สารบัญบทความ

การศึกษาของประเทศแคนาดานั้นมีคุณภาพสูง ค่าเล่าเรียนไม่แพง และได้รับการยอมรับในระดับโลก ในแต่ละปีประเทศแคนาดาสร้างบัณฑิตชาวต่างชาติจำนวนกว่า 500,000 คน เพื่อมาพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศและโลกอย่างมากมาย นอกจากการศึกษาแล้วคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยม การทำงานหลังเรียนจบและโอกาสที่ดีในการย้ายถิ่นฐาน จึงทำให้แคนาดามีความโดดเด่นและเป็นประเทศยอดนิยม สำหรับศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่างประเทศของนักเรียนไทย เป็นอันดับที่ 3 รองลงมาจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

หลายเมืองในแคนาดาได้รับการจัดอันดับจาก QS Best Student Cities ให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกในปี ค.ศ. 2020 และหากน้องๆคนไหน กำลังมองหาเมืองที่เป็นมิตรในการเรียนต่อ มีสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพมากมายให้เลือกเรียน และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบาย เดอะเบสท์ขอแนะนำ “เมืองแวนคูเวอร์” ค่ะ

VANCOUVER, CANADA


ทำไมต้องมาเรียนต่อแวนคูเวอร์ ?

แวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนชายฝั่งตะวันตกของแคนาดา และมีความเจริญมากที่สุดในภูมิภาค ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางธรรมชาติอันงดงาม ใช้ประโยชน์เต็มที่จากเทือกเขาชายฝั่งของบริติชโคลัมเบียและมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นหนึ่งในเมืองที่หนาแน่นและมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากที่สุดของแคนาดา นอกจากนี้แวนคูเวอร์ยังมีอุณหภูมิที่เย็นสบายและวัฒนธรรมอันยาวนานที่สะท้อนอยู่ในหัวใจของผู้อยู่อาศัย จึงทำให้เมืองแวนคูเวอร์เป็นหนึ่งในเมืองที่มีภาพยนตร์ต่างชาติมาถ่ายทำมากมาย แวนคูเวอร์เป็นหนึ่งในสามเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกหลายปีซ้อนด้วย ปัจจุบันแวนคูเวอร์มีประชากรกว่า 2,581,000 คน

การเรียนต่อในแวนคูเวอร์ไม่เพียงแต่นักเรียนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสูง นักเรียนจะยังได้รับประสบการณ์ในการใช้ชีวิตที่ยอดเยี่ยม ได้สร้างเน็ตเวิร์กกับนักเรียนชาติอื่นๆ  โดยหลังจากเลิกเรียนนักเรียนสามารถไปท่องเที่ยว ชิมอาหารใหม่ๆ เที่ยวชมการแสดงการเล่นดนตรีสดในเมือง เนื่องจากมีศิลปะ หอศิลป์ โรงละครและดนตรีที่เฟื่องฟู หรือจะออกนอกเมืองเพื่อไปเดินป่า เล่นสกีและพายเรือคายัคในสวนสาธารณะก็ได้

แวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐบริติชคอลัมเบีย และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแปซิฟิก แวนคูเวอร์เป็นเมืองที่ใหญ่มากเป็นอันดับสามของประเทศแคนาดา มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและภาษามาก 52% ของผู้อยู่อาศัยไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษ ชื่อของเมืองมาจากนักสำรวจชาวอังกฤษที่มีชื่อว่า จอร์จ แวนคูเวอร์ เมืองนี้มีแผนจะสร้างให้เป็นเมืองที่เขียวชะอุ่มที่สุดในโลกภายในปี ค.ศ. 2020 จนปัจจุบันมีปรัชญาการออกแบบผังเมืองของเมืองที่ชื่อว่า Vancouverism

อุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้แวนคูเวอร์ ได้แก่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรมบริการ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปัจจุบันนี้เมืองแวนคูเวอร์เป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์เป็นอันดับสามของอเมริกาเหนือรองมาจาก ลอสแอนเจลิส และนิวยอร์ก มีชื่อเล่นว่า Hollywood North ตัวอย่างรายชื่อภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในแวนคูเวอร์ ได้แก่ Apollo 18, Big Eyes, Dreamcatcher, Fantastic 4, Marmaduke, If I Stay, Percy Jackson: Sea of Monsters, Percy Jackson & The Olympians: The Lightning Thief, Tomorrowland, 50 Shades of Grey, Night at The Museum: Battle of The Smithsonian, Godzilla, X-Men: The Last Stand, Super Man: Man of Steel, Mission Impossible IV: Ghost Protocol, 2012, Twilight: Breaking Dawn Part 2

นอกจากวงการบันเทิงและภาพยนตร์แล้ว แวนคูเวอร์ยังเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานแข่งขันกีฬาระดับโลก อย่างเช่น กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2010 และ พาราลิมปิกฤดูหนาว 2010 ด้วย

มีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยที่มีคุณภาพสูงและมีชื่อเสียงมากมายในแวนคูเวอร์ เช่น University of British Columbia, Simon Fraser University, Capilano University, Columbia College, Langara College, Vancouver Community College, British Columbia Institute of Technology, Stanberg College, Kwantlen Polytechnic University, Blanche Macdonald Centre, Emily Carr University of Art and Design, Vancouver Film School, University Canada West และ Greystone College โดยสถาบันเหล่านี้เปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลายให้นักเรียนต่างชาติได้เลือกเรียนทั้งระดับอุดมศึกษาและระดับวิชาชีพ 

ภาพยนตร์ชื่อดังที่ถ่ายทำในแวนคูเวอร์

การเดินทางมาเมืองแวนคูเวอร์

เดินทางโดยเครื่องบิน

  • เดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ สุวรรณภูมิ BKK – แวนคูเวอร์ (YVR) (แวะพักนาริตะ ไป-กลับ) ประมาณ 34,370 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 41 ชั่วโมง 35 นาที (แวะพักที่สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น 26 ชั่วโมง 10 นาที)
  • เดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินโคเรียนแอร์ สุวรรณภูมิ BKK – แวนคูเวอร์ (YVR) (แวะพักอินชอน ไป-กลับ) ประมาณ 40,570 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 27 ชั่วโมง 10 นาที (แวะพักที่สนามบินอินชอน เกาหลีใต้ 11 ชั่วโมง 55 นาที)
  • เดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิคและแอร์แคนาดา สุวรรณภูมิ BKK – แวนคูเวอร์ (YVR) (แวะพักฮ่องกง ไป-กลับ) ประมาณ 46,573 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 18 ชั่วโมง (แวะพักที่สนามบินฮ่องกง 3 ชั่วโมง 10 นาที)

หมายเหตุ: ค่าตั๋วเครื่องบินขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน และโปรโมชั่นในช่วงเวลานั้น

เดินทางโดยรถไฟ

  • เอดมันตัน รัฐแอลเบอร์ตา ไป แวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย สามารถเดินทางด้วยรถไฟ VIA Rail Canada ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 1 วัน 8 ชั่วโมง 59 นาที และมีค่าโดยสารโดยประมาณอยู่ที่ CAD$114
  • ซีแอทเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ไป แวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย แคนาดา สามารถเดินทางด้วยรถไฟ Amtrak ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที และมีค่าโดยสารโดยประมาณอยู่ที่ US$45

เดินทางโดยรถบัส

  • คาลการี รัฐแอลเบอร์ตา ไป แวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย สามารถเดินทางได้ด้วยรถบัสโดยสาร Rider Express ใช้ระยะเวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ CAD$113.43
  • ซีแอทเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ไป แวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย แคนาดา สามารถเดินทางได้ด้วยรถบัสโดยสาร Amtrak Thruway ใช้ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ US$45

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

  • ห่างจากเมืองวิกตอเรีย รัฐบริติชโคลัมเบีย ประมาณ 115 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 55 นาที
  • ห่างจากเมืองคาลการี รัฐแอลเบอร์ตา ประมาณ 973 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 11 ชั่วโมง 15 นาที
  • ห่างจากเมืองซีแอทเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ประมาณ 229 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

เหตุผล 10 ข้อที่ควรเลือกมาเรียนต่อที่แวนคูเวอร์

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เมืองแวนคูเวอร์กลายเป็นเมืองที่น่าสนใจ และสามารถดึงดูดนักเรียนจากทั่วโลกให้มาเรียนต่อได้อย่างมากมายทุกปี แน่นอนว่าเหตุผลเพียงเท่านี้ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเดอะเบสท์จึงได้รวบรวมเหตุผลเพิ่มเติม ที่ทำให้น้องๆ สามารถเป็นใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาและตัดสินใจเรียนต่อเมืองแวนคูเวอร์ ซึ่งเหตุผลมีดังนี้ค่ะ

1. แวนคูเวอร์ เป็นเมืองแห่งการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติอันดับต้นๆ ของโลก

จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings เมืองแวนคูเวอร์อยู่ใน Top 6 ของเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนในปี ค.ศ. 2017 (Best Student Cities for 2017)  และเมืองแวนคูเวอร์ยังเป็นเมืองหลักของโลกที่นักเรียนต่างชาตินิยมมาเรียนภาษาอังกฤษด้วย

แวนคูเวอร์ มีสถาบันการศึกษาคุณภาพสูงระดับโลกให้เลือกเรียนมากมาย

เมืองแวนคูเวอร์มีประวัติศาสตร์ทางด้านการศึกษาที่ยาวนานและได้รับรางวัลการปรับโครงสร้างองค์กรจากทั่วโลก มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Simon Fraser University และ University of British Columbia รวมถึงมหาวิทยาลัยอื่น มีสาขาวิชามากมายที่ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติมาเป็นเวลานาน มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำในแวนคูเวอร์เปิดสอนหลักสูตรร่วมกับทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นอกจากนี้สถาบันการศึกษาเหล่านี้ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้นๆของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่างต่อเนื่อง

รัฐบริติชคอลัมเบียซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองแวนคูเวอร์เองก็มีเว็บไซต์ ที่นำเสนอสัญลักษณ์การประกันคุณภาพการศึกษา หรือ Education Quality Assurance (EQA) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สถาบันการศึกษาในรัฐบริติชโคลัมเบียทั้งรัฐบาลและเอกชนได้ทราบมาตรฐานการศึกษาของรัฐ เพื่อจะได้วางแผนและเสนอหลักสูตรการเรียนที่มีหรือเกินมาตรฐานที่รัฐกำหนด และการประกันคุณภาพการศึกษายังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อนักศึกษาต่างชาติ ที่ไม่ได้รู้จักโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษานอกจากหน้าเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษานั้นๆ รายชื่อของสถาบันการศึกษาที่ได้รับการประกันคุณภาพอยู่ที่หน้าเว็บไซต์ B.C. Education Quality Assurance และสถาบันการศึกษาที่จะสามารถรับนักศึกษาต่างชาติ เพื่อออกเอกสาร Study Permit ให้ได้นั้น จะต้องมีชื่ออยู่ในรายการ EQA ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนจะได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานสูง และสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้

สองมหาวิทยาลัยในแวนคูเวอร์ที่ติดอันดับท็อปของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก

University of British Columbia (UBC)

University of British Columbia คือมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเมืองแวนคูเวอร์และอันดับที่ 34 ของโลกจากการจัดอันดับของ Times Higher Education World University Rankings 2020 มีแคมปัสใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองแวนคูเวอร์ และอีกแคมปัสตั้งอยู่ที่เมือง Okanagan รัฐบริติชคอลัมเบีย ปัจจุบันมีนักเรียนศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีจำนวน 55,161 คน และศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโทหรือสูงกว่าจำนวน 11,351 คน โดยแคมปัสที่แวนคูเวอร์มีนักศึกษาต่างชาติที่มาจากกว่า 166 ประเทศเรียนอยู่ถึง 16,098 คน ซึ่งคิดเป็น 28.85% ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมดที่แคมปัสนี้ มหาวิทยาลัยมีอาจารย์ผู้สอนทั้งหมด 6,282 คน

มหาวิทยาลัยมีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงมากมาย มีศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัล Nobel Prize จำนวน 8 คน มีศิษย์เก่าที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศแคนาดา 3 คน ได้แก่ Justin Trudeau, Kim Campbell และ John Turner และมีนักกีฬาโอลิมปิกอีกกว่า 65 คน นอกจากมียังมี Belinda Wong ประธานของ Starbucks China และนักแสดงชื่อดังอย่าง Micheal Garrett Shanks เป็นศิษย์เก่าด้วย

Simon Fraser University (SFU)

Simon Fraser University คือมหาวิทยาลัยอันดับสองของเมืองแวนคูเวอร์และอันดับ Top 100 ของโลก จากการจัดอันดับของ Times Higher Education list of 100 world universities มีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยรัฐบาล ที่มีการศึกษานวัตกรรมและการวิจัยที่ล้ำสมัย และมีแคมปัสอยู่ทั้งหมด 3 แห่งที่เมือง Vancouver, Burnary และ Surrey ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีนักศึกษากว่า 30,000 คนและมีอาจารย์ผู้สอน 6,500 คน มีศิษย์เก่าสำเร็จการศึกษาจากที่นี่แล้วกว่า 160,000 คน  

มหาวิทยาลัย SFU คือมหาวิทยาลัยแรกในประเทศแคนาดาที่เข้าร่วมสมาคม National Collegiate Athletic Association ซึ่งเป็นสมาคมด้านการกีฬาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และหลักสูตรนักเรียนแลกเปลี่ยน ตัวอย่างรายชื่อศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงที่สำเร็จการศึกษาจาก SFU ได้แก่ Paul Watson, Gordon Campbell, Margaret Trudeau, Ujjal Dosanjh

หากน้องๆ ต้องการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศแคนาดา แต่อาจจะยังมีคุณสมบัติไม่ครบหรือไม่ถึงเกณฑ์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด น้องๆ สามารถเรียนต่อระดับ Diploma หรือ Bachelor ในมหาวิทยาลัยอื่นที่มีเกณฑ์การรับนักเรียนที่ยืดหยุ่นกว่าและโอนหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัยดังได้ หากมหาวิทยาลัยที่กำลังเรียนอยู่นั้นมีความร่วมมือทางการศึกษาร่วมกัน และหนึ่งในมหาวิทยาลัยนั้นได้แก่ University Canada West ซึ่งตั้งอยู่ในแวนคูเวอร์

University Canada West

มหาวิทยาลัย Canada West เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ตั้งอยู่ในเมืองแวนคูเวอร์ รัฐวอชิงตัน และก่อตั้งโดย David F. Strong อดีตอธิการบดีของ University of British Columbia (UBC) และอดีตประธานของ University of Victoria ด้วย เปิดสอนโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและการบริหาร ตัวอย่างหลักสูตรที่เปิดสอนที่นี่ ได้แก่ Associate of Arts, Bachelor of Arts in Business Communication, Bachelor of Commerce, MBA Foundation และ Master of Business Administration

University Canada West เปิดสอน 4 เทอมใน 1 ปี คือ เทอมมกราคม เทอมเมษายน เทอมกรกฎาคม และเทอมตุลาคม นักเรียนสามารถเลือกเรียนแค่ 3 เทอมใน 1 ปี และพัก 1 เทอมได้ และนักเรียนยังสามารถฝึกงานก่อนเรียนจบได้ด้วย หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการรับนักเรียน ค่าใช้จ่ายในการเรียนเพิ่มเติม รวมถึงโอกาสในการทำงานระหว่างเรียนและหลังเรียนจบ สามารถสอบถามเดอะเบสท์ฯ ได้เลยค่ะ

สอบถามข้อมูลและวางแผนเรียนต่อแคนาดากับเดอะเบสท์
โทร
:
090-327 3558088-269 5099

Email: contact@thebest-edu.com
Line: @thebestedu หรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

เรียนต่อแวนคูเวอร์ มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

การเรียนต่อที่ประเทศแคนาดาไม่ได้มีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สูงมากนัก หากเทียบกับประเทศที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษประเทศอื่นๆ และสถาบันการศึกษาในประเทศแคนาดาและเมืองแวนคูเวอร์เองก็มีทั้งสถาบันการศึกษาที่เป็นของรัฐบาลและเอกชน มีทั้งสถาบันการศึกษาประเภทมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย แต่ละสถาบันจะเป็นผู้กำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาด้วยตนเองและค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น หลักสูตรที่เรียน (Academic หรือ CO-OP) สถานะทางกฎหมายในประเทศ ระดับโปรแกรมที่ศึกษา

ค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับปริญญาตรี (Undergraduate Tuition Fees)

จากรายงานของ Statistics Canada ค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับปริญญาตรีโดยเฉลี่ยต่อปีของนักศึกษาต่างชาติในปีการศึกษา 2019/2020 คือ CA$29,714 หลักสูตรทางด้านมนุษยศาสตร์มีค่าเรียนที่ถูกที่สุด คือ ประมาณ CA$5,542 ต่อปี และหลักสูตรทางด้านวิศวกรรมศาสตร์และแพทยศาสตร์มีค่าเรียนที่สูงที่สุด คือ ประมาณ CA$21,717 ส่วนค่าธรรมเนียมการศึกษาของหลักสูตรทางด้านธุรกิจและการจัดการจะต่ำกว่าค่าธรรมเนียมการศึกษาโดยเฉลี่ยของประเทศ คือ ประมาณ CA$6,827 ต่อปี

ค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี (Postgraduate Tuition Fees)

โดยทั่วไปแล้ว ค่าธรรมเนียมการศึกษาในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี เช่น ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก จะต่ำกว่าค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับปริญญาตรี Statistics Canada รายงานว่าค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปีของนักศึกษาต่างชาติในระดับสูงกว่าปริญญาโทอยู่ที่ CA$17,744 ในปีการศึกษา 2019/2020 

แต่ค่าธรรมเนียมการศึกษาของหลักสูตร Executive MBA โดยปกติจะมีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สูงที่สุดเฉลี่ยที่ประมาณ CA$56,328 ในขณะที่ MBA ภาคปกติจะมีค่าธรรมเนียมการศึกษาอยู่ที่ CA$27,397

ค่าธรรมเนียมการศึกษาของสถาบันประเภท College

สถาบันการศึกษาประเภทวิทยาลัยหรือ College จะเปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลายไม่แพ้มหาวิทยาลัย และเปิดสอนทั้ง Certificates, Diplomas, Graduate Certificates และ Degrees มีทั้งหลักสูตรระยะสั้น 6 เดือน และหลักสูตรระยะยาว 1 – 3 ปี ตัวอย่างของหลักสูตรได้แก่ Diploma in Business, Diploma in International Business Management, Diploma in Customer Service, Diploma in Hospitality Operations, Diploma in Hospitality Sales & Marketing, Diploma in Hospitality Management, Diploma in Digital Marketing: Social Media Professional, Diploma in Digital Marketing: Website Management and Design, Post-Baccalaureate Diploma in Marketing and Data Analytics, Bachelor of Science in Nursing, Bachelor of Business Administration

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

Greystone College

Vancouver, Toronto, Montreal

Private

CA$8,472 – CA$13,416

Okanagan College

Okanagan, British Columbia

Public, 2nd large college in British Columbia

CA$14,440 – CA$28,926

Vanwest College

Vancouver, British Columbia

Private

CA$13,380

ค่าธรรมเนียมการศึกษาของสถาบันประเภท University

ประเทศแคนาดามีสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและคุณภาพสูงมากมาย และเปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เดอะเบสท์ได้รวบรวมตัวอย่างของมหาวิทยาลัยคุณภาพสูงที่ตั้งอยู่ในเมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบียมาให้ศึกษา ดังต่อไปนี้

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

University Canada West

Vancouver, British Columbia

Private, for-profit university

Bachelor Degree Programs CA$17,400

MBA Program CA$17,550

Associate of Arts Program CA$17,400

The University of British Columbia

Vancouver, British Columbia

Public Research University

CA$37,460.86 – CA$51,635.92

Simon Fraser University

Vancouver, Surrey, Burnaby, British Columbia

Public Research University

CA$29,380

ค่าธรรมเนียมการศึกษาของสถาบันสอนภาษาอังกฤษ

สำหรับน้องๆ ที่วางแผนเรียนต่อในระดับวิชาชีพ อนุปริญญาหรือปริญญาในประเทศแคนาดา แต่มีผลคะแนนทางด้านภาษาอังกฤษที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ตามที่วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยกำหนด น้องๆ สามารถปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษกับทางสถาบันสอนภาษาในประเทศแคนาดาก่อนได้ นี่คือตัวอย่างสถาบันสอนภาษาอังกฤษคุณภาพสูงที่ตั้งอยู่ในเมืองแวนคูเวอร์

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

ILSC Language Schools (International Language Schools of Canada)

Vancouver, Toronto, Montreal

Private

 English Language Full-Time  CA$192 – CA$273/Week

KAPLAN International Languages

Vancouver, Toronto

Private

 General English CA$243.75 – CA$285/Week

Oxford House College

Vancouver, Toronto, Calgary

Private

General English CA$260 – CA$340/Week

2. แวนคูเวอร์ เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

จากข้อมูลของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแวนคูเวอร์ (Vancouver Economic Commission) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรัฐบริติชโคลัมเบีย และได้รับฉายาว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านเทคโนโลยีแห่งใหม่ จาก Bloomberg Businessweek เมืองแวนคูเวอร์เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้เริ่มต้นธุรกิจของตนเองหรือสามารถหางานทำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้ แวนคูเวอร์เป็นเมืองที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางสำหรับโปรแกรมเมอร์และเหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยีสารสนเทศ การเรียนที่นี่ทำให้นักเรียนมีโอกาสได้ทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากขึ้น

ข้อมูลที่โดดเด่นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในแวนคูเวอร์

  • อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในรัฐบริติชโคลัมเบีย มีการจ้างงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากกว่า 100,000 ตำแหน่ง โดยประมาณ 75,000 คนทำงานอยู่ในเขต Metro Vancouver
  • กว่า 10,000 แห่งของบริษัทเทคโนโลยี สร้างรายได้มากกว่า 23,000 พันล้านดอลลาร์แคนาดา และ 15,000 ล้านดอลลาร์แคนาดาใน GDP ของรัฐบริติชโคลัมเบีย
  • ปีการเติบโตต่อปีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6% และภาคธุรกิจท้องถิ่นที่มีส่วนทำให้อุตสาหกรรมเติบโต ได้แก่ AI, Software ที่่เป็นบริการ (SaaS), Social Media, Business Intelligence, Security and Fintech, E-Commerce และ Web Technologies
  • มีโปรแกรม Startup Visa ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางโดยชาวแวนคูเวอร์ที่มีใจรัก และได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อดึงดูดให้ผู้ที่มีความสามารถระดับโลกของผู้ประกอบการชั้นนำของภาคส่วนนี้ และได้ทำให้เมืองนี้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดความสามารถที่แท้จริง
  • บริษัททางด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตั้งอยู่ในแวนคูเวอร์ ได้แก่ Microsoft, Amazon, Apple, Facebook, Cisco Systems, Samsung, SAP, Intel, Salesforce, Eventbrite, Absolute Software, ACL Service, TELUS, Hootsuite, Dware, 1Qbit และ Slack

3. เมืองแวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่เน้นสร้างพื้นที่สีเขียวและความยั่งยืน

รัฐบาลของเมืองแวนคูเวอร์ได้สนับสนุนโครงการ Green City ให้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2020 เพื่อลดปริมาณของเสียและการปล่อยมลพิษทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ตอนล่าง ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและน้ำสะอาด การที่น้องๆ ได้มาเรียนต่อที่เมืองแวนคูเวอร์ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงและเมืองสีเขียวให้เกิดขึ้นกับผู้อยู่อาศัยของเมือง และโครงการนี้จะจำกัดปริมาณของคาร์บอนที่จะถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศด้วย

ตอนนี้มีหลายโครงการที่รัฐบาลของเมืองแวนคูเวอร์ได้วางแผนเพื่อทำให้เมืองมีความยั่งยืนและดีต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างของโครงการเหล่านี้ ได้แก่ Climate Emergency Action Plan, Greenest City Action Plan, Zero Emissions Buildings, Zero Waste 2040, Climate Change Adaptation Strategy, Neighbourhood Energy Strategy เป็นต้น

Vancouver ranked most sustainable city in North America | News

4. แวนคูเวอร์ มีความปลอดภัยที่สูงมาก

ความปลอดภัยเป็นหนึ่งในข้อกังวลหลักของนักเรียนทุกคน จากผลการศึกษาพบว่าแวนคูเวอร์ได้รับคะแนนความเป็นอยู่และความปลอดภัยโดยทั่วไปในระดับสูง แวนคูเวอร์มีประชากรที่หลากหลายและมีนโยบายต่อต้านการก่ออาชญากรรมและการเลือกปฏิบัติโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ วรรณะ ศาสนาและชาติพันธุ์ เมืองนี้มีอัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำ ทำให้ปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเรียน นักเรียนสามารถที่จะเพลิดเพลินกับสถานบันเทิงยามค่ำคืนในแวนคูเวอร์และสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ใดก็ได้ในเมืองโดยไม่ต้องคำนึงถึงเวลา

เบอร์โทรศัพท์ที่ควรทราบเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่แวนคูเวอร์

หน่วยงาน เบอร์โทรศัพท์

Fire

Police

Ambulance

911

Occupational First Aid

(Vancouver Campus)

604-822-4444

Hazardous Material Response

(Vancouver Fire & Rescue Services)

911

UBC Hospital Urgent Care

(08:00 a.m. – 10:00 p.m.)

604-822-7662
Poison Control Centre 604-682-5050

Campus Security

(For an Emergency call 911)

604-822-2222
Office of the Ombudsperson for Students 604-822-6149
Sexual Violence Prevention & Response (SVPRO) 604-822-1588
Student Health Services 604-822-7011

5. เรียนต่อแคนาดา สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ด้วย

รัฐบาลแคนาดาอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อสนับสนุนการเรียนของนักเรียน โดยนักเรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เมื่อได้เริ่มเรียนแล้ว และในช่วงพักฤดูร้อนและฤดูหนาว นักเรียนจะสามารถทำงานได้ถึง 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นักเรียนสามารถทำงานในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เช่น งานในห้องสมุด หรือ งานธุรการ หรือจะเลือกทำงานนอกมหาวิทยาลัย อย่างเช่น ที่ร้านค่าแฟรนไชส์ต่างๆ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ หรืออื่นๆ ก็ได้ แต่ต้องได้รับการระบุเงื่อนไขการทำงานอย่างชัดเจนใน Study Permit ของนักเรียนและนักเรียนจะเริ่มทำงานได้ก็ต่อเมื่อได้เริ่มเรียนแล้วเท่านั้น

ประเภทของการทำงานสำหรับนักเรียนต่างชาติ

งานในหรือนอกแคมปัส

นักเรียนสามารถทำงานในหรือนอกแคมปัสของตัวเองได้ โดยไม่ต้องมี Work Permit แต่ต้องมีการระบุเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนใน Study Permit ของนักเรียน และนักเรียนต้องไม่ทำงานเกินระยะเวลาที่กำหนด ตัวอย่างงานพาร์ทไทม์ที่นักเรียนสามารถทำได้ในแคนาดา เช่น Bookkeeper, Educational Interpreter, Customer Service Assistant, Aquarium Interpreter, Sales Assistant, Cook, Office Assistant, Human Resource Assistant, Recreation Facilitator, Camp Counsellor, Painter หรือ Lifeguard

การทำงานในหลักสูตร CO-OP หรือ Internship

หากนักเรียนมีการลงทะเบียนเรียนในหลักสูตร CO-OP หรือเข้าร่วมโครงการฝึกงาน (Internship Placement) นักเรียนจะต้องถือ CO-OP Work Permit ด้วยถึงจะสามารถทำงานได้

การทำงานหลังเรียนจบ

หลังจากนักเรียนเรียนจบในประเทศแคนาดาตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดแล้ว นักเรียนมีสิทธิ์ขอ Post-Graduation Work Permit (PGWP) เพื่อทำงานต่อในประเทศแคนาดาได้

ตัวอย่างค่าแรงของงานพาร์ทไทม์ในแคนาดา

อาชีพ/ตำแหน่งงาน ค่าแรงรายชั่วโมง (CAD$)
Bookkeeper CA$25
Educational Interpreter CA$13
Customer Service Assistant CA$11
Aquarium Interpreter CA$13
Sales Assistant CA$12
Cook CA$13
Office Assistant CA$13-CA$15
Human Resource Assistant CA$13
Lifeguard CA$12
Painter CA$13
Festival Coordinator CA$10
Camp Counsellor CA$12
Programme Facilitator CA$13
Recreation Facilitator CA$15
Reading Programme Leader CA$14
Entertainment Activities Coordinator CA$15
Baker CA$11-CA$22

6. เมืองแวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่มีสุขภาพดีที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ

เหตุผลหลักประการหนึ่งในการเรียนที่แวนคูเวอร์คือนักเรียนต่างชาติทุกคนจะได้รับการดูแลสุขภาพฟรี นักเรียนต่างชาติในรัฐบริติชโคลัมเบีย จะได้รับ Medical Services Plan (MSP) ซึ่งคือการประกันสุขภาพของรัฐบาลและดำเนินการภายใต้การอุปถัมภ์ของโครงการ Medicare แห่งชาติของแคนาดา เรียกได้ว่านักเรียนต่างชาติจะได้รับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าโดยจ่ายเงินเพียงแค่ CA$75 ต่อเดือนเท่านั้น และนักเรียนจะไม่ต้องกังวลใจถึงเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่สูงอีกต่อไป ไม่เพียงเท่านั้นหากนักเรียนเป็นโรคภูมิแพ้หรือมีความทุพพลภาพ ค่ารักษาพยาบาลจะครอบคลุมตามความคุ้มครองที่ได้รับจากรัฐบาลด้วย

แผนบริการทางการแพทย์ของบริติชโคลัมเบียเป็นแผนประกันสุขภาพที่จ่ายสำหรับบริการที่จำเป็นทางการแพทย์และศัลยแพทย์ และสำหรับการผ่าตัดทางทันตกรรมหรือช่องปากเมื่อจำเป็นต้องดำเนินการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

7. มีระบบขนส่งสาธารณะให้นักเรียนต่างชาติใช้ฟรีหรือจ่ายในราคาถูก

นักศึกษาต่างชาติสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้ฟรี ค่าขนส่งสาธารณะรวมอยู่ในค่าเล่าเรียนแล้ว นักเรียนเพียงแค่ต้องได้รับบัตรประจำตัวของมหาวิทยาลัยลงทะเบียนแตะบนรถบัสและโดยสารไปได้ทุกที่ที่ต้องการ นักเรียนหลายคนเลือกที่จะเดินทางด้วยการเดินหรือปั่นจักรยาน หากนักเรียนต้องการที่จะขับรถในประเทศแคนาดา นักเรียนจะต้องเข้าใจกฎจราจรและกฎหมายของประเทศแคนาดา รวมถึงมีใบขับขี่ด้วย ใบขับขี่ที่นักเรียนมีในประเทศตนเอง สามารถใช้ประกอบการขับรถในประเทศแคนาดาแต่เป็นระยะสั้นเท่านั้น หากต้องการขับรถตลอดระยะเวลาที่ศึกษาและอาศัยอยู่ในประเทศแคนาดา นักเรียนจะต้องมี International Driving Permit จากประเทศตนเองและแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสเพื่อใช้ในประเทศแคนาดา

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขับรถในแคนาดา กฎหมาย ประกันรถยนต์ เช่าหรือซื้อรถในแคนาดา สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของรัฐบาลแคนาดา คลิกที่นี่

เรียนต่อแวนคูเวอร์

8. แวนคูเวอร์ มีอากาศที่ดีตลอดปี และเอื้อต่อการเรียนรู้

ในแวนคูเวอร์ฤดูร้อนจะสั้นสบายและมีเมฆเป็นบางส่วนและฤดูหนาวจะยาวนาน อากาศหนาวเย็นชื้นและมีเมฆเป็นส่วนใหญ่ ตลอดทั้งปีอุณหภูมิโดยทั่วไปจะแตกต่างกันไปตั้งแต่ 1 – 22 อาศาเซลเซียส และแทบจะไม่ต่ำกว่า -4 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 26 องศาเซลเซียสเลย

High °F Low °F  Period High °C Low °C
45 35 January 7 2
45 35 February 7 1
51 38 March 10 4
55 43 April 13 6
63 49 May 17 9
68 53 June 20 12
73 57 July 23 14
73 58 August 23 14
66 53 September 19 12
57 45 October 14 7
49 38 November 9 3
44 34 December 6 1
57 45 Year 14 7

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปเที่ยวหรือเยี่ยมเยือนเมืองแวนคูเวอร์ คือ กลางเดือนกรกฎาคม – ปลายเดือนสิงหาคม

9. ค่าครองชีพของเมืองแวนคูเวอร์มีความคุ้มค่า และสมเหตุสมผล สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ได้รับ

ค่าที่พักในแวนคูเวอร์

Vancouver Shared House

ห้องเดี่ยวพร้อมห้องน้ำส่วนตัว

*หากต้องการแชร์ 2 คนต่อ 1 ห้อง ค่าที่พักจะเป็น CA$262.50 ต่อสัปดาห์

CA$400 ต่อสัปดาห์

ห้องเดี่ยว และใช้ห้องน้ำรวม

CA$275 ต่อสัปดาห์
ห้องคู่ และใช้ห้องน้ำรวม CA$215 ต่อสัปดาห์
ค่ามัดจำความเสียหาย/เงินประกัน (ขอคืนเงินได้) CA$500
Extra Night CA$50 ต่อคืน
Downtown Vancouver Shared House

Standard room with private bath

*หากต้องการแชร์ 2 คนต่อ 1 ห้อง ค่าที่พักจะเป็น CA$175 ต่อสัปดาห์

CA$350 ต่อสัปดาห์

Superior room with private bath

*หากต้องการแชร์ 2 คนต่อ 1 ห้อง ค่าที่พักจะเป็น CA$197.50 ต่อสัปดาห์

CA$395 ต่อสัปดาห์
Family room (Fits for a family of 4) CA$495 ต่อสัปดาห์
ค่ามัดจำความเสียหาย/เงินประกัน (ขอคืนเงินได้) จะเป็นค่าธรรมเนียม 2 สัปดาห์จากค่าห้องที่นักเรียนจะเข้าพัก

ค่าที่พักแบบ Homestay ในแวนคูเวอร์

ค่าธรรมเนียมในการจัดหา Homestay   CA$210 – CA$250
สำหรับนักเรียนที่มีอายุ 19 ปีหรือสูงกว่า ห้องเดี่ยว พร้อมอาหาร 3 มื้อต่อวัน CA$240 ต่อสัปดาห์
ห้องรวม พร้อมอาหาร 3 มื้อต่อวัน *สำหรับนักเรียนที่จองสองคนพร้อมกันเท่านั้น CA$220 ต่อสัปดาห์
สำหรับนักเรียนที่มีอายุ 18 ปีหรือต่ำกว่า ห้องเดี่ยว พร้อมอาหาร 3 มื้อต่อวัน CA$245 ต่อสัปดาห์
ห้องรวม พร้อมอาหาร 3 มื้อต่อวัน *สำหรับนักเรียนที่จองสองคนพร้อมกันเท่านั้น CA$220 ต่อสัปดาห์
ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมต่อคืน CA$35 ต่อคืน

ตัวอย่างการคำนวณค่าครองชีพ 1 เดือนในแวนคูเวอร์

รายการ ประมาณการค่าใช้จ่ายต่อเดือน (CA$) ประมาณการค่าใช้จ่ายต่อเดือน (THB)
ค่าที่พัก (Housing/Accommodation) CA$866 20,784 บาท
ค่าอินเตอร์เน็ต CA$45 1,080 บาท
ค่าไฟ CA$12.80 307.20 บาท
ค่าโทรศัพท์มือถือ (Basic Package) CA$15 360 บาท
ค่าประกันสุขภาพ CA$75 1,800 บาท
ค่าบัตรโดยสาร UPass (Public Transit Pass) CA$42.50 1,020 บาท
ค่าอาหารและสินค้าเบ็ดเตล็ด CA$323 7,752 บาท
ค่าสื่อบรรเทิง, เสื้อผ้า, ของฝาก CA$80 1,920 บาท
รวมประมาณการค่าใช้จ่ายต่อเดือน CA$1459.3 35,023.20 บาท

หมายเหตุ:

  • คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน 1 CA$ มีค่าประมาณ 24 บาท
  • ค่าใช้จ่ายข้างต้น เป็นการประมาณโดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเท่านั้น น้องๆ อาจจะประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการเลือกที่พักที่ราคาถูกกว่า หรือเลือกแชร์ที่พักกับเพื่อน อยู่ห่างย่านเศรษฐกิจหรือชาวต่างชาติออกไปอีก หรืออาจประหยัดกว่านี้โดยการทำอาหารรับประทานเอง

10. เมืองแวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในประเทศแคนาดา

เนื่องด้วยเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และการดูแลสุขภาพที่เป็นมาตรฐานสากล จึงทำให้เมืองแวนคูเวอร์ เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในประเทศแคนาดา และอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก (อ้างอิง: https://www.travelandleisure.com/trip-ideas/most-livable-cities-on-earth) ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และความหลากหลายทางวัฒนธรรม จึงทำให้เมืองแวนคูเวอร์มีความน่าอยู่ และคุณภาพชีวิตดีที่สุดในทุกเมืองในทวีปอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ เมืองแวนคูเวอร์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ครบครัน ทั้งภูเขา แม่น้ำ มหาสมุทร และธรรมชาติที่สวยที่สุดในโลกทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ สภาพภูมิอากาศที่อบอุ่น สะอาด ปลอดภัย จึงทำให้ชาวแวนคูเวอร์ เป็นมิตรและให้การต้อนรับนักเรียนต่างชาติอย่างดีเยี่ยม

แวนคูเวอร์ เหมาะกับการท่องเที่ยว และผจญภัยทุกรูปแบบ

ตัวเมืองแวนคูเวอร์คือจุดที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นผจญภัยในแวนคูเวอร์ การเดินเท้าหรือเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะพาให้ได้พบปะกับชาวท้องถิ่นในย่านขนาดเล็กที่มีความหลากหลายและโดดเด่นแห่งหนึ่งของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบร้านบูติกในถนนสายหลัก หรือพบร้านกาแฟของ Commercial Dr หรือบาร์สีแดงของ Gastown หรือบ้านริมหาดที่เป็นมรดกของ Kitsilano โดยจะพบว่าเมืองนี้เหมาะสำหรับการสำรวจเมืองและเป็นเมืองที่เข้าถึงได้ง่าย อย่าลืมพูดคุยกับคนท้องถิ่นทุกที่ที่ไป ถึงแม้ชาวท้องถิ่นจะดูขี้อายหรือห่างเหินในตอนแรก แต่ชาวแวนคูเวอร์นั้นมีนิสัยชอบพูดถึงเมืองของพวกเขาและแนะนำผู้มาเยือนด้วยคำแนะนำส่วนตัวของพวกเขา

เมืองแวนคูเวอร์สามารถมองเห็นเมืองได้จากหอคอยกระจกในตัวเมือง และสามารถเดินทางไปเล่นสกีหิมะโดยรถยนต์ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 30 นาที ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเล่นสกีในตอนเช้าและไปเที่ยวชายหาดในตอนบ่าย ชายฝั่งทางตอนเหนือของเมืองมีกีฬาหิมะ ปั่นจักรยานภูเขา และเดินป่าในหน้าฝนให้ทำ ในขณะที่เมืองนี้เต็มไปด้วยชายฝั่งที่เป็นหาดทราย เส้นทางพายเรือคายัค สวนสีเขียวชอุ่มและสวนสาธารณะ Stanley Park อันยิ่งใหญ่และเป็นที่รักของชาวเมือง

  • Stanley Park คือ คาบสมุทรสีเขียวชอุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ติดกับตัวเมืองแวนคูเวอร์ หากต้องการออกไปนอกเมืองและสัมผัสกับธรรมชาติแวนคูเวอร์คือเมืองที่เหมาะสมที่สุด ทางเดินริมทะเลที่ปูด้วยหินล้อมรอบพื้นที่สีเขียวและเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการสำรวจด้วยการเดินเท้าหรือขี่จักรยาน 
  • Granville Island หรือ Granville Island Public Market คือ หนึ่งในตลาดขายผัก ผลไม้ อาหารทะเล และอาหารสำเร็จรูปที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และสถานที่นี้ไม่ใช่เกาะอย่างแท้จริง มีศูนย์ศิลปะที่เชื่อมโยงกับย่านที่อยู่อาศัยด้วยถนนสายเดียวและมีสะพานทางเดินไปทางทิศใต้และไปยังคาบสมุทรในตัวเมือง ต้องข้าม False Creek โดยเรือเฟอร์รี่ด้วย 
  • Grouse Mountain คือ ดินแดนมหัศจรรย์ในฤดูหนาวที่มีทั้งการเล่นสเก็ตกลางแจ้ง ลุยสกีหิมะและเล่นสโนว์บอร์ด การเล่นสกีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก และ Grouse Mountain ยังเป็นสถานที่ที่มีกิจกรรมสนุกๆ สำหรับครอบครัวและเป็นสถานที่ในการเรียนรู้วิธีการเล่นสกีด้วยเช่นกัน  
  • Museum of Anthropology เป็นส่วนหนึ่งของ University of British Columbia และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมวัฒนธรรมจากทั่วโลก แต่จะเน้นไปที่การแสดงและเผยแพร่วัฒนธรรมของ British Columbia First Nations มากที่สุด
  • Kitsilano Beach คือ ชายฝั่งที่เป็นหาดทรายที่มีไลฟ์สไตล์ความเป็นแวนคูเวอร์แบบสบายและสนุกสนานอยู่ หาดนี้เป็นสถานที่ที่ชาวท้องถิ่นมักออกไปพักผ่อนและพบปะเพื่อนฝูง และแช่ตัวในสระว่ายน้ำอุ่นทะเลกลางแจ้ง หาดที่กว้างใหญ่นี้ยังมีชื่อเสียงว่าสามารถอาบแดดในหน้าร้อนได้ 
  • Gastown เป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองเป็นพื้นที่ของร้านอาหารแกลเลอรีและร้านค้าที่ตั้งอยู่ในอาคารสไตล์วิคตอเรียนที่ได้รับการบูรณะอย่างดี มรดกทางวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม เสาโคมไฟเหล็ก ทำให้ย่านนี้มีบรรยากาศที่โดดเด่น และ Gastown เองก็อยู่ไม่ไกลจาก Canada Place ด้วย 
  • Capilano Suspension Bridge คือ สถานที่ท่องเที่ยวแรกของเมืองแวนคูเวอร์ที่เปิดในปี ค.ศ. 1889 และยังสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้มาเยือนด้วยสะพานที่พลิ้วไหวเหนือหุบเขาที่ดิ่งลงเรื่อยๆ สะพานลอยทอดข้ามหุบเขาแม่น้ำลึก 70 เมตรซึ่งนำไปสู่สวนกิจกรรมที่เต็มไปด้วยเส้นทางเดินป่าและยอดไม้เดินผ่านยักษ์ที่เติบโตในสมัยก่อน นอกจากนี้ยังมีเสาโทเทมและแท่นแขวนแบบโปร่งใสที่เรียกว่า Cliff Walk ด้วย  
  • Robson Street คือ สถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านช้อปปิ้ง นอกจากชื่อแบรนด์ระดับสากลแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นในแวนคูเวอร์อีกด้วย ฮับหลักของกิจกรรมในย่านนี้อยู่ตรงกลางระหว่าง Burrard and Jarvis Streets ในสามช่วงตึกนี้จะมีร้านค้าและร้านอาหารมากกว่า 150 ร้าน
  • Museum of Vancouver ตั้งอยู่ที่ Vanier Park ใกล้ Burrard Bridge และพิพิธภัณฑ์ของแวนคูเวอร์นี้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดของเมืองแวนคูเวอร์ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของเมืองสมัยชุมชน Coast Salish ไปจนถึง Japan town วันฮิปปี้ของ Kitsilano ไปจนถึงการพัฒนาชุมชนเมืองของแวนคูเวอร์
  • Queen Elizabeth Park มี Little Mountain เป็นสัญลักษณ์ของจุดสูงสุดของเมืองแวนคูเวอร์ โดยตำแหน่งที่สูงของเมืองสามารถมองเห็นวิวที่ยอดเยี่ยมของใจกลางเมืองและภูเขาทางทิศเหนือได้ 
  • Science World คือ อาคารทรงกลมแห่งอนาคตและเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นมิตรกับเด็กๆ มีการสาธิตปรากฎการณ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ผ่านการจัดการแสดงแและนิทรรศการ 12 แบบ มีธีม ได้แก่ น้ำ อากาศ การเคลื่อนไหวและสิ่งประดิษฐ์ ไฮไลท์อย่างหนึ่งคือการชมการแสดงบนหน้าจอ OMNIMAX สูง 5 ชั้นซึ่งเป็นจอโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก  
  • Richmond คือ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตั้งแต่วัดพุทธที่มีชื่อเสียงไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมงในอดีตอันงดงามของหมู่บ้าน Steveston นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและร้านค้าริมน้ำในแหล่งเรือเก่าที่ได้รับการบูรณะ Gulf of Georgia Cannery ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ ตั้งอยู่ใน Richmond และถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมการประมงชายฝั่งทางตะวันตก

แวนคูเวอร์ เป็นแหล่งรวมอาหารชั้นเยี่ยมจากทั่วโลก

แวนคูเวอร์คือเมืองหลวงของการรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยที่มีร้านอาหารเอเชียที่ดีที่สุดของอเมริกาเหนือตั้งอยู่ในเมืองนี้มากมาย ทั้งอาหารจีน อาหารเวียตนาม รวมถึงอาหารไทยด้วย ที่แวนคูเวอร์สามารถหาอาหารทะเลสดที่จับได้ในท้องถิ่นรวมทั้งกุ้งสดตามฤดูกาลและปลาแซลมอนป่าฉ่ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารจากฟาร์มฝั่ง West Coast หรือเนื้อแกะจาก Fraser Valley และคราฟต์เบียร์อันเป็นเอกลักษณ์ของแวนคูเวอร์ รายชื่อร้านอาหารชื่อดังในแวนคูเวอร์ เช่น Black + Blue, Glowbal, Salmon n’ Bannock, Blue Water Cafe, Maenam, Salathai Thai Restaurant เป็นต้น

แวนคูเวอร์ เป็นเมืองแห่งศิลปะ วัฒธรรม และเทศกาลที่มีชีวิตชีวา

เมืองแวนคูเวอร์เป็นเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ มีวัฒนธรรมที่ไม่หยุดนิ่ง มีเทศกาลอินดี้ งานแสดงละคร งานแสดงดนตรีสด โชว์ของเช็คสเปียร์ริมน้ำและโรงศิลปะสาธารณะที่สะดุดตา นอกจากนี้ยังมีแกลเลอรีเอกชนและแกลเลอรีเดี่ยวขนาดใหญ่ที่กำลังจะสร้างใหม่บนอาคารใหม่ที่ยิ่งใหญ่ และมีงานศิลปะแบบ Open-house ขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวให้มาเยือนในทุกๆ เดือนพฤศจิกายนของปี 

  • Richmond Night Market คือ ตลาดที่เต็มไปด้วยผู้ขายเรียงรายหน้าร้าน และมีอาหารให้เลือกมากกว่า 600 รายการ เช่น โรตีมาเลเซีย แท่งมอสซาเรลล่าชีสแบบร้อน กุ้งมังกรสด และหน้าร้อนในแต่ละปีจะมีธีมงานแสดงทางศิลปะที่แตกต่างกัน เช่น การแสดงดนตรีสด เทศกาล เกม และการแข่งขันหลายๆ อย่าง ผู้มาเยือนสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาที่สถานี Bridgeport เพื่อมาทานอาหาร เล่นเกม และกลับมาทานอาหารได้อีกเรื่อยๆ 
  • Honda Celebration of Light คือ สามเทศกาลที่จัดตอนปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ครอบครัวแต่ละครอบครัวจะขนกระเป๋าปิกนิกไปที่ชายหาดเพื่อชื่นชมกับพลุไฟ มีการออกแบบท่าเต้นที่เข้ากับดนตรี มีแสงสีเสียงที่สร้างสรรค์เข้ากับทุกจังงหวะที่ตรงกัน กลายเป็นภาพความสวยงามในค่ำคืนในฤดูร้อนอันสมบูรณ์แบบ
  • Bard on the Beach คือ เทศกาลที่จัดขึ้นริมแม่น้ำบริเวณ Vanier Park จะมีเตนท์สีขาวและมีการแสดงโชว์ของเชกสเปียร์แบบคลาสสิก หรือบางครั้งมีการเล่นและแสดงละครที่มีความทันสมัย เรียกว่า Spaghetti-Western Adaptation หรือมีการเล่าผลงานกวีร่วมสมัย
  • Vancouver Writers Fest คือ กิจกรรมที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี แต่ในเดือนตุลาคมจะมีเทศกาลระยะเวลายาวนับสัปดาห์ที่ Granville Island โดยจะเกี่ยวข้องกับวรรณกรรมทั้งหมด ตัวอย่างนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่เคยมาพูดที่งานนี้ เช่น Margaret Atwood, Alice Munro and Roxanne Gay
  • Vancouver International Film Festival ในช่วงเวลาสองอาทิตย์ของฤดูใบไม้ร่วง จะมีงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแวนคูเวอร์ ที่มีนักแสดง ผู้กำกับ ขึ้นมาบนเวทีเพื่อพูด แสดงผลงาน โดยผลงานภาพยนตร์นั้นจะถูกส่งมาจากทั่วโลก แต่มีเพียงบางภาพยนตร์เท่านั้นที่โดดเด่นเป็นที่จับตามองมากที่สุด เช่น “Dragons and Tigers” จากเอเชียตะวันออก 
  • TED คือ งานระดับใหญ่ที่ผู้ร่วมงานจะต้องถูกรับเชิญเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อตั๋วเข้าร่วมงานเองได้ แต่ก็ยังถือว่ามีโอกาสที่ดีที่จะอยู่รอบๆ Vancouver Convention Center และในแต่ละปีจะมีนักวิทยาศาสตร์ นักสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และบุคคลสำคัญ อีเวนท์ TEDx นั้นเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมและการเข้าชมก็สามารถที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้รับชมได้ด้วย
  • TD International Jazz Festival คือ เทศกาลดนตรีที่จะดึงดูดผู้มีใจรักในเพลงแจ๊สจากทั่วโลกมาร่วมงาน และมักมีคนดังระดับโลกเข้าร่วมงานนี้เช่นกัน ทั้ง Lauryn Hill และ Lady Gaga การแสดงที่ต้องซื้อตั๋วเข้าชมจะจัดขึ้นทั่วเมือง และการแสดงที่ชมได้ฟรีจะจัดขึ้นที่ด้านหน้าของ Vancouver Art Gallery
  • FAN EXPO Vancouver คือ มหกรรมที่แฟนคลับสามารถพบเจอกับบุคคลที่มีชื่อเสียง ด้าน Pop Culture และสามารถแต่งตัวอย่างสนุกสนานเข้าร่วมงานได้ เช่น การแต่งตัวในธีม Game of Thrones เพื่อพบเจอกับนักแสดงของเรื่อง เป็นต้น
  • Vancouver Christmas Market คือ ตลาดที่นำบรรยากาศของการจัดงานคริสมาสต์แบบเก่าที่มีเสน่ห์มาไว้ที่ West Coast รวมถึงมีการตกแต่งบริเวณงานอย่างสวยงาม
  • Aurora Winter Festival คือ งานแกะสลักหิมะขนาดใหญ่ในช่วงฤดูหนาว มีแสงไฟที่สวยงามประดับงาน มีชิงช้าสวรรค์ที่ส่องสว่างและมีประติมากรรมขนาดใหญ่

ตอนนี้น้องๆ ก็มีข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการเตรียมตัวเพื่อเรียนต่อเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา รวมถึง ค่าครองชีพ ค่าธรรมเนียมการศึกษา และการทำงานในแคนาดาแล้วนะคะ สำหรับ น้องๆ ที่กำลังวางแผนจะเรียนต่อที่แวนคูเวอร์ หรือเมืองอื่นๆ ในแคนาดา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษากับ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายได้เลยค่ะ


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

[contact-form-7 id=”18674″ title=”เรียนต่อต่างประเทศ-Blog”]

แหล่งที่มา:

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.