สารบัญบทความ

 เมื่อนึกถึงการเรียนต่อในอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนียคือหนึ่งในรัฐที่มีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนต่อมากที่สุด เพราะมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและคุณภาพสูงมากมาย มีระบบมหาวิทยาลัยรัฐที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนแทบจะกล่าวได้ว่าเกือบจะเป็นคู่แข่งกับมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League จากทางฝั่งตะวันออกของประเทศได้เลย

ปัจจุบันมีนักเรียนต่างชาติกว่า 150,000 คนเรียนอยู่ในกว่า 750 วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐแคลิฟอร์เนียเองก็มีเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย ทั้ง Los Angeles, San Diego, San Francisco, Sacramento, California City, San Jose, Bakersfield, Oakland, Santa Monica และ Beverly Hills มีเหตุผลมากมายที่ทำให้แคลิฟอร์เนียเป็นหนึ่งในรัฐที่น่าเรียนที่สุดในสหรัฐอเมริกา น้องๆ สามารถทำความรู้จักกับรัฐแคลิฟอร์เนียมากขึ้นได้ในบทความนี้เลยค่ะ

CALIFORNIA, UNITED STATES OF AMERICA


ทำไมต้องมาเรียนต่อที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ?

หลายปีที่ผ่านมาแคลิฟอร์เนียเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการมาเรียนต่อตามรายงานของ Open Doors ที่เผยแพร่โดย Institute of International Education เป็นประจำทุกปี และมหาวิทยาลัยจำนวนสามในห้าที่มีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนต่อมากที่สุดในรัฐ คือ University of Southern California, University of California Los Angeles และ University of California โดยมหาวิทยาลัยเหล่านี้ต่างตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเรียนต่อที่โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางตอนใต้ของรัฐมากมาย

รัฐแคลิฟอร์เนียมีชื่อเล่นว่า The Golden State, The Land of Milk and Honey, The EI Dorado State และ The Grape State นอกจากนี้แคลิฟอร์เนียยังเป็นที่ตั้งของสถาบันทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงและอุทยานแห่งชาติมากมาย เช่น Hollywood, Disneyland, Yosemite National Park, Alcatraz, Angel Island และ Golden Gate Bridge

แคลิฟอร์เนีย คือ รัฐที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ติดมหาสมุทรแปซิฟิก มีชื่อเสียงมากที่สุดในอเมริกาและเป็นรัฐที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่สาม (423,970 ตารางกิโลเมตร) รองลงมาจากอลาสก้าและเท็กซัส แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในอเมริกาเหนือคือ 39.3 ล้านคน และมีประชากรหนาแน่นมากเป็นอันดับที่ 34 ของโลก เมืองหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนียคือซาคราเมนโต (Sacramento) และเมืองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในรัฐคือเมืองลอสแอนเจลิส (Los Angeles) และมีเมือง San Francisco เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงรองลงมา

รัฐแคลิฟอร์เนียมีชายแดนติดกับรัฐแอริโซนา รัฐเนวาดา และรัฐออริกอน และมีชายแดนระหว่างประเทศติดต่อกับรัฐบาฮากาลิฟอร์เนียของประเทศเม็กซิโก รัฐแคลิฟอร์เนียประกอบไปด้วย 58 เขต และแต่ละเขตก็มีเมืองที่เป็นศูนย์กลางในการบริหารอยู่ รายชื่อของเขตในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้แก่ Alameda, Alpine, Amador, Butte, Calaveras, Colusa, Contra Costa, Del Norte, El Dorado, Fresno, Glenn, Humboldt, Imperial, Inyo, Kern, Kings, Lake, Lassen, Los Angeles, Medera, Marin, Mariposa, Mendocino, Merced, Modoc, Mono, Monterey, Napa, Nevada, Orange, Placer, Plumas, Riverside, Sacramento, San Benito, San Bernardino, San Diego, San Francisco, San Joaquin, San Luis, San Mateo, Santa Barbara, Santa Clara, Santa Cruz, Shasta, Sierra, Siskiyou, Solano, Sonoma, Stanislaus, Sutter, Tehama, Trinity, Tulare, Tuolumne, Ventura, Yolo และ Yuba

เศรษฐกิจของรัฐแคลิฟอร์เนียมีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยในปี ค.ศ. 2019 รัฐแคลิฟอร์เนียมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของรัฐอยู่ที่ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กลายเป็นรัฐที่มีเศรษฐกิจขนาดย่อยของประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในแง่ของเมืองมี The Greater Los Angeles และ San Francisco Bay Area ที่มีขนาดเศรษฐกิจในเมืองที่ใหญ่มากเป็นอันดับสองและสามของประเทศ รองลงมาจาก New York Metropolitan Area เท่านั้น

การเดินทางมารัฐแคลิฟอร์เนีย

เนื่องจากรัฐแคลิฟอร์เนียมีขนาดใหญ่มาก เดอะเบสท์จึงยกตัวอย่างการเดินทางไปเมืองสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและการศึกษา 5 แห่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย เท่านั้น

เดินทางโดยเครื่องบิน

  • สุวรรณภูมิ (BKK) – ลอสแอนเจลิส (LAX) โดยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ (แวะพักโดฮา ไป-กลับ) ประมาณ 28,440 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 24 ชั่วโมง 50 นาที (แวะพักที่สนามบินฮาหมัด เมืองโดฮา กาตาร์ 1 ชั่วโมง 50 นาที)
  • สุวรรณภูมิ (BKK) – ซานฟรานซิสโก (SFO) โดยสารการบินเจแปนแอร์ไลน์ (แวะพักนาริตะ ไป-กลับ) ประมาณ 25,845 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 17 ชั่วโมง 25 นาที (แวะพักที่สนามบินนาริตะ เมืองนาริตะ ญี่ปุ่น) 
  • สุวรรณภูมิ (BKK) – ซานดิเอโก (SAN) โดยสารการบินเจแปนแอร์ไลน์ (แวะพักนาริตะ ไป-กลับ) ประมาณ 33,665 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 17 ชั่วโมง 15 นาที (แวะพักที่สนามบินนาริตะ เมืองนาริตะ ญี่ปุ่น)
  • สุวรรณภูมิ (BKK) – ซาคราเมนโต (SMF) โดยสารการบินเจแปนแอร์ไลน์และสกายเวสแอร์ไลน์ (แวะพักนาริตะ และซานดิเอโก ไป-กลับ) ประมาณ 26,300 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 21 ชั่วโมง 30 นาที (แวะพักที่สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น และสนามบินซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา)
  • สุวรรณภูมิ (BKK) – ซานโฮเซ (SJC) โดยสารการบินเจแปนแอร์ไลน์และสกายเวสแอร์ไลน์ (แวะพักนาริตะ และซีแอทเทิล ทาโคมา ไป-กลับ) ประมาณ 26,305 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 23 ชั่วโมง 50 นาที (แวะพักที่สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น และสนามบินซีแอทเทิล ทาโคมา สหรัฐอเมริกา)

เดินทางโดยรถไฟ

สหรัฐอเมริกามีรถไฟ Amtrak ที่วิ่งทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและวิ่งไปถึงบางเมืองในประเทศแคนาดา ข้างล่างคือแผนที่ของรถไฟ Amtrak มีทั้งสายสีน้ำเงินที่วิ่งระยะยาวด้วยขบวนรถไฟสองชั้น (Double-Deck Superliner Cars) และจะมีเที่ยววิ่งประมาณ 1 เที่ยวต่อวัน ยกเว้นจากรัฐนิวยอร์กไปยังรัฐฟลอริดาที่มี 2 เที่ยวต่อวัน และ Sunset Limited (สาย New Orleans – San Antonio – Los Angeles) ที่วิ่ง 3 เที่ยวต่อสัปดาห์

สำหรับสายสีฟ้าคือรถไฟที่วิ่งระยะยาวด้วย Viewliner, Amfleet or Horizon Cars จะวิ่งประมาณ 1 – 2 เที่ยวต่อวัน

เส้นทางวิ่งรถไฟระยะสั้นที่สำคัญคือสายสีแดง เป็นเส้นทางการวิ่งรถไฟระหว่างเมืองตัวอย่างของเส้นทางระยะสั้นที่วิ่ง เช่น Washington – New York – Boston หรือ Los Angeles – San Diego จะมีบริการการวิ่งรถไฟตามตารางการเดินรถไฟรายวันตามปกติ หรือสามารถศึกษาเส้นทางเดินรถไฟเพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บไซต์ www.amtrak.com หรือคลิกที่ Amtrak Route Map

ตัวอย่างเส้นทางการเดินรถไฟจากเมืองในรัฐอื่นมายังเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย

  • ลาสเวกัส รัฐเนวาดา ไป ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถเดินทางด้วยรถไฟ Amtrak ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง 49 นาที และมีค่าโดยสารโดยประมาณเฉลี่ยที่ $89.72
  • ฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ไป ซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถเดินทางด้วยรถไฟ Amtrak ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 14 ชั่วโมง 47 นาที และมีค่าโดยสารโดยประมาณเฉลี่ยที่ $115.10
  • พอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ไป ซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถเดินทางด้วยรถไฟ Amtrak ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 13 ชั่วโมง 45 นาที และมีค่าโดยสารโดยประมาณเฉลี่ยที่ $124.00

เดินทางโดยรถบัส

  • ลาสเวกัส รัฐเนวาดา ไป ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถเดินทางได้ด้วยรถบัสโดยสาร Flixbus ใช้ระยะเวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง 40 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ $19.99
  • ฟินิกซ์ รัฐแอริโซนา ไป ซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถเดินทางได้ด้วยรถบัสโดยสาร Greyhound ใช้ระยะเวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง 50 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ $57
  • คาร์สันซิตี้ รัฐเนวาดา ไป ซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถเดินทางได้ด้วยรถบัสโดยสาร Silverado Stages ใช้ระยะเวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 25 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ $37.50

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

  • ลาสเวกัส รัฐเนวาดา ห่างจาก ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประมาณ 435 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 11 นาที
  • ฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ห่างจาก ซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประมาณ 571 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง 27 นาที
  • พอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ห่างจาก ซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ประมาณ 933 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 11 นาที

10 เหตุผล ที่ควรตัดสินใจมาเรียนต่อที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

รัฐแคลิฟอร์เนียนั้นโด่งดังและเป็นภาพจำสำหรับหลายคนว่ามีชายหาดที่สวยงาม เป็นรัฐที่มีทัศนียภาพน่าชื่นชม แต่นอกเหนือจากนี้แล้วรัฐแคลิฟอร์เนียยังมีระบบมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่งด้วย มาดูกันว่ายังมีเหตุผลอะไรอีกบ้างที่จะช่วยให้น้องๆ ตัดสินใจมาเรียนต่อที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

1. แคลิฟอร์เนีย คือรัฐที่มีระบบการศึกษาที่ดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

จากการจัดอันดับของ QS Best Student Cities ปี ค.ศ. 2019 มีเมืองในแคลิฟอร์เนียถึง 3 เมืองที่ติดอันดับ 100 แรกของเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาและจัดอันดับจากเมืองอื่นอีกทั่วโลก โดยมีลอสแอนเจลิส (Los Angeles) อยู่ในอันดับที่ 25 ของโลก, ซานฟรานซิสโก (San Francisco) อยู่ในอันดับที่ 35 ของโลก และ ซานดิเอโก (San Diego) ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 76 ของโลก

แคลิฟอร์เนีย มีสถาบันการศึกษาที่ยอดเยี่ยมและติดอันดับประเทศและโลกมากมาย

ทั้งโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัยของรัฐบาลและเอกชนต่างก็มีความโดดเด่นทางด้านวิชาการระดับประเทศและระดับโลก มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลก และมหาวิทยาลัยบางแห่งในระบบการศึกษาของรัฐบาลอย่างมหาวิทยาลัยในเครือ California State University ก็มีอันดับที่สูงกว่ามหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League ด้วย มหาวิทยาลัยในเครือเหล่านี้ยังมีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ไม่แพงจำนวนมากและมีหลักสูตรระดับโลกในทุกฝ่ายวิชาการให้เลือกเรียน มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของรัฐบาล เช่น University of California, Los Angeles และ University of California ส่วนมหาวิทยาลัยชื่อดังของเอกชน เช่น Stanford University และ University of Southern California

นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยกว่า 119 แห่งแล้ว รัฐแคลิฟอร์เนียยังมีวิทยาลัยชุมชน หรือ Community College ที่ดีที่สุดของประเทศให้เลือกอีกมากมาย ทั้งวิทยาลัยที่คุณภาพสูง ราคาไม่แพง ปัจจุบันรัฐแคลิฟอร์เนียมี Community College กว่า 160 สถาบัน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในประเทศ และมีนักเรียนมากกว่า 2,100,000 คนกำลังศึกษาอยู่ใน Community College ที่แคลิฟอร์เนีย

ในปี ค.ศ. 2019 มีนักเรียนต่างชาติจำนวน 161,693 คนลงทะเบียนเรียนในรัฐแคลิฟอร์เนีย และนักเรียนต่างชาติกว่า 25,570 คนเรียนอยู่ที่ Community College ในแคลิฟอร์เนีย โดยประเทศที่มีนักเรียนมาเรียนต่อแคลิฟอร์เนียมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น 

นักเรียนที่กำลังสนใจเรียนต่อลอสแอนเจลิส (เรียนต่อแอลเอ) เรียนต่อซานทิเอโก เรียนต่อซานโฮเซ หรือเรียนต่อซานฟรานซิสโก สามารถสอบถามเดอะเบสท์ เพิ่มเติม ได้เลยค่ะ

ตัวอย่างรายชื่อของสถาบันการศึกษาชื่อดังและมีคุณภาพสูงของรัฐแคลิฟอร์เนีย

California State University, Bakersfield

Public University in Bakersfield, California

  • หลักสูตรที่เปิดสอน 50 กว่าหลักสูตร เช่น Accounting, Agricultural Business, Anthropology, Art, Biochemistry, Biology, Business Admistration, Chemistry, Child-Adolescent and Family Studies, Communications, Computer Engineering, Computer Science, Criminal Justice, Economics, Engineering Sciences, Environmental Resource Management, Finance, Marketing, Music, Nursing, Political Science, Pre-Med, Theatre
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 11,000 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $15,610
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

Los Angeles Trade-Technical College (LATTC)

Community College in Los Angeles, California

  • หลักสูตรที่เปิดสอน 75 หลักสูตร เช่น Automotive Technology, Construction Technology, Welding, Mechanic, Maintenance, Utilities, Cosmetology, Culinary, Design & Media Arts, Health และ Liberal Arts
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 15,000 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $9,000
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

The Colleges of Contra Costa

Community College in Contra Costa County, California

  • ประกอบด้วย 3 วิทยาลัย คือ Contra Costa College, Diablo Valley College และ Los Medanos College
  • หลักสูตรที่เปิดสอน 125 หลักสูตร เช่น Administration of Justice, African American Studies, Anthropology, Art, Automotive Services, Biological Science, Business, Business Office Technology, Chemistry, Computer + Communications Technology, Computer Information Systems, Computer Science, Culinary Arts, Early Childhood Education, Earth Science, Economics, Emergency Medical Services, Engineering, English, Geography, Health + Human Services, History, Journalism, La Raza Studies, Liberal Arts, Mathematics, Media, Medical Assisting, Music, Nursing, Philosophy, Physical Education, Physics, Political Science, Psychology, Real Estate, Speech
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 6,697 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $9,000
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

Mission College

Community College in Santa Clara, California

  • เปิดสอนมากกว่า 26 สาขา เช่น Art & Design, Business & Hospitality, Language & Liberal Arts, Exploratory & Geneal Studies, Health Science, Public Service & Social Science, Science, Technology, Engineering & Math (STEM)
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 7,780 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $9,000
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

Santiago Canyon College

Community College in Orange, California

  • เปิดสอนมากกว่า 17 สาขา เช่น American Sign Language, Apprenticeships, Biotechnology, Business & Computer-Related Programs, Child Development, Cinema Studies, Code Enforcement Officer, Cosmetology, Criminal Justice, Digital Media Arts, Gemology, Graphic Design, Public Works, Real Estate, Survey Mapping, Water Utility Science, Women in Non-Traditional Careers
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 13,000 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $10,350
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

San Jose City College

Community College in San Jose, California

  • เปิดสอนมากกว่า 50 สาขา เช่น Accounting, Administration of Justice, Air Conditioning and Refrigeration Technology, Alcohol and Drug Studies, Art, Business, Computer Applications, Computer Information Systems, Construction Technology, Cosmetology, Dental Assisting, Early Childhood Education, Facilities Maintenance, Laser Technology, Machine Technology, Media Arts, Medical Assisting, Real Estate
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 9,000 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $8,258
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

Santa Rosa Junior College

Community College in Santa Rosa, California

  • เปิดสอนมากกว่า 25 สาขา เช่น Agriculture & Natural Resources, Humanities, Natural Sciences, Social and Behavioral Sciences, Art, Business, Behavioral Sciences, Culinary Arts, Chemistry & Physics, Child Development, Communications Studies, Counseling, Computer Studies, English, Engineering and Applied Technology, Earth & Space Sciences, Health Sciences, Philosophy Humanities and Religious Studies, Industrial & Trade Technology, Biological Sciences, Mathematics, Music, Kinesiology Athletics & Dance, Public Safety, Social Science, Theatre Arts & Fashion, World Languages
  •  ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 25,090 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $9,100
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

Irvine Valley College

Community College in Irvine, California

  • เปิดสอนมากกว่า 70 สาขา เช่น Arts, Business Sciences, Guidance and Counseling, Humanities, Integrated Design, Engineering and Automation, Kinesiology, Health and Athletics, Language and Learning Resources, Life Sciences and Technologies, Mathematics and Computer Science, Physical Sciences and Technologies, Social & Behavioral Sciences, Technology
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 13,157 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $8,000
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

Butte College

Community College in Oroville, California

  • เปิดสอนมากกว่า 150 หลักสูตร เช่น Business, Arts, and Design, Justice, Automotive Technology, Construction, Drama, Economics, Health and Public Services, Social and Behavioral Studies, Communication, Industrial Technologies, Agriculture, Science, Technology, Engineering, Mathematics (STEM)
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 11,892 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $7,800
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

College of the Canyons

Community College in Santa Clarita, California

  • เปิดสอนกว่า 7 คณะ เช่น School of Visual & Performing Arts, School of Business, School of Humanities, School of Kinesiology & Athletics, School of Mathematics, Sciences & Health Professions, School of Social & Behavioral Sciences, School of Applied Technologies
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 20,000 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $10,076
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

San Mateo Colleges of Silicon Valley

Community College in San Mateo, California

  • ประกอบด้วย 3 วิทยาลัย คือ College of san Mateo, Canada College และ Skyline College
  • เปิดสอนมากกว่า 63 สาขา เช่น Accounting, Addiction Studies, Admin of Justice, Anthropology, Architecture, Art, Automotive Technology, Biology, Biotechnology, Building Inspection Technology, Business, Chemistry, Computer Business Office Technology, Communication Studies, Computer Science, Cosmetology, Dental Assisting, Digital Art and Animation, Digital Media, Drafting Technology, Economics, Education/Child Development, Electronics Technology, Energy Systems Technology Management, Engineering, English, Environmental Science and Technology, Fashion Design and Merchandising, Film, Fire Technology, Geography, Health Science, History, Human Services, Music, Nursing, Theatre Arts
  • ปัจจุบันมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนจำนวน 40,000 คน
  • ค่าธรรมเนียมการศึกษาเฉลี่ยต่อปี คือ $7,416
  • เว็บไซต์ของสถาบัน

สอบถามข้อมูลและวางแผนเรียนต่ออเมริกากับเดอะเบสท์
โทร
:
090-327 3558088-269 5099

Email: contact@thebest-edu.com
Line: @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

2. แคลิฟอร์เนีย มีโอกาสในการทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก

เศรษฐกิจของแคลิฟอร์เนียมีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและใหญ่เป็นอันดับห้าของโลก มีประเทศอุตสาหกรรมเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่า คือ จีน ญี่ปุ่นและเยอรมนี นักการเงินในแคลิฟอร์เนียมีความสามารถในการแสวงหาและบริหารเงินทุน ธนาคารและบริษัททางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศหลายแห่งตั้งอยู่ในรัฐ ในปี ค.ศ. 1965 แคลิฟอร์เนียได้ขึ้นมาแทนที่นิวยอร์กในฐานะรัฐชั้นนำที่ส่งออกสินค้าที่ผลิต และจากการพัฒนาของ Silicon Valley ในปี ค.ศ. 1970 รัฐแคลิฟอร์เนียกลายเป็นผู้นำโลกด้านการผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในตอนปลายศตวรรษที่ 20 เศรษฐกิจของรัฐได้ดึงดูดแรงงานที่มีการศึกษาสูงจากทั่วทุกมุมโลกมาทำงานที่นี่ ยิ่งไปกว่านี้รัฐแคลิฟอร์เนียยังคงครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (แม้ว่าอุตสาหกรรมจะแผ่วลงไปในปี ค.ศ. 1990)

Silicon Valley ศูนย์รวมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก

ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียมีซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) ที่อยู่บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโกตั้งอยู่ และมีการจ้างงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) กว่า 1,800,000  ตำแหน่ง ในปี ค.ศ. 2019 มีสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงของโลกตั้งอยู่มากมาย และกว่า 40 บริษัทก็ติดอันดับของ Fortune 1000 ด้วย ตัวอย่างของบริษัทได้แก่ Google, Apple, hp, Facebook, Netflix, Adobe, eBay, CISCO, Yahoo, LinkedIn, Hewlett Packard, Oracle, Broadcom นอกจากธุรกิจด้านซอฟต์แวร์และอินเตอร์เน็ตแล้ว บริษัททางด้านเทคโนโลยีที่ออกแบบและสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์อื่นๆ เองก็กำลังเติบโตอย่างมาก เนื่องจากโลกมีความเป็นดิจิตอล และมีความต้องการทางด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สินค้าส่งออกอันดับ 1 ของแคลิฟอร์เนีย คือ คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

นักเรียนต่างชาติที่มาเรียนในรัฐแคลิฟอร์เนียมีสิทธิ์ฝึกงานหรือทำงานหลังเรียนจบกับบริษัทเหล่านี้ นักเรียนหลายคนที่ศึกษาอยู่ใน Community College ที่มาเรียนสาขาที่เกี่ยวข้องกับ IT ก็เลือกที่จะสมัครฝึกงานกับบริษัทชื่อดัง อย่างเช่น Tesla, Google และ Twitter ที่ตั้งอยู่ใน Silicon Valley ด้วย

3. แคลิฟอร์เนียคือศูนย์กลางอุตสาหกรรมบันเทิงของโลก

จากการวิเคราะห์ของ US Bureau of Economic Analysis และ National Endowment for the Arts แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมบันเทิงของแคลิฟอร์เนียเพิ่มมูลค่าให้กับ GDP ของประเทศกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ. 2015 อุตสาหกรรมบันเทิงยังส่งผลเชิงบวกต่อสถิติแรงงานของรัฐแคลิฟอร์เนียด้วยเช่นกัน แค่ในเขตลอสแอนเจลิสมีการจ้างงานทางด้านบันเทิงกว่า 430,000 ตำแหน่งและสร้างรายได้ให้แรงงานรวมกว่า 3 หมื่นแปดพันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ. 2017

เมืองลอสแอนเจลิสเป็นที่ตั้งของฮอลลีวูด (Hollywood) เขตที่มีอุตสาหกรรมบันเทิงก้องโลกอยู่ และมีสตูดิโอถ่ายทำและผลิตภาพยนตร์มากมายอยู่ที่นี่ด้วย เช่น Paramount Pictures, Warner Bros, Walt Disney Studio, Walt Disney Productions และ Universal Pictures ซึ่งล้วนแต่ผลิตภาพยนตร์ชื่อดังของโลกและสร้างนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจากสร้างภาพยนตร์และนักแสดงแล้ว รัฐแคลิฟอร์เนียยังให้กำเนิดรางวัลทางด้านการแสดงและเป็นเจ้าภาพจัดงานทางด้านบันเทิงมากมายด้วย ตัวอย่างของงานได้แก่ Academy Awards หรือที่รู้จักกันในงาน Oscars, Grammy Awards, Primetime Emmy Awards, Golden Globe Awards, Television Critics Association Press Tour, American Music Awards, MTV Movie & TV Awards, People’s Choice Awards เป็นต้น

หากน้องๆ สนใจเรียนด้านการแสดง การสร้างภาพยนตร์ หรือต้องการเรียนทางด้านดนตรี แคลิฟอร์เนียก็เป็นอีกหนึ่งรัฐที่มีคอร์สเหล่านี้เปิดสอน ทั้งตั้งแต่ระดับ Certificate, Diploma, Associate Degree, Bachelor, Master และเป็นคอร์สที่มีคุณภาพสูง เดอะเบสท์ฯ สามารถให้คำแนะนำในการเตรียมตัวสำหรับหลักสูตรที่น้องๆ สนใจได้ค่ะ

4. แคลิฟอร์เนียมีสภาพอากาศที่หลากหลายและเป็นมิตร

แคลิฟอร์เนียเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการเยี่ยมเยือนและท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีสภาพอากาศที่หลากหลายสำหรับผู้ที่รักในแสงแดดจนถึงผู้ที่ชื่นชอบอากาศหนาวและมีหิมะ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเยือนแคลิฟอร์เนียที่สุดขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ผู้เยือนต้องการเห็นหรือทำมากที่สุด

อากาศและฤดูกาล

ส่วนใหญ่แล้วอากาศในแคลิฟอร์เนียจะคล้ายอากาศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีฤดูร้อนที่อบอุ่นและแห้ง และมีฤดูหนาวที่ไม่รุนแรงและเปียกชื้น โดยบนชายฝั่งอุณหภูมิสูงโดยเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 21 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่บางครั้งอากาศอาจร้อนพุ่งสูงถึง 27 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านี้ในวันที่ร้อนที่สุดในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิเยือกแข็งถือว่าเป็นไปได้ยากแม้ในช่วงฤดูหนาว แคลิฟอร์เนียมีหมอกที่มักจะมาเยือนแถวชายฝั่งจากทางตอนเหนือของมอนเทอเรย์ในช่วงหน้าร้อน โดยหมอกจะหายไปในตอนเที่ยงและกลับมาปรากฎอีกครั้งในตอนค่ำ ดินแดนที่ห่างไกลออกไปจะมีหน้าร้อนที่ร้อนและแห้ง และมีหน้าหนาวที่เย็นและชื้น โดยมีวันที่ฟ้าสดใสเป็นครั้งคราวและอุณหภูมิที่เย็นพอที่จะทำให้แอ่งน้ำบนพื้นแข็งได้

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมาแคลิฟอร์เนียในช่วงฤดูร้อน คือ เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของปีคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเริ่มตั้งแต่มีนาคมถึงต้นพฤษภาคม ถึงแม้ว่าจะยังมีอากาศหนาวเย็นในระดับความสูงที่สูงขึ้น แต่อุณหภูมิก็ยังคงเย็นสบายและสดชื่นอยู่ทั่วทั้งรัฐ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงของแคลิฟอร์เนียคือช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ที่มีอากาศอบอุ่นและในบางส่วนของรัฐก็มีใบไม้ที่งดงามมากๆ โดยเฉพาะในเขต High Sierra (ที่ถูกเปิดตัวให้เป็นชื่อปฏิบัติการ macOS ของคอมพิวเตอร์แมคในปี 2017/18) นอกจากนี้ช่วงเวลานี้ยังเหมาะที่สุดสำหรับการเยือนไร่องุ่นที่นำไปผลิตไวน์ชื่อดังของโลกในแคลิฟอร์เนียด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการเล่นสกีหรือหิมะต้องมาเยือนเมืองในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม บางรีสอร์ทเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวถึงเดือนเมษายนหรือหลังจากนั้น

เนื่องจากรัฐแคลิฟอร์เนียมีขนาดใหญ่มาก มีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย และเล็กกว่าประเทศไทยเพียง 20% เท่านั้น จึงทำให้แคลิฟอร์เนียมีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ เดอะเบสท์จึงได้ยกตัวอย่างอุณหภูมิเฉลี่ยในหนึ่งปีของเมือง Los Angeles ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของรัฐเท่านั้น

อุณหภูมิเฉลี่ยในหนึ่งปีของเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

HIGH °F LOW °F  PERIOD HIGH °C LOW °C
68.1 48.5 January 20.0 9.1
69.6 50.3 February 20.8 10.1
69.8 51.6 March 21.0 10.8
73.1 54.4 April 22.8 12.4
74.5 57.9 May 23.6 14.3
79.5 61.4 June 26.3 16.3
83.8 64.6 July 28.7 18.1
84.8 65.6 August 29.3 18.6
83.3 64.6 September 28.5 18.1
79.0 59.9 October 26.1 15.5
73.2 52.6 November 22.9 11.4
68.7 48.3 December 20.3 9.0
75.6 56.6 Year 24.2 13.6

อุตสาหกรรมการเกษตรของแคลิฟอร์เนียใหญ่และหลากหลายที่สุดในประเทศ

เนื่องจากขนาดของรัฐที่ใหญ่ ภูมิประเทศและภูมิอากาศที่หลากหลาย รัฐแคลิฟอร์เนียจึงเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใหญ่และหลากหลายที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีฟาร์มปลูกพืชและฟาร์มปศุสัตว์มากกว่า 76,000 แห่ง ปัจจุบันเกษตรกรรมของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นผู้นำการผลิตของผัก ผลไม้ ถั่ว นม และผลิตภัณฑ์ชั้นนำของประเทศ กว่าสองในสามของผลไม้และถั่วที่ผลิตในสหรัฐฯ และหนึ่งในสามของผักที่ปลูกในอเมริกาก็มาจากรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย นอกจากนี้แคลิฟอร์เนียยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกไวน์มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก ปัจจุบันมีโรงบ่มไวน์กว่า 5,000 โรงในแคลิฟอร์เนียและเป็นสัดส่วนจำนวน 81% ของไวน์ทั้งหมดในสหรัฐ  Community College บางแห่งในรัฐแคลิฟอร์เนียมีฟาร์มเป็นของตัวเองและสอนนักเรียนสำหรับการทำไวน์ด้วยเช่นกัน

5. มีระบบขนส่งสาธารณะให้เลือกมากมายและมีประสิทธิภาพ 

สำหรับวิธีที่ง่ายและสนุกสนานในการเดินทางไปรอบๆ เมืองและชุมชนขนาดใหญ่ของแคลิฟอร์เนีย คือ การเดินทางเหมือนกับที่ชาวท้องถิ่นในรัฐแคลิฟอร์เนียนิยมเดินทาง ทั้งการนั่งรถบัส รถไฟใต้ดิน เรือเฟอร์รี่ หรือระบบรถไฟฟ้ารางเบา การใช้ระบบขนส่งสาธารณะอาจเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ราคาไม่แพง ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเขตหรือพื้นที่ที่ถนน ที่จอดรถ และการจราจรในเมืองอาจสร้างความสับสนและความน่าหงุดหงิด ระบบขนส่งสาธารณะบางระบบอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรโดยสารแบบหลายวันได้ ก่อนเดินทางมาหากได้ทำการเช็คตั๋วออนไลน์ก่อน อาจได้รับราคาหรือข้อเสนอที่ดีกับบริษัทผู้ให้บริการ

Go Pass มีข้อเสนอในการเดินทางที่น่าสนใจให้กับพนักงาน ผู้อยู่อาศัยและนักเรียน ในเขต San Francisco Peninsula และ Santa Clara Valley (Silicon Valley) Greyhound คือ ผู้ให้บริการรถบัสโดยสารขนาดใหญ่ของสหรัฐ บริษัทมีสายการเดินทางรถระยะยาวทั่วทั้งประเทศ และมีการให้บริการรถบัสในเขตชนบทด้วยเช่นกัน Amtrak คือ ผู้ให้บริการทางรถไฟและรถประจำทางที่กว้างขวางและมีเครือข่ายที่ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา มีจุดหมายการเดินทางกว่า 150 เส้นทางรัฐในแคลิฟอร์เนีย และเดินทางเชื่อมกับเมืองใหญ่ๆ ตั้งแต่ San Diego, Los Angeles, Santa Barbara, San Francisco และ Sacramento รวมถึงให้บริการไปยังอุทยานแห่งชาติ โรงบ่มไวน์ ทะเลหทรายและชายหาดด้วย Caltrain คือ อีกหนึ่งผู้ให้บริการทางรถไฟที่เดินทางในเขตพื้นที่ที่เป็นอ่าว Metrolink คือ ผู้ให้บริการทางรถไฟที่ส่วนใหญ่เดินทางในทางภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย

รายชื่อตัวอย่างของบริษัทขนส่งสาธารณะในรัฐแคลิฟอร์เนีย

Greyhound

ผู้ให้บริการรถบัสโดยสารประจำทางในสหรัฐอเมริกา

Megabus

ผู้ให้บริการรถบัสโดยสารประจำทางในสหรัฐอเมริกา

Fllixbus

ผู้ให้บริการรถบัสโดยสารประจำทางในสหรัฐอเมริกา

Amtrak California

ผู้ให้บริการทางรถไฟในรัฐแคลิฟอร์เนียและทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา

Caltrain

ผู้ให้บริการทางรถไฟในเขตพื้นที่ที่เป็นอ่าว

 

Metrolink

ผู้ให้บริการทางรถไฟในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

Alcatraz Cruises

ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รีในซานฟรานซิสโก

6.  เมืองที่ปลอดภัยมากที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนียคือเมืองไหนบ้าง ?

ปี ค.ศ. 2020 เว็บไซต์ Safety.com ได้รายงานเมืองที่ปลอดภัยมากที่สุด 25 เมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยพิจารณาอ้างอิงจากรายงาน FBI Crime Report และ Gun Vioence Archive มีการประเมินปัจจัยด้านความปลอดภัยสาธารณะซึ่งรวมถึงความรุนแรง ทรัพย์สิน และอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate crimes) ในแต่ละพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดที่จะอยู่อาศัย จากนั้นประเมินจากปัจจัยทางการเงินและเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงรายได้ครัวเรือน ค่าเช่าที่พักอาศัยโดยเฉลี่ย และประกันสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีการประเมินความปลอดภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขของแต่ละรัฐด้วย 

1. Thousand Oaks

2. Sunnyvale

3. Corona

4. Murrieta

5. Huntington Beach

6. Simi Valley

7. Santa Clarita

8. Irvine

9. Chula Vista

10. Clovis

11. Temecula

12. Torrance

13. Glendale

14. Santa Clara

15. Roseville

16. San Mateo

17. Orange

18. Carlsbad

19. Fullerton

20. Elk Grove

21. Downey

22. Vista

23. Oceanside

24. Pasadena

25. Fremont

   

7. ระบบสาธารณสุขสำหรับนักเรียนต่างชาติในแคลิฟอร์เนีย

เนื่องจากสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำหรับประชาชนหรือนักเรียนต่างชาติ และค่ารักษาพยาบาลในอเมริกาเองก็สูงเช่นกัน ถึงแม้จะไม่ได้มีกำหนดไว้ว่านักเรียนต่างชาติจะต้องมีประกันสุขภาพ แต่ทางโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยก็แนะนำให้นักเรียนซื้อประกันสุขภาพ เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพหากเกิดการเจ็บป่วยหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เมื่อนักเรียนอยู่ในอเมริกา

บางมหาวิทยาลัยมีแผนประกันสุขภาพของตัวเองให้กับนักเรียน (Student Health Insurance Plan) และแผนนั้นจะครอบคลุมตั้งแต่การรักษา การให้คำปรึกษา ใบสั่งยา การให้บริการการรักษาทางสายตาและฟัน น้องๆ ที่กำลังวางแผนเรียนต่อรัฐแคลิฟอร์เนียไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ เพราะเดอะเบสท์สามารถให้คำปรึกษาและจัดซื้อประกันสุขภาพให้กับน้องๆ ได้ค่ะ

เบอร์โทรศัพท์ที่ควรทราบเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

หน่วยงาน/สถานการณ์ เบอร์โทรศัพท์
  • Crimes in progress
  • Life-threatening situations
  • Fires (boat, canyon, rubbish, structures)
  • Traffic accidents
  • Hazardous chemical spills
  • Fire/smoke detector or carbon monoxide alarms that are sounding
  • Explosive devices
  • Elevator rescues
  • Fuel spills
  • Smoke in the building
  • Aircraft emergencies
  • Cliff rescues
  • Beach or water-related emergency
911
Poison Control Center 1-800-222-1222
ASPCA Animal Poison Control 1-888-426-4435

8. นักเรียนต่างชาติสามารถทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่

นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ในอเมริกาที่ถือวีซ่า F-1 อนุญาตให้ทำงานในอเมริกาได้ โดยจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน DSO (Designated School Officials) ซึ่งหนึ่งในผู้กำกับดูแลนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน ทำหน้าที่ในการติดต่อ ประสานงานสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การเสนอชื่อโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง SEVP อัปเดทข้อมูลนักเรียน ให้คำแนะนำนักเรียน ภายใต้เงื่อนไขโดย United States Citizenship and Immigration Service (USCIS)

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของวีซ่านักเรียน F-1 คือ อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่า มาเรียนและอาศัยอยู่ในอเมริกาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง การทำงานระหว่างเรียน เป็นเพียงสิทธิ์ที่ผู้ถือวีซ่านักเรียน F-1 สามารถขอได้ และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมาย และไม่แนะนำให้ผู้ถือวีซ่านักเรียน F-1 ทำผิดกฏหมายใดๆ ถ้าหากถูกจับจะโดนยกเลิกวีซ่า โดนส่งกลับประเทศ ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย หรือโดนแบนห้ามเข้าประเทศอเมริกา นอกจากนี้ ยังทำให้นักศึกษารุ่นหลังๆ ที่ตั้งใจไปเรียนต่ออเมริกาจริงๆ ขอวีซ่าลำบากขึ้นด้วย

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานระหว่างเรียน สำหรับวีซ่านักเรียนอเมริกา F-1

ค่าแรงขั้นต่ำในสหรัฐอเมริกาเท่าไหร่ ?

ค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง คือ $ 7.25 ต่อชั่วโมง ซึ่งได้รับการกำหนดโดย Fair Labor Standards Act (FLSA) โดยจะได้มากกว่า หรือน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทงานที่ทำ และกฏหมายค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละรัฐที่กำหนด โดยเมือง Emeryville รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเมืองที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุด อยู่ที่ $16.84 ต่อชั่วโมง รองลงมาคือ เมืองซีแอตเทิล ที่มีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ $16.69 ต่อชั่วโมง และรัฐที่มีค่าแรงขั้นต่ำกำหนดสูงที่สุดคือ รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ $14.00 ต่อชั่วโมง

ค่าแรงขั้นต่ำของรัฐแคลิฟอร์เนีย คือ $14.00 ต่อชั่วโมง และรัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้มีการกำหนดทิปขั้นต่ำ

เมือง/รัฐ

ค่าแรงขั้นต่ำ (USD) / ชั่วโมง

ค่าทิปขั้นต่ำ (USD) / ชั่วโมง

(รวมในค่าแรง)

Boston, Massachusetts

$13.50

$5.55

Chicago, Illinois

$13.50

$8.10

Los Angeles, California

$15.00

รัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้มีกำหนดทิปขั้นต่ำ

New York, New York

$15.00

$7.50

San Francisco, California

$16.07

รัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้มีกำหนดทิปขั้นต่ำ

Washington DC, District of Columbia

$15.00

$5.00

Atlanta, Georgia

$7.25

$2.13

San Diego, California

$14.00

รัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้มีกำหนดทิปขั้นต่ำ

Pittsburgh, Pennsylvania

$7.25

$2.83

Philadelphia, Pennsylvania

$7.25

$2.83

9. แคลิฟอร์เนียมีกิจกรรม เทศกาล สถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดปี

แคลิฟอร์เนีย คือ หนึ่งในรัฐที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงแต่มีสวนสนุกชื่อดังก้องโลกเท่านั้นที่ทำให้ผู้มาเยือนมีความสนุกสนาน แต่รัฐแคลิฟอร์เนียยังมีธรรมชาติที่สวยงามจนได้รับการแต่งตังให้เป็นมรดกของโลกด้วย ที่สำคัญรัฐแคลิฟอร์เนียยังมีเมืองที่สวยมากที่สุดในประเทศตั้งอยู่หลายเมือง เช่น Los Angeles, San Francisco, Sacramento และ San Diego หากมาเยือนสหรัฐอเมริกาแล้วก็ไม่ควรพลาดแวะท่องเที่ยวในรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย

ข้อมูลที่โดดเด่นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในรัฐแคลิฟอร์เนีย

  • มีการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแคลิฟอร์เนียกว่า 1.449 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.489 ล้านล้านบาท ในปี ค.ศ. 2019 เพิ่มขึ้น 3.2 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า
  • จากการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทำให้มีการจ้างงานเกิดขึ้นกว่า 1.2 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 1.1 เปอร์เซ็นต์จากปี ค.ศ. 2018
  • นักท่องเที่ยวที่มาจากนอกรัฐและต่างประเทศใช้เงินจำนวน $6 จากจำนวน $10 ในสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนีย
  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในรัฐแคลิฟอร์เนียมีมูลค่า 8.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2019 ซึ่งคิดเป็น 2.5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ทั้งหมดของประเทศ
  • นักท่องเที่ยวใช้เงินไปกับอาหารมากเป็นอันดับหนึ่ง และใช้เงินกับที่พัก การเดินทาง การช้อปปิ้ง และความบันเทิงมากเป็นอันดับรองลงมา

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในแคลิฟอร์เนีย

  1. San Francisco and the Golden Gate Bridge คือ สะพานสีแดงอันโดดเด่นที่ยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 97 เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ที่ทุกคนเมื่อนึกถึงเมืองซานฟรานซิสโกหรือแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาจะนึกถึงยามมาเยือนอเมริกา นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์การเยือนสะพานนี้ได้ด้วยการเดิน ปั่นจักรยาน หรือขับรถข้ามสะพานแห่งนี้
  2. Yosemite National Park คือ อุทยานแห่งชาติที่สวยงามที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีภูเขา หุบเขา แม่น้ำและน้ำตกที่สวยงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ศิลปิน และนักกีฬาให้มาเยือนนับศตวรรษแล้ว ที่สำคัญอุทยานแห่งนี้ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น UNESCO World Heritage Site ด้วย
  3. Disneyland คือ สวนสนุกที่ตั้งอยู่ในเมือง Anaheim เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่มีชื่อเสียง และมีสวนสนุกขนาดใหญ่ มีเกม การแสดง ความบันเทิง ร้านค้า ร้านอาหารและโรงแรมมากมาย
  4. Death Valley National Park คือ อุทยานแห่งชาติที่มีความสวยงามแปลกตาและไม่เหมือนใคร เนื่องจากมีภูมิประเทศที่ร้อนจัดทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นทะเลทราย มีนาเกลือ ดินที่แห้งแล้ง เนินทราย ภูเขา และทะเลสาบที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล
  5. Big Sur คือ เส้นทางอันสวยงามที่ทอดยาวตามชายฝั่งตอนกลางของแคลิฟอร์เนีย (Central Coast of California) ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้กลับสู่ธรรมชาติ กิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การตั้งแคมป์และการปีนเขา โดยอุทยานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับทำกิจกรรมเหล่านี้ คือ Garrapata State Park และ Pfeiffer Big Sur State Park
  6. Lake Tahoe คือ ทะเลสาบที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา Sierra Nevada และเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมตลอดทั้งปี ทะเลสาบสีฟ้าที่มีเวิ้งอ่าวสีฟ้าครามและทิวทัศน์ของภูเขาโดยรอบ เป็นเหมือนกับสนามเด็กเล่นในช่วงฤดูร้อนสำหรับชาวเรือ นักเที่ยวชายหาด ผู้ที่ชอบตั้งแคมป์และผู้ที่รักในธรรมชาติ
  7. Universal Studios Hollywood คือ สวนสนุกและสตูดิโอสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ที่โด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย เหมาะกับการท่องเที่ยวและมาเยือนกับครอบครัว เด็กโตและวัยรุ่น ฉากต่างๆ ล้วนจำลองมาจากภาพยนตร์ชื่อดังของค่าย เช่น The Wizarding World of Harry Potter, Fast and Furious และ The Walking Dead เป็นต้น และตลอดทั้งมีก็มีการจัดงานอีเวนท์ การแสดง ร้านค้าและร้านอาหารมากมายในสวนสนุก
  8. Santa Barbara: Sandy Beaches and a Charming Downtown คือ เมืองริมทะเลชวนฝันทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับการเดินเล่นริมน้ำ ผ่อนคลายไปกับทรีทเมนท์ สปาสุดหรู และลิ้มรสอาหารกูร์เมต์บนลานกลางแจ้ง
  9. Sonoma Wine Country คือ สถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชมไร่องุ่น ชิมไวน์ชื่อดังของรัฐ และดูขั้นตอนการเก็บองุ่นและผลิตไวน์ได้
  10. Santa Monica คือ เมืองที่มีชายหาดอันสวยงามตั้งอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะไปเยือนท่าเรือ เข้าร่วมเทศกาลคาร์นิวัล เช่น Ferris Wheel และช้อปปิ้งหรือดื่มด่ำกับอาหารรสเลิศได้

10. ค่าครองชีพในรัฐแคลิฟอร์เนียต่อปีเป็นเท่าไหร่ ควรเตรียมเงินเท่าไหร่ดี ?

นักเรียนที่เรียนต่อแคลิฟอร์เนีย ไม่ว่าจะในสถาบันภาษา วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย จะมีค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียมคือ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าการเดินทาง ค่าประกันสุขภาพ ค่าหนังสือ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวและเบ็ดเตล็ด สถาบันการศึกษาประเภทมหาวิทยาลัยมักมีที่พักในมหาวิทยาลัยให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี และบางแห่งมีที่พักในมหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาปริญญาโทหรือเอกด้วย ส่วนวิทยาลัยชุมชนหรือ Community College นั้นไม่มีที่พักในแคมปัสให้กับนักเรียน นักเรียนส่วนใหญ่พักนอกแคมปัสกับเพื่อน

แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่มากและมีค่าครองชีพที่แตกต่างกันในแต่ละเมือง เดอะเบสท์ฯ จึงได้ทำการสรุปและแนะนำค่าครองชีพเป็นประมาณการค่าครองชีพเฉลี่ยในรัฐ หากน้องๆ ต้องการทราบค่าครองชีพที่เฉพาะเจาะจงของหลักสูตรเรียนที่สถาบันไหน เมืองอะไร สามารถสอบถามเพิ่มเติมเข้ามาที่เดอะเบสท์ฯ ได้เลยค่ะ

ตัวอย่างการคำนวณค่าครองชีพ 9 เดือนในแคลิฟอร์เนีย (One Academic Year)*

รายการ ประมาณการค่าใช้จ่าย (US$) ประมาณการค่าใช้จ่าย (THB)

ค่าที่พัก

(Housing/Renting/Accommodation)

$5,000 – $8,000 155,000 – 248,000 บาท
ค่าอาหาร (Food) $3,573 110,763 บาท
ค่าอุปกรณ์การเรียน (Book & Supplies) $600 – $1,972 18,600 – 61,132 บาท
ค่าขนส่งสาธารณะ (Transportation)

$900

27,900 บาท
ค่าประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ $500 – $1,428 15,500 – 44,268 บาท
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและเบ็ดเตล็ด $2,008 – $3,706 62,248 – 114,886 บาท
รวมประมาณการค่าใช้จ่าย US$12,581 – US$19,579 390,011 – 606,949 บาท

หมายเหตุ:

  • การศึกษาแบบเต็มเวลาในหนึ่งปีการศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ประมาณ 9 เดือน และนักเรียนต่างชาติมักจะเดินทางกลับบ้านหรือประเทศของตนเองในช่วงปิดภาคเรียน จึงได้คำนวณและแนะนำค่าครองชีพใน 1 ปีการศึกษา ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 9 เดือน
  • คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน 1 US$ มีค่าประมาณ 31 บาท
  • ค่าใช้จ่ายข้างต้น เป็นการประมาณโดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเท่านั้น น้องๆ อาจจะประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการเลือกที่พักที่ราคาถูกกว่า หรือเลือกแชร์ที่พักกับเพื่อน อยู่ห่างย่านเศรษฐกิจหรือชาวต่างชาติออกไปอีก หรืออาจประหยัดกว่านี้โดยการทำอาหารรับประทานเอง

ข้อมูลข้างต้นคือข้อมูลสำหรับให้น้องๆ และผู้ปกครองตัดสินใจและเตรียมตัวในการเรียนต่อรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตอนนี้น้องๆ คงมีข้อมูลมากขึ้นหากกำลังลังเลว่าควรเรียนต่อรัฐไหนมากที่สุดในอเมริกา แคลิฟอร์เนียมีโอกาสมากมายให้น้องๆ และค่าธรรมเนียมการศึกษารวมถึงค่าครองชีพก็ไม่ได้สูงมากอย่างที่คิด เพื่อให้การหาหลักสูตรเรียนนั้นเหมาะสมตรงตามความต้องการและงบประมาณของผู้ปกครองมากที่สุด น้องๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษากับ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้เลยค่ะ


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

[contact-form-7 id=”18674″ title=”เรียนต่อต่างประเทศ-Blog”]

ที่มา:

1 ความเห็น


Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.