สารบัญบทความ

ทำความรู้จักกับ Community College


น้องๆ หลายคน ที่อยากเข้าเรียนต่อปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยในอเมริกา อาจมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ผลคะแนนภาษาอังกฤษ ไม่ถึงเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด ไม่มีผลสอบ SAT, ACT, GMAT, GRE นอกจากนี้ เกรดเฉลี่ย GPA ของ ม.ปลาย ก็สำคัญเช่นเดียวกัน มหาวิทยาลัยบางแห่งในอเมริกา รับนักศึกษาเกรดเฉลี่ย GPA 3.0 – 3.5 ซึ่งหากใครเกรดเฉลี่ยไม่ถึง ก็จะทำให้พลาดโอกาสไป หรือบางครั้ง ผู้สมัคร มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว แต่กลับโดนปฏิเสธใบสมัครเรียน เนื่องจาก มีผู้สมัครอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติสูงกว่า 

หากประสบปัญหาดังกล่าว Community College สามารถช่วยให้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอเมริกาได้ เนื่องจากข้อกำหนดการรับสมัครเข้าเรียนยืนหยุ่น หรือหากไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ หรือคะแนนภาษาอังกฤษไม่ตรงตามเกณฑ์ที่ทางสถาบันกำหนด ยังมีหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษให้เรียนด้วย และค่าใช้จ่าย ถูกกว่าเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเกือบ 50% เลยทีเดียว โดยหลักสูตรที่เปิดสอนใน Community College จะเป็นหลักสูตรอนุปริญญา หรือ Associate Degree ระยะเวลาเรียน 2 ปี หลังจากเรียนจบ สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนชั้นปี 3 ของมหาวิทยาลัยได้ด้วย หรือที่รู้จักกันในชื่อโปรแกรม 2+2 ซึ่งในช่วง 2 ปีแรก ที่เรียนใน Community College จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร Certificate ให้เลือกเรียนด้วย 

นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ จากหลายประเทศ เลือกเรียนหลักสูตร Associate Degree จาก Community College ก่อนที่จะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักว่า Community College คืออะไร หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ Community College มาให้ในบทความนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

Community College คืออะไร?

Community College คือ สถาบันการศึกษาประเภทหนึ่ง ในสหรัฐอเมริกา อาจเรียกได้หลายแบบ เช่น Junior College, Technical College, 2 Year College หรือ City College ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 1,050 แห่งทั่วอเมริกา กระจายอยู่ทุกรัฐ เปิดสอนในระดับอนุปริญญาตรี Associate Degree ใช้ระยะเวลาเรียน 2 ปี หลังสำเร็จการศึกษา นักศึกษาจะเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนมหาวิทยาลัย โดยสามารถเทียบโอนเข้าชั้นปีที่ 3 ได้ด้วยโปรแกรม 2+2 ซึ่งหมายความว่า ผู้เรียนสามารถเข้าเรียน Community College หลักสูตรอนุปริญญาตรี Associate Degree 2 ปี และเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย University หลักสูตปริญญาตรี Bachelor Degree 2 ปี หลักสูตรที่ได้รับความนิยมใน Community College คือ หลักสูตร Business, Computer Science, Computer Graphics, Information Technology, Hotel Management, Psychology, Accounting, Early Childhood  และ Nursing

Community College สอนอะไรบ้าง?

Community College เปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลาย สำหรับนักศึกษาต่างชาติ หลักสูตรยอดนิยมได้แก่หลักสูตร Certificate (เรียนประมาณ 1 ปีการศึกษา) และหลักสูตร Associate Degree (เรียน 2 ปีการศึกษา) ซึ่งหากสำเร็จหลักสูตร Associate Degree สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อปี 3 ในมหาวิทยาลัยได้เลย หรือทำความำเข้าใจง่ายๆ การเรียนหลักสูตร Associate Degree ที่ Community College เปรียบเสมือนเรียนปี 1 – 2 ในมหาวิทยาลัย เพียงแต่ค่าใช้จ่ายประหยัดกว่า และนักเรียนต่างชาติสามารถปรับตัวได้ง่ายกว่า

สำหรับเนื้อหาการเรียนการสอน ในหลักสูตร Associate Degree ใน Community College มีเนื้อหา และหลักสูตรเช่นเดียวกันกับที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดสอน ยกตัวอย่าง Community College of Philadelphia เป็นวิทยาลัยเตรียมอุดมศึกษา ในสาขาวิชาศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย โดดเด่นทางด้าน Architecture and Construction, art, design and media, business and technology, health care, law and public service, liberal arts, science และ social and human services

หลักสูตร Certificate ที่เปิดสอน
  • Accounting Paraprofessional
  • Acting
  • Architectural Visualization
  • Automotive Service 
  • Biomedical Equipment Technology 
  • Computer Programming and Software Development
  • Creative Writing
  • Culinary Arts 
  • Cybersecurity 
  • Digital Imaging
  • Digital Video Production
  • Early Childhood Education
  • Electronic Discovery
  • Energy Conservation
  • Entrepreneurship
  • Fire Science and Public Safety
  • Geographic Information Systems
  • Human Services
  • Medical Assistant
  • Medical Insurance Billing
  • Music Production
  • Network and Systems Administration
  • Ophthalmic Technician
  • Paralegal Studies
  • Patient Service Representative
  • Post-Baccalaureate Accounting
  • Process Technology
  • Recovery and Transformation
  • Recovery Leadership
  • Technical Theater
  • Web Development
หลักสูตร Associate Degree (2-Year Program) ที่เปิดสอน
  • Accounting
  • American Sign Language/English Interpreting
  • Applied Science and Engineering Technology
  • Architecture
  • Art and Design
  • Automotive Technology
  • Behavioral Health/Human Services
  • Biology
  • Biology Honors
  • Building Science
  • Business – Accelerated
  • Business – General
  • Chemistry
  • Communication Studies
  • Computer Information Systems – Information Technology
  • Computer Science
  • Construction Management
  • Culinary Arts
  • Cybersecurity
  • Dental Hygiene
  • Diagnostic Medical Imaging
  • Digital Forensics
  • Digital Video Production
  • Education: Early Childhood (Birth to 4th Grade)
  • Education: Middle Level (4th to 8th Grades)
  • Education: Secondary Humanities/Social Studies Education Option
  • Education: Secondary Math/Science Option
  • Engineering Science
  • English
  • Facility Management – Construction Option
  • Facility Management – Design Option
  • Fire Science
  • Health Care Studies
  • Health Services Management
  • Hospitality Management
  • Interior Design
  • International Studies
  • Justice
  • Liberal Arts
  • Liberal Arts – Social/Behavioral Science
  • Mass Media
  • Mathematics
  • Medical Laboratory Technician
  • Music Performance
  • Network Technology Management and Administration
  • Nursing
  • Paralegal Studies
  • Photographic Imaging
  • Psychology
  • Religious Studies
  • Respiratory Care Technology
  • Sound Recording and Music Technology
  • Technical Studies
  • Theater

ASSOCIATE DEGREE คืออะไร?

Associate Degree คือวุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญาตรี ส่วนใหญ่แล้ว เปิดสอนใน Community College, Technical College และ Private College เป็นวุฒิการศึกษาเพื่อเสริมทักษะ ความรู้ และเตรียมพร้อมสำหรับเรียนต่อ หรือทำงานในอนาคต นอกจากนี้ สามารถเทียบโอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น 

โดยทั้งหลักสูตAssociate Degree หรืออนุปริญญาตรี และหลักสูตร Degree ปริญญาตรี จัดเป็นวุฒิ “Undergraduate” เหมือนกัน (หลักสูตร Associate Degree  ไม่ใช่หลักสูตร Foundation) การเรียนการสอนเหมือนกัน เพียงแต่ หลักสูตร Associate Degree มีข้อกำหนดการรับเข้าเรียนที่ยืดหยุ่นกว่า และค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ส่วนใหญ่ ไม่ต้องสอบ SAT, GMAT หรือ GRE ในการเข้าเรียน ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับนักศึกษาต่างชาติอย่างมาก

ประเภทของ ASSOCIATE DEGREE

  1. Associate of Arts (AA)
  2. Associate of Science (AS)
  3. Associate of Applied Arts (AAA)
  4. Associate of Applied Science (AAS)

ข้อควรรู้: ความแตกต่างระหว่าง หลักสูตรปกติ กับหลักสูตรประยุกต์ (Applied) คือ หลักสูตรประยุกต์จะเน้นสำหรับการประกอบอาชีพหลังเรียนจบมากกว่า ในขณะที่หลักสูตรปกติ จะเน้นสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี

ทำไมถึงควรเลือกแผนการเรียนเรียนแบบ 2+2?

การเข้าเรียนปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัย 4 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายในอาชีพชัดเจน ที่จำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาปริญญาตรีโดยเฉพาะ เช่น แพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม นักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดี ไม่มีปัญหาด้านการเงิน และมีคุณสมบัติทางวิชาการ และภาษาอังกฤษ เหนือกว่าผู้สมัครทั่วไป มีความรับผิดชอบ รับความกดดันจากการแข่งขันทางวิชาการได้ การเลือกเรียนมหาวิทยาลัย ถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าหากผู้เรียน ยังไม่ทราบเป้าหมายที่แน่ชัดว่าต้องการประกอบอาชีพในด้านอะไรหลังเรียนจบ การเรียนต่อโดยเริ่มต้นที่ Associate Degree 2 ปี แล้วตามด้วย Bachelor Degree 2 ปี เป็นทางเลือกที่ดีกว่า

มหาวิทยาลัย University ใช้เวลาเรียน 4 ปี โดย 2 ปีแรกจะเน้นเรียนเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป General Education หรือ GEN-ENDS เช่น คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ซึ่งแทนที่จะเรียน 2 ปีแรกใน University นักศึกษาหลายคนจึงเลือกเรียน 2 ปีแรก ใน Community College เพื่อเรียนในสาขาวิชาเฉพาะด้าน หลังจากนั้นถึงเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนชั้นปีที่ 3 ในมหาวิทยาลัย โดย จากสถิติ พบว่า นักศึกษาที่เทียบโอนหน่วยกิตจาก Community College มีผลการเรียนที่อยู่ในเกณฑ์สูงกว่ามาตรฐาน และนักศึกษาต่างชาติที่เรียนโปรแกรม 2+2 ประสบความสำเร็จมากกว่านักศึกษาต่างชาติ ที่เรียน 4 Year University


เหตุผล 7 ข้อ ทำไมควรเลือกเรียน Community College?

1. ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าเข้าเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปีโดยตรง

เหตุผลหลักคือการเข้าเรียน Community College จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเข้าเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกา แต่อยากประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ หลักสูตรการเรียนการสอนของ Community College ไม่ได้แตกต่างอะไรกับการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย University มาก (ถ้าหากไม่ใช่หลักสูตรเฉพาะทาง ที่เปิดสอนเฉพาะมหาวิทยาลัยเท่านั้น) ทั้งหลักสูตรและคุณภาพการศึกษาก็ดีเช่นเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย การเรียนใน Community Colleges มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าอย่างมาก

เปรียบเทียบประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายระหว่างเข้าเรียน 2 YEARS COLLEGE + 2 YEARS UNIVERSITY กับเข้าเรียนตรงกับมหาวิทยาลัย 4 YEARS UNIVERSITY

ค่าเทอมของ มหาวิทยาลัย University เฉลี่ยอยู่ที่ $25,000 ต่อปี สำหรับมหาวิทยาลัยรัฐบาล และเฉลี่ยอยู่ที่ 35,000 ต่อปีสำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน สำหรับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ หรือมหาวิทยาลัยระดับ Top เช่น Ivy League มีค่าใช้จ่ายสูงถึง $60,000 ต่อปี ในขณะที่ค่าเทอมของ Community College เฉลี่ยอยู่ที่ $9,000 – $15,000 ต่อปี ลองศึกษาแผนภูมิด้านล่าง เพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายในการเรียนระดับปริญญาตรี ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยที่เลือกเรียน 

2. เหมาะสำหรับนักเรียนไทย เนื่องจากเงื่อนไขการรับเข้าเรียนที่ยืดหยุ่นกว่า และง่ายกว่า

การสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัย (University) ในอเมริกา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมีการแข่งขันที่สูงมาก ผู้สมัครจะต้องแข่งขันกับผู้สมัครคนอื่นๆ ทั่วโลก ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งรวมถึงผู้สมัครในประเทศด้วย ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัย University of Southern California ผู้สมัครต่างชาติต้องมีคะแนนขั้นต่ำ TOEFL IBT 100 คะแนน หรือ IELTS 7.0 โดยมีผู้สมัคร 64,352 คนในปี 2018 มีผู้ผ่านการคัดเลือกเพียง 8,339 คน (13%) ดังนั้น ถือเป็นสิ่งที่ยากมาก หากจะเข้าเรียนตรงกับมหาวิทยาลัย นอกจากทางมหาวิทยาลัย จะมีข้อตกลงร่วมกันกับวิทยาลัยชุมชน Community College ซึ่งอนุญาตให้ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอนุปริญญาตรี Associate Degree สามารถเทียบโอนหน่วยกิต เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 ได้เลย ถ้าหากมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดการรับเข้าเรียน

วิทยาลัยชุมชน Community College ทุกแห่ง มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งขนาดของวิทยาลัย และหลักสูตรที่เปิดสอน นอกจากนี้ การรับนักศึกษาก็ง่ายกว่าเข้าเรียนตรงกับทางมหาวิทยาลัยอีกด้วย เพียงผู้สมัคร ยื่นเกรดเฉลี่ยของสถาบันเดิม และผลคะแนนภาษาอังกฤษ เช่น TOEFL, IETLS และอื่นๆ ให้กับทาง Community College ประเมิน เพื่อวัดระดับภาษาอังกฤษว่าสามารถฟัง พูด อ่าน และเขียน ภาษาอังกฤษได้ในระดับ Academic ก็สามารถเข้าเรียนได้เลย ไม่จำเป็นต้องสอบ SAT หรือ ACT

คุณสมบัติทั่วไป

  • ในการสมัครเข้าเรียน Community College ส่วนใหญ่แล้ว จะรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ อายุ 17 – 18 ปี เพื่อเข้าเรียน Associate Degree 
  • นอกจากนี้ Community College บางแห่ง ยังเปิดสอนหลักสูตร International High School Completion ซึ่งสามารถเข้าเรียนได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี

คุณสมบัติทางวิชาการ

  • ประกาศนียบัตรมัธยมปลายประเทศไทย (ม.6) เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า GPA 2.00+ 
  • หรือ ประกาศนียบัตรมัธยมนานาชาติ เช่น IB Diploma , A/AS-Level, NCEA หรือประกาศนียบัตรมัธยมนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ
  • หรือ ประกาศนียบัตร GED
  • หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช. ปวศ.
  • หรือ การศึกษานอกระบบ กศน.

คุณสมบัติทางภาษาอังกฤษ

คุณสมบัติทางภาษาอังกฤษ จะแตกต่างกันไปแต่ละวิทยาลัย โดยเบื้องต้น ผู้สมัคร สามารถเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • TOEFL iBT: 71+
  • หรือ IELTS: 6.0+
  • หรือ iTEP: 4.5+
  • หรือ PTE: 54+
  • หรือ Duolingo: 55+
  • หมายเหตุ: สำหรับผู้สมัครต่างชาติ ที่ยังไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษ หรือทักษะภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ทาง Community College ยังมีโปรแกรมสอนภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติ ESL เพื่อช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้พร้อมสำหรับเข้าเรียนต่ออีกด้วย

หลักสูตร International High School Completion คืออะไร?

หลักสูตร International High School Completion คือ การเรียนหลักสูตรมัธยมปลาย (High School Diploma) และหลักสูตรอนุปริญญา (Associate Degree) ไปพร้อมๆ กัน โดยระยะเวลาเรียน 2 ปีเท่ากัน และสามารถเทียบโอนเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกาชั้นปีที่ 3 ได้เช่นเดียวกัน หรือเข้าใจง่ายๆ คือ เรียนมัธยมปลายควบคู่กับการเรียนในหลักสูตรอนุปริญญาไปด้วยกัน หลังจากสำเร็จการศึกษา จะได้รับวุฒิการศึกษา ระดับมัธยมปลาย High School Diploma และ วุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญา Associate Degree พร้อมกัน โดยหลักสูตร International High School Completion สามารถเข้าเรียนได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี หรือผู้ที่ยังไม่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6

International High School Completion เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการเรียนต่อต่างประเทศ แต่ยังเรียนไม่จบ ม.6 หรือผู้สอบวุฒิเทียบ เช่น วุฒิ GED และอยากได้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายเพิ่ม
  • ผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียนมัธยมปลายที่อเมริกา อย่างที่ทราบกันดีว่า การเข้าเรียนต่อโรงเรียนมัธยมปลายนานาชาติที่อเมริกา มีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ปกครองจะต้องสำรองเงินอย่างน้อย 5 – 7 แสนบาท ต่อปีการศึกษา 
  • ผู้ที่ต้องการลดระยะเวลาเรียน อย่างที่กล่าวไปข้างต้น หลักสูตร International High School Completion สามารถเข้าเรียนได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี และเป็นการเรียนควบคู่กับหลักสูตร Associate Degree ดังนั้น เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถเทียบโอนเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในระดับชั้นปี 3 ได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี นั่นหมายความว่า จะเรียนจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี

3. ระดับการศึกษาเดียวกัน การเรียนการสอนเข้มข้น เช่นเดียวกับการเรียนในมหาวิทยาลัย

หลายๆ คนอาจจะสับสนว่า วุฒิการศึกษาอนุปริญญาตรี Associate Degree ไม่ใช่หลักสูตรปริญญาตรี ซึ่ง เป็นความเข้าใจผิด ทั้งวุฒิการศึกษาอนุปริญญา Associate Degree และ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี Bachelor Degree เป็นวุฒิการศึกษาที่อยู่ในระดับการศึกษาเดียวกัน (Undergraduate) แต่ วุฒิการศึกษาอนุปริญญาตรี Associate Degree เป็นส่วนหนึ่งของวุฒิการศึกษาปริญญาตรี Bachelor Degree เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 ได้เลย หรือเท่ากับว่า ผ่านการเรียนในระดับชั้น ปี 1 – 2 มาเรียบร้อยแล้ว

มีหลักสูตรให้เลือกหลากหลาย รวมถึงหลักสูตร STEM ด้วย

ถึงแม้ว่า Community College จะไม่ได้เปิดสอนหลักสูตร Bachelor Degree 4 ปี แต่ Community College เปิดสอนหลักสูตร STEM ด้วย เช่น Biology, Cemistry, Nursing, Information Technology, Engineering ฯลฯ เช่นเดียวกันกับมหาวิทยาลัย อาจารย์ผู้สอนก็มีคุณภาพ และประสบการณ์ เน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงาน

  • หมายเหตุ: STEM เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษของศาสตร์ 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology)  วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)

4. อาจารย์ผู้สอนใส่ใจกับนักศึกษามากกว่า ปรับตัวง่ายกว่า เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

อาจารย์ผู้สอนใส่ใจกับนักศึกษามากกว่า

นักศึกษาไทยส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ผ่านหลักสูตรนานาชาติ มักจะมีปัญหาเรื่องการปรับตัวในรั้วมหาวิทยาลัย หลายๆ คนที่เข้าเรียนตรงกับทางมหาวิทยาลัย มักจะเกิดอาการตื่นตระหนก และอาจารย์ในชั้นเรียนของมหาวิทยาลัย ไม่ได้มาดูแลนักศึกษาทั่วทุกคน เนื่องจากแต่ละชั้นเรียนมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งตรงกันข้ามกับ Community College ชั้นเรียนมีขนาดเล็กกว่า อาจารย์ใส่ใจกับนักศึกษามากกว่า สามารถให้คำปรึกษารายบุคคล มีบริการดูแลนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลด้านวิชาการ และเข้าใจความแตกต่างของวัฒนธรรมเป็นอย่างดี คอยชี้แนะ และ ให้คำแนะนำตลอดเวลา

ปรับตัวง่ายกว่า

นักศึกษาส่วนใหญ่ที่เลือกเรียนใน Community College ส่วนใหญ่แล้ว เป็นนักศึกษาต่างชาติ ที่มีพื้นฐานเดียวกัน ระดับภาษาอังกฤษใกล้เคียงกัน และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร และช่วยเหลือกันและกัน ทำให้นักศึกษาต่างชาติปรับตัวได้ง่ายกว่า หาเพื่อนง่ายกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยโดยตรง

เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

ชั้นเรียนใน Community College มีนักศึกษาเพียง 15 – 30 คน ต่อชั้นเรียน ทำให้ผู้เรียนไม่ประหม่า ลดความตื่นตระหนก เวลาทำงานกลุ่ม หรือพรีเซนท์งาน ซึ่งแตกต่างจากการเรียนในห้องเลกเชอร์ในมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาหลักร้อย ถึงหลักพันคนต่ออาจารย์หนึ่งห้อง  นอกจากนี้หากพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง มีหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษสำหรับเรียนต่อมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติอย่างมาก

5. ทางเลือกเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่สะดวกสบาย โดยการเทียบโอนหน่วยกิต

การเทียบโอนหน่วยกิต คือ การส่งต่อความรู้ก่อนหน้าโดยนับจากหน่วยกิตทางวิชาการ มาเทียบโอนกับหลักสูตรอื่นๆ ในระดับเท่ากันหรือสูงกว่า หากยังไม่เข้าใจ อาจลองเปรียบเทียบกับการศึกษาไทย ที่นำผลการเรียนในระดับ ปวส. มาเทียบโอนเข้ากับรายวิชาในระดับปริญญาตรี กรณีเดียวกันกับที่เรียน Community College ก็จะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ในมหาวิทยาลัย University ได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข และข้อตกลงที่ทาง Community College ได้ทำร่วมกันกับ University

ดังนั้น อันดับแรกก่อนตัดสินใจเลือก Community College คือ ต้องทราบให้แน่ใจก่อนว่าอยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยไหน แล้วค่อยมองหา Community College ที่มีข้อตกลงร่วมกัน นอกจากนี้ Community College บางแห่ง มีการประกันการเทียบโอนหน่วยกิต หรือ Transfer Assurance Guides (TAG) เพื่อรับประกันว่า นักศึกษาจะได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน

นอกจากนี้หากผลการเรียนดีเด่น สามารถขอทุนการศึกษาได้อีกด้วย มีทุนการศึกษามากมายเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติ แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะติดปัญหาตรงเกรดเฉลี่ยไม่ถึงเกณฑ์ นักศึกษามีโอกาสแก้ตัวทำเกรดในขณะที่เรียน Community College เพื่อโอกาสขอทุนเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอนาคต

วางแผนเรียนต่ออเมริกากับทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์

การเทียบโอนหน่วยกิต เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ถึงแม้ทาง Community College และทาง University จะมีข้อตกลงร่วมกัน แต่ถ้าหากเลือกหลักสูตร หรือสาขาวิชาที่ไม่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ ก็จะต้องลงเรียนรายวิชานั้นซ้ำ อาจจะทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย หรือพลาดโอกาสมากมาย หากน้องๆ คนไหนที่สนใจเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกา และต้องการเรียนผ่านโปรแกรม 2+2 เพื่อไม่ให้วางแผนผิดพลาด สามารถสอบถามข้อมูล และทำแผนการเรียนกับทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ได้เลย

โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิกเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

6. ประกาศนียบัตร Associate Degree มีคุณภาพเหมาะสำหรับทั้งเรียนต่อ และหางานทำ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

เมื่อสำเร็จการศึกษาจาก Community College แล้ว จะได้วุฒิอนุปริญญา Associate Degree ซึ่งหากไม่ใช้ในการเทียบโอนหน่วยกิตเพื่อเรียนต่อปริญญาตรี ก็สามารถใช้วุฒิการศึกษานี้ สมัครงานได้เลย โดย จากการรายงานของ American Association of Community Colleges (AACC) เปิดเผยว่า 5 สาขาวิชาที่ได้รับการจ้างงานหลังเรียนจบมากที่สุดคือ Computer Technology, Registered Nursing, Law Enforcement, Licensed Practical Nursing และ Radiology 

แนวโนมสายงานอาชีพขาดแคลนในอนาคต

จากการสำรวมของผู้เชี่ยวชาย College Board พบว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับ Associate Degree ใน Community College ยังคงเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับสายงานอาชีพที่กำลังขาดแคลน และกำลังจะเติบโตมากที่สุดใน 10 ปีข้างหน้าดังนี้

  • Dental Hygienists มีแนวโน้มขาดแคลน 43%
  • Preschool Teacher มีแนวโน้มขาดแคลน 33%
  • Legal Assistants and Paralegals มีแนวโน้มขาดแคลน 30%
  • Computer and Network Support Specialists มีแนวโน้มขาดแคลน 23%
  • Nursing Aides, Attendants and Orderlies มีแนวโน้มขาดแคลน 22%
  • Licensed Vocational and Practical Nurses มีแนวโน้มขาดแคลน 17%
  • Automotive Technicians and Mechanics มีแนวโน้มขาดแคลน 16%
  • Cosmetologists and Hairstylists มีแนวโน้มขาดแคลน 16%

7. เรียน Community College สามารถทำงานระหว่างเรียน และหลังเรียนจบได้ด้วย

นักศึกษาต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 ที่เรียน Community College จะได้สิทธิ์ทำงานระหว่างเรียนด้วยเช่นเดียวกัน โดยในปีแรก นักศึกษาจะต้องทำงานเฉพาะ On-Campus เท่านั้น ส่วนปีที่ 2 นักศึกษาสามารถขอฝึกประสบการณ์ Off-Campus ได้เช่นเดียวกันกับการเรียนในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ โอกาสในการฝึกภาคปฏิบัติ ยังมีมากกว่าอีกด้วย เนื่องจาก Community College หลายแห่ง เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับบริษัท อุตสาหกรรม และยังทำงานใกล้ชิดกับชุมชนโดยตรงอีกด้วย 

หลักสูตรอนุปริญญา Associate Degree สามารถทำงานระหว่างเรียนได้ดังนี้

  • สามารถทำงาน On-Campus หรือ Off-Campus ก็ได้
  • หากเรียน Associate Degree สามารถขอ CPT หรือ OPT ได้ 12 เดือน
  • หากเรียน Associate Degree หลักสูตร STEM สามารถขอ STEM OPT Extension ได้ 24 เดือน รวม 36 เดือน

ตัวอย่าง นาย A เรียนหลักสูตร Business

  • นาย A เรียน Associate Degree สาขาวิชา Business
    • นาย A สามารถขอ OPT ได้ 12 เดือน
  • นาย A เรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรีสาขา Bachelor of Business
    • นาย A สามารถขอ OPT เพิ่มได้อีก 12 เดือน
  • หากนาย A เรียนต่อหลักสูตรปริญญาโทสาขา Master of Business
    • นาย  A สามารถขอ OPT เพิ่มได้อีก 12 เดือน
  • สรุป นาย A ได้ฝึกประสบการณ์การทำงานระหว่างเรียน และหลังเรียนจบ 36 เดือน (3 ปี)

ตัวอย่าง นางสาว B เรียนหลักสูตร Nursing (STEM)

  • นางสาว B เรียน Associate Degree สาขาวิชา Nursing
    • นางสาว B สามารถขอ OPT ได้ 12 เดือน
    • นางสาว B เรียนหลักสูตร STEM สามารถขอ STEM OPT Extension ได้อีก 24 เดือน
  • นางสาว B เรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรีสาขา Bachelor of Nursing
    • นางสาว B สามารถขอ OPT เพิ่มได้อีก 12 เดือน
    • นางสาว B เรียนหลักสูตร STEM สามารถขอ STEM OPT Extension ได้อีก 24 เดือน
  • หากนางสาว B เรียนต่อหลักสูตรปริญญาโทสาขา Master of Nursing
    • นางสาว B สามารถขอ OPT เพิ่มได้อีก 12 เดือน
  • สรุป นางสาว B ได้ฝึกประสบการณ์การทำงานระหว่างเรียน และหลังเรียนจบได้สูงสุด 84 เดือน (7 ปี)

คลิก เพื่อศึกษาเงื่อนไขการทำงานระหว่างเรียนของวีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 อย่างละเอียด

แนะนำโครงการ American Honors Program เรียน 2 YEAR COLLEGE + 2 YEAR TOP UNIVERSITY ประหยัดค่าใช้จ่าย มีทุนการศึกษา วุฒิ GED สมัครได้

โครงการ American Honors เป็นโครงการสำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ มีทักษะและความสามารถที่โดดเด่น แต่ไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยในฝัน TOP University ของสหรัฐอเมริกาได้โดยตรง เนื่องจากเหตุผลด้านใดด้านหนึ่ง โดยโครงการ American Honors Program นี้ จะช่วยให้นักเรียนได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ TOP University ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League ได้

ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน จะได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ตอนแรกที่ก้าวถึงวิทยาลัย โดยการเริ่มต้นวางแผนการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในฝัน ขั้นตอนการเทียบโอนหน่วยกิต แผนการเรียนที่สามารถใช้ได้จริง ผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์ที่ปรึกษา

  • ทำให้การเทียบโอนหน่วยกิตเป็นเรื่องง่าย ชั้นเรียนออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด และประเมินผลการเรียนทุกเทอม เพื่อให้การโอนย้ายหน่วยกิตเป็นไปอย่างราบรื่น
  • ให้คำปรึกษาแบบตัว-ต่อ-ตัว ให้คำปรึกษาทุกขั้นตอนในกระบวนการเทียบโอนหน่วยกิต มีแหล่งข้อมูลที่นำเสนอเกี่ยวกับกระบวนการโอนย้ายหน่วยกิต ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ขั้นตอนและรายละเอียดทั้งหมด
  • American Honors National Transfer Network มีข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 65 แห่ง ทั่วสหรัฐอเมริกา รวมมหาวิทยาลัย Top ระดับโลก และมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League การันตีการเข้าเรียนต่อ และทุนการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับโครงการ

คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ American Hornors Program เรียน 2 Year College + 2 Year Top University 

แนะนำ 10 Community College คุณภาพสูง และเป็นที่นิยมสำหรับเด็กไทย

Community College มีทั้งหมด 941 แห่ง ทั่วทุกรัฐในสหรัฐอเมริกา ในบทความนี้ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ขอยกตัวอย่าง Community 10 แห่ง ที่เป็นที่นิยมของเด็กไทย และประสบความสำเร็จทั่วโลก หากน้องๆ คนไหน ที่สนใจเรียนต่อ Community College นอกเหนือจากที่ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ยกตัวอย่างมา สามารถสอบถามรายละเอียด และข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

1. State Technical College of Missouri รัฐมิสซูรี

วิทยาลัยเทคนิคแห่งรัฐมิสซูรีมีชื่อย่อว่า Local Tech เป็นโรงเรียนเทคนิคสาธารณะในเมืองลินน์รัฐมิสซูรี อยู่ในอันดับ TOP 10% ของ Community College ในอเมริกา สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Lincoln University, Missouri State University  Rockhurst University และอื่นๆ  คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

2. Shoreline Community College รัฐวอชิงตัน

วิทยาลัยชุมชนสาธารณะใน Shoreline รัฐวอชิงตัน ตั้งอยู่ในเขตที่อยู่อาศัยทางตะวันออกของ Shoreview Park วิทยาลัยแห่งนี้มีพื้นที่มากกว่า 80 เอเคอร์ มีมหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ทเนอร์ การันตีการเทียบโอนหน่วยกิตหลายแห่ง เช่น Arizona State University, Kent State University, San Francisco State University, Seattle University, University of Kentucky, University of Missouri, University of Oregon และอื่นๆ คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

3. Community College of Philadelphia รัฐเพนซิลเวเนีย (ร่วมโครงการ American Honors Program)

วิทยาลัยในเมืองฟิลลาเดเฟีย โดดเด่นในสาขาวิชาศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี หลักสูตรเน้นปูพื้นฐานเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกาเช่น California University of Pennsylvania, Lincoln University และอื่นๆ คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

4. Lane Community College รัฐโอเรกอน

วิทยาลัยในเมือง Eugene รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านใจกลางเมือง Eugene, Florence, Cottage Grove มีมหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ทเนอร์หลายแห่ง เช่น Bushnell University, Kansas State University, Washington State University, University of Oregon และอื่นๆ คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

5. Santa Monica College รัฐแคลิฟอร์เนีย

วิทยาลัยชุมชนสาธารณะในซานตาโมนิกาแคลิฟอร์เนีย เป็นหนึ่งในวิทยาลัยไม่กี่แห่งที่มีการโอนย้ายหน่วยกิตไปยังมหาวิทยาลัย University of California และ California State University, Sacramento และอื่นๆ คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

6. Seattle Central College รัฐวอชิงตัน

วิทยาลัยที่ในซีแอทเทิล ประกอบด้วย North Seattle College และ South Seattle College สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น University of Washington, Seattle University, Columbia University และอื่นๆ คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

7. Community College of Spokane รัฐวอชิงตัน (ร่วมโครงการ American Honors Program)

วิทยาลัยชุมชนที่ประกอบด้วย 2 วิทยาเขต คือ Spokane Community College และ Spokane Fall Community College ตั้งอยู่ในเมืองวอชิงตัน สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Brigham Young University, University of Idaho, University of Washington และอื่นๆ  คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

8. Foothill College รัฐแคลิฟอร์เนีย

วิทยาลัยชุมชนใน Los Altos Hills รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวิทยาลัยชุมชนที่สวยงามและประสบความสำเร็จที่สุดในสหรัฐอเมริกา สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียน California State University,  University of California และอื่นๆ  คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

9. Berkeley Community College รัฐแคลิฟอร์เนีย

เดิมชื่อ Vista Community College เป็นวิทยาลัยชุมชนสาธารณะในเมือง Berkeley รัฐแคลิฟอร์เนีย โปรแกรม 2+2 สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ เช่น University of California และ California State University และอื่นๆ คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

10. Union County College รัฐนิวเจอร์ซีย์ (ร่วมโครงการ American Honors Program)

วิทยาลัยชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐนิวเจอร์ซีย์ มีวิทยาเขต 4 แห่ง ได้แก่ Cranford, Elizabeth, Plainfield และ Scotch Plains เป็นวิทยาลัย 2 ปีแห่งแรก และเก่าแก่ที่สุดของรัฐนิวเจอร์ซีย์ มีมหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ทเนอร์เช่น St. Leo University, University of Vermont และอื่นๆ คลิก เพื่อดูเว็บไซต์

รู้หรือไม่? เหล่าคนดังและ ผู้และผู้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจใน USA ก็เรียนจบจาก COMMUNITY COLLEGE เช่นกัน

เหล่านักการเมือง นักธุรกิจ ดารา นักแสดง และผู้มีอิทธิพลมากมาย ที่เลือกเข้าเรียนใน Community College บางคน เข้าเรียนหลักสูตร Associate Degree ก่อนจะเทียบโอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และบางคนเมื่อเรียนจบจาก Community College ก็ทำงานเลย ยกตัวอย่าง เช่น

Halle Berry

นักแสดงหญิง Halle Berry เป็นที่รู้จักจากผลงานในภาพยนตร์ เช่น X-Men, Swordfish และ Monster’s Ball ได้รับรางวัลออสการ์ Oscar ลูกโลกทองคำ Golden Globes และ Primetime Emmy Awards ก่อนที่จะเป็นนักแสดงระดับฮอลลีวูด Halle Berry เรียน Broadcast Journalism ที่ Cuyahoga Community College ในโอไฮโอ 

Eileen Collins

นักบินอวกาศ Eileen Collins นักบินหญิงที่ขับกระสวยอวกาศและเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของนาซ่า เส้นทางก่อนที่จะเป็นนักบินอวกาศ Eileen Collins ได้เข้าเรียนที่ Corning Community College ในนิวยอร์ก หลังจากนั้นได้เทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนมหาวิทยาลัย Syracuse University ในนิวยอร์ก ในระดับปริญญาตรี Bachelor’s Degree in Mathematics and Economics และตามด้วยหลักสูตรปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Stanford University ที่แคลิฟอร์เนีย และปริญญาโทใบที่สองจาก Webster University ในมิสซูรี 

Morgan Freeman

นักแสดงชาย Morgan Freeman เป็นที่รู้จักจากบทบาทในภาพยนตร์ยอดฮิตเช่น “The Shawshank Redemption” และ “Million Dollar Baby” มอร์แกนฟรีแมนได้รับรางวัล Academy Awards และลูกโลกทองคำ Golden Globes สิ่งที่ทำให้มอร์แกนฟรีแมนประสบความสำเร็จคือ การได้เรียนที่ Los Angeles City College เพื่อเรียนเกี่ยวกับการแสดง โดย มอร์แกนให้สัมภาษณ์ว่า ที่ Los Angeles City College มีอาจารย์ผู้สอนด้านเสียงและสำนวนที่เก่งมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการเป็นนักแสดงฮอลลีวูด

Tom Hanks

นักแสดงชาย Tom Hanks เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ Oscar รางวัลลูกโลกทองคำ Golden Globes และอื่น ๆ อีกมากมาย ในอดีตทอมแฮงค์สได้เรียนที่ Chabot College และเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อ California State University ในแคลิฟอร์เนีย 

Steve Jobs

Steve Jobs สตีฟจ็อบส์ ผู้ทรงอิทธิพลในด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ไม่มีใครไม่รู้จัก สตีฟจ็อบส์เป็น CEO และผู้ก่อตั้ง Apple บริษัทเครื่องมือสื่อสารที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โดยสตีฟจ็อบส์ เป็นผู้สร้างและเปิดตัวอุปกรณ์เทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ เช่น Macintosh, iPod, iPhone และ iPad ก่อนที่สตีฟจ็อบส์จะประสบความสำเร็จ เขาได้เข้าเรียนที่ Reed College ในโอเรกอน แต่ลาออก และใช้เวลาสองภาคการศึกษาที่ De Anza College ในแคลิฟอร์เนีย

George Lucas

George Lucas ผู้สร้างภาพยนตร์ที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ “Star Wars” หกเรื่องแรก จอร์จลูคัสขายสัญญาให้กับดิสนีย์ในปี 2555 ด้วยมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นทางดิสนีย์ก็ได้สร้างภาพภาคใหม่ของ Star Wars และ George Lucas ยังได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในผู้สร้างภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ก่อนหน้าที่จะประสบความสำเร็จ ลูคัสเป็นช่างซ่อมรถยนตร์ และได้เข้ารับการศึกษาอย่างจริงจังที่ Modesto Junior College ในแคลิฟอร์เนีย และเริ่มต้นฝึกถ่ายภาพด้วยกล้อง 8 mm. เมื่อเรียนจบ ลูคัสได้เข้าเรียนต่อที่ University of Southern California ในหลักสูตรเกี่ยวกับการผลิตภาพยนตร์ เขาผลิตภาพยนตร์สั้นมาหลายเรื่องรวมทั้ง THX-1138: 4EB (Electronic Labyinth) ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลจากเทศกาลหนังนักเรียนแห่งชาติเป็นครั้งแรกในปี 1967-68

การเตรียมตัวสมัครเรียนต่อ Community College

การสมัครเข้าเรียนต่อ Community College มีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง ผู้สมัครจะต้องแสดงทุกสิ่งที่ทาง Community College กำหนดก่อนจึงจะถือว่าใบสมัครเสร็จสมบูรณ์ หากไม่แน่ใจ สามารถสอบถามจากทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • ใบสมัคร ใบสมัครส่วนใหญ่ สามารถกรอกผ่านระบบออนไลน์ได้ หรือ Community College บางแห่ง ใช้วิธีสแกนแล้วส่งผ่านอีเมลล์
  • ผลคะแนนภาษาอังกฤษ ถึงแม้ว่า Community College ส่วนใหญ่ จะมีหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ แต่อาจจะต้องแสดงผลคะแนนภาษาอังกฤษที่เป็นมาตรฐานสำหรับการเข้าเรียนต่อ โดยทั่วไปคือ TOEFL หรือ IELTS 
  • เอกสารสนับสนุนทางการเงิน ผู้สมัครจะต้องแสดงเอกสารสนับสนุนทางการเงิน เพื่อแสดงว่ามีเงินเพียงพอที่จะใช้จ่ายในขณะที่เรียนอยู่ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในข้อกำหนดของการยื่นวีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 อีกด้วย
  • ผลการเรียน ผู้สมัครจะต้องแสดงผลการเรียน เช่น ทรานสคริป และเอกสารรับรองว่าสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในข้อกำหนดของการยื่นวีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 อีกด้วย
  • Letter of Recommendation วิทยาลัยบางแห่งอาจขอจดหมายแนะนำ Letter of Recommendation ที่เขียนโดยครู นายจ้าง ที่อธิบายความสามารถ เป้าหมาย ความสนใจ ความถนัด และอุปนิสัย
  • เรียงความ วิทยาลัยบางแห่งจะต้องส่งเรียงความในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ที่ทางวิทยาลัยกำหนด ส่วนใหญ่จะเป็นการเขียนอธิบายตัวเอง และแรงจูงใจในการเรียนต่อ รวมถึงเป้าหมายในอนาคต เรียงความจะต้องสั้น กระชับ และได้ใจความ 
  • ผลงาน และกิจกรรมที่ผ่านมา การทำกิจกรรม เช่น อาสาสมัคร อาจช่วยให้ได้รับเข้าเรียนต่อมากขึ้น หรือได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ กิจกรรมไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับโดยตรงกับสาขาวิชาที่เรียน แต่ บางสาขาวิชา ต้องการการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร เช่น หลักสูตรเกี่ยวกับดนตรี อาจต้องเคยมีประสบการณ์การแสดงดนตรี หรือทำกิจกรรมเกี่ยวกับดนตรีมาก่อน แต่ถ้าหากไม่มีผลงาน หรือกิจกรรมที่ทางหลักสูตรต้องการ อาจต้องเขียนเรียงความเพื่อแสดงถึงความพยายาม และเป้าหมายในอนาคต
  • สัมภาษณ์ โดยส่วนใหญ่แล้ว Community College ไม่มีการสัมภาษณ์ แต่การสัมภาษณ์จะอยู่ในส่วนของการขอวีซ่า โดย วีซ่านักเรียนอเมริกา F-1 จะต้องสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูต ดังนั้น จะต้องเตรียมตัวซ้อมสัมภาษณ์ให้ดี

ปรึกษา เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร เพื่อทำให้การเรียนต่อเป็นเรื่องง่าย

การสมัครเข้าเรียน Community College อาจดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ขั้นตอนทุกอย่างจะง่ายขึ้นเมื่อปรึกษา เดอะเบสท์ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร เพื่อทำให้การเรียนต่ออเมริกา เป็นเรื่องง่าย บริการครบวงจร ตั้งแต่

  • เลือกสถาบันการศึกษาที่ตอบโจทย์กับผู้เรียนมากที่สุด เพียงแค่บอกความต้องการ เช่น หลักสูตร ระดับการศึกษา เมือง หรือรัฐที่ต้องการเรียนต่อ
  • สมัครเรียน และประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถาบันโดยตรง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • บริการสมัครสอบ IELTS สอบได้ทุกศูนย์สอบ IELTS IDP ทั้วประเทศไทย ค่าสอบราคาเดียวกันไม่มีชาร์จเพิ่ม
  • เตรียมเอกสารยื่นวีซ่า และซ้อมสัมภาษณ์วีซ่านักเรียน เตรียมคำถามที่มักจะเคยถาม และเทคนิควิธีสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูต 

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.