Shoreline Community College

Shoreline Community College


Shoreline Community College เป็นวิทยาลัยชุมชนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เก่าแก่ทางชายฝั่ง Salish อยู่ห่างจากเมือง Seattle ไปทางเหนือเพียง 10 ไมล์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิทยาเขตที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐวอชิงตันโดยก่อตั้งเมื่อปี 1964 เปิดทำการเรียนการสอนหลักสูตรต่างๆ ทั้งด้านประกาศนียบัตร Certificate และอนุปริญญา Associate Degree มากกว่า 100 หลักสูตร  ที่ทำให้สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาตนเองในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนหรือการทำงาน นอกจากที่นี้ยังมีหลักสูตรที่เหมาะกับนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาได้อย่างง่ายอีกด้วย เหล่าคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ต่างทุ่มเทความตั้งใจเพื่อให้นักศึกษาที่เข้ามาเรียนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ Shoreline Community College ได้รับการรับรองจาก Northwest Commission on Colleges and Universities ว่าเป็นวิทยาลัยที่มีความพร้อมที่จะส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้ตามที่ระบุไว้ได้

Shoreline Community College เป็นหนึ่งในวิทยาลัยชุมชนระดับท็อป 20 ของสหรัฐอเมริกา จาก 1,462 วิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศ ในด้านจำนวนนักศึกษานานาชาติที่เรียนที่วิทยาลัย (IIE, 2019) วิทยาลัยได้รับการยกย่องในฐานะ 1 ใน 3 วิทยาลัยชุมชนระดับชั้นนำของรัฐ Washington (Niche, 2019) อีกทั้งยังได้รับรางวัล Paul Simon ในด้านความเป็นผู้นำในการสร้างความเป็นสากลของวิทยาเขต นอกจากนี้นักศึกษาของ Shoreline ยังได้รับทุนการศึกษานานาชาติ Benjamin A. Gilman เพื่อการเรียนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องมาเรียนต่ออเมริกา?

  • สหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น MIT, Stanford University, Harvard University และ Caltech University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย TOP 10 ของโลก
  • หลักสูตร STEM พร้อมโอกาสที่เปิดกว้าง หลักสูตร STEM หรือ Science, Technology, Engineering, Math เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ทำงานหลังเรียนจบ OPT ที่มากกว่า เพื่อฝึกปฏิบัติ และสามารถก้าวสู่การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ระบบโอนหน่วยกิต Credit Transfer ช่วยให้การเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาง่ายขึ้น ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเรียนจบ High School ที่อเมริกา ก็สามารถเรียนต่อ 2-Year College และโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ ไม่ต้องสอบ SAT, GMAT, GRE
  • มีหลักสูตรที่ครอบคลุมทุกหลักสูตร มหาวิทยาลัยในอเมริกา เปิดสอนหลักสูตรมากกว่า 2 ล้านหลักสูตร ผ่านมหาวิทยาลัยกว่า 4 พันแห่ง ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญเอก รวมถึงหลักสูตรอนุปริญญา Associate Degree และประกาศนียบัตร Certificate ทุกหลักสูตร มีคุณภาพและอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก
  • เป็นศูนย์วิจัยระดับโลก สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงโด่งดังด้านงานวิจัย และเป็นแนวหน้าในการพัฒนาของโลก ตั้งแต่งานวิจัยวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม สังคม วัฒนธรรม โดยจากข้อมูลของ NSF ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้งานในการวิจัยและนวัตกรรมอยู่ที่ 22 พันล้านดอลลาร์ในปี 2015
  • อเมริกาเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีและเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ได้รู้จักกับความรู้ใหม่ล่าสุดในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือผู้สำเร็จการศึกษามีทักษะ และพร้อมทำงานโดยใช้เทคโนโลยีล่าสุด
  • ประเทศอเมริกา ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ เหมาะสำหรับผู้อยากเรียนภาษา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ก็โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์น่าฟังอย่างมาก
  • โอกาสในการจ้างงานที่มากกว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษากว่า 70% ได้งานทำหลังเรียนจบ โดยอัตราค่าตอบแทนอยู่ที่ $61,000 – $120,700 หรือประมาณ 1.89 – 3.74 ล้านบาทต่อปี
  • มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเทศอเมริกา เป็นประเทศแห่งเสรีภาพ เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้าใจและพร้อมซึมซัมวัฒนธรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา
  • บริการช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาต่างชาติ อเมริกายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติสำหรับการศึกษาต่อในอเมริกาและมีระบบสนับสนุนเพื่อช่วยให้นักเรียนปรับตัวเข้ากับชีวิตในอเมริกาได้อย่างสะดวกสบาย

ทำไมต้องเลือกเรียน Shoreline Community College

  • คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มีความมุ่งมั่น เอาใจใส่และมีแนวคิดก้าวหน้า คณาจารย์ทุกท่านมีความเอาใจใส่ในความสำเร็จด้านการเรียนของนักศึกษาทุกคน
  • อัตราส่วนนักศึกษาต่อคณาจารย์อยู่ที่ 18:1 ซึ่งจะช่วยให้ชั้นเรียนมีขนาดเล็กเพียงพอสำหรับคณาจารย์ในการสร้างประสบการณ์การเรียนที่ตรงกับความต้องการของนักศึกษาแต่ละคน
  • ค่าใช้จ่ายไม่สูง ค่าเล่าเรียนประมาณ $10,689 ต่อปี (ประมาณ 340,300 บาท)  ซึ่งถูกกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐบาลและเอกชน 50 – 70
  • มีหลักสูตร 2+2 University Transfer Program และได้รับการสนับสนุนจากทางวิทยาลัยในการช่วยเหลือการเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นและเหมาะสม 
  • มีหลักสูตร International High School Completion เป็นหลักสูตรที่ได้รับประกาศนียบัตร Associate Degree และมัธยมปลาย High School Diploma ในเวลาเดียวกัน โดยใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 2 ปี ซึ่งหลักสูตรนี้เปิดสอนเฉพาะรัฐวอชิงตันเท่านั้น
  • มีหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ESL สำหรับนักศึกษาที่ยังไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ หรือคะแนนภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์ตามที่วิทยาลัยได้กำหนด
  • การเรียนการสอนได้รับการออกแบบเพื่อช่วยให้นักศึกษามีความพร้อมสำหรับการทำงานในระบบเศรษฐกิจระดับโลกแห่งอนาคต คณะกรรมการของวิทยาลัยจะยึดความสำเร็จของนักศึกษาเป็นศูนย์กลางในทุกการดำเนินงานของวิทยาลัย
  • มีกิจกรรมมากมายสำหรับนักศึกษาในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้เรียน โดยมีกิจกรรมนอกหลักสูตรและโอกาสการทำงานในวิทยาเขตที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของตนเอง ยกตัวอย่างเช่นการทำงานในฝ่ายปกครองนักศึกษาหรือในฐานะอาจารย์กวดวิชาหรือพี่เลี้ยงนักศึกษา

สถานที่ตั้ง Shoreline Community College

Shoreline Community College ตั้งอยู่ในวิทยาเขตขนาด 83 เอเคอร์อันเงียบสงบและเขียวชอุ่ม ห่างจากเมือง Seattle ไปทางตอนเหนือเพียง 2 กิโลเมตร เมือง Seattle ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทมากมาย เช่น Microsoft, Amazon และ Starbucks ซึ่งศิษย์เก่าของ Shoreline มักจะมีโอกาสได้รับประสบการณ์การทำงานที่บริษัทเหล่านี้หลังจากสำเร็จการศึกษาผ่านทางโครงการ Optional Practical Training (OPT) รวมถึงมีสถานที่และกิจกรรมอันหลากหลายมากมายให้นักศึกษาได้เพลิดเพลิน อย่างเช่นอุทยานแห่งชาติและชายหาด

Shoreline Community College ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในชุมชนของวิทยาลัยอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทางวิทยาลัยจึงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะสร้างความมั่นใจว่าทุกคนจะมีชีวิตที่ปลอดภัย, มีความสุขและสะดวกสบายทั้งในและนอกวิทยาเขต แผนกความปลอดภัยและบริการรักษาความปลอดภัยจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนของวิทยาลัยเพื่อให้บริการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยมีการรักษาความปลอดภัย ดังนี้

  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำหน้าที่ในวิทยาเขตตลอดทั้งวันทุกวัน
  • เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและตรวจตราในวิทยาเขต
  • การตรวจสอบอุปกรณ์, อาคารและระบบต่างๆประจำวัน
  • กิจกรรมให้ความรู้เพื่อสร้างจิตสำนึก
  • การดูแลที่จอดรถในวิทยาเขตและการอนุญาต
  • การรับมือกับอุบัติเหตุและการขอความช่วยเหลือ
  • การป้องกันอาชญากรรม
  • การลดความรุนแรง
  • ระบบแจ้งเหตุ
  • นโยบาย, ระเบียบขั้นตอน, การฝึกอบรมความรู้และการมีส่วนร่วมกับชุมชน

ข้อมูลการเดินทาง

Shoreline Community College ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองซีแอตเทิลไปทางเหนือประมาณ 16 กิโลเมตร ซึ่งสามารถใช้การเดินทางโดยรถประจำทาง ด้านหน้าวิทยาเขต มีป้ายจอดรถ หากต้องการวางแผนการเดินทาง โดยให้บริการตลอดทั้งวันโดยเฉลี่ยทุกครึ่งชั่วโมงจะมีสายรถให้บริการในวิทยาเขตดังนี้

    • Route 330  Lake City
    • Route 331  Shoreline Community College
    • Route 345  Northgate
    • Route 355  Downtown Express
    • Route 5  Downtown

คลิก เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง

การเดินทางจากสนามบินมาวิทยาลัย

  • โดยแท็กซี่ มีแท็กซี่จำนวนเพียงพอต่อการเดินทางจากสนาามบินมายังวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ $50
  • โดยรถรับส่งด่วน บริการรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ และรถอื่นๆ ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.shuttleexpress.com

Campus Life ชีวิตในวิทยาลัย

นักศึกษาที่ Shoreline Community College จะได้รับโอกาสการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมในที่เอื้ออำนวย และเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก  บรรยากาศที่สวยงามและรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีที่พักให้เลือกในราคาประหยัด และนการเดินทางไปมาระหว่างสถาบันกับที่พักยังสะดวกสะบาย

  • กิจกรรมต่างๆในวิทยาเขต กิจกรรมต่างๆ ในวิทยาลัยจะทำให้มีโอกาสมีส่วนร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างและการผลิตภาพยนตร์สารคดี องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับนานาชาติ ผู้บริหารของบริษัทชั้นนำ และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีวิทยากรพิเศษค่อยมาให้ความรู้กับทางวิทยาลัยของเรา เช่น มูลนิธิ Bill & Melinda Gates, Monsanto, Oxfam, ศาลฎีกาของรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา กองทัพเรือ CARE สถานกงสุลญี่ปุ่น เม็กซิโก และแคนนาดา เป็นต้น
  • องค์การนักศึกษา มีสโมสรและองค์กรต่างๆ มากกว่า 40 แห่ง กลุ่มองค์การเหล่านี้สามารถนำนักศึกษาที่มีความสนใจคล้ายกันมาทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านงานอดิเรก วิชาการ วัฒนธรรม กีฬา และอื่นๆ 
  • การสนับสนุนการเรียนรู้ เข้าถึงศูนย์สนับสนุนการเรียนรู้ 9 แห่ง เช่น งานบริการและศูนย์ฝึกวิชาชีพ  ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ สนับสนุนให้บริการพิเศษหรือทำหน้าที่ผสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก เช่น ที่ศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ สามารถเรียนรู้ข้อมูลต่างๆ และยังสามารถขอความช่วยเหลือจากคณาจารย์ หรือเหล่านักเรียนที่เรียนอยู่ในระดับสูงกว่า ที่มีความสามารถในการตอบคำถามเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ให้มาช่วยได้ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์เรียนรู้อื่นๆ เช่น
    • ชีววิทยาและเคมี 
    • ซอฟต์แวร์ธุรกิจและคอมพิวเตอร์ 
    • บริการสำหรับผู้ทุพพลภาพ
    • ศูนย์การศึกษา ESL / ABE 
    • ศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ 
    • ศูนย์ฟิสิกส์ / วิศวกรรม 
    • ศูนย์กวดวิชา
    • ศูนย์ข้อมูลทหารผ่านศึก 
    • สตูดิโอการเขียนและการเรียนรู้ 
    • อื่นๆ
  • ด้านกีฬา สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาต่างๆ ของ Shoreline Community College มีด้วยกันอย่างหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ฟิตเนส ลู่วิ่ง สนามเทนนิส อีกทั้งที่วิทยาลัยของเรามีโรงยิมที่ประกอบไปด้วยสนามบาสเก็ตบอล ห้องยกน้ำหนัก โรงยิมภายในวิทยาลัย และห้องล็อกเกอร์สำหรับนักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้โรงยิมยังเป็นที่ตั้งของแผนกพลศึกษา รวมไปถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ
  • ร้านหนังสือ ร้านหนังสือใน Shoreline Community College ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของอาคารบริหารและสมาพันธ์นักศึกษา  (PUB) ใกล้กับทางเข้าหลักของวิทยาลัย ซึ่งร้านหนังสือแห่งนี้เป็นมากกว่าสถานที่สั่งซื้อหนังสือ เนื่องจากร้านหนังสือที่นี้มีการใช้งานที่หลากหลายเพื่อรองรับความต้องการที่เหมาะสมแก่นักเรียน พนักงาน และผู้มาเยี่ยมเยือน
  • ศูนย์อาหาร 
    • ตลาด Avanti ตลาด Avanti ของ Shoreline Community College  ตั้งอยู่ในอาคารบริหารและสมาพันธ์นักศึกษา (PUB) ตลาดแห่งนี้มีอาหารเพื่อสุขภาพขายมากมาย สะดวก และรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีผลไม้สด ผักสลัด และแซนวิช รวมถึงอาหารว่าง เครื่องดื่ม และอาหารจานร้อนที่หลากหลาย
    • From Bean to Cup ภายในล็อบบี้ของอาคารบริหารและสมาพันธ์นักศึกษา (PUB) มีจุดบริการเครื่องดื่มร้อน 3 แห่งที่มีตัวเลือกดื่มมากมาย ระหว่างทางเดินที่ง่ายเและรวดเร็ว เช่น กาแฟเอสเพรสโซ ช็อคโกแลตร้อน และชา
    • Food Truck ตั้งอยู่นอกอาคารบริหารและสมาพันธ์นักศึกษา (PUB) เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมของตลาด Avanti ซึ่งรถขายอาหารต่างๆ จะหมุนเวียนเข้ามาให้บริการในแต่ละสัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.00 น. – 14.00 น. เพื่อให้วิทยาลัยมีตัวเลือกอาหารที่หลากหลายมากขึ้น
  • ห้องสมุด ห้องสมุดเป็นศูนย์กลางของวิทยาลัย โดยมุ่งมั่นที่จะสอน สร้าง และจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพแก่นักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้เป็นอิสระตลอดชีวิต
  • ที่พักนักศึกษา อพาร์ทเมนท์ใน Shoreline Community College มีความสะอาดและสะดวกสะบายต่อการใช้ชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับอาคารบริหารและสมาพันธ์นักศึกษา (PUB) มีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน มีห้องครัวขนาด ห้องนอนและห้องนั่งเล่นที่เป็นมาตรฐาน โดยค่าสาธารณูปโภคทั้งหมดรวมอยู่ในค่าที่พักรายเดือนแล้ว
  • โรงละคร โรงละครใน Shoreline Community College เป็นที่ตั้งในการผลิตละครและดนตรีออร์เคสตราของเล่านักศึกษา และคณาจารย์ มีความจุ 369
  • ความปลอดภัย เป้าหมายของวิทยาลัยคือการทำให้สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของวิทยาลัยเป็นที่ปลอดภัยและเป็นมิตร เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทุกคนที่เข้ามาเรียนรู้และทำงานในวิทยาลัยแห่งนี้ โดยจะมีการรักษาความปลอดภัยในวิทยาเขตอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความอุ่นใจสำหรับการอยู่อาศัยและการแสวงหาความรู้

Student Support การสนับสนุกนักศึกษา

  • Academic Support & Tutoring การสนับสนุนทางวิชาการและการสอนพิเศษ เป็นการสอนแบบตัวต่อตัว มีบริการห้องสมุด การให้คำปรึกษา ที่พักการเรียนรู้ และอื่นๆ
  • Career & Personal Support การสนับสนุนอาชีพและการสนับสนุนส่วนบุคคล เป็นบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและอาชีพฟรีสำหรับนักศึกษาทุกคน
  • E-Learning & Canvas support การสนับสนุนโปรแกรม เครื่องมือและการเรียนออนไลน์ โดยทางมหาลัยจะจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับนักศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้
  • Funding & Aid ความช่วยเหลือด้านเงินทุนการศึกษา เป็นการช่วยเหลือเกี่ยวกับค่าเล่าเรียน หนังสือ ค่าอาหารและค่าขนส่งผ่านบริการต่างๆของวิทยาลัย เช่น ศูนย์สวัสดิการ ทุนการศึกษา และความช่วยเหลือทางการเงิน
  • Gender Equity Center ศูนย์ความเท่าเทียมทางเพศ เป็นศูนย์ที่สนับสนุนการแนะนำบริการทางสังคม โปรแกรมการศึกษา และทรัพยากรอื่นๆ เพื่อลดอุปสรรค เพิ่มพลังให้นักศึกษา และส่งเสริมความสำเร็จทางวิชาการ
  • Multicultural Center ศูนย์พหุวัฒนธรรม เป็นศูนย์มีบรรยากาศที่สะดวกสบายต่อนักศึกษาจากทุกเชื้อชาติสามารถเรียนและพบปะสังสรรค์กันได้ นอกจากนี้สามารถเข้าร่วมการบรรยาย การประชุมเชิงปฏิบัติการ และรับการสนับสนุนและทรัพยากรส่วนตัวได้
  • Student Accessibility Services งานบริการการเข้าถึงของนักศึกษา มุ่งมั่นที่จะให้นักศึกษาเข้าถึงทรัพยากรที่เท่าเทียมกัน เพื่อส่งเสริมศักยภาพสำหรับนักเรียนที่มีความพิการ นอกจากนี้ยังมีบริการการเข้าถึงของนักศึกษาอื่นๆ เช่นให้บริการที่พักสำหรับการเตรียมสอบ สื่อการสอนในรูปแบบต่างๆและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก เป็นต้น

หลักสูตรที่เปิดสอน

หลักสูตร 2+2 University Transfer Program (หลักสูตรอนุปริญญา 2 ปี + ปริญญาตรี 2 ปี)

หลักสูตร 2 + 2 University Transfer Program คือโปรแกรมการเรียนที่เกิดจากความร่วมมือของ Community College กับ University ในสหรัฐอเมริกา โดยที่นักเรียนใช้เวลา 2 ปีแรกเรียนที่ Community College และรับวุฒิ Associate’s Degree จากนั้นโอนหน่วยกิตมาเรียนต่อปีที่ 3 และ 4 ในมหาวิทยาลัยที่อเมริกาและรับวุฒิ Bachelor’s Degree ซึ่งโปรแกรมเรียนนี้จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียน 4 ปีเต็มที่มหาวิทยาลัย เนื่องจากค่าธรรมเนียมการศึกษาใน Community College จะไม่สูง สมัครเรียนเข้าง่ายกว่า มีโปรแกรมที่ช่วยเหลือนักเรียนด้านทักษะภาษาอังกฤษ มีห้องเรียนที่มีจำนวนผู้เรียนน้อยกว่า และมีการดูแลนักเรียนที่เข้มข้นจริงจัง เพิ่มเกรดเฉลี่ยก่อนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการศึกษา 2+2 University Transfer Program

หลักสูตร International High School Completion (หลักเรียนอนุปริญญา ได้วุฒิมัธยมปลายด้วย)

หลักสูตร International High School Completion เป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อให้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีในอเมริการวดเร็วขึ้น โดยระบบการศึกษาในรัฐวอชิงตัน นักเรียนมัธยมปลายที่มีคุณสมบัติ และมีความรับผิดชอบ สามารถข้ามการเรียนในระดับมัธยมปลาย 2 ปีสุดท้ายใน Grade 10 – 11 (หรือนักเรียนไทยต้องเรียนจบ ม.3 ขึ้นไป) เมื่อเข้าเรียนโปรแกรมนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนต่อในวุฒิอนุปริญญา หรือที่เรียกว่า Associate Degree (หรือหลักสูตร 2+2 Transfer Program) ในสาขาที่ตนเองต้องการเรียนต่อ โดยในขณะที่เรียนวิชาของ Associate Degree ก็จะได้รับหน่วยกิตของหลักสูตรมัธยมปลายของรัฐวอชิงตันด้วย หรือทำความเข้าใจง่ายๆ คือ เรียน 1 วิชา แต่ได้รับเครดิต 2 วิชา ทำให้เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษา 2 วุฒิการศึกษา คือ อนุปริญญา (Associate Degree) ควบคู่ไปกับหลักสูตรมัธยมปลาย (High School Program) ที่ออกให้โดยออกให้โดยรัฐ Washington State ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถโอนหน่วยกิตเพื่อเรียนต่อสมัครเรียนต่อปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยในอเมริกาอีกแค่ 2 ปี ในปีที่ 3 – 4 ปี ซึ่งจะช่วยให้เรียนจบปริญญาตรีได้ในอายุ 20 ปี

แนะนำทางลัดเรียนจบ ป.ตรี ก่อนอายุ 20 กับโครงการ INTERNATIONAL HIGH SCHOOL COMPLETION | สมัครได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ไม่ใช้ GED ไม่ต้องจบ ม.ปลาย | วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ อยากประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย เรียนจบเร็ว พร้อมทำงาน ต้องไม่พลาดโครงการนี้


สาขาวิชาที่เปิดสอน

Shoreline Community College เปิดทำการเรียนการสอนหลักสูตรต่างๆ ทั้งด้านประกาศนียบัตร Certificate และอนุปริญญา Associate Degree มากกว่า 100 หลักสูตร  ที่ทำให้สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาตนเองในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนหรือการทำงาน นอกจากที่นี้ยังมีหลักสูตรที่เหมาะกับนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาได้อย่างง่ายอีกด้วย 

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในการเลือกหลักสูตร วางแผนการเรียน สามารถติดต่อ เดอะเบสท์ ศูนย์นภาษาและแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อวางแผนการศึกาาของท่านได้ สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099

Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

Arts & Communication สาขาศิลปะและการสือสาร

ศิลปะและการสื่อสารเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ ซึ่งสาขาวิชานี้สามารถสร้างอนาคตของคุณให้มีโอกาสในการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น เช่น นักแสดงชาย แอนิเมเตอร์ วิศวกรเสียง นักออกแบบเกม นักออกแบบกราฟิก นักข่าว เป็นต้น

คลิกเพื่อดูสาขาที่เปิดสอน

Business สาขาบริหารธุรกิจ

ธุรกิจเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม นวัตกรรมและความก้าวหน้า โดยมีโอกาสทางอาชีพที่หลากหลาย เช่น นักบัญชี ผู้จัดการธุรกิจผู้ประกอบการ นักวางแผนการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด เป็นต้น

คลิกเพื่อดูสาขาที่เปิดสอน

Health & Medical สาขาสุขภาพและการแพทย์

สาขาด้านสุขภาพและการแพทย์ช่วยให้ผู้คนเจริญเติบโตและมีมีสุขภาพที่ดี โอกาสในด้านการดูแลสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องพร้อมโอกาสในการทำงานเช่น ผู้ช่วยพยาบาล ทันตแพทย์ นักโภชนาการอาหาร เภสัชกร กายภาพบำบัด แพทย์ เป็นต้น

คลิกเพื่อดูสาขาที่เปิดสอน

STEM (Science, Technology, Engineering & Math สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสต์ และคณิตศาสตร์)

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสต์ และคณิตศาสตร์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและสังคมไปข้างหน้า โดยมีโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย เช่น ช่างยนต์ นักชีวเคมี วิศวกรโยธา นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ นักจุลชีววิทยา เป็นต้น

คลิกเพื่อดูสาขาที่เปิดสอน

Social Sciences & Education สาขาสังคมศาสตร์ และศึกษาศาสตร์

สังคมศาสตร์และศึกษาศาสตร์มักค่อยศึกษาเกี่ยวกับสังคมและพฤติกรรมของมนุษย์เพื่อช่วยพัฒนาและปรับปรุงให้มนุษย์ดีขึ้น ซึ่งมีโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย เช่น นักเศรษฐศาสตร์ นักประวัติศาสตร์  นักวิเคราะห์การเมือง นักจิตวิทยา ครู นักวางผังเมือง เป็นต้น

คลิกเพื่อดูสาขาที่เปิดสอน

Shoreline Community College เปิดสอนหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ College Readiness & ESL ด้วย

สถาบัน Shoreline Community College เปิดสอนหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา (English for Second Language: ESL) ซึ่งมีระดับการศึกษาทั้งหมด 6 Level เปิดชั้นเรียนทั้งกลางวัน และชั้นเรียนกลางคืน โดยวัตถุประสงค์ของหลักสูตรภาษาอังกฤษ ESL เพื่อเพิ่มทักษะการอ่าน การฟัง การพูด และการเขียน ให้พร้อมสำหรับการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ยังไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ หรือคะแนนภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางวิทยาลัยกำหนด

 


การเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อปริญญาตรี University Transfer

หลังจากที่จบการศึกษาใน Shoreline Community College จะได้รับคำแนะนำในการช่วยเหลือเพื่อโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยที่ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนต่ออีก 2 ปีและสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ ทาง Shoreline Community College  ยังมีโครงการความร่วมมือเพื่อรับประกันการได้รับเข้าเรียนโดยการโอนหน่วยกิตที่มีชื่อว่า Transfer Admission Guarantee (TAG) ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและคุณภาพสูงมากมาย อย่างไรก็ตามนักศึกษาสามารถโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยแห่งใดก็ได้ที่ตนเองมีคุณสมบัติเหมาะสม

Top 5 มหาวิทยาลัยที่นักศึกษา Shoreline Community College เทียบโอนหน่วยกิตมากที่สุด

1. University of Washington
2. University of California (UC Berkeley, UCLA, UCSD, etc.)
3. University of Minnesota
4. University of Wisconsin
5. Arizona State University
คลิกเพื่อดูรายชื่อมหาวิทยาลัยอื่นๆ
  • Bentley University
  • California College of the Arts
  • California Polytechnic State University, Pomona
  • Cornell University
  • Drexel University
  • Fashion Institute of Technology (FIT)
  • Georgia Institute of Technology (Georgia Tech)
  • Northeastern University
  • Oregon State University
  • Pennsylvania State University (Penn State)
  • Pepperdine University
  • Purdue University
  • Savannah College of Art and Design (SCAD)
  • Seattle Pacific University
  • State University of New York at Stony Brook
  • Texas A&M University
  • University of British Columbia
  • University of Colorado, Boulder
  • University of Illinois, Urbana-Champaign
  • University of Michigan, Ann Arbor
  • University of North Carolina, Chapel Hill
  • University of Oregon
  • University of Southern California
  • University of Texas, Austin
  • University of Virginia

นอกจากนี้นักศึกษาที่จบจาก Shoreline Community College ยังสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วสหรัฐอเมริกาได้ ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อข้างต้นอีกด้วย เนื่องจากวุฒิการศึกษาเทียบโอนของวิทยาลัยสามารถเลือกโอนย้ายเข้าทำการเรียนต่อมหาวิทยาลัยใดก็ได้ ตามที่คุณต้องการ

คลิก เพื่อดูรายชื่อมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม

 


ค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมของ Shoreline Community College โดยเฉลี่ยจะถูกกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนประมาณ 50% -70% ซึ่งทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก โดย ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ได้สรุปรายการค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการเข้าศึกษาของ Shoreline Community College ดังนี้

ค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน

รายการ 1 เทอมการศึกษา (3 เดือน) 1 ปีการศึกษา (9 เดือน)
ค่าเล่าเรียน  $3,218  $9,654
ค่าธรรมเนียม $225 $675
ค่าหนังสือ (โดยประมาณ) $120 $360
รวม $3,563
(ประมาณ 114,000 บาท)

$10,689
(ประมาณ 342,000 บาท)

ค่าครองชีพโดยประมาณ

รายการ 1 เทอมการศึกษา (3 เดือน) 1 ปีการศึกษา (9 เดือน)
ค่าที่พักพร้อมอาหาร $2,550 – $3,075 $7,650 – $9,225
ค่าประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ $337 $1,011
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ  $450 $1,350
รวม $3,337
(ประมาณ 106,700 บาท)
$10,011
(ประมาณ 320,300 บาท)

หมายเหตุ:

  • ค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าธรรมเนียมนักศึกษาต่างชาติ ค่าธรรมเนียมปรับปรุงอาคารและสถานที่ ค่าธรรมเนียมสนับสนุนเทคโนโลยีที่ใช้ในการศึกษา เป็นต้น
  • ค่าห้องพักและค่าอาหารจะขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายจากหอพักที่นักศึกษาเลือกอยู่ 
  • ค่าใช้จ่ายอื่นโดยประมาณ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ซึ่งค่าใช้จ่ายของนักเรียนแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตประจำวันของนักศึกษา อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากไม่มีบัตรโดยสารขนส่งสาธารณะ แต่นักศึกษา Shoreline Community College มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดบัตรโดยสาร

เรียนต่อ Shoreline Community College ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

คุณสมบัติในการเข้าเรียนต่อ

  • หลักสูตร Associate Degree
    • อายุ 18 ปีขึ้นไป
    • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (หรือมีวุฒิ GED)
  • หลักสูตร International High School Completion
    • อายุขั้นต่ำ 16 ปีบริบูรณ์ในวันเริ่มเรียน (นักเรียนที่อายุ 15 ปี ที่กำลังอายุครบ 16 ปีภายในวันที่เริ่มเรียนก็สามารถส่งใบสมัครได้)
    • สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำเทียบเท่า Grade 10

คุณสมบัติทางภาษาอังกฤษ

ผู้สมัคร จะต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษตามที่ทางวิทยาลัยได้กำหนดไว้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • TOEFL คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 70 overall, 20 writing
    • English for Academic Purposes (EAP): 58 overall, 15 writing
  • IELTS คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 5.5 overall, 6.0 writing
    • English for Academic Purposes (EAP): 5.0 overall, 5.0 writing
  • Cambridge English คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 162 overall, 169 writing
    • English for Academic Purposes (EAP): 154 overall, 154 writing
  • Duolingo คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 95
    • English for Academic Purposes (EAP): 85
  • PTE Academic: Pearson English Language Test คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 49 overall, 56 writing
    • English for Academic Purposes (EAP): 46 overall, 49 writing
  • U.S. High School คะแนนขั้นต่ำ
    • If you have completed two years at any U.S. high school within the last five years and earned a cumulative 2.5 GPA, you can enroll in English 101.
  • GED คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 160 or higher
    • English for Academic Purposes (EAP): 145 – 159
  • SAT คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 460 in Reading and Writing
  • ACT คะแนนขั้นต่ำ
    • English 101: 19 in Reading and English

หมายเหตุ

  • อาจมีการทดสอบความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ หากไม่ผ่านเกณฑ์จะได้เรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ESL ก่อน นอกจากนี้สามารถยื่นผลการสอบวัดระดับภาษาอื่นๆ ไว้เป็นหลักฐานการเข้าเรียนภาษาอังกฤษของวิทยาลัยได้ด้วย

หลักฐานทางการเงินที่ต้องแสดง

ผู้สมัครจะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินว่าเพียงพอสำหรับการเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาเพื่อออกเอกสาร I-20 โดยจะต้องระบุให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน โดยผู้สมัครสามารถสนับสนุนตนเอง หรือให้บุคคลอื่น เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หัวหน้างาน หน่วยงานของรัฐ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา ในการแสดงหลักฐานทางการเงิน

ผู้สมัครจะต้องแสดงรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 6 เดือนนับจากวันที่ส่งใบสมัคร พร้อมหนังสือรับรองบัญชี (Bank Guarantee) ระบุชื่อผู้สนับสนุนและแปลงสกุลเงินเป็นดอลลาสหรัฐ

จำนวนเงินที่ต้องแสดงในหลักฐานทางการเงิน

ผู้ที่สนใจเรียนต่อ Shoreline Community college จะต้องเตรียมเอกสารสนับสนุนทางการเงิน โดยแสดงยอดเงินขั้นต่ำ $20,700 (ประมาณ 766,720 บาท) สำหรับนักเรียนทุนต้องมีหนังสือรับรองจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่สนับสนุน

ช่วงเวลาเปิดรับสมัคร และช่วงเวลาเปิดเรียน

Summer Quarter 2021

  • เปิดรับสมัคร 17 พฤษภาคม – 1 กรกฎาคม 2021
  • เปิดเรียนวันแรก: 28 มิถุนายน 2021

Fall Quarter 2021

  • เปิดรับสมัคร: 1 มิถุนายน – 5 ตุลาคม 2021
  • เปิดเรียนวันแรก: 29 กันยายน 2021

5 ขั้นตอน เข้าเรียนต่อ Shoreline Community College

ขั้นตอนที่ 1 ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อวางแผนการศึกษา

ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ กรอกแบบฟอร์มด้านล่าง แจ้งให้ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ทราบว่าต้องการเรียนต่อ Community College ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้น ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะติดต่อกลับเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมเอกสารการสมัครเรียน

ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเช็คเอกสารให้ฟรี พร้อมแนะนำเส้นทางการเข้าเรียนปริญญาตรี ว่ามีโอกาสไปในทางไหนได้บ้าง เช่น หากไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ อาจจะต้องลงเรียนภาษาอังกฤษก่อน หรือหากยังเรียนไม่จบในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรืออายุยังไม่ถึง 18 ปี ก็สามารถสมัครได้ โดย ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเลือกสถาบันที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับผู้เรียนให้มากที่สุด

ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการสมัครเรียน

หากเลือกเส้นทางการเรียนได้แล้ว ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเริ่มดำเนินการสมัครเรียน ขอเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) รวมถึงเตรียมเอกสารดำเนินการเรื่องวีซ่าด้วย

ขั้นตอนที่ 4 ชำระค่าใช้จ่าย

หลังจากสถาบันการศึกษาตอบรับเข้าเรียนแล้ว ทางโรงเรียนจะส่งเอกสารตอบรับ Acceptance Letter ที่ออกโดยสถาบันการศึกษาของอเมริกา โดยเอกสารตอบรับเข้าเรียน จะชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะนำมาสรุปค่าใช้จ่าย และคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินไทย ณ วัน เวลา ที่โอนเงิน 

ขั้นตอนที่ 5 ยื่นวีซ่านักเรียนอเมริกา

เมื่อชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันการศึกษา จะส่งจดหมายตอบรับเข้าเรียน ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะใช้จดหมายนี้ เพื่อนำไปยื่นวีซ่าในขั้นตอนต่อไป โดยก่อนการยื่นวีซ่า ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะมีการเตรียมตัวการตอบคำถามสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนด้วย

หมายเหตุ: ถ้าหากผู้สมัครคุณสมบัติไม่ตรงเกณฑ์ หรือขาดคุณสมบัติด้านใดด้านหนึ่ง สามารถส่งเอกสารให้ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อที่ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะให้ทางมหาวิทยาลัยพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร :090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน


เรียนต่ออเมริกาทำงานระหว่างเรียนได้ไหม?

นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ในอเมริกาที่ถือวีซ่า F-1 อนุญาตให้ทำงานในอเมริกาได้ โดยจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน DSO (Designated School Officials) ซึ่งหนึ่งในผู้กำกับดูแลนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน ทำหน้าที่ในการติดต่อ ประสานงานสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การเสนอชื่อโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง SEVP อัปเดทข้อมูลนักเรียน ให้คำแนะนำนักเรียน ภายใต้เงื่อนไขโดย United States Citizenship and Immigration Service (USCIS)

การทำงานระหว่างเรียนด้วยวีซ่านักเรียน F-1 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. On-Campus คือการทำงานในเขตสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย เป็นงานที่สนับสนุนกิจการภายในมหาวิทยาลัย สามารถทำได้เลยเพียงขออนุญาตจาก DSO และงานที่ทำไม่จำเป็นต้องตรงสายก็ได้ อาจได้รับค่าตอบแทน หรือไม่ได้รับค่าตอบแทนก็ได้
  2. Off-Campus คือการทำงานนอกเขตสถาบันการศึกษา เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีปัญหาด้านการเงินขั้นรุนแรง หรือ นักศึกษาที่ต้องการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในสาขาวิชาที่เรียนเท่านั้น

หลักสูตร ASSOCIATE DEGREE สามารถขอ OPT ได้นานเท่าไหร่?

  • หากเรียน Associate Degree สามารถทำงาน On-Campus หรือ Off-Campus ก็ได้
  • หากเรียน Associate Degree สามารถขอ CPT หรือ OPT ได้ 12 เดือน

ข้อมูลรายละเอียดของการทำงานในสหรัฐอเมริกาทั้งระหว่างเรียน หลังเรียนจบ ได้สรุปไว้ในบทความข้างล่างนี้แล้ว น้องๆ สามารถคลิกอ่านบทความนี้ได้เลยค่ะ

เรียนต่ออเมริกา | สรุปข้อมูล วีซ่านักเรียนอเมริกา F1 ทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่ เงื่อนไขเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง เรียนภาษาที่อเมริกาทำงานได้ไหม พร้อมโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ | บทความนี้มีคำตอบ


ทำความรู้จักกับเมือง Shoreline, Washington

Shoreline ตั้งอยู่ที่เมือง King County รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาโดยตั้งอยู่ระหว่างสองเมืองคือ Seattle และ Snohomish County และติดอยู่กับทะเล Salish จากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2010 ประชากรในเมือง Shoreline มีจำนวน 53,007 คน ทำให้เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 20 ของรัฐ ภายในปี 2020 ประชากรเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 57,497 คน ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัย โดยมาก 70% เป็นที่อยู่อาศัยแบบครอบครัวเดี่ยว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชุมชนชอร์ไลน์ได้พัฒนาชื่อเสียงในด้านย่านชุมชนที่เข้มแข็ง โรงเรียนที่มีผลการศึกษาที่ยอดเยี่ยม และสวนสาธารณะที่สวยงามอุดมสมบูรณ์

การศึกษาใน Shoreline

โรงเรียนของรัฐและเอกชนที่ Shoreline ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องสำหรับคะแนนการทดสอบที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนจากชุมชนอย่างแข็งขัน เป็นที่ตั้งของ Shoreline Community College เป็นหนึ่งในวิทยาลัยชุมชนระดับท็อป 20 ของสหรัฐอเมริกา จาก 1,462 วิทยาลัยชุมชนทั่วประเทศ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ระบบขนส่งสาธารณะใน Shoreline

Shoreline เป็นเมืองชายฝั่งทะเล มีพรมแดนทางทิศใต้ติดกับซีแอตเทิล และตัวเมืองซีแอตเทิลอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 ไมล์ ชายฝั่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกติดกับ Puget Sound ทางทิศเหนือติดกับ Edmonds และทางทิศตะวันออกติดกับ Lake Forest Park โดยสามารถเดินทางโดยรถบัส รถไฟ และเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก 

สถานที่ท่องเที่ยวใน Shoreline, Washington และใกล้เคียง

Shoreline มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมอีกทั้งยังเป็นเมืองที่ธรรมชาติค่อนข้างสวยงาม โดยมีสวนสาธารณะกว่า 25 แห่งรวมทั้งหมดประมาณ 330 เอเคอร์ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย

  • Boeing Creek and Shoreview Park Boeing Creek and Shoreview Park เป็นอุทยานขนาด 88 เอเคอร์ มีพื้นที่ติดกับ Shoreline Community College พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผืนป่า มีธรรมชาติที่สวยงาม ส่วนในของสวนสาธารณะประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สนามเทนนิส สนามเบสบอล สนามฟุตบอล และพื้นที่สำหรับพาสุนัขมาเดินเล่น 
  • Puget Sound Puget Sound เป็นส่วนหนึ่งของทะเล Salish ตั้งอยู่ริมชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐวอชิงตันของสหรัฐอเมริกา โดยคุณสามารถล่องเรือชมธรรมชาติที่สวยงามไปตามผืนน้ำกว้างไกลของ Puget Sound บางครั้งอาจพบกับสัตว์น้ำได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะฝูงปลาวาฬที่มาว่ายน้ำตามชายฝั่ง
  • Green Lake Park  เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่เป็นพื้นที่สีเขียวในใจกลางย่านเมือง ซึ่งอุทยานแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติสำหรับต้นไม้และพืชหลายร้อยสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของฝูงนกน้ำจำนวนมาก โดยมีเส้นทางรอบทะเลสาบระยะทาง 2.8 ไมล์เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักวิ่ง นักขี่จักรยาน นักสเก็ต และนักวิ่ง บางส่วนไปที่สวนสาธารณะเพื่อพายเรือ ปิกนิก และว่ายน้ำ
  • Museum of Pop Culture พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมป๊อปหรือ MoPOP เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่แสวงหาผลกำไรในSeattle รัฐวอชิงตัน ซึ่งอุทิศให้กับวัฒนธรรมสมัยนิยมร่วมสมัย ก่อตั้งโดย Paul Allen ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ในปี 2000 ในฐานะ Experience Music Project ตั้งแต่นั้นมา MoPOP ได้จัดนิทรรศการหลายสิบรายการและปรับเปลี่ยนสลับหมุนเวียนกันไป
  • Woodland Park Zoo สวนสัตว์ Woodland Park เป็นองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าและสวนสัตว์ที่ตั้งอยู่ในย่าน Phinney Ridge ของเมืองSeattle รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยได้รับรางวัลมากกว่า 65 รางวัลจากหลากหลายหมวดหมู่ และให้บริการแก่ผู้เยี่ยมชมในประเทศและต่างประเทศประมาณ 1.4 ล้านคนในปี 2019 ภายในสวนสัตว์ประกอบไปด้วยสัตว์นานาชนิดมากกว่า 1,000 ตัว นอกจากนี้ยังมีทั้งพืชสมุนไพรจัดแสดงอีกด้วย

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

[contact-form-7 id=”18674″ title=”เรียนต่อต่างประเทศ-Blog”]

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.