยู่ระหว่างรอดำเนินการ จะต้องรักษาสถานะวีซ่า B-2 ให้มากกว่า 30 วันวันเริ่มเรียนตามที่ I-20 ได้กำหนด หากทาง USCIS ยังไม่ได้อนุมัติสถานะวีซ่านักเรียน F-1 ผู้ขออาจจะต้องยื่นแบบฟอร์ม I-539 ครั้งที่สอง เพื่อขอขยายสถานะวีซ่า B-2 (Extend Nonimmigrant Status) ให้ครอบคลุมการพิจารณา

นอกจากนี้ หากการพิจารณายืดเยื้อจนใกล้กำหนดวันเริ่มเรียนตาม I-20 คุณจะต้องติดต่อกับทาง DSO เพื่อขอเลื่อนวันเริ่มเรียนไปเทอมถัดไป หากไม่ทำการขอขยายสถานะ B-2 และสถานะ B-2 หมดอายุก่อน 30 วัน ก่อนวันเริ่มเรียนตามที่ I-20 ได้กำหนด ทาง USCIS จะปฏิเสธแบบฟอร์ม I-539 ทันที โดยขั้นตอนการดำเนินการขอเปลี่ยนสถานะจาก B-2 เป็น F-1 มีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1.ติดต่อศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อวางแผนการเรียน

ก่อนจะเริ่มต้นการขอเปลี่ยนสถานะ คุณจะต้องทราบก่อนว่าคุณจะเรียนหลักสูตรอะไร สถาบันไหน ดังนั้น ควรติดต่อศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อวางแผนการเรียน พร้อมทำเรื่องสมัครเรียน โดยเตรียมเอกสารเบื้องต้น ดังนี้

    • สำหนังหนังสือเดินทาง (Copy of Passport)
    • สำเนาหน้าวีซ่า (Copy of Visa)
    • สำเนา I-94 (Copy of I-94)
    • เอกสารทางการเงิน เช่น สเตทเม้น (Financial Document)

ขั้นตอนที่ 2. ออกเอกสาร I-20

ทางสถาบันการศึกษาที่คุณลงทะเบียนเรียน จะออกเอกสาร I-20 พร้อมให้เหตุผลในการออก I-20 ว่า “Change Status” ซึ่งเอกสาร I-20 จะต้องเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพราะเป็นเอกสารรับรองสิทธิ์ให้เข้าร่วมหลักสูตรกับสถาบันการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงใช้ในการขอรักษาสถานะภาพนักศึกษา การขอใบอนุญาตขับขี่ หรือการขอหมายเลขประกันสังคม

ขั้นตอนที่ 3. ชำระเงินชำระเงินค่าธรรมเนียม SEVIS I-901

หลังจากได้เอกสาร I-20 จะต้องชำระเงินชำระเงินค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 เก็บใบเสร็จไว้ให้ดีเนื่องจากจะต้องแสดงหลักฐานการชำระเงินในขั้นตอนการขอเปลี่ยนสถานะกับ USCIS

ขั้นตอนที่ 4. ดำเนินการยื่นขอเปลี่ยนสถานะกับ USCIS

หลังจากชำระเงินค่าธรรมเนียม SEVIS เรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการยื่นขอเปลี่ยนสถานะกับ USCIS (US Citizenship and Immigration Services)  โดยเตรียมเองสาร ดังนี้

    1. แบบฟอร์ม I-539 (Extend/Change Nonimmigrant Status) 
    2. แบบฟอร์ม I-20 (Copy of I-20)
    3. สำหนังหนังสือเดินทาง (Copy of Passport)
    4. สำเนาหน้าวีซ่า (Copy of Visa)
    5. สำเนา I-94 (Copy of I-94)
    6. เอกสารทางการเงิน เช่น สเตทเม้น (Financial Document)
    7. จดหมายอธิบายเหตุผลการขอเปลี่ยนสถานะ

ขั้นตอนการขอเปลี่ยนสถานะกับสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้เลย แต่ถ้าหากคุณต้องการส่งเอกสารแบบกระดาษ สามารถทำได้โดยการกรอกเอกสาร I-539 และบรรจุเอกสารทั้งหมดไว้ในซองจดหมายแล้วส่งไปที่ USCIS 

ค่าใช้จ่ายสำหรับยื่นเอกสารขอเปลี่ยนสถานะวีซ่า

รายการ

ค่าใช้จ่าย

I-539

$370.00

Biometrics

$85.00

รวมค่าใช้จ่าย

$455.00

หมายเหตุ:หากจำเป็นต้องดำเนินการยื่นขอขยายระยะเวลาสถานะเดิม จะต้องส่งเอกสาร I-539 อีก 1 ฉบับ และจะต้องชำระเงินเพิ่มอีก $455 เพื่อขอขยายระยะเวลาสถานะการพำนักในสหรัฐอเมริกาจนกว่าจะได้รับสถานะใหม่

ขั้นตอนที่ 5. หลังจากที่ดำเนินการยื่นขอเปลี่ยนสถานะกับ USCIS เรียบร้อยแล้ว

หลังจากที่ดำเนินการยื่นเอกสาร I-539 พร้อมกับชำระเงินเรียบร้อยแล้วคุณจะได้รับใบเสร็จยืนยันการขอดำเนินการเปลี่ยน/ขยายสถานะกับทาง USCIS พร้อมเอกสารการทำไบโอเมทริกซ์ (Biometric services notice) นอกจากนี้อาจมีเอกสารแจ้งการนัดสัมภาษณ์หากจำเป็น พร้อมการอัพเดทเกี่ยวกับสถานะของคุณอัพเดทโดยตรงจาก USCIS เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

ขั้นตอนที่ 6. เมื่อสถานะได้รับการอนุมัติ

ผลการพิจารณาการเปลี่ยนสถานะ จะถูกจัดส่งโดย USCIS โดยส่งเป็นแบบฟอร์ม I-797 ซึ่งแบบฟอร์ม I-797 เป็นแบบฟอร์มเพื่อแจ้งการรับหรืออนุมัติคำขอหรือคำร้อง (Notice of Action) ซึ่งแบบฟอร์ม I-797 จะถูกจัดส่งผ่านทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในแบบฟอร์ม I-539 (หากเปลี่ยนที่อยู่การจัดส่ง ทางไปรษณีจะถูกตีกลับ ผู้สมัครจะต้องติดต่อทาง CIE เพื่อขอสำเนาเอกสาร I-797) หากใบขออนุญาตเปลี่ยนสถานะอนุมัติ จะมีผล ณ วันที่อนุมัติทันที แต่ถ้าหากทาง USCIS อนุมัติสถานะก่อนที่จะเริ่มเรียนตาม I-20 ผู้ถือสถานะจะต้องไม่ละเมิดของสถานะ F-1 ก่อนเริ่มต้นการศึกษาด้วยเช่นกัน เช่น ไม่ทำงานพาร์ทไทมแบบ On-Campus 

3. ในระหว่างที่รอ USCIS อนุมัติ ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยว B-2 ห้ามทำการละเมิดกฏการเปลี่ยนสถานะวีซ่าจาก B-2 เป็น F-1

หากฝ่าฝืนกฏ หรือละเมิดกฏดังกล่าว USCIS จะปฏิเสธการขอเปลี่ยนสถานะจากวีซ่า B2 เป็น F1 หรือ M1 รวมถึงการขอขยายวีซ่า B2 ก็จะถูกปฏิเสธเช่นเดียวกัน

  1. ไม่อนุญาตให้เริ่มเรียนจนกว่า USCIS จะอนุมัติการเปลี่ยนสถานะ หากขอเปลี่ยนสถานะจากวีซ่าท่องเที่ยว B-2 เป็นวีซ่านักเรียน F-1 ในระหว่างที่รอการเปลี่ยนสถานะ ไม่อนุญาตให้เริ่มเรียนจนกว่า USCIS จะอนุมัติการเปลี่ยนสถานะ
  2. อย่าปล่อยให้สถานะเดิม หมดอายุ 30 วัน ก่อน USCIS อนุมัติ ในระหว่างกระบวนการขอเปลี่ยนสถานะ คุณจะต้องจะต้องไม่ปลอยให้วีซ่า B-2 หมดอายุภายใน 30 วัน ก่อนที่ทาง USCIS จะอนุมัติ โดยจะต้องยื่นแบบฟอร์ม I-539 แยกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อขอขยายระยะเวลาสถานะเดิม ให้ครอบคลุมกับระยะเวลาการพิจารณาสถานะใหม่ หากไม่ดำเนินการขอขยายระยะเวลาสถานะเดิม ก่อนหมดอายุก่อน 30 วัน คำขอเปลี่ยนสถานะจะถูกปฏิเสธ โดยการขอขยายสถานะควรทำก็ต่อเมื่อ
    • วันเริ่มเรียนใน I-20 เลยระยะเวลาสถานะที่กำลังถืออยู่ ผู้สมัครจะต้องขอขยายระยะเวลาสถานะให้ครอบคลุมถึงวันเริ่มเรียนตามที่เอกสาร I-20 ได้ระบุ
    • ผู้สมัครกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาการเปลี่ยนสถานะ F-1 และสถานะท่องเที่ยว B-2 จะหมดอายุภายใน 30 วันก่อนวันเริ่มต้นหลักสูตรตามที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม I-20 จะต้องยื่นขอขยายระยะเวลาสถานะ B-2
  3. หากทาง USCIS พิจารณานานจนใกล้ถึงกำหนดเปิดเรียนใน I-20 จะต้องติดต่อกับทาง DSO เพื่อเลื่อนวันเริ่มเรียนเป็นเทอมถัดไป และขอออก I-20 ให้ใหม่
  4. ไม่ควรเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย เนื่องจากผลการขอเปลี่ยนสถานะใหม่ แบบฟอร์ม I-797 จะถูกจัดส่งตามที่อยู่ตามที่ผู้ขอได้กรอกไว้ในเอกสาร I-539 ดังนั้น หากผู้ขอเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย เอกสารจะถูกส่งกลับ และผู้ขอจะต้องติดต่อกับทาง CIE เพื่อขอสำเนาเอกสาร I-797
  5. ห้ามออกจากสหรัฐอเมริกา หากยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการขอเปลี่ยนสถานะวีซ่า เมื่อยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะเรียบร้อยแล้ว ห้ามออกจากประเทศสหรัฐอเมริกานอกจากแคนาดาและเม็กซิโก หากเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา สถานะที่คุณถืออยู่จะถูกยกเลิกทันที และใบสมัครขอเปลี่ยนสถานะก็จะถูกยกเลิกตามไปด้วย ดังนั้น ในระหว่างที่พักอาศัยด้วยสถานะเดิมห้ามออกนอกสหรัฐอเมริกาเด็ดขาด หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ แนะนำให้ทำ Travel Option หรือยื่นวีซ่าใหม่ที่ประเทศไทยจะดีที่สุด

ตัวอย่างเอกสาร I-797 ที่อนุมัติการขอเปลี่ยนสถานะการพำนักอาศัยในสหรัฐอเมริกา


จะทำอย่างไรหากการขอเปลี่ยนสถานะถูกปฏิเสธ

หากคำร้องขอเปลี่ยนสถานะถูกปฏิเสธผู้สมัคร สามารถอยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา ตามวันและเวลาสถานะเดิมกำหนดเท่านั้น (ตามเวลาที่ I-94 กำหนด) ละจะต้องเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนทีสถานะเดิมจะหมดอายุ และถ้าหากผู้สมัคร มีความตั้งที่จะศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง ผู้สมัครสามารถขอวีซ่านักเรียน F-1 โดยตรงผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หรือสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาได้


หากเดินทางกลับไทย สถานะ F-1 จะยังคงดำเนินการอยู่หรือไม่?

หากเดินทางกลับไทย สถานะ F-1 คุณจะต้องดำเนินการขอวีซ่านักเรียน F-1 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะใหม่ และเมื่อเดินทางกลับเข้าสหรัฐอเมริกา คุณจะได้สถานะ F-1 โดยอัตโนมัติ

แต่ถ้าหากคุณยังคงใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดิม B-1 เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่หลักสูตรการศึกษายังคงดำเนินการอยู่ คุณอาจถูกยกเลิกวีซ่าเนื่องจากคุณเดินทางผิดวัตถุประสงค์ของวีซ่า และอาจต้องเดินทางกลับประเทศในทันที


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

     

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.