university in usa

เรียน วิชาชีพ อนุปริญญา และปริญญา ในสหรัฐอเมริกา


ประเทศสหรัฐอเมริกามีระบบการศึกษาที่แตกต่างจากประเทศไทย น้องๆที่ต้องการเรียนต่อไม่ว่าจะในระดับมัธยมศึกษา วิชาชีพ อนุปริญญา หรือปริญญา ควรศึกษาข้อมูลที่สำคัญ ที่ควรทราบก่อน เพื่อจะได้วางแผนการเตรียมตัวไปเรียนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ที่สำคัญหากเราเตรียมตัวก่อนจะยังช่วยผู้ปกครองประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้วยนะคะ การมี GPA ที่สูง มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่ดีเยี่ยม มีผลงานหรือกิจกรรมในระหว่างเรียนที่โดดเด่น ทำให้น้องๆ มีสิทธิ์สมัครขอทุนการศึกษาจากทางสถาบันการศึกษาเพิ่มได้ด้วยค่ะ วันนี้เดอะเบสท์ฯ ได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนต่ออเมริกามาให้เรียบร้อยแล้ว อ่านได้ที่บทความนี้เลยค่ะ

ข้อมูลเบื้องต้นระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา

ระบบเกรด

วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในอเมริกา มีการให้เกรดนักเรียนตั้งแต่ A ถึง F เกรดสะสมของนักเรียนจะระบุเป็นเกรดเฉลี่ยหรือ GPA ซึ่งวัดตามสเกลคือ 0.0 (F) ถึง 4.0 (A)

Percent Grade Letter Grade 4.0 Scale
93 – 100 A 4.0
90 – 92 A- 3.7
87 – 89 B+ 3.3
83 – 86 B 3.0
80 – 82 B- 2.7
77 – 79 C+ 2.3
73 – 76 C 2.0
70 – 72 C- 1.7
67 – 69 D+ 1.3
63 – 66 D 1.0
60 – 62 D- 0.7
Below 60 F 0.0

เกรด หรือ GPA ของอเมริกาแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท หลักๆ คือ

  • Class GPA คือ เกรดที่ออกให้ในแต่ละรายวิชา เมื่อเรียนจนจบหนึ่งภาคการศึกษา นักเรียนก็จะได้รับเกรดของรายวิชานั้นๆ ที่อาจารย์ออกให้ในจดหมายเกรด
  • Semester GPA คือ เกรดของรายวิชาทุกวิชาที่นักเรียนลงทะเบียนเรียน ในภาคการศึกษานั้นๆ และนักเรียนจะทราบเกรดรายภาคการศึกษาเมื่อเรียนจบ
  • Cumulative GPA คือ เกรดเฉลี่ยสะสม ของทุกรายวิชา ในทุกภาคการศึกษา และเป็นเกรดเฉลี่ยสะสมล่าสุดในสาขาที่นักเรียนเลือกเรียน และยังเป็นตัวชี้วัดว่านักเรียนจะสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมหรือไม่

ประเภทของเกียรตินิยมในสหรัฐอเมริกา

นักเรียนสามารถสำเร็จการศึกษาในสหรัฐอเมริกาด้วยเกียรตินิยมได้ แต่วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยจะมีเกณฑ์ในการให้เกียรตินิยมกับนักเรียนที่แตกต่างกัน ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขก็คือ GPA ของนักเรียน สาขาที่เรียน และระดับของเกียรตินิยมได้รับการแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ด้วยชื่อเรียกภาษาละติน ซึ่งการแบ่งก็ขึ้นอยู่กับเกรดของนักเรียนด้วย

  • Cum Laude แปลว่า With Honor
  • Magna Cum Laude แปลว่า With Great Honor
  • Suma Cum Laude แปล่า With Greatest Honor

สาขาวิชาเรียน (Majors, Minors และ Concentrations)

องค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งของระบบการศึกษาอเมริกัน คือ มหาวิทยาลัยจะเน้นให้ความรู้แบบกว้างกับนักเรียน และนักเรียนสามารถเลือกเรียนรายวิชาได้หลากหลาย และใช้เวลาเกือบ 2 ปีก่อนจะตัดสินใจเลือกสาขาเอก (Major) สาขาคู่ (Double Major) สาขาโท (Minor) หรือสาขาที่สนใจ (Concentration – วิชาเอก)

งานที่ได้รับมอบหมาย สอบกลางภาคเรียนและสอบปลายภาคการเรียน

นักเรียนจะต้องเตรียมตัวสำหรับการบ้าน เช่น การอ่านหรือการเขียน งานวิจัย งานโครงการเดี่ยว งานกลุ่ม รวมถึงการอภิปราย การเข้าร่วมห้องเรียน การนำเสนองาน รวมถึงการสอบกลางและปลายภาคการศึกษาซึ่งจะแตกต่างกันตามระบบภาคการศึกษา

ระบบภาคการศึกษาของสหรัฐอเมริกา แบ่งออกได้ดังนี้

ระบบ ภาคการศึกษา รวมระยะเวลาการศึกษา
Semester

เป็นระบบที่แพร่หลายที่สุด โดยแบ่งภาคการศึกษาออกเป็น

1.      Fall Semester

ประมาณปลายเดือนสิงหาคม – กลางเดือนธันวาคม

2.      Spring Semester

ประมาณต้นเดือนมกราคม – เดือนเมษายน

3.      Summer Session

ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม – เดือนสิงหาคม

(ลงทะเบียนเรียนตามความสมัครใจ)

ในระยะเวลาหนึ่งปีจะประกอบด้วย 2 ภาคเรียน คือ Fall และ Spring โดยอาจมี Summer Sessions 1 – 2 ครั้งต่อปี โดยแต่ละภาคเรียนยาวประมาณ 16 สัปดาห์

Trimester

First Trimester: ประมาณเดือนกันยายน – ธันวาคม

Second Trimester: ประมาณเดือนมกราคม -เมษายน

Third Trimester: ประมาณเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม

ในหนึ่งปีแบ่งเป็น 3 ภาคเรียน แต่ละภาคเรียนยาวประมาณ 12 สัปดาห์

Quarter

Fall Quarter: ประมาณเดือนกันยายน – ธันวาคม

Winter Quarter: ประมาณเดือนมกราคม – กลางมีนาคม

Spring Quarter: ประมาณต้นเดือนเมษายน – มิถุนายน

Summer Quarter: ประมาณกลางเดือนมิถุนายน – สิงหาคม

ในหนึ่งปีแบ่งเป็น 4 ภาคเรียน แต่ละภาคเรียนยาวประมาณ 10 สัปดาห์

4-1-4

Fall Semester: ประมาณปลายเดือนสิงหาคม – ธันวาคม

Interim: ประมาณเดือนมกราคม (1 เดือน)

Spring Semester: ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม

แบ่งปีการศึกษาเป็น 2 ภาคเรียนใหญ่คือ Fall และ Spring คั่นด้วยภาคเรียนสั้น ๆ หรือ Interim เพื่อให้นักศึกษาทำการค้นคว้าวิจัยด้วยตนเองหรือออก Field Trip

เครดิตพิเศษ หรือ Extra Credit

สำหรับระบบการศึกษาอเมริกัน อาจารย์บางคนในมหาวิทยาลัยจะเสนอเครดิตพิเศษให้กับนักศึกษา โดยการเข้าร่วมฟังบรรยายเพิ่ม การเขียนรายงานหรือทำแบบทดสอบ เพื่อให้ได้คะแนนเพิ่มและทำให้เกรดเฉลี่ยโดยรวมสูงขึ้น ถึงแม้จะมีการให้เครดิตพิเศษแต่ก็ไม่ใช่ทุกสถาบันหรืออาจารย์จะเสนอให้คะแนนนี้กับนักเรียนได้ เพราะฉะนั้นนักเรียนได้รับการคาดหวังว่าจะเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของตนเองมากที่สุด

ประเภทของสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกามีอะไรบ้าง

ประเทศสหรัฐอเมริกามีหลักสูตรเปิดสอนมากมาย ทั้งวิชาชีพ อนุปริญญา ปริญญา และเปิดสอนในสถาบันหลายประเภท ทั้งวิทยาลัย วิทยาลัยศิลปศาสตร์ วิทยาลัยศิลปะ วิทยาลัยชุมชน มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยวิจัย มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง วิทยาลัย 2 ปีหรือ 4 ปี รวมถึงมีทั้งสถาบันการศึกษาที่เป็นของเอกชนและรัฐบาล แต่ละสถาบันมีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้

Two-Year Colleges – วิทยาลัยแบบสองปี

สถาบันการศึกษาประเภทสองปี โดยทั่วไปจะหมายถึง Community College หรือ Junior College ที่จะสามารถออกอนุปริญญาบัตรให้กับนักเรียนได้ เช่น Associate of Arts (A.A.) หรือ Associate of Science (A.S.) โดยที่นักเรียนจะต้องลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา เป็นระยะเวลา 2 ปี มีบางสถาบันเท่านั้นที่เปิดสอนหลักสูตรอีก 2 ปีสุดท้าย (Final Two Years of the Undergraduate Programs) เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนจบในระดับปริญญาตรีได้

Community College และ Junior College จะเปิดสอนโปรแกรมพื้นฐานอยู่ 2 โปรแกรมหลัก คือ  โปรแกรมที่เป็นวิชาการ เพื่อเตรียมนักเรียนให้สามารถโอนหน่วยกิตไปเรียนต่อยังสถาบันการศึกษาประเภทสี่ปี และสามารถรับปริญญาบัตรระดับปริญญาตรีได้ กับอีกโปรแกรมที่เน้นทางด้านการฝึกฝนหรือประยุกต์ใช้ในอาชีพเฉพาะทางที่นักเรียนสนใจ โปรแกรมประเภทที่สองนี้ไม่ได้เตรียมนักเรียนเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาตรีมากเท่าโปรแกรมประเภทแรก แต่หน่วยกิตบางตัวก็สามารถได้รับการพิจารณาจากทางมหาวิทยาลัยหากนักเรียนต้องการเรียนต่อเช่นกัน

ส่วนใหญ่แล้วสถาบันการศึกษาประเภทนี้จะเป็นของรัฐบาลหรือชุมชนท้องถิ่นที่สถาบันเหล่านี้ตั้งอยู่ มีบางสถาบันที่มีเอกชนเป็นเจ้าของหรือตั้งขึ้นเพื่อแสวงหากำไร ตัวอย่างรายชื่อของสถาบันการศึกษาประเภทสองปีที่มีคุณภาพสูงและมีชื่อเสียง ได้แก่ The Colleges of Contra Costa, Tacoma Community College, Olympic College, Mission College, Santiago Canyon College, San Mateo Colleges of Silicon Valley และ San Jose City College

Four-Year Colleges and Universities – วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยแบบสี่ปี

สถาบันการศึกษาประเภทสี่ปี คือ วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย หรือบางครั้งเรียกว่า สถาบัน หากสถาบันการศึกษานั้นเน้นการสอนหลักสูตรวิศวกรรมหรือเทคนิค ที่สามารถออกปริญญาบัตรระดับปริญญาตรีให้นักเรียนได้ โดยปริญญาบัตรที่มีออกให้มากที่สุด ได้แก่ Bachelor of Arts (B.A.) หรือ Bachelor of Science (B.S.)

นักเรียนที่จะได้รับปริญญาบัตรระดับปริญญาตรีจะต้องลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา เป็นระยะเวลา 4 ปี แต่ในบางโปรแกรมหรือหลักสูตรอาจมีระยะเวลาเรียนที่นานกว่า 4 ปี และสถาบันที่เป็นสอนก็มีทั้งที่เป็นของรัฐบาลและเอกชน และบางสถาบันมีความเกี่ยวข้องกับนิกายทางศาสนาด้วย ตัวอย่างรายชื่อของสถาบันการศึกษาประเภทสี่ปี ได้แก่ California State University Bakerfield, University of Central Oklahoma, Middle Tennessee State University, St. Cloud State University, State University of New York at Oswego, Montclair State University, Stony Brook University และ Lake Washington Institute of Technology

Public and Private Institutes – สถาบันการศึกษาของรัฐบาลและเอกชน

สถาบันการศึกษาของรัฐบาล เช่น วิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัย จะได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากรัฐบาลท้องถิ่นหรือรัฐบาลกลาง จึงทำให้มีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ถูกกว่าสถาบันการศึกษาประเภทอื่น นักเรียนอเมริกันที่อยู่ในรัฐนั้นจะได้รับการอุดหนุนค่าธรรมเนียมการศึกษาจากรัฐบาลของรัฐตนและมีสถานะเป็น In-State Students ส่วนนักเรียนอเมริกันที่มาจากรัฐอื่นหรือเป็นนักเรียนต่างชาติจะไม่ได้รับการอุดหนุนค่าธรรมเนียมการศึกษษจากรัฐบาลในรัฐนั้น และจะมีสถานะเป็น Out-of-State Students แต่ละรัฐในสหรัฐอเมริกาจะมีสถาบันการศึกษาที่เป็นของรัฐบาลอย่างน้อยหนึ่งแห่ง เพื่อให้นักเรียนในรัฐมีสิทธิ์เข้าถึงการศึกษาให้ได้มากที่สุด

ส่วนสถาบันการศึกษาของเอกชน ทั้งที่เป็นโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาที่มีความเกี่ยวข้องกับนิกายทางศาสนาต่างๆ จะมีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สูงกว่า เนื่องจากไม่ได้รับการอุดหนุนจากทางรัฐบาล และนักเรียนที่ต้องการเรียนในสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาไม่จำเป็นต้องเป็นนักเรียนที่นับถือในศาสนานั้น ในหลายสถาบันมักจะมีทุนการศึกษาหรือส่วนลดค่าเรียนเสนอให้กับนักเรียน

Privately-Owned Colleges – วิทยาลัยเอกชน

วิทยาลัยเอกชน คือ สถาบันการศึกษาที่มีเอกชนเป็นเจ้าของและตั้งขึ้นเพื่อแสวงหากำไร เป็นธุรกิจทางด้านการศึกษา และเปิดสอนหลักสูตรที่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเทคนิคหรือวิชาชีพ (Technical and Pre-Professional Courses of Study) นักเรียนที่ต้องการเรียนกับสถาบันประเภทนี้ จะต้องตรวจสอบการรับรองของสถาบันให้ถี่ถ้วนก่อนสมัครเรียน

สถาบันการศึกษาที่สหรัฐอเมริกามีทั้งแบบสหศึกษาและหญิงล้วนหรือชายล้วน

ส่วนใหญ่แล้ว ปัจจุบันสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกาจะเป็นแบบสหศึกษา คือเรียนร่วมกันทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่ก็มีบางสถาบันที่เปิดสอนเฉพาะเพศชายหรือเพศหญิง โดยนักเรียนจะเรียนในอาคารที่แยกเพศกันหรือเรียนในห้องเรียนที่แยกเพศกันชัดเจน

ตัวอย่างรายชื่อสถาบันการศึกษาแบบเพศเดียวในอเมริกา เช่น Cathedral High School, Damien High School, St. Procopius College and Academy, St. Mel High School, Western College for Women, Girls Leadership Academy of Arizona, Philadelphia High School for Girls, Mercy High School, Sacred Heart Academy หรือ Brookewood School

จุดเด่นของสถาบันการศึกษาแต่ละประเภทในสหรัฐอเมริกา

Community College

Community College หรือ วิทยาลัยชุมชน คือ สถาบันการศึกษาประเภทสองปีของรัฐบาล เปิดสอนหลักสูตรประเภท Certificates, Diplomas และ Associate Degree และวิทยาลัยชุมชนในบางรัฐได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีให้กับนักเรียนด้วย บางครั้ง Community College ก็ถูกเรียกว่า Junior College, Technical College หรือ City College

นอกจากการศึกษาและออกวุฒิปริญญาบัตรแล้ว Community College ยังให้ความรู้ด้านอาชีพ การอบรมทางอุตสาหกรรม การเตรียมตัวและโอนหน่วยกิตเพื่อไปเรียนต่อยังมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาประเภท 4 ปีต่อด้วย การเรียนที่ Community College ก่อนเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียนได้มากและช่วยเตรียมนักเรียนในการปรับตัวทางด้านภาษาอังกฤษและสังคมก่อนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยด้วย

นักเรียนในสหรัฐอเมริกาจำนวนมากเลือกที่จะเรียนอนุปริญญา 2 ปีที่ Community College จากนั้นโอนหน่วยกิตของตัวเองเพื่อไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีในปีที่ 3 และ 4 ที่มหาวิทยาลัยในอเมริกา วิธีนี้จะช่วยให้นักเรียนและผู้ปกครองประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า 50% เมื่อเปรียบเทียบกับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยโดยตรงเลยตั้งแต่ 2 ปีแรก

ตัวอย่างรายชื่อของสถาบันการศึกษาประเภท Community College ได้แก่ Los Angeles Trade-Technical College, Valencia College, Santa Rosa Junior College, Irvine Valley College, Butte Community College, College of the Canyons, York College of Pennsylvania และ Community Colleges of Spokane

เรียนต่ออเมริกา | ทำความรู้จักกับ COMMUNITY COLLEGE | 2-YEAR COLLEGE คืออะไร วางแผนเรียนต่อปริญญาตรีอเมริกา ต้องไม่พลาดบทความนี้

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

Tacoma Community College

Tacoma, Washington

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลสถาบัน

$9,690

Santa Monica College

Santa Monica, California

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลสถาบัน

$9,048

Los Angeles City College

Los Angeles, Florida

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลสถาบัน

$8,280

Seattle Colleges

Seattle, Washington

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลสถาบัน

$9,687

Public (State) University

Public University หรือ State University คือ มหาวิทยาลัยรัฐบาลที่ได้รับเงินทุนจากภาครัฐในระดับหนึ่งผ่านทางรัฐบาลของรัฐ นอกจากนี้บางครั้งสถาบันการศึกษาประเภทนี้อาจถูกเรียกว่า Public หรือ State College หรือ Public หรือ State School และคำว่า College หรือ School ยังใช้เป็นชื่อเรียกหน่วยงานหรือคณะเดียวภายในมหาวิทยาลัย เช่น Law School หรือ College of Engineering

มหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบของมหาวิทยาลัยรัฐ (State University System) ตัวอย่างของกลุ่มมหาวิทยาลัยรัฐซึ่งดำเนินการแยกกันในสถานที่ต่างๆ ของรัฐ แต่มีการจัดการและการบริหารร่วมกัน เช่น State University System of New York (SUNY) หนึ่งในระบบมหาวิทยาลัยรัฐที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีวิทยาเขตมากกว่า 60 วิทยาเขตอยู่ทั่วทั้งรัฐ New York

เนื่องจากมหาวิทยาลัยของรัฐได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการศึกษาจากรัฐบาลจึงทำให้มีค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน ถึงแม้ว่าจำนวนเงินที่แท้จริงที่นักเรียนจ่ายอาจแตกต่างกันไปมาก โดยเฉพาะเมื่อได้รับการพิจารณาความช่วยเหลือทางการเงินหรือทุนการศึกษา

ในส่วนของค่าธรรมเนียมการศึกษา หากผู้เรียนเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรในรัฐนั้น ผู้เรียนจะมีสถานะเป็น Residents หรือ In-State Students และได้ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาในจำนวนที่ต่ำกว่า นักเรียนที่มาจากรัฐอื่นจะมีสถานะเป็น Non-Residents หรือ Out-of-State Students และชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาในจำนวนที่สูงกว่า ส่วนนักเรียนต่างชาติอาจชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาในจำนวนเดียวกันกับ Out-of-State Students หรืออาจมีค่าธรรมเนียมการศึกษาของนักเรียนต่างชาติที่เรียกว่า ‘International Rate’

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

California State University, Bakersfield

Bakersfield, California

Public University

$15,610

University of Central Oklahoma

Edmond, Oklahoma

Public University

$16,500

Middle Tennessee State University (MTSU)

Murfreesboro, Tennessee

Public University

$29,006

 

Research University

Research University หรือ มหาวิทยาลัยวิจัย คือ สถาบันการศึกษาที่เป็นสถาบันขนาดใหญ่ในส่วนใหญ่และเน้นที่การทำวิจัย มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีหลักสูตรระดับปริญญาตรีเปิดสอนให้เลือกเรียนจำนวนมาก และยังมุ่งสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาจนถึงปริญญาเอก อาจารย์หลายคนในมหาวิทยาลัยวิจัยทำการวิจัยและสอนในสาขาวิชาที่ตนมีความถนัด อาจจะมีโอกาสในการทำวิจัยสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี แต่นักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจะทำการวิจัยส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยวิจัยถึงแม้จะได้รับการยอมรับว่ามีหลักสูตรทางด้านวิทยาศาสตร์และวิจัยที่เป็นเลิศเปิดสอน แต่ก็ยังมีหลักสูตรอื่นนอกจากนี้เปิดสอนเช่นกัน เช่น Arts, Humanities เป็นต้น

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

Michigan State University

East Lansing, Michigan

Public Land-Grant Research University

$19,883

Johns Hopkins University

Baltimore, Maryland

Private Research University

$57,010

Duke University

Durham, North Carolina

Private Research University

$57,934

Liberal Arts College

Liberal Arts College หรือ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ คือ สถาบันการศึกษาที่เน้นในการสอนระดับปริญญาตรี ด้านศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตร Humanities, Mathematics, Natural Sciences และ Social Sciences

วิทยาลัยประเภทนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สำรวจและเรียนรู้วิชาต่างๆ แทนการเรียนอย่างเข้มงวดในมหาวิทยาลัย และยังเตรียมความพร้อมให้สำหรับนักเรียนที่ต้องการประกอบอาชีพในเส้นทางหรือสาขาที่เฉพาะเจาะจง วิทยาลัยศิลปศาสตร์ส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการศึกษาของเอกชน เช่น King’s College และ North Central College แต่ก็ยังมีบางสถาบันที่เป็นของรัฐบาล เช่น Massachusetts College of Liberal Arts และ Sonoma State University in California

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

King’s College

Wilkes-Barre, Pennsylvania

Catholic Liberal Arts College

$38,061

North Central College

Naperville, Illinois

Private Liberal Arts College

$42,026

Art College

Art College หรือ วิทยาลัยศิลปะ คือ สถาบันการศึกษาที่เน้นวิชาทางด้านศิลปะ นอกจากคอร์สเรียนทั่วไปแล้ว วิทยาลัยศิลปะยังมีหลักสูตรการอบรมทางด้านศิลปะเปิดสอน เช่น Graphic Design, Illustration, Painting, Photography และ Sculpture

วิทยาลัยศิลปะหลายแห่งออกวุฒิ Associate Degree หรือ Bachelor of Fine Arts (BFA) ส่วนใหญ่ของวิทยาลัยศิลปะในสหรัฐอเมริกาจะเป็นสถาบันเอกชน มีเพียงสถาบันแห่งเดียวในประเทศเท่านั้นที่เป็นสถาบันของรัฐบาล คือ Massachusetts College of Art and Design

แม้ว่าวิทยาลัยศิลปะอาจจะเหมาะสำหรับนักเรียนบางคน แต่สถาบันหลายประเภทก็มีโปรแกรม BFA ที่คล้ายคลึงกันเปิดสอน ดังนั้นนักเรียนที่ต้องการเรียนเอกศิลปะจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเรียนแต่ในวิทยาลัยศิลปะเฉพาะทางเท่านั้น นักเรียนสามารถเลือกเรียนในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรใกล้เคียงได้เช่นกัน

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

Massachusetts College of Art and Design

Boston, Massachusetts

Public College of Visual and Applied Art

$39,800

California College of the Arts

Oakland and San Francisco, California

Art, Design, Architecture and Writing School

$50,592

Religious College

Religious College หรือ วิทยาลัยศาสนา คือ วิทยาลัยในเครือทางศาสนามีความเชื่อมโยงกับความศรัทธาทางศาสนา วิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับศาสนาทั้งหมดเป็นสถาบันของเอกชน

ความเชื่อมโยงบางอย่างมีลักษณะทางประวัติศาสตร์ในขณะที่นักเรียนอื่นๆ รวมศรัทธาในชีวิตประจำวันของนักเรียน วิทยาลัยบางแห่งไม่ต้องการให้นักเรียนแบ่งปันความศรัทธาของวิทยาลัย ในขณะที่วิทยาลัยอื่นๆ ต้องการ Statement of Faith จากนักเรียนเมื่อสมัครเรียน

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

Southern Methodist University

Dallas, Texas

Private, Religious and Research University

$25,979

Rhodes College

Memphis, Tennessee

Private, Religious and Liberal Arts College

$50,600

Davidson College

Davidson, North Carolina

Private, Religious and Liberal Arts College

$55,000

Specialized and Mission-Driven College

Specialized Mission College เน้นการให้การศึกษาแก่นักเรียนกลุ่มเฉพาะ เช่น Historically Black Colleges and Universities (HBCUs) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1964 เพื่อให้ประชาชนในชุมชนคนผิวสีได้รับการศึกษา ปัจจุบันสถาบันนี้เปิดรับสมัครนักเรียนจากทุกเชื้อชาติ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ยังจะเป็นชาวแอฟริกันอเมริกันอยู่ 

นอกจาก HBCUs แล้วยังมีสถาบัน Hispanic-Serving Institutions (HSIs) มีนักเรียนจำนวนอย่างน้อย 25% ที่กำลังเรียนระดับปริญญาตรีอยู่เป็นชาวแฮสปานิก และทั้งสองสถาบันการศึกษามีกิจกรรม หลักสูตร และบริการที่พุ่งเป้าไปที่นักเรียนที่ด้อยโอกาส

ตราสถาบัน สถาบันการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

Spelman College

Historically Black Colleges and Universities (HBCUs)

Atlanta, Georgia

Private Historically Black Women’s Liberal Arts College

$11,674

Howard University

Historically Black Colleges and Universities (HBCUs)

Washington, D.C.

Private, Federally Chartered Historically Black Research University

$26,464

New Mexico Tech

Hispanic-Serving Institutions (HSIs)

Sorocco, New Mexico

Public University 

$12,127


เรียนต่ออเมริกาทำงานระหว่างเรียนได้ไหม

สามารถทำได้ นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ในอเมริกาที่ถือวีซ่า F-1 อนุญาตให้ทำงานในอเมริกาได้ โดยจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน DSO (Designated School Officials) ซึ่งหนึ่งในผู้กำกับดูแลนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน ทำหน้าที่ในการติดต่อ ประสานงานสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การเสนอชื่อโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง SEVP อัปเดทข้อมูลนักเรียน ให้คำแนะนำนักเรียน ภายใต้เงื่อนไขโดย United States Citizenship and Immigration Service (USCIS)

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของวีซ่านักเรียน F-1 คือ อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่า มาเรียนและอาศัยอยู่ในอเมริกาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง การทำงานระหว่างเรียน เป็นเพียงสิทธิ์ที่ผู้ถือวีซ่านักเรียน F-1 สามารถขอได้ และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมาย และไม่แนะนำให้ผู้ถือวีซ่านักเรียน F-1 ทำผิดกฏหมายใดๆ ถ้าหากถูกจับจะโดนยกเลิกวีซ่า โดนส่งกลับประเทศ ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย หรือโดนแบนห้ามเข้าประเทศอเมริกา นอกจากนี้ ยังทำให้นักศึกษารุ่นหลังๆ ที่ตั้งใจไปเรียนต่ออเมริกาจริงๆ ขอวีซ่าลำบากขึ้นด้วย

ส่วนเงื่อนไขการทำงาน และข้อมูลค่าแรงขั้นต่ำในอเมริกา น้องๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากในบทความข้างล่างนี้เลยค่ะ

เรียนต่ออเมริกา | สรุปข้อมูล วีซ่านักเรียนอเมริกา F1 ทำงานระหว่างเรียนได้หรือไม่ เงื่อนไขเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง เรียนภาษาที่อเมริกาทำงานได้ไหม พร้อมโอกาสการทำงานหลังเรียนจบ | บทความนี้มีคำตอบ

ปรึกษา เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร เพื่อทำให้การเรียนต่อเป็นเรื่องง่าย

การสมัครเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา อาจดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ขั้นตอนทุกอย่างจะง่ายขึ้นเมื่อปรึกษา เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร เพื่อทำให้การเรียนต่ออเมริกา เป็นเรื่องง่าย บริการครบวงจร ตั้งแต่

  • เลือกสถาบันการศึกษาที่ตอบโจทย์กับผู้เรียนมากที่สุด เพียงแค่บอกความต้องการ เช่น หลักสูตร ระดับการศึกษา เมือง หรือรัฐที่ต้องการเรียนต่อ
  • สมัครเรียน และประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถาบันโดยตรง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • บริการสมัครสอบ IELTS สอบได้ทุกศูนย์สอบ IELTS IDP ทั้วประเทศไทย ค่าสอบราคาเดียวกันไม่มีชาร์จเพิ่ม
  • เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า และซ้อมสัมภาษณ์วีซ่านักเรียน เตรียมคำถามที่มักจะเคยถาม และเทคนิควิธีสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูต 

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    ที่มา:

    MOOXYE Website: https://www.mooxye.com/ 

    U.S. News Website: https://www.usnews.com/ 

    Peterson’s Website: https://www.petersons.com/

    College Raptor Website: https://www.collegeraptor.com/

    QS Top Universities Website: https://www.topuniversities.com/

    2 ความเห็น



    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.