สารบัญบทความ

สำหรับนักศึกษาต่างชาติแล้ว เมืองที่น่าเรียนต่อมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา คือ เมืองบอสตัน เมืองหลวงแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ นักเรียนที่กำลังวางแผนเรียนต่อและใช้ชีวิตที่บอสตัน นอกจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่มีให้เลือกมากมายแล้ว นักเรียนจะต้องพิจารณาและวางแผนเรื่องค่าครองชีพ การเดินทาง เพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ ที่นักศึกษาต่างชาติจำเป็นต้องรู้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

บอสตัน Boston, USA


บอสตัน เป็นเมืองหลวงที่มีชื่อเสียงแห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตนิวอิงแลนด์ และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 690,000 คน บอสตันมีสภาพอากาศทั้งแบบอบอุ่นชื้น (อากาศอบอุ่น อุณหภูมิปานกลาง มีฝนตก) และแบบอบอุ่นชื้อภาคพื้นทวีป (ฤดูร้อนมีอุณหภูมิปานกลางถึงสูงมาก 19 ถึง 28 องศาเซลเซียส และมีฝนตก) ในหน้าหนาวจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -5 ถึง 6 องศาเซลเซียส

บอสตัน เป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา มีมหาวิทยาลัยชื่อดังมากมายตั้งอยู่ที่บอสตัน เช่น Massachusetts Institute of Technology, Boston University, Harvard University, Northeastern University, Tufts University, Northeastern University, Brandeis University และ Worcester Polytechnic Institute กว่า 20% หรือประมาณ 250,000 คนของจำนวนนักศึกษาในบอสตัน เป็นนักศึกษาต่างชาติ

นอกจากนี้ บอสตันยังเป็นเมืองที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ของบริษัทชื่อดังระดับโลกมากมาย ตั้งแต่กิจการเพื่อสุขภาพ การเงิน ที่ปรึกษาทางด้านการจัดการ จนถึงสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ Bain Capital, Converse, Boston Scientific, General Electric, Gillette, Fidelity Investments, State Street, Reebok International, New Balance ทำให้นักศึกษามีโอกาส ทำงานหลังเรียนจบกับบริษัทระดับโลกมากขึ้น และมีโอกาสสร้างเครือข่ายในการทำงานระดับนานาชาติในอนาคตด้วย

การเดินทางมาเมืองบอสตัน

เดินทางโดยเครื่องบิน

ปัจจุบัน มีสายการบินหลายสาย ที่สามารถเดินทางมายังเมืองบอสตันได้อย่างสะดวกสบาย มีทั้งบินตรง และต่อเครื่องบิน

  • เดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินเอมิเรตส์ สุวรรณภูมิ BKK – บอสตัน Boston (แวะพักดูไบ ไป-กลับ) ประมาณ 31,550 – 34,400 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 29 – 47 ชั่วโมง
  • เดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส สุวรรณภูมิ BKK – บอสตัน Boston (แวะพักโดฮาและนิวยอร์ก ไป-กลับ) ประมาณ 33,075 – 42,445 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 26 – 31 ชั่วโมง
  • เดินทางโดยเครื่องบิน สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ สุวรรณภูมิ BKK – บอสตัน Boston (แวะพักอิสตันบูล ไป-กลับ) ประมาณ 35,020 บาท ระยะเวลาเดินทางประมาณ 30 – 44 ชั่วโมง

หมายเหตุ: ค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน และโปรโมชั่นในช่วงเวลานั้น

เดินทางโดยรถไฟ

  • นิวยอร์ก ไป บอสตัน สามารถเดินทางด้วยรถไฟได้ โดยรถไฟ Acela ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 3  ชั่วโมง 40 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ $98 หรือเดินทางด้วยรถไฟ Amtrak ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 20 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ $56
  • ฟิลาเดลเฟีย ไป บอสตัน ใช้ระยะเวลาในการเดินทางโดยรถไฟประมาณ 5 – 8 ชั่วโมง และมีค่าโดยสารโดยประมาณอยู่ที่ $29 – $177
  • วอชิงตัน ดีซี ไป บอสตัน ใช้ระยะเวลาในการเดินทางโดยรถไฟประมาณ 6 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 10 ชั่วโมง 18 นาที และมีค่าโดยสารโดยประมาณอยู่ที่ $49 – $129

เดินทางโดยรถบัส

  • นิวยอร์ก ไป บอสตัน โดยรถบัสโดยสาร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ $12
  • ฟิลาเดลเฟีย ไป บอสตัน โดยรถบัสโดยสาร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 6 ชั่วโมง 50 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ $31
  • วอชิงตัน ดีซี ไป บอสตัน โดยรถบัสโดยสาร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 10 ชั่วโมง 30 นาที และมีค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ $45

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว

  • ห่างจากนิวยอร์กซิตี้ ประมาณ 216 ไมล์ หรือ 348 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที
  • ห่างจากฟิลาเดลเฟีย ประมาณ 307 ไมล์ หรือ 494 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 50 นาที
  • ห่างจากวอชิงตัน ดีซี ประมาณ 438 ไมล์ หรือ 705 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 55 นาที 

เหตุผล 7 ข้อ ทำไมต้องมาเรียนต่อที่บอสตัน?

ดังที่กล่าวมาข้างต้น เมืองบอสตัน เป็นจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาอันดับหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลอื่นๆ ที่ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติให้เลือกเมืองบอสตัน เป็นจุดหมายปลายทางแรกสำหรับการเริ่มต้นผจญภัยในต่างประเทศ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

สอบถามข้อมูลและวางแผนเรียนต่ออเมริกากับเดอะเบสท์
โทร
:
090-327 3558088-269 5099

Email: contact@thebest-edu.com
Line: @thebestedu หรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

1. บอสตัน เป็นเมืองแห่งการศึกษาของสหรัฐอเมริกา และเป็นที่ตั้งของ Top University ระดับโลก

บอสตัน เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยกว่า 100 แห่ง และมีนักเรียนต่างชาติจากทั่วโลกมาเรียนต่อที่เมืองนี้กว่า 250,000 คน ทั้งยังได้รับการจัดอันดับจาก QS Best Student Cities 2018 ให้เป็นเมืองแห่งการศึกษาที่ดีที่สุดอันดับที่ 15 ของโลก และเมืองยังสร้างโอกาสในการทำงานอย่างมากมายให้กับนักเรียนด้วย จากการจัดอันดับของ QS 2018 บอสตันคือเมืองที่ดีที่สุดอันดับที่สองของโลกสำหรับนักเรียนที่เรียนจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

โดยมีมหาวิทยาลัยที่เป็นระดับท็อปของโลกอยู่สองมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในเมืองบอสตัน และมีอีก 5 มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ Top 100 Universities of the US. บอสตันคือเมืองแห่งการศึกษาที่นักเรียนมีความกระตือรือร้นต้องการมาเรียนต่อมากอันดับต้นๆ ของโลก ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยที่อยู่ในรายการต่อไปนี้จะไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบอสตัน (MIT และ Harvard University ตั้งอยู่ในเมืองละแวกใกล้เคียงอย่างเมืองแคมบริดจ์ซึ่งอยู่ในเขต Greater Boston) แต่ยังไงมหาวิทยาลัยเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมร่วมกันของความเข้มแข็งทางวิชาการซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์ของบอสตัน

Top 7 มหาวิทยาลัยระดับโลก ที่ตั้งอยู่ในเมืองบอสตัน

1. Massachusetts Institute of Technology (MIT)

มหาวิทยาลัย MIT ตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 425 ไร่ในเขตแคมบริดจ์ หันหน้าไปทางบอสตันและอยู่ริมแม่น้ำ Charles River มหาวิทยาลัยถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มหาศาลสำหรับวัฒนธรรมของบอสตัน และได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกจากการจัดอันดับ QS World University ปี ค.ศ. 2013/2014 มหาวิทยาลัย MIT มีจุดเด่นด้านสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งมีชื่อเสียงในด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ MIT มีจำนวนนักศึกษาประมาณ 11,000 คน โดยนักศึกษาจำนวน 6,600 คนเป็นนักศึกษาระดับบิณฑิตศึกษา ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีการแข่งขันในการรับนักเรียนใหม่ที่สูงมาก มีนักเรียนเพียงแค่ 10% จากผู้สมัครทั้งหมดเท่านั้นที่มหาวิทยาลัยรับเข้าเรียนในแต่ละปี

2. Harvard University

Harvard University หรือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจัดอยู่ในอันดับมหาวิทยาลัยลำดับ 2 ของโลก และเป็นมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League ชั้นนำของโลก เป็นมหาวิทยาลัยเก่าของมหาเศรษฐีที่ยังมีชีวิตอยู่ 62 คนและนักคิดและนักสร้างชั้นนำของโลกอีกมากมายในสาขาต่างๆ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1636  เป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีศึกษาอยู่ 6,700 คน และมีนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและวิชาชีพอยู่ 14,500 คน

แม้ว่าค่าเล่าเรียนจะสูงมากในระดับโลก แต่นักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกว่า 60% จะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน และนักเรียนระดับปริญญาตรีกว่า 97% เลือกที่จะพักอยู่ในมหาวิทยาลัยตลอดระยะเวลา 4 ปี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดตั้งอยู่ในเคมบริดจ์ แต่อยู่ในเขตที่ใกล้พอสำหรับนักเรียนที่จะข้ามแม่น้ำเพื่อสำรวจวัฒนธรรมและท่องเที่ยวสถานบันเทิงยามค่ำคืนของบอสตันได้

3. Boston University

Boston University หรือมหาวิทยาลัยบอสตันได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 79 ของโลกและ 26 ของสหรัฐอเมริกา Boston University เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยเอกชนที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของบอสตันริมฝั่งแม่น้ำ Charles River มีศิษย์เก่าที่เคยได้รับรางวัล Nobel Laureates อยู่ 7 คน รวมถึง Martin Luther King Jr. และ Elie Wiesel พร้อมด้วยผู้ชนะรางวัล Pulitzer Prize อีก 35 คน และผู้ได้รับรางวัล Academy Award (ออสการ์) อีก 6 คน 

ปัจจุบันมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีเกือบ 16,000 คนและมีนักศึกษาระดับปริญญาโทมากกว่า 14,000 คนเรียนอยู่ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่มีให้เลือกมากกว่า 250 หลักสูตร หอพักของนักศึกษาในบริเวณใกล้เคียงของมหาวิทยาลัยบอสตันหลายแห่งมีทิวทัศน์เส้นขอบฟ้าของเมืองที่ดีที่สุดและอยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางสังคมที่มีชีวิตชีวาของบอสตัน

4. Tufts University

Tufts University เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มีวิทยาเขตใน Somerville ห่างจากบอสตันไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 8 กิโลเมตร และอยู่ห่างจาก Davis Square อันเป็นที่นิยมเพียงไม่กี่นาทีและเป็นแหล่งที่เหมาะสำหรับนักช้อป นักชิม และผู้ที่ชื่นชอบคอนเสิร์ต ปัจจุบันย่านนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Museum of Bad Art ด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นวิทยาเขต Tufts แห่งที่สองซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองในย่าน China Town ของบอสตันและเปิดสอนโปรแกรมวิทยาศาสตร์สุขภาพ และยังตั้งอยู่ใกล้โรงละคร เขตการค้าพาณิชย์และการเงินของเมือง และสามารถเดินไปยังสวนสาธารณะ Boston Public Garden ที่มีเรือหงส์ที่มีชื่อเสียงอยู่ Tufts University ถูกจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 204 ของโลกและอันดับที่ 52 ของสหรัฐอเมริกา มีนักศึกษากว่า 11,000 คนเรียนอยู่ แบ่งเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรีอย่างเท่าเทียมกัน

5. Brandeis University

Brandeis University ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยวิจัยเอกชนที่อายุน้อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ห่างจากบอสตันไปทางตะวันตก 14 กิโลเมตร บนที่ดินชานเมืองขนาด 595 ไร่ข้างแม่น้ำ Charles River แม้ว่าจะอยู่นอกเมืองบอสตัน แต่มหาวิทยาลัยก็มีรถรับส่งซึ่งสามารถเดินทางไปยัง Beantown ได้มากกว่า 30 เที่ยวต่อสัปดาห์ทำให้นักศึกษาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒธรรมเมืองได้ง่าย Brandeis University ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 324 ของโลกและเป็นที่ตั้งของ Rose Art Museum มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นด้านศิลปศาสตร์เป็นพิเศษและเป็นสถาบันเดียวในประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากชาวยิวนอกนิกาย มหาวิทยาลัยมีจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ที่ 3,504 คนในปัจจุบัน

6. Boston College

Boston College ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ 331 ของโลก และอันดับที่ 74 ของสหรัฐอเมริกา เป็นสถาบันวิจัยเอกชนของนิกายเยซูอิตตั้งอยู่ที่ Chestnut Hill ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบอสตัน มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในด้านภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่เป็นสไตล์โกธิค มีอ่างเก็บน้ำ Chestnut Hill และเป็นเส้นทางในการแข่งขันวิ่งมาราธอนบอสตัน วิทยาเขตชานเมืองของ Boston College มีเนื้อที่ 330 ไร่ คำว่า AHANA ใช้เรียกนักเรียนแอฟริกัน – อเมริกัน ฮิสแปนิก เอเชีย และอเมริกันพื้นเมืองแทนคำว่า ‘นักเรียนชนกลุ่มน้อย’ ได้รับการประกาศเกียรติคุณโดย Boston College ในปี ค.ศ. 1979 การเดินทางเข้าสู่เมืองบอสตันทำได้ง่ายและใกล้และเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตของ Boston College วิทยาลัยได้รับใบสมัครระดับปริญญาตรีเพิ่มขึ้น 75% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาและปัจจุบันมีนักศึกษาระดับปริญญาตรี 9,100 คนและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและวิชาชีพ 4,700 คน

7. Northeastern University

Northeastern University เป็นสถาบันวิจัยเชิงประสบการณ์ที่มุ่งเน้นไปที่ปัญหาระดับโลกและปัญหาที่ร่วมสมัยของโลก มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 397 ของโลก และอันดับที่ 84 ของสหรัฐอเมริกา Northeastern University คือหนึ่งในมหาวิทยาลัยไม่กี่แห่งของบอสตันที่มีวิทยาเขตหลักอยู่ในใจกลางเมืองห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรและโครงการริเริ่มที่หลากหลาย รวมถึงโครงการ IDEA Venture Accelerator ซึ่งให้การสนับสนุนสำหรับนักนวัตกรรมและผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนและช่องทางในการติดต่อกับนักลงทุน ปัจจุบันมีนักศึกษาระดับปริญญาตรี 12,913 คนและนักศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี 7,855 คน Northeastern University ตั้งอยู่ข้างพิพิธภัณฑ์ Museum of Fine Arts และ Symphony Hall มหาวิทยาลัยมีความเป็นเมืองอย่างมาก แต่ก็ยังแวดล้อมไปด้วยต้นไม้และสนามหญ้า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับชุมชนมาอย่างมาก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 เป็นต้นมา นักเรียนมีส่วนร่วมในการให้บริการชุมชนมากกว่าหนึ่งล้านชั่วโมง

เรียนต่อบอสตัน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

สิ่งสำคัญที่สุดในการพิจารณา เมื่อต้องเรียนต่อต่างประเทศคือ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทของสถาบันการศึกษา เช่น Public, Private, Four years universities หรือ 2 – 4 years community colleges

ในปี ค.ศ. 2020 ค่าธรรมเนียมการศึกษา ของสถาบันการศึกษาในเมืองบอสตัน เฉลี่ยอยู่ที่ $11,006 – $31,712 ต่อปี โดยสถาบัน MGH Institute of Health Professions มีค่าธรรมเนียมการศึกษาสูงที่สุดอยู่ที่ $75,441 และสถาบัน Bunker Hill Community College มีค่าธรรมเนียมการศึกษาน้อยที่สุดอยู่ที่ $4,704

ค่าธรรมเนียมการศึกษาของสถาบันประเภท Community College

ตราสถาบัน

สถาบันการศึกษา

ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

Bunker Hill Community College เดอะเบสท์ เรียนต่ออเมริกา

Bunker Hill Community College

Boston, MA

Public 2-year

$5,866 – $10,552

Urban College of Boston

Boston, MA

Private, non-profit 2-year

$7,124

Benjamin Franklin Institute of Technology

Boston, MA

Private, non-profit 2-year

$17,550

ตัวอย่างค่าธรรมเนียมการศึกษาของสถาบันประเภท University

ตราสถาบัน

สถาบันการศึกษา

ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อปี

University of Massachusetts Boston

Boston, MA

Public university

$34,286

Harvard University

Cambridge, MA

Private university

$47,730

Boston College

Chestnut Hill, MA

Private university

$59,050

2. เมืองบอสตัน มีระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย และเดินทางสะดวกสบาย

บอสตันเป็นเมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีทันสมัย สะดวกสบาย และครอบคลุมทุกพื้นที่ต่างๆ ง่ายต่อการเดินทาง และประหยัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในตัวเมืองและรอบๆ ตัวเมือง

3. ที่พักในเมืองบอสตัน มีให้เลือกหลากหลายโซน แต่ละโซนก็มีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมและการใช้ชีวิต

บอสตันมีที่พักหลากหลายแบบให้เลือกพัก ทั้ง Apartment, Studio Apartment หรือ Room ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและทั่วถึง แต่ละพื้นที่มีจุดเด่นและเสน่ห์ที่แตกต่างกัน เดอะเบสท์ได้รวบรวมข้อมูลย่านที่พักต่างๆ เพื่อให้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกที่พักมาให้ ดังนี้

  • Allston คือหนึ่งในย่านที่มีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในบอสตัน มีร้านอาหารที่เป็นของกลุ่มชนพื้นเมืองมากมายในย่านนี้ ตั้งอยู่ใกล้วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยที่อยู่ในเมืองและรอบๆเมือง เป็นที่รู้จักว่าเป็นย่านของนักเรียน มีจำนวนผู้อพยพและวัยทำงานมากมายที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้
  • Back Bay คือย่านที่เหมาะสำหรับถ่ายรูป มีความน่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา และยังเป็นเขตประวัติศาสตร์ที่ได้รับการคุ้มครองด้วย มีร้านอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์และบ้านสไตล์วินเทจอยู่หลายแห่งในย่านนี้ เป็นย่านที่มีคนดังเดินไปมาบนถนนที่สวยงามเหล่านี้เสมอ แม้แต่อาคารที่อยู่ในย่านนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง
  • Bay Village คือ “Secret Garden” ของบอสตันและได้รับการขนานนามว่าเป็นห้องแถวอิฐ มีถนนที่มีต้นไม้เรียงราย มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย เป็นหนึ่งในย่านที่เล็กที่สุดในบอสตันจึงมีบรรยากาศที่ดึงดูดและเป็นกันเอง
  • Beacon Hill คือย่านอันเก่าแก่ของบอสตันที่หยุดเวลาไว้ เป็นที่ตั้งของรัฐสภาของรัฐแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts State House) และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ เช่น Boston African American National Historic Site หนึ่งในชุมชนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง และได้รับการตั้งชื่อจากสัญญาณไฟที่ครั้งหนึ่งเคยตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเพื่อเตือนชาวบ้านเกี่ยวกับการรุกราน
  • Brighton คือย่านที่มีความเป็นพลวัตและเงียบสงบ เหมาะสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังตั้งครอบครัวและอยู่ในวัยทำงาน เพราะมีบ้านและคอนโดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Charleston River ซึ่งมีบรรยากาศที่อบอุ่น มีถนน Washington Streets ที่อยู่กลางย่านและเป็นที่ตั้งของธุรกิจขนาดเล็กมากมาย ถนนแห่งนี้ยังดึงดูดร้านค้าและหน้าร้านใหม่ๆให้มาตั้งอยู่ในพื้นที่นี้อีกหลายร้าน
  • Charlestown คือย่านของบรรพบุรุษชาวไอริชและประวัติศาสตร์ทางเรือ รวมถึงเป็นที่ตั้งของ Freedom Trail ย่านนี้อยู่ทางด้านเหนือของเมืองริมฝั่ง Bonton Harbor และแม่น้ำ Mystic แม้จะเป็นย่านที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นย่านที่วุ่นวายที่สุดในเมือง
  • Chinatown-Leather District คือย่านวัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ China Town ของบอสตันตั้งอยู่ริมทางตอนใต้ของดาวน์ทาวน์เป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมสำหรับชุมชนชาวจีนในเมือง ย่าน Leather District เป็นย่านเล็กๆ ทางตะวันออกของไชน่าทาวน์ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจตุรัส Dewey Square และถนน Kneeland Street มีบล็อกที่แตกต่างกัน 9 บล็อกซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงสร้างโกดังอิฐสมัยศตวรรษที่ 19
  • Dorchester คือย่านที่ใหญ่ที่สุดและหลากหลายมากที่สุดของเมืองบอสตัน ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นระยะเวลานานตอนนี้อาศัยอย่างปะปนกับผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ที่มาจากเวียตนาม เคปเวิร์ด ไอร์แลนด์ และประเทศอื่นๆอีกมากมาย จากการผสมผสานที่ยอดเยี่ยมนี้ของผู้อาศัยจากทุกวัฒนธรรมและภูมิหลังทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวาอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับการอยู่อาศัย การทำงาน และใช้เวลาที่นี่
  • Downtown คือย่านที่เป็นศูนย์กลางของบอสตันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1700 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบอสตัน เป็นที่ตั้งของศาลากลาง (City Hall) สำนักงานใหญ่ บริษัท คอนโด อพาร์ทเมนท์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รักมากที่สุดของบอสตัน เป็นที่ตั้งของ Faneuil Hall และมักมีกิจกรรมเกิดขึ้นเสมอในย่านนี้ของเมือง 
  • East Boston คือย่านที่มีชีวิตชีวาและมีริมแม่น้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เคยเป็นศูนย์กลางในการต่อเรือและเป็นย่านของผู้อพยพ โดยสามารถสังเกตความหลากหลายได้จากร้านอาหารหลากหลายสัญชาติที่ตั้งอยู่ในย่านนี้ ผู้อพยพส่วนใหญ่คือชาวอเมริกันอิตาเลียน ผู้ที่มาจากอเมริกากลางและใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ East Boston เป็นที่ตั้งของห้องสมุดสาขาแห่งแรกของประเทศ (Nation’s First Branch Library) มีสนามบิน Logan Airport บ้านในละแวกนี้จะผสมผสานความเก่าและความใหม่ ผู้อยู่อาศัยจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพริมน้ำของเส้นขอบฟ้าที่อยู่ตรงข้าม Boston Harbor และสามารถชมชายหาดที่สวยงามได้ด้วย
  • Fenway-Kenmore คือย่านที่สดใสและมีกิจกรรมมากมาย ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นที่ตั้งของสนาม Fenway Park และทีม Red Sox และสถานที่ทางวัฒนธรรมอย่างเช่น Museum of Fine Arts และ Symphony Hall นอกจากนั้นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของประเทศก็ตั้งอยู่ที่นี่ โรงเรียนนั้นคือ Boston Latin School และยังมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาอีกหลายแห่งตั้งอยู่ที่เมืองนี้ นักเรียนและคนวัยหนุ่มสาวจะชอบคลับที่ตั้งอยู่บนถนน Lansdowne Street มาก
  • Hyde Park คือย่านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกของเมืองที่อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบชานเมือง Hyde Park เป็นย่านทางตอนใต้สุดของบอสตัน บริเวณใกล้เคียงถูกผนวกเข้ากับเมืองในปี ค.ศ. 1912 มีแม่น้ำ Neponset River ไหลผ่านใจกลางเมือง มีร้านค้าและร้านอาหารมากมายในละแวกใกล้เคียง มีสนามกอล์ฟ The George Wright Golf Course เป็นหนึ่งในสองสนามสาธารณะในพื้นที่ ชาวเมืองจะแห่กันไปที่สนามกอล์ฟนี้ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
  • Jamaica Plain คือย่านที่มีความหลากหลายและมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากที่สุดแห่งหนึ่งของบอสตัน คนท้องถิ่นเรียก Jamaica Plain ว่า “JP” เป็นย่านชานเมืองสุดคลาสสิกที่กลายเป็นย่านที่มีพลวัตที่สุดแห่งหนึ่งของบอสตัน เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเยี่ยมชม ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง รับประทานอาหารและใช้ชีวิตตลอดทั้งปี เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายตั้งอยู่ เช่น Emerald Necklace, Arnold Arboretum, Franklin Park และ Jamaica Pond
  • Mattapan คือย่านที่มีชีวิตชีวามีวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีธุรกิจที่ผู้อพยพเป็นเจ้าของ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1600 Mattapan เริ่มเป็นชุมชนของชนพื้นเมืองอเมริกันที่รู้จักกันในชื่อชนเผ่า Mattahunt และในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ผู้อพยพที่เดินทางอยู่ใน New England อย่างชาวไอริช ชาวยิวและชาวเฮติพบว่าย่านนี้เป็นสถานที่ที่น่านั่ง ปัจจุบัน Mattapan เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวแอฟริกันอเมริกันและแคริบเบียนขนาดใหญ่
  • Mid-Dorchester คือพื้นที่เล็กๆ ของย่านที่ใหญ่ที่สุดของเมืองบอสตัน เป็นย่านที่กำลังนำการพัฒนาใหม่ๆ มาสู่พื้นที่รวมถึงที่อยู่อาศัยและโอกาสทางอุตสาหกรรมและการค้าขนาดเล็ก ด้วยการพัฒนาของรถไฟสาย Fairmount และ Indigo ทำให้ตอนนี้สามารถเข้าถึงงานและเขตพื้นที่ทางการเงินในตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย
  • Mission Hill คือหนึ่งในย่านที่สะดวกและหลากหลายมากที่สุดของบอสตัน บ้านในละแวกนี้จะมีความหลากหลาย ตั้งแต่คอนโดใหม่ ห้องแถวอิฐ และบ้านสามชั้นทำให้ย่านนี้เป็นสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม และเป็นที่ตั้งของ Mission Church ชุมชนนี้เป็นที่ตั้งของประชากรชาวแอฟริกันอเมริกันและฮิสแปนิก (โปรตุเกส-สเปน) จำนวนมาก นักศึกษาที่วิทยาลัยใกล้เคียงชอบความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตที่นี่
  • North End คือหนึ่งในย่านที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในเมืองบอสตัน เป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาลีในเมือง เป็นย่านแคบๆ แต่มีชีวิตชีวา North End มีร้านอาหารที่ดีที่สุดและคาเฟ่เก่าแก่อีกหลาย แห่ง มีลานสเก็ตและสนามเบสบอลหลายสนาม มีสระว่ายน้ำสำหรับวัยรุ่นและครอบครัวอย่าง The Mirabella Pool ที่เป็นสระเปิดให้ว่ายน้ำในช่วงฤดูร้อน
  • Roslindale คือย่านที่มีธรรมชาติที่สวยงามและมีเสน่ห์ ผู้คนที่อาศัยอยู่ Roslindale เรียกย่านนี้ว่า สวนชานเมือง ของบอสตัน เพราะมีธรรมชาติที่งดงาม มี Arnold Arboretum ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาด 265 เอเคอร์หรือประมาณ 670 ไร่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Emerald Necklace บ้านในยุคล่าอาณานิคมหลายแห่งในพื้นที่ ปัจจุบันเป็นคอนโดที่รองรับประชากรที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของเมือง Roslindale Village เป็นย่าน Main Street ดั้งเดิม มีแหล่งช็อปปิ้งและรับประทานอาหารที่มีชีวิตชีวาพร้อมร้านค้าและบิสโตรที่มีเอกลักษณ์ ตัวเมืองอยู่ห่างออกไปโดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีส้ม MBTA และ Commuter Rail
  • Roxbury คือย่านประวัติศาสตร์ที่ถูกพาเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นอดีตย่านเกษตรกรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของ Shirley Eustis House เป็นบ้านในชนบทแห่งเดียวที่เหลืออยู่ในประเทศที่ผู้ว่าการอาณานิคมของอังกฤษ (British Royal Colonial Governor) สร้างขึ้น Blue Hill ถูกเปลี่ยนจาก ถนนที่เต็มไปด้วยที่ว่างมากมายไปสู่ย่านธุรกิจที่คึกคัก เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของอดีตนายกเทศมนตรี Thomas M. Menino
  • South Boston คือย่านในเมืองที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์และประเพณี South Boston เป็นที่ตั้งของ Dorchester Heights (ดอร์เชสเตอร์ไฮท์ส) และเนินเขาอื่น ๆ ที่กองทัพของจอร์จวอชิงตันตั้งปืนใหญ่เพื่อบังคับให้อังกฤษออกจากบอสตันในปี ค.ศ. 1776 ปืนใหญ่ถูกลากจากป้อมไทคอนเดอโรกา (Fort Ticonderoga) โดย Henry Knox และ Dorchester Heights ปัจจุบันกลายเป็นอุทยานแห่งชาติ
  • South End คือย่านใจกลางบอสตันที่มีบางอย่างสำหรับทุกคน South End เป็นย่านที่มีความเป็นสากลอย่างแท้จริง ห่างจากย่าน Downtown และ Back Bay เพียงไม่กี่นาทีและเพิ่งกลายเป็นย่านยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมือง ย่านนี้ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนเกย์และเลสเบี้ยน ถนนสายหลักของย่านคือ Tremont Street, Columbus Avenue และ Mass Avenue ที่ย่านนี้นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นอาคารอิฐสีน้ำตาลสไตล์วิคตอเรียอันเป็นเอกลักษณ์และมีชื่อเสียง และจะพบกับธุรกิจขนาดเล็กมากมายในโครงการ Washington Gateway Main Streets และมีสวนสาธารณะเกือบ 30 แห่งตั้งอยู่ในพื้นที่นี้รวมทั้งชุมชนศิลปะที่เฟืองฟูและร้านอาหารดีๆ อีกมากมาย
  • West End คือย่านเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์ผสมผสานระหว่างบอสตันเก่าและใหม่ เป็นย่านที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและมีชีวิตชีวา เป็นที่ตั้งของสถาบันที่มีชื่อเสียงในบอสตันรวมถึง Massachusetts General Hospital และ TD Garden ด้วยชุมชนธุรกิจที่คึกคักและประชากรที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น West End จึงเป็นย่านธุรกิจที่กำลังมาแรงในบอสตัน
  • West Roxbury คือย่านชุมชนชานเมืองที่เป็นมิตรในบอสตัน อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของบอสตัน ปัจจุบันผู้คนรู้จักพื้นที่ใกล้เคียงแห่งนี้ว่าเป็นย่านที่มีโครงการและกิจกรรมเพื่อพลเมืองและเยาวชน West Roxbury มีกลิ่นอายชานเมืองที่มีถนนที่มีต้นไม้เรียงรายและมีบ้านเดี่ยวอยู่อาศัยเป็นครอบครัวมากมาย ย่านนี้เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนยูโทเปียทดลอง นักเขียนที่มีชื่อเสียงมักจะแวะเข้ามาเยี่ยมชมย่านนี้ นักเขียนที่เคยมาที่นี่ ได้แก่ Ralph Waldo Emerson, Nathaniel Hawthorne และ Henry David Thoreau Centre Street เป็นย่านธุรกิจหลัก มีร้านอาหารธนาคารและร้านค้า Millennium Park ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกฝังกลบ ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ปัจจุบันผู้อยู่อาศัยเพลิดเพลินไปกับพื้นที่กว่า 253 ไร่ที่กลายเป็นสนามบอลและพื้นที่ปิกนิก
  • Wharf District คือย่านที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงโครงการขุดขนาดใหญ่ หรือ “Big Dig Project” โดยมีการรื้อถอน Central Artery และสร้าง Greenway ขึ้นมา มีพื้นที่ Financial-Town Cove รวมกับ Waterfront-Wharfs เป็นชุมชนที่มีความสนใจ เป้าหมายและสถาปัตยกรรมร่วมกัน ประวัติศาสตร์ของพื้นที่จะเริ่มไปตั้งแต่ยุคอาณานิคม บริเวณใกล้เคียงมีธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กรวมถึงสถาบัน เช่น New England Aquarium 

ประมาณค่าใช้จ่ายด้านที่พัก

รายการ

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (USD)

ค่าที่พักขนาด 85 ตร.ม. ตกแต่งพร้อมอยู่ในเขตเศรษฐกิจ

$3,095

ค่าที่พักขนาด 85 ตร.ม. ตกแต่งพร้อมอยู่ในเขตธรรมดา

$2,630

ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน (น้ำ ไฟ แก๊ส) สำหรับ 2 คนในพื้นที่ 85 ตร.ม.

$137

ค่าที่พักขนาด 45 ตร.ม. ตกแต่งพร้อมอยู่ในเขตเศรษฐกิจ

$2,714

ค่าที่พักขนาด 45 ตร.ม. ตกแต่งพร้อมอยู่ในเขตธรรมดา

$1,819

ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน (น้ำ ไฟ แก๊ส) สำหรับ 1 คนในพื้นที่ 45 ตร.ม.

$119

ค่าอินเตอร์เน็ต 8 mbps

$54

ค่าซักรีด 3 liter – 100 oz.

$11

4. ค่าครองชีพเมืองบอสตัน อยู่บอสตัน 1 เดือน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

เมื่อน้องๆ ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนและการเลือกที่พักอาศัย รวมถึงย้านที่เหมาะสำหรับพักอาศัยของน้องๆ มาแล้ว ตอนนี้น้องๆ สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมในการมาเรียนต่อที่บอสตันได้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ค่าใช้จ่ายก็เป็นเพียงแค่ประมาณการเท่านั้น น้องๆ แต่ละคนวางแผนค่าใช้จ่ายที่แตกต่างจากนี้ได้ตามไลฟ์สไตล์ของน้องๆ แต่ละคนเลยค่ะ ข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางให้น้องๆ และผู้ปกครองได้เตรียมตัวและเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการวางแผนเท่านั้น

ค่าอาหาร

รายการ

ค่าใช้จ่าย (USD)

ค่าอาหารกลางวัน หนึ่งมื้อ รวมเครื่องดื่มในเขตเศรษฐกิจ

$16

ค่าอาหาร Combo Meal ในร้านฟาสต์ฟู้ดส์ เช่น เมนู Big Mac

$9

ค่าอกไก่ไร้กระดูก 500 กรัม

$4.68

ค่านม 1 ลิตร

$0.95

ค่าไข่ไก่ขนาดใหญ่ จำนวน 12 ฟอง

$2.76

ค่ามะเขือเทศ 1 กิโลกรัม

$7

ค่าชีทท้องถิ่น 500 กรัม

$8

ค่าขนมปังสำหรับ 2 คนในหนึ่งวัน

$2.35

มีร้านอาหารไทยมากกว่า 70 ร้านอยู่ในบอสตัน

หากน้องๆ คิดถึงอาหารไทยในบอสตัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัดกะเพรา ผัดไท ต้มยำกุ้ง ส้มตำ ยำวุ้นเส้น แกงเขียวหวาน คั่วกลิ้ง ปูผัดผงกะหรี่ ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม น้องๆ ไม่ต้องกังวลเลยว่าการหาอาหารไทยรับประมาณจะเป็นเรื่องยาก เพราะยังมีร้านอาหารไทยและอาหารเอเชียอีกมากมายตั้งอยู่ในเมืองบอสตัน เช่น

ค่าการดูแลและอนามัยส่วนบุคคล

รายการ

ค่าใช้จ่าย (USD)

ค่ายาแก้ไข้ สำหรับ 6 วัน เช่น ไทลินอล, Frenadol, Coldrex

$9

ค่ายาปฏิชีวนะ 1 กล่อง (12 แผง)

$11

ค่าไปพบแพทย์ส่วนตัว (15 นาที)

$165

ค่าผ้าอนามัยแบบสอด 1 กล่อง (32 ผืน) เช่น ยี่ห้อ Tampax, o.b.

$8

ค่าโรลออนระงับกลิ่นกาย

$4.26

ค่าแชมพูสระผม 2 in 1

$5.49

ค่ากระดาษชำระ (ทิชชู่) จำนวน 4 ม้วน

$3.65

ค่ายาสีฟัน

$2.32

ค่าสันทนาการ

รายการ

ค่าใช้จ่าย (USD)

ค่าตั๋วชมภาพยนตร์ 2 ใบ

$26

ค่าคอ็กเทล 1 แก้วในเขตเมือง

$14

ค่ากาแฟคาปูชิโน่ 1 แก้วในเขตพื้นที่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่

$4.98

ค่าเบียร์ ขนาด 500 มล.

$6

ค่าสมาชิกยิม 1 เดือนในเขตเศรษฐกิจ

$87

ค่าขนส่งสาธารณะ

รายการ

ค่าใช้จ่าย (USD)

ค่าน้ำมัน 1 ลิตร

$0.63

ค่าตั๋วโดยสารสาธารณะ 1 เดือน

$89

ค่าแท็กซี่ ระยะ 8 กิโลเมตร

$18

ตัวอย่างประมาณการค่าครองชีพ 1 เดือนในบอสตัน

รายการ

ประมาณการค่าใช้จ่าย

ต่อเดือน (USD)

ประมาณการค่าใช้จ่าย

ต่อเดือน (THB)

อพาร์ทเมนท์ ขนาด 1 ห้องนอกเมือง

$1,486

46,066

ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน (ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเก็บขยะ ค่าเครื่องทำความร้อน/เย็น)

$119

3,689

ค่าขนส่งสาธารณะ (Monthly Pass)

$90

2,790

ค่าอาหาร

$435.78

13,510

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

$430

13,330

รวมประมาณการค่าใช้จ่ายต่อเดือน

$2,560.78

79,384

หมายเหตุ:

  • คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน 1 USD มีค่าประมาณ 31 บาท
  • ค่าใช้จ่ายข้างต้น เป็นการประมาณโดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเท่านั้น น้องๆ อาจจะประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการเลือกที่พักที่ราคาถูกกว่า หรือเลือกแชร์ที่พักกับเพื่อน อยู่ห่างย่านเศรษฐกิจหรือชาวต่างชาติออกไปอีก หรืออาจประหยัดกว่านี้โดยการทำอาหารรับประทานเอง

5. เมืองบอสตัน มีสภาพอากาศที่อบอุ่น

ที่บอสตัน หน้าร้อนจะมีอากาศที่อบอุ่น และในหน้าหนาวจะมีอากาศที่หนาวเย็นและแห้ง บอสตันมีเมฆบางส่วนปกคลุมตลอดทั้งปี และอุณหภูมิทั้งปีก็จะแตกต่างกันไปตั้งแต่ 23 °F หรือ -5 °C ถึง 82 °F หรือ 27 °C และแทบจะไม่ต่ำกว่า 9 °F หรือ -12 °C หรือสูงกว่า 91 °F หรือ 32 °C เลย

  • ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – ต้นเดือนมิถุนายน โดยทั่วไปจะเริ่มอากาศหนาวและมักมีลมแรง
  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม จะมีอากาศอบอุ่นและมีแดดร้อนจัดและชื้นมาก หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของเดือนมิถุนายนที่อากาศจะเย็นและมีฝนตก
  • ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน – พฤศจิกายน คือช่วงเวลาที่อากาศของบอสตันจะดีมาก กลางคืนจะมีอุณหภูมิที่เย็นและกลางวันจะมีแสงแดดจ้า บางปีมีหิมะตกในเดือนพฤศจิกายนหรือปลายเดือนตุลาคม
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ กลางวันจะมีอากาศหนาวและกลางคืนจะอากาศหนาวยิ่งกว่าจุดเยือกแข็ง บางพื้นที่มีหิมะตกแต่บางพื้นที่ก็ไม่มีหิมะเลย

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปเที่ยวบอสตัน คือ ช่วงปลายเดือนกันยายน – กลางเดือนพฤศจิกายน เพราะมีสภาพอากาศที่อบอุ่น

6. เมืองบอสตัน เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

หากสนใจประวัติศาสตร์การปฏิวัติของสหรัฐอเมริกา การไปเยือน Freedom Trail หรือเส้นทางเดินแห่งอิสรภาพคือสถานที่ที่ควรไปเยือน เพราะเป็นถนนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 250 ปีและสองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารโบราณและสถานที่ท่างประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น Massachusetts State House, Park Street Church, Granary Burying Ground, Benjamin Franklin Statue and Former Site of Boston Latin School, Old State House และ Bunker Hill Monument และยังสามารถไปเยือน Boston Common ซึ่งถือเป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐ บอสตันยังเป็นเจ้าภาพจัดงานดนตรีระดับโลก งานเต้นรำและที่ตั้งโรงภาพยนตร์ระดับโลกอีกมากมาย มีพิพิธภัณฑ์ที่สวยงาม งานเทศกาลที่สดใสที่แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของบอสตัน

เมืองบอสตันมีเทศกาลที่น่าสนใจมากมาย

เทศกาล Head of The Charles Regatta

คือเทศกาลแข่งขันพายเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้น 2 วันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในบอสตัน และมีนักกีฬาพายเรือจากทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 11,000 คน เข้าร่วมแข่งขันในเทศกาลนี้

เทศกาล Boston Calling Music Festival

คือเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้น 3 วัน และมี 2 เวที เป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีสดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเทศกาลจัดขึ้นที่ Harvard Sports Complex ผู้เข้าร่วมชมงานสามารถสนุกสนานกับเวที การแสดง อาหารและกิจกรรมอีกมากมาย โดยมีการจำหน่ายตั๋ว VIP สำหรับ 3 วัน และ 1 วันให้ผู้เข้าชมงานด้วย โดยปกติแล้วคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นในช่วง Memorial Day Weekend ซึ่งเป็นการเริ่มคอนเสิร์ตฤดูร้อนที่ไม่เป็นทางการของบอสตัน

เทศกาล Boston First Night First Day

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 Boston First Night Day ถือเป็นการเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าของการแสดงทางศิลปะและความมหัศจรรย์ของเทศกาลในเดือนธันวาคม อีกทั้งยังเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับประเพณีที่ยอดเยี่ยมของบอสตันนี้ เทศกาลนี้จึงเปิดให้เข้าร่วมฟรีและเป็นเทศกาลที่เหมาะสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย

เมืองบอสตัน เป็นเมืองแห่งกีฬา

ผู้ที่เป็นแฟนกีฬาจะสามารถนึกถึงชื่อทีมกีฬาที่มีชื่อเสียงมากมายในบอสตัน อย่างเช่น Boston Red Sox (Baseball), Boston Celtics (Basketball), New England Patriots (American Football), Boston Bruins (Ice Hockey) เมษายนของทุกปีจะมีนักวิ่งจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันในงานวิ่งมาราธอนที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดในโลกอย่าง Boston Marathon และแน่นอนว่ายังมีงานกีฬาน่าตื่นเต้นอีกมากมายที่ถูกจัดขึ้นที่บอสตันเสมอ

7. เรียนต่อบอสตัน สามารถทำงานระหว่างเรียนได้ด้วย

นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่ในอเมริกาที่ถือวีซ่า F-1 อนุญาตให้ทำงานในอเมริกาได้ โดยจะต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน DSO (Designated School Officials) ซึ่งหนึ่งในผู้กำกับดูแลนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก รวมถึงนักเรียนแลกเปลี่ยน ทำหน้าที่ในการติดต่อ ประสานงานสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การเสนอชื่อโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง SEVP อัปเดทข้อมูลนักเรียน ให้คำแนะนำนักเรียน ภายใต้เงื่อนไขโดย United States Citizenship and Immigration Service (USCIS)

อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของวีซ่านักเรียน F-1 คือ อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่า มาเรียนและอาศัยอยู่ในอเมริกาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง การทำงานระหว่างเรียน เป็นเพียงสิทธิ์ที่ผู้ถือวีซ่านักเรียน F-1 สามารถขอได้ และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมาย และไม่แนะนำให้ผู้ถือวีซ่านักเรียน F-1 ทำผิดกฏหมายใดๆ ถ้าหากถูกจับจะโดนยกเลิกวีซ่า โดนส่งกลับประเทศ ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย หรือโดนแบนห้ามเข้าประเทศอเมริกา นอกจากนี้ ยังทำให้นักศึกษารุ่นหลังๆ ที่ตั้งใจไปเรียนต่ออเมริกาจริงๆ ขอวีซ่าลำบากขึ้นด้วย

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานระหว่างเรียน สำหรับวีซ่านักเรียนอเมริกา F-1

ค่าแรงขั้นต่ำในสหรัฐอเมริกาเท่าไหร่ ?

ค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง คือ $ 7.25 ต่อชั่วโมง ซึ่งได้รับการกำหนดโดย Fair Labor Standards Act (FLSA) โดยจะได้มากกว่า หรือน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทงานที่ทำ และกฏหมายค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละรัฐที่กำหนด โดยเมือง Emeryville รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเมืองที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุด อยู่ที่ $16.84 ต่อชั่วโมง รองลงมาคือ เมืองซีแอตเทิล ที่มีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ $16.69 ต่อชั่วโมง และรัฐที่มีค่าแรงขั้นต่ำกำหนดสูงที่สุดคือ รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ $14.00 ต่อชั่วโมง

ค่าแรงขั้นต่ำของรัฐแมตซาชูเซ็ตส์ ที่ตั้งของเมืองบอสตัน คือ $13.50 ต่อชั่วโมง และทิปขั้นต่ำของพนักงานบริการในรัฐ คือ $5.55 หมายความว่าในการทำงานบริการหนึ่งชั่วโมง ทึ่ค่าแรงขั้นต่ำ $13.50 พนักงานจะได้รับทิปรวมในค่าแรง $5.55 หากทิปที่รวมในค่าแรงแล้วได้ไม่ถึงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ขั้นต่ำ นายจ้างจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าส่วนต่างที่เหลือให้กับพนักงาน

เมือง/รัฐ

ค่าแรงขั้นต่ำ (USD) / ชั่วโมง

ค่าทิปขั้นต่ำ (USD) / ชั่วโมง

(รวมในค่าแรง)

Boston, Massachusetts

$13.50

$5.55

Chicago, Illinois

$13.50

$8.10

Los Angeles, California

$15.00

รัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้มีกำหนดทิปขั้นต่ำ

New York, New York

$15.00

$7.50

San Francisco, California

$16.07

รัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้มีกำหนดทิปขั้นต่ำ

Washington DC, District of Columbia

$15.00

$5.00

Atlanta, Georgia

$7.25

$2.13

San Diego, California

$14.00

รัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้มีกำหนดทิปขั้นต่ำ

Pittsburgh, Pennsylvania

$7.25

$2.83

Philadelphia, Pennsylvania

$7.25

$2.83

 


ตอนนี้น้องๆ ก็มีข้อมูลเบื้องต้นสำหรับเมืองบอสตัน รวมถึง ค่าครองชีพ ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่บอสตัน และการทำงานในสหรัฐอเมริกาแล้วนะคะ สำหรับ น้องๆ ที่กำลังวางแผนจะเรียนต่อที่บอสตัน หรือเมืองอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษากับ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายได้เลยค่ะ


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    แหล่งที่มา:

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.