คำแนะนำเกี่ยวกับรูปถ่ายดิจิทัล สำหรับใช้ยื่นวีซ่า ประเทศสหรัฐอเมริกา


ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว ผู้สมัครต้องแนบไฟล์รูปถ่ายดิจิตอลที่ได้ถ่ายไว้ภายในระยะเวลาไม่เกินหกเดือนในขั้นตอนการกรอกและยื่นแบบฟอร์ม DS-160 โดยท่านจะต้องนำรูปถ่ายตัวจริงติดตัวไปในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วย และจะต้องผ่านการบันทึกลายนิ้วมือเมื่อมาถึงสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ผู้สมัครต้องไม่สวมแว่นตาในรูปถ่าย

รูปถ่ายที่ท่านใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกประการทั้งขนาดและสิ่งที่ปรากฏในรูป การยื่นรูปถ่ายที่ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อาจมีผลให้กระบวนการยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่านล่าช้า รูปถ่ายที่แนบมากับแบบฟอร์ม DS-160 จะต้องเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน หากท่านกำลังยื่นคำร้องขอวีซ่าแทนวีซ่าที่หมดอายุไปแล้ว ท่านต้องถ่ายรูปใหม่ ห้ามใช้รูปถ่ายเดิมที่ปรากฎบนวีซ่าเก่า หากท่านยื่นรูปถ่ายที่ขาดคุณสมบัติ ท่านต้องยื่นรูปถ่ายใหม่ก่อนที่สถานทูตหรือสถานกงสุลจะทำการพิจารณคำร้องขอวีซ่าของท่าน แม้ว่าท่านจะได้อัพโหลดออนไลน์ไปแล้วก็ตาม

ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายดิจิตอล

  • ต้องเป็นรูปถ่ายสี
  • รูปถ่ายต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน
  • พื้นหลังรูปถ่ายต้องเป็นสีขาว หรือสีเทา
  • รูปถ่ายต้องหันศีรษะเต็มหน้า
  • สีดวงตาต้องเป็นสีธรรมชาติ และลืมตาทั้งสองข้าง
  • ไม่สวมหมวกหรือผ้าคลุมศีรษะที่บดบังใบหน้าและเส้นผม ยกเว้นเพื่อจุดประสงค์ทางศาสนา โดยจะต้องมองเห็นใบหน้าชัดเจน และผ้าคลุมศีรษะต้องไม่ทำให้เกิดเงาบนในหน้า
  • ไม่สวมใส่อุปกรณ์หูฟังทุกชนิด รวมถึงอุปกรณ์ที่คล้ายกับอุปกรณ์หูฟัง
  • ไม่อนุญาตให้สวมแว่นตาในการถ่ายภาพ ยกเว้นในบางกรณีที่ไม่สามารถถอดแว่นตาได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ เช่น ได้รับการผ่าตัดดวงตา และจำเป็นต้องใส่แว่นเพื่อป้องกันดวงตา โดยจะต้องมีคำชี้แจงที่ลงนามโดยแพทย์ โดยมีข้อกำหนดเพิ่มเติมดังนี้
    • กรอบแว่นต้องไม่บังสายตา
    • ต้องไม่มีแสงสะท้อนบนแว่นตา
    • ต้องไม่มีเงาหรือการหักเหจากแว่นที่บดบังดวงตา
  • หากปกติคุณสวมเครื่องช่วยฟังหรือสิ่งของที่คล้ายกันอุปกรณ์เหล่านี้อาจสวมใส่ในรูปถ่ายของคุณได้
  • ไม่ยอมรับรูปถ่ายที่ถ่ายหรือสแกนแบบดิจิทัลจากใบขับขี่หรือเอกสารทางราชการอื่นๆ
  • ไม่อนุญาตให้ใช้สแนปชอตรูปถ่ายนิตยสารตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติคุณภาพต่ำหรือรูปถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ

คลิก เพื่อตรวจสอบรูปถ่ายว่าสามารถใช้ได้หรือไม่

ตัวอย่างรูปถ่ายดิจิตอล

ขนาดศีรษะ

ความสูงของศีรษะ เมื่อวัดจากด้านบนสุดของศีรษะซึ่งรวมผมด้วยจนถึงใต้คางจะต้องอยู่ระหว่าง 50% ถึง 70% ของความสูงของรูปถ่ายทั้งหมด ระดับดวงตาที่วัดจากด้านล่างสุดของรูปถ่ายจนถึงระดับดวงตาควรอยู่ระหว่าง 55% ถึง 70% – หรือประมาณ 2/3 ของความสูงของรูปถ่าย

ขนาดของรูปถ่าย

รูปถ่ายของท่านต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 2 นิ้ว ซึ่งหมายความว่าความสูงและความกว้างของรูปจะต้องเท่ากัน รูปถ่ายต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 600 พิกเซล x 600 พิกเซล (สูง x กว้าง) และมีขนาดไม่เกิน 1200 พิกเซล x 1200 พิกเซล (สูง x กว้าง)

ทิศทางของศีรษะ

ทิศทางของศีรษะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครขอวีซ่า ผู้สมัครจะต้องใช้รูปถ่ายที่สามารถมองเห็นใบหน้าเต็มได้ภายในกรอบของรูป มองกล้องตรงๆ และอย่าหลับตา

จัดองค์ประกอบให้ดี

รูปถ่ายของท่านจะต้องแสดงทั้งศีรษะตั้งแต่ด้านบนสุดของผมจนถึงบริเวณใต้คาง ในภาพที่ถูกต้องความสูงของศีรษะจะอยู่ที่ 1-1-3/8 นิ้ว (25 ถึง 35 มม.) หรือคิดเป็น 50% – 70% ของรูปถ่าย ดังตัวอย่าง:

อยู่ตรงกลางของรูป

จัดศีรษะของท่านให้อยู่ตรงกลางระหว่างกรอบรูปทั้งสองด้านอย่างพอดี

ลืมตา

ห้ามใส่แว่นตา ท่านจะต้องลืมตา ดวงตาของท่านควรอยู่ในระดับ 2/3 เมื่อวัดจากด้านล่างของรูปถ่ายขึ้นไปด้านบน หรือ 1-1/8 นิ้ว ถึง 1-3/8 นิ้ว (28 มม. ถึง 35 มม.) หรือประมาณ 60% จากด้านล่างของรูปถ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2016 ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครใส่แว่นตาถ่ายรูปประกอบใบสมัครวีซ่า คลิก เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

พื้นหลัง

พื้นที่ด้านหลังรูปถ่ายควรเป็นสีขาวและไม่ควรมีสิ่งใดระเกะระกะ นั่งถ่ายรูปโดยใช้ฉากหลังที่เป็นสีขาวจะช่วยให้ได้รูปที่ดีที่สุด

อย่าให้ภาพมีเงา

ควรนั่งลงเพื่อให้ใบหน้าดูสว่างและจะช่วยให้ไม่เกิดเงาบนใบหน้าหรือพื้นหลัง

ทำตัวตามสบายและให้ดูเป็นธรรมชาติ

ท่านควรแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถ่ายรูป อย่าสวมหมวกหรือสิ่งคลุมศีรษะที่เป็นการปกปิดผมหรือแนวผมยกเว้นในกรณีที่ผู้สมัครสวมใส่ทุกวันภายใต้ข้อกำหนดทางศาสนา ในรูปถ่ายจะต้องมองเห็นทั้งใบหน้าเต็มและสิ่งปิดคลุมศีรษะจะต้องไม่ทำให้เกิดเงาบนใบหน้า ห้ามใส่แว่นตา ตัวอย่าง

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวข้อกำหนดรูปถ่ายดิจิทัล สำหรับยื่นวีซ่า ประเทศสหรัฐอเมริกา

ต้องใช้รูปถ่ายตัวจริงหรือไม่?
  • หากสมัครวีซ่าชั่วคราว Non-Immigrant Visa โดยใช้ฟอร์ม DS-160 หรือ DS-1648 ผู้สมัครจะต้องแนบรูปถ่ายดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์ และท่านจะต้องนำรูปถ่ายตัวจริงที่เหมือนกันติดตัวไปในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วย 
  • หากสมัครวีซ่าถาวร Immigrant Visa โดยใช้ฟอร์ม DS-260) จะต้องนำรูปถ่ายที่เหมือนกัน 2 รูป ในการสัมภาษณ์วีซ่าด้วย
  • หากสมัครวีซ่าอื่นๆ จะต้องศึกษาเงื่อนไขของแต่ละวีซ่าที่ยื่นอย่างละเอียด แนะนำให้สอบถามกับทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์

ต้องใช้รูปถ่ายสี ใช่หรือไม่?

รูปถ่าย ต้องเป็นภาพสีไฟล์ดิจิทัล ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพขาว ดำ หรือสีเทา

พ่อแม่หรือผู้ปกครองสามารถปรากฏในรูปถ่ายของเด็กได้หรือไม่?

ไม่ได้ เด็กต้องเป็นบุคคลเดียวในภาพ ไม่มีสิ่งของเกะกะอยู่ในกรอบของรูปถ่าย รวมถึงแขนของผู้ปกครอง วิธีที่ดีที่สุด สำหรับวีซ่าเด็กทารกคือ วางบุตรของท่านนอนหงายบนแผ่นกระดาษสีขาวล้วน หรือสีเทา วิธีนี้จะทำให้เด็กทารกตัวตรงซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการถ่ายภาพ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีเงาบนใบหน้าของเด็กทารกหรือไม่เนื่องจากเป็นการถ่ายภาพจากด้านบน

นอกจากนี้ สามารถถ่ายภาพกับคาร์ซีทได้โดยการใช้ผ้าสีขาว หรือสีเทาคลุมเบาร์รถยนต์ ก่อนที่จะวางคาร์ซีท ซึ่งวิธีนี้จะทำให้อิริยาบทของเด็กทารกออกมาธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

สามารถปรับแต่งรูปถ่ายได้หรือไม่

ไม่อนุญาตให้ปรับแต่รูปถ่าย หรือปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม นอกจากการใช้ตัวเลือกลดตาแดงในกล้องดิจิทัลเมื่อถ่ายภาพ แต่ไม่สามารถใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น Photoshop ลบตาแดงหลังจากถ่ายภาพ นอกจากนี้ รูปถ่ายที่ถ่ายจากเอกสารอื่นๆ เช่น รูปถ่ายที่ถ่ายจากบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบขับขี่ จะไม่สามารถใช้ในการสมัครวีซ่า

หากย้อมผม จะต้องถ่ายรูปใหม่หรือไม่?

การย้อมผม การปลูกผม หรือปลูกหนวด ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ หากยังสามารถระบุตัวตันจจากรูปถ่ายในหนังสือเดินทางได้ชัดเจน ผู้จะสมัครจะต้องถ่ายรูปใหม่ กรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังนี้

  • ได้รับการผ่าตัดใบหน้า หรือการทำศัลยกรรม
  • มีการเจาะ หรือสักบนใบหน้าจำนวนมากขึ้น หรือมีการลบรอยสัก
  • ได้รับการลดน้ำหนัก หรือเพิ่มน้ำหนักจำนวนมาก จนทำให้เค้าโครงใบหน้าผิดรูปแบบไปจากเดิม
  • ได้รับอัตลักษณ์ทางเพศใหม่

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ กรมการกงสุลสหรัฐฯ และ เว็บไซต์ของสถานกงสุล


บทความแนะนำเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาที่ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้สรุปเรียบร้อยแล้ว วางแผนเรียนต่ออเมริกา แนะนำให้อ่าน

คำแนะนำเกี่ยวกับการสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนอเมริกา

เมื่อผู้สมัครวีซ่า F กรอกเอกสารทั้งหมดสำหรับการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปในการพิจารณาคุณสมบัติคือ “การสัมภาษณ์วีซ่านักเรียน” ในการสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนแต่ละครั้ง ผู้สมัครจะมีเวลาเข้าสัมภาษณ์เพียงแค่ 3 – 5 นาที โดยเนื้อหาสัมภาษณ์จะเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่า (บางกรณีไม่จำเป็นต้องสัมภาษณ์หากนักเรียนอายุต่ำกว่า 13 ปี หรืออายุมากกว่า 80 ปี) โดยทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้สรุปการเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนอเมริกา คลิก เพื่อศึกษาคำแนะนำเกี่ยวกับการสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนอเมริกา

เรียนปริญญาตรีที่อเมริกา ไม่แพงอย่างที่คิด ทำความรู้จักกับระบบ 2+2 UNIVERSITY TRANSFER SYSTEM 

หลักสูตร 2 + 2 University Transfer System คือโปรแกรมการเรียนที่เกิดจากความร่วมมือของ Community College กับ University ในสหรัฐอเมริกา โดยที่นักเรียนใช้เวลา 2 ปีแรกเรียนที่ Community College และรับวุฒิ Associate’s Degree จากนั้นโอนหน่วยกิตมาเรียนต่อปีที่ 3 และ 4 ในมหาวิทยาลัยที่อเมริกาและรับวุฒิ Bachelor’s Degree ซึ่งโปรแกรมเรียนนี้จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียน 4 ปีเต็มที่มหาวิทยาลัย เนื่องจากค่าธรรมเนียมการศึกษาใน Community College จะไม่สูง สมัครเรียนเข้าง่ายกว่า มีโปรแกรมที่ช่วยเหลือนักเรียนด้านทักษะภาษาอังกฤษ มีห้องเรียนที่มีจำนวนผู้เรียนน้อยกว่า และมีการดูแลนักเรียนที่เข้มข้นจริงจัง เพิ่มเกรดเฉลี่ยก่อนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร 2+2 University Transfer System

มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามีกี่ประเภท 

ประเทศสหรัฐอเมริกามีหลักสูตรเปิดสอนมากมาย ทั้งวิชาชีพ อนุปริญญา ปริญญา และเปิดสอนในสถาบันหลายประเภท ทั้งวิทยาลัย วิทยาลัยศิลปศาสตร์ วิทยาลัยศิลปะ วิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยวิจัย มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง วิทยาลัย 2 ปีหรือ 4 ปี รวมถึงมีทั้งสถาบันการศึกษาที่เป็นของเอกชนและรัฐบาล คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา

สรุปข้อมูล วีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 ทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่

นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ในอเมริกาที่ถือวีซ่า F-1 อนุญาตให้ทำงานในอเมริกาได้ อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของวีซ่านักเรียน F-1 คือ อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่า มาเรียนและอาศัยอยู่ในอเมริกาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง การทำงานระหว่างเรียน เป็นเพียงสิทธิ์ที่ผู้ถือวีซ่านักเรียน F-1 สามารถขอได้ และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนสำหรับวีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 ทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่ เงื่อนไขเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง เรียนภาษาที่อเมริกาทำงานได้ไหม พร้อมโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ | บทความนี้มีคำตอบ

ขยายโอกาสทางการศึกษา และโอกาสการทำงานหลังเรียนจบด้วยหลักสูตร STEM

ในสหรัฐอเมริกา วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับสาขา STEM ถือว่ามีความสำคัญสูงมาก เนื่องจากหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้ประเทศพัฒนา เกี่ยวข้องกับหลักสูตร STEM ทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำระดับโลก ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลอื่นๆ ที่ควรมาเรียนหลักสูตร STEM ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร STEM คืออะไร เรียนต่อสาขาอะไรดี อาชีพไหนรายได้ดี วางแผนเรียนต่อต้องไม่พลาด

แนะนำทางลัดเรียนจบป.ตรี ก่อนอายุ 20 กับโครงการ INTERNATIONAL HIGH SCHOOL COMPLETION

โครงการที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาในอเมริการวดเร็วขึ้น โดยระบบการศึกษาในรัฐวอชิงตัน นักเรียนมัธยมปลายที่มีคุณสมบัติ และมีความรับผิดชอบ สามารถข้ามการเรียนในระดับมัธยมปลาย 2 ปีสุดท้ายใน Grade 10 – 11 (หรือนักเรียนไทยต้องเรียนจบ ม.3 ขึ้นไป) เมื่อเข้าเรียนโปรแกรมนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนต่อในวุฒิอนุปริญญา หรือที่เรียกว่า Associate Degree (หรือหลักสูตร 2+2 Transfer Program) ในสาขาที่ตนเองต้องการเรียนต่อ โดยในขณะที่เรียนวิชาของ Associate Degree ก็จะได้รับหน่วยกิตของหลักสูตรมัธยมปลายของรัฐวอชิงตันด้วย หรือทำความเข้าใจง่ายๆ คือ เรียน 1 วิชา แต่ได้รับเครดิต 2 วิชา ทำให้เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษา 2 วุฒิการศึกษา คือ อนุปริญญา (Associate Degree) ควบคู่ไปกับหลักสูตรมัธยมปลาย (High School Program) ที่ออกให้โดยออกให้โดยรัฐ Washington State ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถโอนหน่วยกิตเพื่อเรียนต่อสมัครเรียนต่อปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยในอเมริกาอีกแค่ 2 ปี ในปีที่ 3 – 4 ปี ซึ่งจะช่วยให้เรียนจบปริญญาตรีได้ในอายุ 20 ปี คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร International High School Completion วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ อยากประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย เรียนจบเร็ว พร้อมทำงาน ต้องไม่พลาดโครงการนี้


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.