สารบัญบทความ

เรียนปริญญาตรีที่อเมริกา ไม่แพงอย่างที่คิด


ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ด้านการศึกษา ทุกๆ ปี มีนักศึกษาต่างชาติเดินทางมาเรียนต่อมากกว่า 1.1 ล้านคน (จากข้อมูลสถิติ Insitute of International Education) มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดหลายแห่งซึ่งหลายแห่งได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับมหาวิทยาลัยของโลกอย่างต่อเนื่อง สถาบันของอเมริกายังเป็นที่ทราบกันดีว่ามีมาตรฐานทางวิชาการที่สูง มีหลักสูตรและโปรแกรมมากมายให้เลือก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ผู้ปกครองและนักเรียนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเรียนต่ออเมริกามีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่รู้จักส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  ที่อยู่ใน Top 100 ของโลก เช่น Harvard University, Stanford University, Massachusetts International Technology, Columbia University, Yale University ซึ่งมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ผลิตบัณฑิตที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น ประธาณาธิบดี นักบินอาวกาศ เจ้าของธุรกิจ IT ระดับโลก ยิ่งมหาวิทยาลัยไหน มีงานวิจัยที่สร้างผลลัพธ์ทางวิชาการสูง มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านนวัตกรรมระดับโลก ประกอบกับประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศอันดับ 1 ด้านการศึกษา จึงเป็นเหตุผลที่มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

เรียนต่ออเมริกา | มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เลือกเรียนแบบไหนเหมาะสมกับเราที่สุด บทความนี้มีคำตอบ

แต่รู้หรือไม่ มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกามีมากกว่า 2,000 แห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐบาล และมหาวิทยาลัยเอกชน และอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ คือ หลักสูตร 2+2 University Transfer System ซึ่งมีค่าเทอมเพียง $8,000 – $15,000 เท่านั้น ถูกกว่ามหาวิทยาลัยรัฐบาลกว่าครึ่งหนึ่ง ถูกกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนกว่า 70% โดยในบทความนี้ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ 2 + 2 University Transfer System อย่างละเอียด ข้อดี ค่าใช้จ่าย และรายชื่อสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรรวมถึงมหาวิทยาลัยที่นักเรียนสามารถโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อได้ไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ

2 + 2 University Transfer System คืออะไร?

หลักสูตร 2 + 2 University Transfer System คือโปรแกรมการเรียนที่เกิดจากความร่วมมือของ Community College กับ University ในสหรัฐอเมริกา โดยที่นักเรียนใช้เวลา 2 ปีแรกเรียนที่ Community College และรับวุฒิ Associate’s Degree จากนั้นโอนหน่วยกิตมาเรียนต่อปีที่ 3 และ 4 ในมหาวิทยาลัยที่อเมริกาและรับวุฒิ Bachelor’s Degree ซึ่งโปรแกรมเรียนนี้จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียน 4 ปีเต็มที่มหาวิทยาลัย เนื่องจากค่าธรรมเนียมการศึกษาใน Community College จะไม่สูง สมัครเรียนเข้าง่ายกว่า มีโปรแกรมที่ช่วยเหลือนักเรียนด้านทักษะภาษาอังกฤษ มีห้องเรียนที่มีจำนวนผู้เรียนน้อยกว่า และมีการดูแลนักเรียนที่เข้มข้นจริงจัง เพิ่มเกรดเฉลี่ยก่อนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้

เรียนต่ออเมริกา | ทำความรู้จักกับ COMMUNITY COLLEGE | 2-YEAR COLLEGE คืออะไร วางแผนเรียนต่อปริญญาตรีอเมริกา ต้องไม่พลาดบทความนี้

ทำไมนักเรียนไทยถึงควรเรียน 2 + 2 University Transfer System

2 + 2 University Transfer System มีความเหมาะสมกับนักเรียนไทย เนื่องจากนักเรียนไทยส่วนใหญ่ที่ต้องการเรียนต่อในระดับปริญญาตรีจะต้องมี GPA ที่สูง มีคะแนนภาษาอังกฤษที่มาก ต้องสอบ SAT, ACT มีจดหมายแนะนำ หรือมีประวัติส่วนตัวโดยย่อประกอบการสมัคร แต่การเริ่มเรียนกับ Community College มีความยืดหยุ่นมากกว่านั้น

  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาไม่สูง ส่วนใหญ่แล้วถูกกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐประมาณ 50% และถูกกว่ามหาวิทยาลัยของเอกชนถึงกว่า 80% แม้นักเรียนจะไม่ได้สมัครทุนการศึกษาใน 2 ปีแรกของการเรียน Community College แต่ค่าธรรมเนียมการศึกษาก็ถือว่าไม่สูงอยู่ดี ยิ่งแบ่งชำระเป็นรายเทอมยิ่งถูก
  • สาขาที่เปิดสอนมีหลากหลาย Community College บางแห่งมีเปิดสอนมากกว่า 70 สาขา หรือ 250 หลักสูตร และสาขาที่เปิดสอนก็มีหลากหลายไม่น้อยไปกว่าในมหาวิทยาลัย เช่น STEM, Accounting, Business, Aviation, Nursing, Justice, Culinary Arts, Early Childhood, Economics, Computer Sciences, Phychology, Liberal Arts, Mechanic, Construction, Maintenance, Utilities, Cosmetology, Design & Media Arts, Health, Education, Pharmacy, Dental, Hygiene, Theatre, Guidance and Counselling, Humanities, Engineering and Automotion, Life Sciences and Technology, Agriculture, Drama, Kinesiology, Arts and Communication, Film, Transportation Technology, Entrepreneurship, Music และ Performing เป็นต้น 
  • สอนโดยอาจารย์ที่เก่งและมีประสบการณ์ อาจารย์ผู้สอนจะจบระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก และเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ บางวิทยาลัยจะมีอาจารย์ผู้สอนที่เป็น Professor สอนในมหาวิทยาลัยและมาสอนที่วิทยาลัยด้วย เช่น Tacoma Community College หรือ Olympic College
  • มีโอกาสเพิ่มเกรดหรือ GPA ให้สูงขึ้น นักเรียนที่ต้องการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่สหรัฐอเมริกาต้องพบเจอกับการแข่งขันที่สูง และต้องถูกเปรียบเทียบเกรดหรือ GPA กับผู้สมัครคนอื่น หากมีคนที่มีคุณสมบัติดีกว่าเราสมัครแข่งขันกับเรามาก โอกาสที่จะได้รับการตอบรับเข้าเรียนต่อปี 1 ในมหาวิทยาลัยก็อาจน้อยลง แต่นักเรียนยังสามารถมีสิทธิ์แก้ไขเกรดเฉลี่ยของตัวเองได้อยู่ ด้วยการเรียนปีที่ 1 และ 2 ใน Community College และจากนั้นทำการสมัครเรียนและโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อในปีที่ 3 ในมหาวิทยาลัยซึ่งมีสิทธิ์ได้รับการตอบรับสูงกว่าสมัครเรียนในปี 1 เนื่องจากมีคู่แข่งที่น้อยกว่าด้วย
  • แม้คะแนนภาษาอังกฤษไม่สูงมากก็เรียนได้ เนื่องจากหลาย Community College หลายแห่ง มีคอร์สภาษาอังกฤษเปิดสอนหรือมีโปรแกรมเรียนอังกฤษเสริมให้นักเรียนต่างชาติที่ทักษะภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด เรียนเพื่อปรับพื้นฐานและพัฒนาภาษาอังกฤษระหว่างเรียนวิชาหลักไปด้วยได้
  • มีแผนการเรียนที่ยืดหยุ่นกว่า นักเรียนที่เลือกเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยโดยตรง บ่อยครั้งจะพบกับปัญหาที่ว่าเสียค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สูงมากมาเรียนคอร์สที่คิดว่าใช่และเหมาะกับตัวเอง แต่เมื่อเรียนไปแล้วปีสองปี กลับพบว่าไม่ได้ต้องการเรียนต่อในสาขาที่กำลังเรียนอยู่จริงๆ และอยากย้ายสาขาและรายวิชาที่เรียนมาแล้วหลายวิชาไม่สามารถโอนไปยังคณะและสาขาใหม่ได้ ทำให้ต้องเสียเงินและเวลาเพิ่มมากขึ้น แต่การเรียนต่อ Community College สามารถเลือกเรียนแบบหลายสาขาพร้อมกันได้ เก็บรายวิชาที่สนใจได้มากกว่าหนึ่งสาขา จากนั้นค่อยตัดสินใจเรียนคณะที่ต้องการศึกษาต่อจริงๆ ในปีที่ 3 และ 4 ที่มหาวิทยาลัยเลย ไม่ต้องเสียเวลาในการเริ่มเรียนใหม่
  • สร้างเน็ตเวิร์กจากทั่วโลกได้ ที่ Community College ทั่วทั้งสหรัฐอเมริการับนักเรียนต่างชาติแทบทุกที่ และนักเรียนก็มาจากทั่วโลก หลากหลายสาขาที่นักเรียนสนใจเรียนด้วย ทำให้การเรียนต่อที่ Community College ก็สามารถช่วยนักเรียนสร้างเน็ตเวิร์กได้ดีไม่แพ้การเรียนต่อในมหาวิทยาลัย นักเรียนจะได้เพื่อนจากทั้งที่ Community College และที่มหาวิทยาลัย
  • เมื่อ Transfer Credit เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย มีโอกาสขอทุนด้วย สำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดี และมีคุณสมบัติจะมีโอกาสขอทุนส่วนลดค่าเรียนด้วย ซึ่งบางมหาวิทยาลัยจะให้ทุกปีจนเรียนจบ (จำนวนทุนขึ้นอยู่กับผลการเรียนแต่ละปี) หรือบางมหาวิทยาลัยจะให้แค่ปีแรกปีเดียว ยกตัวอย่างเช่น Western Washington University มอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่ Transfer Credit สูงสุดปีละ $10,000 (312,000 บาท) จากค่าเทอมปกติ $23,463 เหลือเพียงปีละ $13,463 หรือประมาณ 420,000 บาท (จากปีละ 720,000 บาท) โดยมอบให้เป็นระยะเวลาทั้งหมด 2 ปี

เมื่อเรียนจบ 2+2 University Transfer System จะได้รับวุฒิอะไร?

เมื่อสำเร็จการสึกษาหลักสูตร 2+2 University Transfer ผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษา “อนุปริญญา (Associate Degree)” โดยทั้งหลักสูตร Associate Degree หรืออนุปริญญาตรี และหลักสูตร Degree ปริญญาตรี จัดเป็นวุฒิ “Undergraduate” เหมือนกัน  การเรียนการสอนเหมือนกัน เพียงแต่ หลักสูตร Associate Degree มีข้อกำหนดการรับเข้าเรียนที่ยืดหยุ่นกว่า และค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ส่วนใหญ่ ไม่ต้องสอบ SAT, GMAT หรือ GRE ในการเข้าเรียน ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับนักศึกษาต่างชาติอย่างมาก

วุฒิ Associate Degree แบ่งออกได้อีกเป็น 4 ประเภท โดยแต่ละประเภทจะเตรียมนักเรียนในการเรียนต่อในสาขาหรืออุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน บางสาขาเน้นเพื่อเตรียมนักเรียนให้มีความพร้อมในการเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย ในขณะที่บางสาขาเน้นไปที่การสร้างงานสร้างอาชีพหลังเรียนจบให้กับนักเรียน

ข้อควรรู้: ความแตกต่างระหว่าง หลักสูตรปกติ กับหลักสูตรประยุกต์ (Applied) คือ หลักสูตรประยุกต์จะเน้นสำหรับการประกอบอาชีพหลังเรียนจบมากกว่า ในขณะที่หลักสูตรปกติ จะเน้นสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี

1. Associate of Arts (A.A.)

Associate of Arts (A.A.) จะโฟกัสหรือเน้นไปที่ การศึกษาทั่วไปและศิลปศาสตร์ (General Education and Liberal Arts) ส่วนใหญ่แล้วจะเปิดสอนสาขา เช่น English, History, Economics, Fine Art, Music, Psychology และ Sociology วุฒินี้ได้รับการพิจารณาให้เป็น “วุฒิที่สามารถโอนต่อได้” หรือ “Transferred Degree” ผู้เรียนจะต้องลงทะเบียนเรียนในรายวิชาสามัญ และมีวิชาเลือกที่สร้างความรู้พื้นฐานที่แข็งแกร่งในสาขาวิชาที่ผู้เรียนต้องการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Communication, Natural Science, History, Art และ Music 

2. Associate of Science (A.S.)

Associate of Science (A.S.) คือ วุฒิการศึกษาที่สามารถโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ และ A.S. Degree จะเตรียมนักเรียนในการเรียนต่อในสาขาที่เป็นวิชาการ เช่น Medicine, Engineering, Computer Science และ Business นักเรียนจะต้องลงทะเบียนเรียนในรายวิชาสามัญ และเรียนเสริมในรายวิชาที่เป็นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพิ่มเติม

3. Associate of Applied Arts (A.A.A.)

Associate of Applied Arts (A.A.A.) คือวุฒิการศึกษาที่คล้ายเคียงกับ Associate of Arts Degree แต่จะเน้นไปที่วิชาชีพมากกว่า หากนักเรียนต้องการทำงานเป็นศิลปิน หรือทำงานที่เกี่ยวกับการโฆษณา และนักเรียนไม่มีแผนที่จะโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อที่สถาบันอุดมศึกษา 4 ปี รายวิชาที่นักเรียนเลือกเรียนควรโฟกัสไปที่การสร้างอาชีพมากกว่า เช่น Advanced Graphic Design หรือ Art Education

4. Associate of Applied Science (A.A.S.)

Associate of Applied Science (A.A.S.) คือ วุฒิการศึกษาที่เน้นไปที่การให้ความรู้และทักษะทางด้านวิชาชีพ และไม่สามารถโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย เป็นการศึกษาเพื่อเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับทันงานทันทีหลังเรียนจบ ตัวอย่างของอาชีพที่เหมาะสมจะเรียนวุฒิ Associate of Applied Science เช่น พ่อครัว คุณครูประถมวัย ผู้ช่วยแพทย์ ช่างเชื่อม โดยสาขาเหล่านี้จะเปิดสอนใน Technical Colleges เป็นส่วนใหญ่

หลักสูตร 2 + 2 University Transfer System ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าอย่างไร?

มหาวิทยาลัย University ใช้เวลาเรียน 4 ปี โดย 2 ปีแรกจะเน้นเรียนเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป General Education หรือ GEN-ENDS เช่น คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ซึ่งแทนที่จะเรียน 2 ปีแรกในหลักสูตรปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) นักศึกษาหลายคนจึงเลือกเรียน 2 ปีแรก ในหลักสูตรอนุปริญญา (Associate Degree) เนื้อจากเนื้อหาหลักสูตรและรายวิชาคล้ายคลึงกันกับในมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นถึงเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนชั้นปีที่ 3 ในมหาวิทยาลัย โดยวิธีนี้จะช่วยให้นักศึกษาประหยัดค่าใช้จ่าย 2 ปี แรกในมหาวิทยาลัยได้มากกว่าเรียน 4 ปีโดยตรง นอกจากนี้ ยังได้วุฒิการศึกษาทั้ง วุฒิอนุปริญญา (Associate Degree) และปริญญาตรี (Bachelor’s Degree)

นอกจากนี้ จากสถิติพบว่านักศึกษาที่เทียบโอนหน่วยกิตจาก Community College มีผลการเรียนที่อยู่ในเกณฑ์สูงกว่ามาตรฐาน และนักศึกษาต่างชาติที่เรียนโปรแกรม 2+2 ประสบความสำเร็จมากกว่านักศึกษาต่างชาติ ที่เรียน 4 Year University

เปรียบเทียบประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายระหว่างเข้าเรียน 2 YEARS COLLEGE + 2 YEARS UNIVERSITY กับเข้าเรียนตรงกับมหาวิทยาลัย 4 YEARS UNIVERSITY

หมายเหตุ :

  1. ค่าเทอม/ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในค่อนข้างมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของการศึกษาที่คุณสนใจ ซึ่งค่าเทอมต่อปีนั้นมีตั้งแต่ $15,000 ไปจนถึง $60,000 (จ่ายเป็นรายเทอม) ซึ่งหลังจากที่คุณเรียนจบ Associate Degree คุณสามารถที่จะสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอเมริกา “กี่มหาวิทยาลัยก็ได้” หากคุณต้องการ เพื่อให้ได้ตัวเลือกที่ตอบโจทย์ตนเองมากที่สุด คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของมหาวิทยาลัยในอเมริกา
  2. ค่าครองชีพในแต่ละเมืองที่คุณวางแผนไปเรียนก็ต้องเป็นสิ่งที่ครวรพิจารณาเพิมเติ่มเติมด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นหากคุณเลือกเรียนเมืองบอสตัน  รัฐแมสซาชูเซตส์ คุณก็ต้องมีค่าครองชีพเฉลี่ยต่อเดือนที่ 50,000 – 80,000 บาท ต่อเดือน หรือในณะเดียวกันคุณเลทอกหากเลือกเมืองที่ไม่ได้เป็นเมืองใหญ่ เหรือเมืองที่ประหยัดค่าครองชีพ เช่นเมือง ฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนียน ที่มีค่าครองชีพเฉลี่ย 35,000 บาท ต่อเดือนเท่านั้น
  3. ที่ประเทศอเมริกามีโอกาสทุนให้สำหรับนักเรียนต่างชาติที่โอนหน่วนกิตจากระบบ 2+2 ที่หลากหลาย ดังนั้น GPA / เกรดเฉลี่ย / ความสามารถพิเศษที่มี เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ในการขอทุนเรียนต่อ ไม่ว่าจะเป็นทุนเต็มจำนวน หรือทุนบางส่วน ดังนี้ หากวางแผนที่จะขอทุน ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการเรียนให้เต็มที่ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน หากมีความฝัน และความต้องการที่อยากจะสมัครทุนเรียนต่อในอเมริกา

หลักสูตร 2+2 Univeristy Transfer System เปิดสอนสาขาอะไรบ้าง?

หลักสูตร 2+2 University Transfer System เปิดสอนทุกสาขาวิชาที่เปิดสอนในหลักสูตรที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย และทุกสาขา สามารถต่อยอด เทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้ โดยตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน มีดังนี้

Arts & Communications

Arts & Communications

หลักสูตรศิลปศาสตร์ และการสื่อสาร เรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตสื่อ ศิลปะที่สร้างสรรค์และหลากหลาย หลักสูตรนี้ครอบคลุมศิลปะทุกแขนง รวมถึงศิลปะสมัยใหม่ด้วย เช่น การถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว การผลิตและกำกับภาพยนตร์

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Art
  • Communication Studies
  • Digital Design
  • English
  • Journalism
  • Music
  • Philosophy
  • Theatre and Film
  • World Languages
Business, Finance & Office Administration

Business, Finance & Office Administration

หลักสูตรบริหารธุรกิจ การเงิน และการจัดการ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพท์ เรียนรู้เกี่ยวกับการบริการ แนวทางและบทบาทสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงการทำบัญชี การทำโฆษณา เพื่อทักษะการบริหารที่รอบด้าน

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Accounting
  • Business
  • Business – BAS-ABM
  • Business Information Technology (BTECH)
  • Construction Management
  • Database Management and Design
Education

Education

หลักสูตรเกี่ยวกับการศึกษา เตรียมพร้อมสำหรับการสอนในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา เรียนรู้ที่จะใช้จิตวิทยา ทักษะ และบุคลิกภาพเพื่อเป็นครู อาจารย์ที่มีประสิทธิภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Education
  • Education – BAS-T Degree
  • Early Childhood Education
  • Elementary Education
  • Paraeducation
Food, Beverage Arts & Hospitality

Food, Beverage Arts & Hospitality

หลักสูตรการบริการการโรงแรม เรียนรู้เกี่ยวกับการบริการในโรงแรม การจัดงานอีเว้นท์ การเตรียมอาหารคุณภาพสูงสำหรับลูกค้ากลุ่มต่างๆ การหมักไวน์ เบียร์ การกลั่นสุราที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในรัฐวอชิงตัน เรียนรู้และปฏิบัติจริง เพื่อสำเร็จการศึกษาที่เพียบพร้อมด้วยทักษะและประสบการณ์ และก้าวสู่ผู้จัดการโรงแรมอย่างมืออาชีพ

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Baking & Pastry Arts
  • Craft Brewing & Distilling
  • Culinary Arts
Healthcare

Healthcare

หลักสูตรเพื่อประกอบอาชีพเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ เช่น แพทย์ พยาบาล สาธารณสุข นักเคมีบำบัด เทคนิคการแพทย์ ทันตแพทย์ รวมถึงสัตวแพทย์ด้วย โดยสถาบันหลายแห่งมีศูนย์สุขภาพ หรือโรงพยาบาลประจำสถาบัน ซึ่งสามารถเรียนและฝึกงานในศูนย์สุขภาพได้

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Biology
  • Business Information Technology (BTECH)
  • Dental Hygiene
  • Emergency Medical Services (EMS)
  • Health Information Technology
  • Kinesiology
  • Nursing
  • Physical Therapist Assistant
  • Veterinary Technology
Information Technology

Information Technology

หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากที่สุด เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือสมัยใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ ที่ช่วยเอื้ออำนวยต่อการทำงานให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูล อาชีพสำหรับผู้ที่เรียนจบสาขานี้คือ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ผู้ดูแลระบบ และฐานข้อมูล นักออกแบบโปรแกรม ซึ่งทุกอุตสาหกรรมและทุกประเทศ ต้องการอย่างมาก

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Architecture, Engineering, and Construction Technology
  • Computer Science
  • Cybersecurity and Network Administration
  • Information Systems
  • Information Technology Support
  • Software Development
Social and Behavioral Sciences, Public Services

Social and Behavioral Sciences, Public Services

หลักสูตรสังคมศาสตร์ และพฤติกรรมของมนุษย์ เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมทั่วโลก ประวัติศาสตณ์ โบราณคดี กฏหมาย การเมืองการปกครอง และความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพื่อความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสถาบันทางสังคม

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Anthropology and Archaeology
  • Criminal Justice
  • Economics
  • Fire Services Leadership and Management
  • Geography
  • History
  • Homeland Security Emergency Management
  • Information Studies
  • Occupational Safety and Health
  • Political Science
  • Psychology
  • Social Service Mental Health
  • Sociology
STEM (Science, Technology, Engineering, Math)

STEM (Science, Technology, Engineering, Math)

หลักสูตรวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และนักคณิตศาสตร์ เป็นหลักสูตรที่เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทุกแขนง เช่น ดาราศาสตร์ ชีววิทยาศาสตร์ เคมีศาสตร์ ฟิสิกส์ เน้นศึกษาเกี่ยวกับปัญหา และใช้วิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา เช่น การตัดต่อพันธุกรรม การจัดการระบบไฟฟ้า การออกแบบ และสร้างอาคาร การค้นคว้า วิจัยทางด้านดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นความรู้ที่ไม่สิ้นสุด

ตัวอย่างสาขาวิชาที่เปิดสอน

  • Anthropology and Archaeology
  • Biology
  • Chemistry
  • Computer Network Engineering
  • Database Management and Design
  • Engineering
  • Environmental Science
  • Geography
  • Geology
  • Health Information Technology
  • Math
  • Oceanography
  • Physics/Astronomy

ขั้นตอนในการโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

สำหรับนักเรียนในอเมริกาการโอนย้ายหน่วยกิตจากสถาบันการศึกษาอีกแห่งไปยังสถาบันอีกแห่งไม่ใช่เรื่องยาก และนักเรียนระดับปริญญาตรีก็สามารถโอนย้ายสถาบัน โดยเริ่มจากการเรียนสองปีแรกที่ Community College และได้วุฒิ Associate Degree โอนหน่วยกิตไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีในปีที่ 3 และ 4 ที่มหาวิทยาลัยและเมื่อเรียนจบแล้วก็จะได้รับวุฒิ Bachelor’s Degree เพราะเหตุนี้โปรแกรมนี้จึงได้รับการเรียกว่า 2 + 2

ตัวอย่างโครงสร้างหลักสูตร 2+2 University Transfer Program ของ Tacoma Community College

Tacoma Community College เป็นวิทยาลัยชุมชนเมือง Tacoma รัฐ Washington มีจุดเด่นคือ ค่าธรรมเนียมที่ไม่สูง หลักสูตรคุณภาพระดับนานาชาติ เงื่อนไขการรับสมัครเรียนยืดหยุ่น สามารถเรียนออนไลน์ได้ด้วย และไม่จำเป็นต้องมีผลคะแนนภาษาอังกฤษ เนื่องจากทางสถาบันมีหลักสูตรภาษาอังกฤษ สหรับผู้ที่ไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ คะแนนไม่ถึง โดยระยะเวลาเรียนประมาณ 1 ปี เพื่อปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ ก่อนเข้าเรียนหลักสูตร Associate Degree

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Tacoma Community College อย่างละเอียด

หลังจากสำเร็จการศึกษาหลักสูตร Associate Degree มีบริการช่วยดูแลในการโอนหน่วยกิตด้วย

ก่อนที่นักเรียนจะโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัย นักเรียนจะต้องวางแผนการเรียนของตนเองก่อนและกำหนดเป้าหมายในการเรียนที่ชัดเจน เพื่อจะได้ลงทะเบียนเก็บรายวิชาและทำคะแนนให้ดีที่สุดสำหรับเรียนต่อในสาขานั้น นักเรียนควรสมัครเรียนมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 3 สถาบัน เพื่อให้ได้รับการตอบรับเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมกับนักเรียนมากที่สุด นอกจากนี้ในแต่ละ Community College จะมีบริการให้คำปรึกษา มีบริการช่วยเหลือเกี่ยวกับการยื่นใบสมัครเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในการโอนหน่วยกิตด้วย โดยจะให้ความช่วยเหลือตั้งแต่กรอกเอกสารการสมัครเรียน พร้อมเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเทียบโอนหน่วยกิตให้เหมาะสมกับนักเรียนรายบุคคล เช่น

  • College Transfer Center
  • Advising Center
  • Career Services Center
  • Learning Support Network
  • TRiO Student Support Services
  • Mathematics, Engineering, Science Achievement (MESA)
  • และ Student Service อื่นๆ อีก

มีโอกาสในการขอทุนที่หลากหลายสำหรับผู้ที่เรียนจบหลักสูตร Associate Degree

เมื่อสำเร็จการศึกษาหลักสูตร Associate Degree ผู้เรียนมีโอกาสขอทุนเมื่อ Transfer Credit เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วย โดย GPA / เกรดเฉลี่ย / ความสามารถพิเศษที่มี เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ในการขอทุนเรียนต่อ บางมหาวิทยาลัย อาจมอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาจาก Transfer Credit โดยเฉพาะ หรือสามารถขอทุนการศึกษาจากหน่วยงานอื่นๆ ได้ด้วย เช่น องค์กรไม่แสดงหาผลกำไร สมาคม หรือมูลนิธิต่างๆ ทุนการศึกษามีให้สำหรับนักศึกาาทุกคน ดังนี้ หากวางแผนที่จะขอทุน ผู้เรียนควรมีความตั้งใจในการเรียนให้เต็มที่ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน หากมีความฝัน และความต้องการที่อยากจะสมัครทุนเรียนต่อในอเมริกา

หลักสูตร 2+2 University Transfer System (Associate Degree) เปิดสอนที่ไหนบ้าง

โดยส่วนใหญ่แล้ว หลักสูตร 2+2 Univeristy Transger System หรือ Associate Degree เปิดสอนที่วิทยาลัยชุมชน Community College ซึ่งมีทั้งหมด 942 แห่ง ทั่วสหรัฐอเมริกา โดยศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ขอยกตัวอย่างของ Community College ที่มีคุณภาพสูงและเปิดสอนในหลากหลายสาขา นักเรียนสามารถที่จะโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังได้มาก มีดังนี้

SANTA MONICA COLLEGE (รัฐแคลิฟอร์เนีย)

Santa Monica College (SMC) วิทยาลัย 2 Year College ของรัฐบาลในเมือง Santa Monica รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1929 มีนักศึกษามากกว่า 30,000 คน มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนมากกว่า 90 สาขา มีวิทยาเขตทั้งหมด 38 เอเคอร์ ห่างจากชายหาดที่สวยงามไม่เกิน 2 ไมล์ และวิทยาเขตรองอีกหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วเมือง อุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา สตูดิโอทัศนศิลป์ มีพื้นที่ให้พักผ่อนหย่อนใจ อ่านหนังสือ ทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน

Santa Monica College เปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญา Associate Degree ที่สามารถเทียบโอนหน่วยกิต Credit Transfer เข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำในรัฐแคลิฟอร์เนีย เช่น University of California หรือ California State University และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา เนื้อหาหลักสูตรมีความทันสมัย เน้นทักษะสำหรับอาชีพในศตวรรษที่ 21 ในสาขาที่กำลังเติบโต เช่น Cloud Computing, Technical Theatre, Trad and Logistics นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรประกาศนียบัตร Certificate อีกหลากหลายหลักสูตร ครอบคลุมสาขาแบบดั้งเดิม เช่น การพยาบาล การศึกษาประถมวัย การผลิตภาพยนตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Santa Monica College อย่างละเอียด

คลิก เพื่อดูค่าใช้จ่าย 1 ปีที่ Santa Monica College

  ค่าใช้จ่าย 1 ปี (USD) ค่าใช้จ่าย 1 ปี (THB)
ค่าเล่าเรียน $9,048 289,536 บาท
ค่าบริการสุขภาพของ SMC $42 1,344 บาท
ค่า ID Card $26 832 บาท
ค่าประกันสุขภาพ

$2,040

65,280 บาท
Student Representation Fee $4 128 บาท
รวมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา

$11,160

ประมาณ 357,120 บาท

หมายเหตุ: 

  • คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน $1 มีค่าประมาณ 32 บาท
  • ค่าใช้จ่ายต่อไปนี้เป็นค่าใช้จ่ายในเทอม Summer 2021 – Spring 2022 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง นักเรียนที่สนใจเรียนต่อ กรุณาติดต่อเดอะเบสท์ เพื่อทำการอัพเดตค่าใช้จ่ายที่เป็นปัจจุบัน


Tacoma Community College (รัฐวอชิงตัน)

Tacoma Community College หรือ TCC เป็นวิทยาลัยชุมชนในเมืองทาโคมา เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสอง รองจาก Seattle รัฐวอชิงตัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1965 ได้รับการรับรองโดย Northwest Commission on Colleges and Universities (NWCCU) เปิดสอนหลักสูตร Associate Degree และ Certificate ที่ได้รับการยอมรับกว่า 43 หลักสูตร และหลักสูตรระดับปริญญาตรีอีก 3 หลักสูตร ได้แก่ Health Information management, Community Heath และ Applied Management สร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพมาแล้วกว่า 5 แสนคน

TCC มีเกณฑ์การรับสมัครเรียนที่ยืดหยุ่น และรวดเร็ว ไม่มีคะแนน TOEFL, IELTS, SAT หรือ ACT ก็สามารถสมัครเรียนได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเรียนก็ไม่สูง เนื่องจากทางสถาบันได้รักษาค่าเล่าเรียนให้ไม่แพงเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติสามารถเรียนต่ออเมริกาได้เพิ่มมากขึ้น

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Tacoma Community College อย่างละเอียด

คลิก เพื่อดูค่าใช้จ่าย 1 ปีที่ Tacoma Community College

  ค่าใช้จ่าย 1 เทอม ค่าใช้จ่าย 1 ปี
ค่าเล่าเรียน $3,230 $9,690
ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนเรียน $100 $300
ค่าประกันสุขภาพ $432 $1,296
ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน $500 $1,500
รวมค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา

$4,262
ประมาณ 136,000 บาท

$12,786
ประมาณ 409,000

ค่าที่พัก และค่าอาหาร $2,025 $6,075
รวมค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย

$2,025
ประมาณ 64,800 บาท

$6,075
ประมาณ 194,400 บาท


สถาบันอื่นๆ ที่ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์แนะนำ

ตัวอย่างรายชื่อของมหาวิทยาลัยที่สามารถโอนหน่วยกิตไปเรียนระดับปริญญาตรี

คุณสมบัติในการสมัครเรียนที่ Community College

นักเรียนที่เรียนมีวุฒิการศึกษาระดับชั้น Year 9 และ Year 10 ก็สามารถเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้เช่นกัน แต่นักเรียนจะต้องเรียนหลักสูตร International High School Completion Program โดยโปรแกรมนี้ เปิดสอนเฉพาะรัฐวอชิงตันเท่านั้น ซึ่งนักเรียนจะได้รับทั้งวุฒิ High School Diploma และ Associate Degree 

สำหรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย (Year 12)

สำหรับนักเรียนไทย เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายแล้ว สามารถที่จะเรียนต่อ Associate Degree ที่ Community College ได้เลย โดยสามารถเตรียมเอกสารดังนี้

  1. หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ
  2. วุฒิบัตรสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6
  3. ใบระเบียนผลการเรียน 6 เทอม (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6) หรือ เอกสารวุฒิบัตรและระเบียนผลการเรียนของ GED
  4. เอกสารแสดงทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้
    • IELTS: 5.5 – 6.0
    • TOEFL: 6.5 (iBT)
    • Duolingo: 90
    • SAT: 470 Reading Score
    • ACT: 19
    • Pearson: 46
    • Cambridge A & O Level Scores: A, B or C in English 101
    • U.S. High School: Completion of two years at a U.S. high school with a 2.5 GPA in English
    • Native-English proficiency: Ask our team if this applies to you!
  5. หลักฐานทางการเงินของสปอนเซอร์หรือนักเรียน (กรุณาสอบถามเดอะเบสท์เพิ่มเติมก่อนออกเอกสาร)

สำหรับนักเรียนที่ไม่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย (Year 9/Year 10) ก็เรียนต่อปริญญาตรีได้

นักเรียนที่มีอายุ 16 ปี ที่ต้องการมาศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกา รู้หรือไม่ว่ารัฐวอชิงตันมีความพิเศษกว่ารัฐอื่นๆ ตรงที่นักเรียนอายุ 15 – 16 ปี สามารถสมัครเรียนหลักสูตร International High School Completion ซึ่งเป็นโครงการที่นักเรียนจะได้ลงทะเบียนเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอนุปริญญาพร้อมกัน ใช้เวลาเรียนเพียงสองปีเท่านั้น และเมื่อเรียนจบแล้ว นักเรียนจะได้รับวุฒิ High School Diploma และ Associate Degree ในสาขาวิทยาศาสตร์หรือศิลปศาสตร์ในวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น และสามารถที่จะโอนหน่วยกิตของ Associate Degree ที่ได้รับจาก Community College ไปเรียนต่อในปีที่ 3 และ 4 ยังมหาวิทยาลัยที่ต้องการได้ ทำให้นักเรียนสามารถเรียนจบปริญญาตรีด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น

เรียนปริญญาตรีอเมริกา | แนะนำทางลัดเรียนจบป.ตรี ก่อนอายุ 20 กับโครงการ INTERNATIONAL HIGH SCHOOL COMPLETION | สมัครได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ไม่ใช้ GED ไม่ต้องจบ ม.ปลาย | วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ อยากประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย เรียนจบเร็ว พร้อมทำงาน ต้องไม่พลาดโครงการนี้

สามารถทำงานระหว่างเรียน และหลังเรียนจบได้ด้วย

สามารถทำได้ นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ในอเมริกาที่ถือวีซ่า F-1 อนุญาตให้ทำงานในอเมริกาได้ โดยจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน DSO (Designated School Officials) ซึ่งหนึ่งในผู้กำกับดูแลนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน ทำหน้าที่ในการติดต่อ ประสานงานสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การเสนอชื่อโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง SEVP อัปเดทข้อมูลนักเรียน ให้คำแนะนำนักเรียน ภายใต้เงื่อนไขโดย United States Citizenship and Immigration Service (USCIS)

การทำงานระหว่างเรียนด้วยวีซ่านักเรียน F-1 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. On-Campus คือการทำงานในเขตสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย เป็นงานที่สนับสนุนกิจการภายในมหาวิทยาลัย สามารถทำได้เลยเพียงขออนุญาตจาก DSO และงานที่ทำไม่จำเป็นต้องตรงสายก็ได้ อาจได้รับค่าตอบแทน หรือไม่ได้รับค่าตอบแทนก็ได้
  2. Off-Campus คือการทำงานนอกเขตสถาบันการศึกษา เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีปัญหาด้านการเงินขั้นรุนแรง หรือ นักศึกษาที่ต้องการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในสาขาวิชาที่เรียนเท่านั้น

หลักสูตร Associate Degree สามารถขอ OPT ได้นานเท่าไหร่?

  • หากเรียน Associate Degree สามารถทำงาน On-Campus หรือ Off-Campus ก็ได้
  • หากเรียน Associate Degree สามารถขอ CPT หรือ OPT ได้ 12 เดือน

ข้อมูลรายละเอียดของการทำงานในสหรัฐอเมริกาทั้งระหว่างเรียน หลังเรียนจบ ได้สรุปไว้ในบทความข้างล่างนี้แล้ว น้องๆ สามารถคลิกอ่านบทความนี้ได้เลยค่ะ

เรียนต่ออเมริกา | สรุปข้อมูล วีซ่านักเรียนอเมริกา F1 ทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่ เงื่อนไขเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง เรียนภาษาที่อเมริกาทำงานได้ไหม พร้อมโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ | บทความนี้มีคำตอบ

อยากเข้าเรียนโปรแกรม 2 + 2 University Transfer System เริ่มต้นอย่างไร?

  1. ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ กรอกแบบฟอร์มด้านล่าง แจ้งให้ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ทราบว่าต้องการเรียนต่อ 2 + 2 University Transfer System หรือเรียนต่อ Community College ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้น ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะติดต่อกลับเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
  2. ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเช็คเอกสารให้ฟรี พร้อมแนะนำเส้นทางการเข้าเรียนปริญญาตรีที่สหรัฐ ว่ามีโอกาสไปในทางไหนได้บ้าง เช่น หากไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ อาจจะต้องลงเรียนภาษาอังกฤษก่อน หรือหากยังเรียนไม่จบในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรืออายุยังไม่ถึง 18 ปี ก็สามารถสมัครได้ โดย ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเลือกสถาบันที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับผู้เรียนให้มากที่สุด
  3. หากเลือกเส้นทางการเรียนได้แล้ว ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเริ่มดำเนินการสมัครเรียน ขอเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) รวมถึงเตรียมเอกสารดำเนินการเรื่องวีซ่าด้วย
  4. หลังจากสถาบันการศึกษาตอบรับเข้าเรียนแล้ว ทางโรงเรียนจะส่งเอกสารตอบรับ Acceptance Letter ที่ออกโดยสถาบันการศึกษาของอเมริกา โดยเอกสารตอบรับเข้าเรียน จะชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะนำมาสรุปค่าใช้จ่าย และคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินไทย ณ วัน เวลา ที่โอนเงิน 
  5. เมื่อชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันการศึกษา จะส่งจดหมายตอบรับเข้าเรียน ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะใช้จดหมายนี้ เพื่อนำไปยื่นวีซ่าในขั้นตอนต่อไป
  6. เมื่อสำเร็จการศึกษา โปรแกรม 2 + 2 University Transfer System แล้ว นักเรียนจะสามารถสมัครทำงานในสหรัฐอเมริกาต่อได้

ทำไมต้องมาเรียนต่ออเมริกา?

  • สหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น MIT, Stanford University, Harvard University และ Caltech University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย TOP 10 ของโลก
  • หลักสูตร STEM พร้อมโอกาสที่เปิดกว้าง หลักสูตร STEM หรือ Science, Technology, Engineering, Math เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ทำงานหลังเรียนจบ OPT ที่มากกว่า เพื่อฝึกปฏิบัติ และสามารถก้าวสู่การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ระบบโอนหน่วยกิต Credit Transfer ช่วยให้การเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาง่ายขึ้น ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเรียนจบ High School ที่อเมริกา ก็สามารถเรียนต่อ 2-Year College และโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ ไม่ต้องสอบ SAT, GMAT, GRE
  • มีหลักสูตรที่ครอบคลุมทุกหลักสูตร มหาวิทยาลัยในอเมริกา เปิดสอนหลักสูตรมากกว่า 2 ล้านหลักสูตร ผ่านมหาวิทยาลัยกว่า 4 พันแห่ง ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญเอก รวมถึงหลักสูตรอนุปริญญา Associate Degree และประกาศนียบัตร Certificate ทุกหลักสูตร มีคุณภาพและอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก
  • เป็นศูนย์วิจัยระดับโลก สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงโด่งดังด้านงานวิจัย และเป็นแนวหน้าในการพัฒนาของโลก ตั้งแต่งานวิจัยวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม สังคม วัฒนธรรม โดยจากข้อมูลของ NSF ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้งานในการวิจัยและนวัตกรรมอยู่ที่ 22 พันล้านดอลลาร์ในปี 2015
  • อเมริกาเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีและเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ได้รู้จักกับความรู้ใหม่ล่าสุดในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือผู้สำเร็จการศึกษามีทักษะ และพร้อมทำงานโดยใช้เทคโนโลยีล่าสุด
  • ประเทศอเมริกา ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ เหมาะสำหรับผู้อยากเรียนภาษา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ก็โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์น่าฟังอย่างมาก
  • โอกาสในการจ้างงานที่มากกว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษากว่า 70% ได้งานทำหลังเรียนจบ โดยอัตราค่าตอบแทนอยู่ที่ $61,000 – $120,700 หรือประมาณ 1.89 – 3.74 ล้านบาทต่อปี
  • มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเทศอเมริกา เป็นประเทศแห่งเสรีภาพ เปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม เข้าใจและพร้อมซึมซัมวัฒนธรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา 
  • บริการช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาต่างชาติ อเมริกายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติสำหรับการศึกษาต่อในอเมริกาและมีระบบสนับสนุนเพื่อช่วยให้นักเรียนปรับตัวเข้ากับชีวิตในอเมริกาได้อย่างสะดวกสบาย

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่องง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email :contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    ที่มา:

    LITZ USA Website: https://www.litzusa.com/

    Finder Website: https://www.finder.com/

    Money Crashers Website: https://www.moneycrashers.com/

    Kansas State University Website: https://www.k-state.edu/ 

    Seattle Central College Website: https://seattlecentral.edu/

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.