สารบัญบทความ

การเรียนต่อต่างประเทศ เป็นความฝัน และเป็นการลงทุนตลอดชีวิตของใครหลายๆ คน ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศปลายทางยอดนิยมสำหรับการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาทั่วโลกมาเป็นเวลานาน ซึ่ง ตามรายงานของ U.S. News & World จาก 100 มหาวิทยาลัยทั่วโลกมีมหาวิทยาลัยชั้นนำ 48 แห่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเหตุผลหลักที่ดึงดูดนักศึกษาทั่วโลกมาเรียนต่อที่อเมริกาคือ ผลงานวิจัยชั้นนำแนวหน้าระดับโลก และมหาวิทยาลัย TOP ของโลกก็ตั้งอยู่ในอเมริกา เช่น MIT, Stanford University, Harvard University และ Caltech University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย TOP 10 ของโลก

การเรียนต่อปริญญาตรีโดยตรงกับมหาวิทยาลัย TOP University ในอเมริกา ถือว่ายากมาก หากผู้เรียนไม่ได้สำเร็จการศึกษา High School ในอเมริกา หรือ ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่ ก็วางแผนการเข้าเรียนต่อปริญญาตรี หลังเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก หากจะสอบเข้าเรียนตรงกับ TOP University ในอเมริกา

โครงการ American Honors Program เป็นโครงการที่โอกาสสำหรับนักเรียนไทย ที่เรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย มีผลการเรียนเป็นเลิศ ให้สามารถเข้าเรียน TOP University ในอเมริกาได้ โดยผู้เข้าร่วมโครงการ จะได้เข้าเรียนในวิทยาลัย College ระยะเวลา 2 ปี เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ จะได้วุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญาตรี Associate Degree ซึ่งสามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนในระดับชั้นปีที่ 3 ได้เลย ไม่ต้องสอบ SAT, GMAT, GRE ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายมากเลยทีเดียว และที่สำคัญ รับวุฒิการศึกษา GED ด้วย

ศูนย์ฯ เดอะเบสท์  ได้เห็นถึงโอกาสของนักเรียนที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ Top Student แต่ขาดคุณสมบัติบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถเข้าเรียนใน TOP University จึงขอแนะนำโครงการ American Honors Program เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถผู้เรียนได้เรียนในหลักสูตรที่มีคุณภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียน และสามารถประสบความสำเร็จในการเข้าเรียน Top University ทำความรู้จักกับโครงการ American Honors Program เพิ่มเติมได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

โครงการ American Honors Program


โดยปกติแล้ว การเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ผู้เรียนจะต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ Cambridge หรือ IB Diploma หรือสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายในสหรัฐอเมริกาจึงจะสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว นักเรียนไทย มักจะเรียนจบชั้นมัธปลาย ปวช. ปวศ. ซึ่งมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา มีเงื่อนไขการเข้าเรียนที่มากมาย เช่น ผลคะแนนทางวิชาการ ผลคะแนนภาษาอังกฤษ ผลคะแนนสอบเฉพาะทาง และเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมาย จึงเป็นไปได้ยากมากที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้โดยตรง

ทำไมต้องเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกา?

  • สหรัฐอเมริกามีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น MIT, Stanford University, Harvard University และ Caltech University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย TOP 10 ของโลก
  • หลักสูตร STEM พร้อมโอกาสที่เปิดกว้าง หลักสูตร STEM หรือ Science, Technology, Engineering, Math เป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ทำงานหลังเรียนจบ OPT ที่มากกว่า เพื่อฝึกปฏิบัติ และสามารถก้าวสู่การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ระบบโอนหน่วยกิต Credit Transfer ช่วยให้การเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกาง่ายขึ้น ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเรียนจบ High School ที่อเมริกา ก็สามารถเรียนต่อ 2-Year College และโอนหน่วยกิตเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ ไม่ต้องสอบ SAT, GMAT, GRE
  • มีหลักสูตรที่หลากหลาย มหาวิทยาลัยในอเมริกา เปิดสอนหลักสูตรมากกว่า 2 ล้านหลักสูตร ผ่านมหาวิทยาลัยกว่า 4 พันแห่ง ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญเอก รวมถึงหลักสูตรอนุปริญญา Associate Degree และประกาศนียบัตร Certificate
  • เป็นศูนย์วิจัยระดับโลก สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงโด่งดังด้านงานวิจัย และเป็นแนวหน้าในการพัฒนาของโลก ตั้งแต่งานวิจัยวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม สังคม วัฒนธรรม โดยจากข้อมูลของ NSF ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้งานในการวิจัยและนวัตกรรมอยู่ที่ 22 พันล้านดอลลาร์ในปี 2015
  • โอกาสในการจ้างงานที่มากกว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี นักศึกษากว่า 70% ได้งานทำหลังเรียนจบ โดยอัตราค่าตอบแทนอยู่ที่ $61,000 – $120,700 หรือประมาณ 1.89 – 3.74 ล้านบาทต่อปี

โครงการ American Honors Program คืออะไร?

โครงการ American Honors Program เป็นโครงการสำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ มีทักษะและความสามารถที่โดดเด่น แต่ไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยในฝัน TOP University ของสหรัฐอเมริกาได้โดยตรง เนื่องจากเหตุผลด้านใดด้านหนึ่ง โดยโครงการ American Honors Program นี้ จะช่วยให้นักเรียนได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ TOP University ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League ได้

โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนใน 2-Year College เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ จะได้ใบประกาศนียบัตรระดับอนุปริญญา Associate Degree ซึ่งสามารถนำใบประกาศนียบัตรนี้ เทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปี 3 ได้เลย (ไม่ต้องเรียนปี 1 – 2) นั่นหมายความว่า จะเหลือระยะเวลาเรียนในระดับปริญญาตรีอีกเพียง 2 ปี เท่านั้น ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงมากเลยทีเดียว เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา แต่คุณสมบัติยังไม่ถึงเกณฑ์ หรือเงื่อนไขไม่ตรงตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

รู้หรือไม่? มีนักศึกษาต่างชาติเลือกเรียนหลักสูตร 2-Year College มากกว่า 90,000 คน และจากการสำรวจนักศึกษาที่เข้าเรียนในระดับปริญญาตรีทั้งหมดของอเมริกา 46% ใช้วิธีการเทียบโอนหน่วยกิตจาก 2-Year College

Associate Degree คืออะไร?

Associate Degree คือวุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญาตรี ที่มอบให้หลังสำเร็จการศึกษาในโปรแกรม 2 Years Program ในวิทยาลัยเทคนิค Technical College วิทยาลัยชุมชน Community College วิทยาลัยเอกชน Private College หรือมหาวิทยาลัย University ที่เปิดสอน เป็นวุฒิการศึกษาเพื่อเสริมทักษะ และความรู้สำหรับการทำงาน หรือการเรียนต่อในอนาคต (ไม่ใช่หลักสูตร Foundation)

โดยทั้งหลักสูตร Associate Degree หรืออนุปริญญาตรี และหลักสูตร Degree ปริญญาตรี จัดเป็นวุฒิ “Undergraduate” เหมือนกัน ซึ่งจะเปิดรับนักเรียนทันทีที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา หรือประกาศนียบัตร GED

ประเภทของ Associate Degree

  1. Associate of Arts (AA)
  2. Associate of Science (AS)
  3. Associate of Applied Arts (AAA)
  4. Associate of Applied Science (AAS)

ข้อควรรู้: ความแตกต่างระหว่าง หลักสูตรปกติ กับหลักสูตรประยุกต์ (Applied) คือ หลักสูตรประยุกต์จะเน้นสำหรับการประกอบอาชีพหลังเรียนจบมากกว่า ในขณะที่หลักสูตรปกติ จะเน้นสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี

โครงการ American Honors สนับสนุนตั้งแต่เริ่มต้น จนประสบความสำเร็จ

ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน จะได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ตอนแรกที่ก้าวถึงวิทยาลัย โดยการเริ่มต้นวางแผนการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในฝัน ขั้นตอนการเทียบโอนหน่วยกิต แผนการเรียนที่สามารถใช้ได้จริง ผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์ที่ปรึกษา

  • ทำให้การเทียบโอนหน่วยกิตเป็นเรื่องง่าย ชั้นเรียนออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด และประเมินผลการเรียนทุกเทอม เพื่อให้การโอนย้ายหน่วยกิตเป็นไปอย่างราบรื่น
  • ให้คำปรึกษาแบบตัว-ต่อ-ตัว ให้คำปรึกษาทุกขั้นตอนในกระบวนการเทียบโอนหน่วยกิต มีแหล่งข้อมูลที่นำเสนอเกี่ยวกับกระบวนการโอนย้ายหน่วยกิต ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ขั้นตอนและรายละเอียดทั้งหมด
  • American Honors National Transfer Network มีข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 65 แห่ง ทั่วสหรัฐอเมริกา รวมมหาวิทยาลัย Top ระดับโลก และมหาวิทยาลัยในเครือ Ivy League การันตีการเข้าเรียนต่อ และทุนการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับโครงการ

ทำไมต้องเลือกเรียนโปรแกรม American Honors Program?

  • เงื่อนไขการรับเข้าเรียนง่ายกว่าเข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยตรง ยืดหยุ่นกว่า นักเรียนที่เรียนอยู่ในระดับชั้น ม.4 – ม.5 ที่มี GPA 3.25+ ก็สามารถสมัครได้เลย นอกจากนี้ยังรับวุฒิการศึกษา GED ด้วย ไม่ต้องใช้คะแนน SAT, GMAT, GRE 
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการเรียน 4 ปีในมหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่าย ถือเป็นปัจจัยหลักสำหรับการเรียนต่อสหรัฐอเมริกา การเรียนในมหาวิทยาลัย University มีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ $35,000 ต่อปี (ประมาณ 1,058,050 บาท) ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการเรียนที่วิทยาลัย Community College มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ $9,700 ต่อปี (ประมาณ 293,231 บาท)
  • เทียบโอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำปี 3 ได้เลย Community College ทุกแห่ง จะมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร Associate Degree สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนในชั้นปีที่ 3 ได้เลย ซึ่งใช้เวลาสำเร็จการศึกษาในปริญญาตรีอีกเพียง 2 ปี เท่านั้น 
  • สภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง การเรียนใน Community College เป็นการเรียนที่เปิดกว้าง มีนักศึกษาหลากหลายประเทศทั่วโลก ที่เลือกเรียนที่ Community College นอกจากนี้ ยังอาจพบนักศึกษาอายุน้อย หรือนักศึกษาสูงอายุ เรียนอยู่ด้วยเนื่องจาก การเรียนที่วิทยาลัย ไม่กำหนดอายุ เป็นโอกาสที่จะช่วยสร้างมิตรภาพที่หลากหลายเชื้อชาติ และหลากหลายวัฒนธรรม
  • โอกาสในการเรียนหลักสูตร STEM ที่ Community College มีหลักสูตร STEM หรือ science, technology, engineering and mathematics เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนต่อ และทำงานหลังเรียนจบ
  • ชั้นเรียนขนาดเล็ก แตกต่างจากชั้นเรียนในมหาวิทยาลัยที่เป็นห้องเลกเชอร์ขนาดใหญ่ มีนักศึกษา 2 – 3 ร้อยคน หากเลือกเรียน Community College นอกจากชั้นเรียนจะขนาดเล็กกว่า มีนักศึกษาเพียง 15 – 30 คนต่อชั้นเรียน อาจารย์ดูแลได้ทั่วถึง ได้รับความสนใจรายบุคคล ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ที่ต้องการการปรับตัว ลดความตระหนก และเพิ่มทักษะความกล้าแสดงออก นอกจากนี้ อาจารย์ผู้สอนยังให้ความสนใจกับผู้เรียนได้ใกล้ชิดกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยอีกด้วย
  • การเรียนการสอนเหมือนกับในมหาวิทยาลัย มีหลักสูตรเดียวกันกับมหาวิทยาลัย การเรียนการแบบเดียวกัน เพียงแค่ ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า ได้พบเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายวัย ชั้นเรียนขนาดเล็ก และอาจารย์มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนมากกว่า
  • ให้การสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติอย่างดี ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนมีทรัพยากรที่จะก้าวไปสู่ระดับปริญญาตรีของตนเองและประสบความสำเร็จในทุกขั้นตอน
  • เมื่อสำเร็จโครงการ American Honors Program สามารถใช้วุฒิ Associate Degree สมัครงานได้เลย หากหลักสูตร และสาขาที่เรียนไม่จำเป็นต้องเรียนจบปริญญาตรี เช่น
    • Dental Hygienists มีรายได้ประมาณ $74,820 ต่อปี
    • Electrical and Electronics Engineering Technicians มีรายได้ประมาณ $64,330 ต่อปี
    • Mechanical Engineering Technicians มีรายได้ประมาณ $56,250 ต่อปี
    • Nuclear Medicine Technologists มีรายได้ประมาณ $76,820 ต่อปี
    • Radiation Therapists มีรายได้ประมาณ $82,330 ต่อปี
    • Respiratory Therapists มีรายได้ประมาณ $60,280 ต่อปี
    • Paralegals and Legal Assistants มีรายได้ประมาณ $50,940 ต่อปี
    • Occupational Therapy Assistants and Aides มีรายได้ประมาณ $57,620 ต่อปี

โครงการ American Honors Program มีโปรแกรมอะไรบ้าง?

โครงการ American Honors Program แบ่งออกเป็น 2 โปรแกรมย่อยคือ American Honors Program และ American Success Program โดย ผู้สมัคร สามารถเลือกโครงการใดก็ได้ ที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง

AmericanHonors

เป็นโครงการสำหรับผู้ที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่ดีมาก และต้องการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับ TOP University ในสหรัฐอเมริกา ผู้เรียนจะได้เข้าเรียนในชั้นเรียนที่เข้มข้นเพื่อประสบความสำเร็จระดับสูง เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ ผู้เรียนมีโอกาสเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ TOP University ของสหรัฐอเมริกา (Leading US University) 

คุณสมบัติทางวิชาการ

  • อายุ 16 ปีขึ้นไป มีผลการเรียนดี มีความรับผิดชอบ มุ่งมั่นตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกา
  • ประกาศนียบัตรมัธยมปลายประเทศไทย (ม.6) เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า GPA 3.25+ 
  • หรือ ประกาศนียบัตรมัธยมนานาชาติ เช่น IB Diploma , A/AS-Level, NCEA หรือประกาศนียบัตรมัธยมนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ
  • หรือ ประกาศนียบัตร GED
  • หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช. ปวศ.

คุณสมบัติภาษาอังกฤษ

คุณสมบัติทางภาษาอังกฤษ จะแตกต่างกันไปแต่ละวิทยาลัย โดยเบื้องต้น ผู้สมัคร สามารถเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • TOEFL iBT: 71+
  • หรือ IELTS: 6.0+
  • หรือ iTEP: 4.5+
  • หรือ PTE: 54+
  • หรือ Duolingo: 55+

AmericanSuccess

เป็นโครงการสำหรับผู้ที่มีผลการเรียนปานกลาง มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่พอใช้ ผู้ที่เลือกโปรแกรมนี้ อาจจะต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ก่อนเข้าเรียน Community College เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ ผู้เรียนมีโอกาสเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกา หรือหากผลการเรียนดี ก็สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัย TOP University ได้เช่นกัน

คุณสมบัติทางวิชาการ

  • อายุ 16 ปีขึ้นไป มีผลการเรียนดี มีความรับผิดชอบ มุ่งมั่นตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนต่อปริญญาตรีที่อเมริกา
  • ประกาศนียบัตรมัธยมปลายประเทศไทย (ม.6) เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า GPA 2.00+ 
  • หรือ ประกาศนียบัตรมัธยมนานาชาติ เช่น IB Diploma , A/AS-Level, NCEA หรือประกาศนียบัตรมัธยมนานาชาติที่ได้รับการยอมรับ
  • หรือ ประกาศนียบัตร GED
  • หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช. ปวศ.
  • หรือ การศึกษานอกระบบ กศน.

คุณสมบัติภาษาอังกฤษ

คุณสมบัติทางภาษาอังกฤษ จะแตกต่างกันไปแต่ละวิทยาลัย โดยเบื้องต้น ผู้สมัคร สามารถเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • TOEFL iBT: 30+
  • หรือ IELTS: 3.5+
  • หรือ iTEP: 2.5+
  • หรือ PTE: 30+
  • หรือ Duolingo: 20+

สำหรับโครงการ American Success Program มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ Intensive ESL ระยะเวลา 1 – 3 เทอม สำหรับผู้ที่มีทักษะภาษาอังกฤษไม่เพียงพอ โดยพิจารณาจากผลภาษาอังกฤษที่ยื่นในการสมัครเรียน

รู้หรือไม่? เรียนโปรแกรม 2 Year Colleges  ประหยัดค่าเรียนมากกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย 4  ปี

การเข้าเรียนปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัย 4 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายในอาชีพชัดเจน ที่จำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาปริญญาตรีโดยเฉพาะ และอยากสัมผัสกับประสบการณ์การเรียน 4 Year University แต่ถ้าหากผู้เรียน ยังไม่ทราบเป้าหมายที่แน่ชัดว่าต้องการประกอบอาชีพในด้านอะไรหลังเรียนจบ การเข้าเรียนโปรแกรม American Honors เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจาก การเรียนใน 2 Year Colleges มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า และใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 2 ปีเท่านั้น เมื่อสำเร็จการศึกษา จะได้วุฒิการศึกษา Associate Degree ซึ่งสามารถใช้ในการประกอบอาชีพได้เลยถ้าหากไม่ตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาตรี

แต่ถ้าหากตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ก็สามารถเทียบโอนหน่วยกิตเข้าเรียนในชั้นปีที่ 4 ได้เลย ซึ่งเท่ากับว่า จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียนปี 1 – 2 ในมหาวิทยาลัย และเมื่อสำเร็จการศึกษา ยังได้วุฒิการศึกษาปริญญาตรี Bachelor Degree และ อนุปริญญาตรี Associate Degree อีกด้วย

เปรียบเทียบประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายระหว่างเข้าเรียน 2 Years College + 2 Years University กับเข้าเรียนตรงกับมหาวิทยาลัย 4 Years University

อัตราประสบความสำเร็จ ในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย หลังจากสำเร็จโครงการ American Honors Program 2+2 (สำรวจปี 2016 – 2017)

    • 97% นักศึกษาประสบความสำเร็จในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอเมริกา
    • 93% นักศึกษาประสบความสำเร็จในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย Top 200 ในอเมริกา
    • 88% นักศึกษาประสบความสำเร็จในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย Top 100 ในอเมริกา 
    • 71% นักศึกษาประสบความสำเร็จในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย Top 50 ในอเมริกา

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่รับเข้าเรียนหากสำเร็จโครงการ American Honors Program

มหาวิทยาลัยที่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเทศคือ Affiliated Institute และ Member Institute โดยผู้สำเร็จการศึกษา สามารถใช้วุฒิ Associate Degree ยื่นเข้าเรียนกี่มหาวิทยาลัยก็ได้

  1. Affiliated Institute เป็นมหาวิทยาลัยในเครือที่ผู้เรียนสามารถสมัครเรียนได้ก่อน และเกณฑ์การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย 
  2. Member Institute เป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับ American Honors ซึ่งหากเสร็จสิ้นโครงการแล้วสามารถเข้าเรียนได้ทันทีหากคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ทางมหาวิทยาลัยได้กำหนด

คลิก เพื่อดูรายชื่อมหาวิทยาลัยทั้งหมด ที่เข้าร่วมโครงการ American Honors Program

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ American Honors Program


2 Years College ที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการ American Honors Program มีวิทยาลัยเข้าร่วม 3 แห่เท่านั้น คือ Community College of Philadelphia, Union County College และ Community College of Spokane ซึ่งวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งนี้ เป็นวิทยาลัยคุณภาพสูง และนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา 97% ประสบความสำเร็จใจการเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรี และ 71% เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ใน Top 50 ของสหรัฐอเมริกา

สำหรับน้องๆ ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการวิทยาลัย Community College อื่นๆ นอกเหนือจาก 3 แห่งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้เลย
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebestedu หรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

Community College of Philadelphia

Community College of Philadelphia เป็นวิทยาลัยเตรียมอุดมศึกษา ในสาขาวิชาศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ก่อตั้งในปี 1964 ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย หลักสูตรเน้นปูพื้นฐานเพื่อสอดคล้องสำหรับการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา บริการช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติที่เข้มข้น เน้นวิชาการ เสริมด้วยกิจกรรมนอกหลักสู๖รมากมาย ที่จะช่วยให้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้น โดดเด่นทางด้าน Architecture and Construction, art, design and media, business and technology, health care, law and public service, liberal arts, science และ social and human services

ปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติประมาณ 200 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก ที่เลือกเรียนที่ Community College of Philadelphia เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐที่ใหญ่ที่สุดในฟิลาเดลเฟีย และใหญ่เป็นอันดับหกในรัฐเพนซิลเวเนีย ได้รับการยอมรับจาก NAFSA: Association of International Educators ให้เป็นวิทยาลัยชุมชนต้นแบบ 

สถานที่ตั้งของวิทยาลัยค่าใช้จ่ายโครงการหลักสูตร Associate Degree (เรียน 2 ปี)สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พักรูปภาพบรรยากาศ

สถานที่ตั้งของวิทยาลัย

Community College of Philadelphia ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เมืองที่มีชีวิตชีวา และได้รับความนิยมมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนชายฝั่งตะวันออก

  • ห่างจากสนามบิน Philadelphia International Airport (PHL) เพียง 17 กิโลเมตร
  • ห่างจากมหานครนิวยอร์ก New York เพียง 94.6 กิโลเมตร

Location: 1700 Spring Garden Street Philadelphia, PA 19130

ค่าใช้จ่ายโครงการทั้งหมดต่อปี (สามารแบ่งชำระเป็นรายเทอมได้)

Community College of Philadelphia

รายการ

ค่าใช้จ่ายต่อปี

ค่าเทอม College Tuition

$12,448

ค่าธรรมเนียม College Fees

$1,416

ค่าโครงการ Program Fees

$1,500

ค่าประกันสุขภาพ Health Insurance

$1,300

ค่าหนังสือ Books

$1,200

ค่าที่พัก Room & Board

$9,770

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ Other Costs

$750

รวมค่าโครงการทั้งหมด

$28,384 
(ประมาณ 879,900 บาท)

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่าย สามารถผ่อนชำระเป็นรายเทอมได้

  • Accounting
  • American Sign Language/English Interpreting
  • Applied Science and Engineering Technology
  • Applied Science and Engineering Technology (Honors)
  • Architecture
  • Art and Design
  • Automotive Technology
  • Behavioral Health/Human Services
  • Biology
  • Biology Honors
  • Building Science
  • Business – Accelerated
  • Business – General
  • Chemistry
  • Communication Studies
  • Computer Information Systems – Information Technology
  • Computer Science
  • Construction Management
  • Culinary Arts
  • Cybersecurity
  • Dental Hygiene
  • Diagnostic Medical Imaging
  • Digital Forensics
  • Digital Video Production
  • Education: Early Childhood (Birth to 4th Grade)
  • Education: Middle Level (4th to 8th Grades)
  • Education: Middle Level (4th to 8th Grades)
  • Education: Secondary Humanities/Social Studies Education Option
  • Education: Secondary Math/Science Option
  • Engineering Science
  • English
  • English (Honors)
  • Facility Management – Construction Option
  • Facility Management – Design Option
  • Fire Science
  • Health Care Studies
  • Health Services Management
  • Hospitality Management
  • Interior Design
  • International Studies
  • Justice
  • Liberal Arts
  • Liberal Arts (Honors)
  • Liberal Arts – Social/Behavioral Science
  • Mass Media
  • Mathematics
  • Medical Laboratory Technician
  • Music Performance
  • Network Technology Management and Administration
  • Nursing
  • Paralegal Studies
  • Photographic Imaging
  • Psychology
  • Religious Studies
  • Respiratory Care Technology
  • Sound Recording and Music Technology
  • Technical Studies
  • Theater

สิ่งอำนวยความสะดวกของวิทยาลัย

  • ศูนย์อาหาร มีร้านอาหารบริการภายในวิทยาลัย รวมถึงร้านกาแฟพร้อมตู้หยอดเหรียญทั่ววิทยาลัย
  • ศูนย์บริการสุขภาพ ทางวิทยาลัยมีศูนย์บริการสุขภาพ และมีกิจกรรมและกิจกรรมให้ข้อมูลมากมายที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความตระหนักรู้ทั่วทั้งชุมชนในมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ การคัดกรองสุขภาพ ส่งเสริมวิถีชีวิตทัศนคติ และพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ

ที่พักนักศึกษา

  • The Hamilton อพาร์ทเมนต์แห่งใหม่ในวิทยาเขตของ Community College of Philadelphia ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน ในราคาที่เหมาะสม นักศึกษาที่อาศัยอยู่ที่ The Hamilton สามารถเดินไปวิทยาลัยได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที อพาร์ทเมนท์มีให้เลือกทั้งแบบหนึ่งห้องนอน และแบบสองห้องนอน เงื่อนไขการเช่ามีความยืดหยุ่น
  • The Edge อพาร์ทเม้นทางตอนเหนือของวิทยาลัย เงียบสงบ สามารถเดินทางมาวิทยาลัยโดยรถสาธารณะเพียง 14 นาที หรือเดินประมาณครึ่งชั่วโมง
  • International House Philadelphia ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยมในย่าน University City ที่มีชีวิตชีวาของฟิลาเดลเฟียใกล้กับมหาวิทยาลัย University of Pennsylvania, Drexel University, Temple University, Jeferson University, Philadelphia University, University of the Arts และ University of the Sciences มีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบาย

กิจกรรมชมรม

  • International Student Organization
  • African Culture and Traditions Club
  • Asian American Association
  • Muslim Student Association
  • Muslim Women League
  • LASO (Latin American Student Organization)
  • Phi Theta Kappa (Beta Epsilon Iota)*
  • Ritmo Latino Club
  • Haitian Student Organization (Club Creole)
  • Alpha Beta Gamma (Business Honor Society)
  • Christian Women Alliance
  • Women of Many Backgrounds (WOMB)
  • Gay Straight Alliance

กิจกรรมกีฬา

Community College of Philadelphia ต้องการช่วยให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพทั้งด้านวิชาการ และกีฬาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬามืออาชีพ หรือเป็นนักกีฬามือสมัครเล่น ที่ต้องการออกกำลังกายให้มีสุขภาพที่ดี 

ตัวอย่างสโมสรการกีฬา

  • Men’s & Women’s Basketball
  • Men’s & Women’s Cross Country
  • Men’s & Women’s Tennis
  • Men’s & Women’s Track & Field
  • Women’s Volleyball

Union County College

Union County College วิทยาลัยชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เปิดทำการตั้งแต่ปี 1933 วิทยาลัยมีวิทยาเขต 4 แห่ง ได้แก่ Cranford, Elizabeth, Plainfield และ Scotch Plains หลักสูตรการเรียนการสอนมีคุณภาพสูง และมีมาตรฐาน ตอบสนองความต้องการที่ท้าทายของสังคมที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ได้รับการรับรองและได้รับการรับรองตั้งอยู่ใน Union County รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในฐานะที่เป็นวิทยาลัย 2 ปีแห่งแรก และเก่าแก่ที่สุดของรัฐนิวเจอร์ซีย์ เปิดสอนหลักสูตรมากกว่า 60 หลักสูตร ระดับอนุปริญญาด้านศิลปศาสตร์อนุปริญญาด้านวิทยาศาสตร์และอนุปริญญาด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์

สถานที่ตั้งของวิทยาลัยค่าใช้จ่ายโครงการหลักสูตร Associate Degree (เรียน 2 ปี)สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พักรูปภาพบรรยากาศ

สถานที่ตั้งของวิทยาลัย

ตั้งอยู่ในเขตมหานครนิวยอร์ก เดินทางไปใจกลางนิวยิร์กเพียง 30 นาที เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนในเมืองใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวนิวยอร์กช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างง่ายดาย

  • ห่างจากสนามบิน Newark Liberty International Airport (EWR) 20 กิโลเมตร
  • ห่างจากมหานครนิวยอร์ก New York เพียง 24 กิโลเมตร

Location: Central Campus 1033 Springfield Avenue Cranford, NJ 07016-1599

ค่าใช้จ่ายโครงการทั้งหมดต่อปี (สามารแบ่งชำระเป็นรายเทอมได้)

Community College of Philadelphia

รายการ

ค่าใช้จ่ายต่อปี

ค่าเทอม College Tuition

$14,000

ค่าธรรมเนียม College Fees

ค่าโครงการ Program Fees

$1,500

ค่าประกันสุขภาพ Health Insurance

$800

ค่าหนังสือ Books

$800

ค่าที่พัก Room & Board

$12,000

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ Other Costs

$1,400

รวมค่าโครงการทั้งหมด

$30,000
(ประมาณ 901,800 บาท)

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่าย สามารถผ่อนชำระเป็นรายเทอมได้

  • Accounting
  • American Sign Language and Deaf Studies
  • Architecture
  • Audio Production
  • Automotive Technology
  • Biology
  • Business
  • Business Management
  • Business Marketing
  • CAD-CAM
  • Chemistry
  • Communications
  • Computer Information Systems & Technology
  • Computer Science
  • Computer Science/Engineering
  • Criminal Justice
  • Criminal Justice C.T.
  • Cyber Forensics
  • Cybersecurity
  • Diagnostic Medical Sonography
  • Early Childhood Elementary Education, Suggested Grades Pre-K-3
  • Education, Suggested Grades 4-12
  • Educational Interpreter Program (EIP)
  • Electronics/Electromechanical Engineering Technology
  • Emergency Medical Studies
  • Engineering
  • English
  • Fire Science Technology
  • Game Design Development
  • Graphic Design
  • Health Science
  • History
  • Hotel, Restaurant, and Tourism Management
  • Interpreting Spoken Language
  • Journalism and Public Relations
  • Liberal Arts
  • Liberal Studies
  • Mathematics
  • Mathematics Major – Education Option
  • Media
  • Nursing, JFK Medical Center Muhlenberg Harold B. & Dorothy A. Snyder Schools
  • Nursing, Trinitas School of Nursing
  • Office Professional
  • Paralegal Studies
  • Paramedic Emergency Health Science
  • Photovoltaic (PV)
  • Physical Therapist Assistant
  • Practical Nursing
  • Psychology
  • Psychosocial Rehabilitation and Treatment
  • Public Administration
  • Radiography
  • Social Services
  • Sociology
  • Sport Management
  • Supply Chain Management
  • Sustainability Science
  • Technical Studies
  • Theater Arts
  • Visual Arts

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิทยาลัย

  • ห้องสมุด Kenneth Campbell MacKay ที่มีศูนย์การเรียนรู้ทางวิชาการศูนย์วิจิตรศิลป์และการสื่อสาร
  • โรงละคร Roy W. Smith Theatre
  • โรงอาหารอาหาร ร้านหนังสือ ร้านขายแว่นตา
  • ศูนย์กีฬา และ โรงยิม
  • ศูนย์การศึกษาสำหรับผู้บริหาร
  • หอดูดาว William Miller Sperry 
  • ศูนย์คอมพิวเตอร์และห้องสมุดดาราศาสตร์

ที่พักนักศึกษา

  • Apartments อพาร์ทเมนท์แบบหนึ่ง หรือสองห้องนอน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย
    • อยู่ตรงแยก Union Township
    • ตัวเลือกมากมาย เช่น ห้องเดี่ยว หรือเตียงคู่ ตกแต่งแล้วหรือไม่มีเฟอร์นิเจอร์
    • มีบริการเครื่องซักผ้า
    • ป้ายรถประจำทางอยู่ห่างออกไปโดยใช้เวลาเดิน 8 ไมล์ (ใช้เวลาไปมหาวิทยาลัย 36 นาที)
  • Homestay อาศัยอยู่กับครอบครัวชาวอเมริกันและเพลิดเพลินกับห้องส่วนตัวหรือห้องพักรวมที่ตกแต่งครบครันพร้อมอาหารสองมื้อต่อวัน และบริการรถประจำทางไปยังมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปแล้วโฮมสเตย์จะอยู่ห่างจากวิทยาลัยภายใน 45 นาที และต้องเดินทางสะดวก 

กิจกรรม ชมรม คลับ ที่สามารถเข้าร่วม

มีสโมสรและองค์กรมากมายที่ Union County College เพื่อตอบสนองความต้องการและความสนใจของนักเรียน ชมรมวิ่งของนักเรียนกว่า 40 ชมรม ได้แก่

ชมรมวิชาการ

  • Biology Club
  • Business Association
  • Criminal Justice Club
  • Education Club
  • History Club
  • Math Club

ชมรมกีฬา

  • Mixed Martial Arts Club
  • Tennis Club
  • Volleyball Club

ชมรมสังคม และวัฒนธรรม

  • Black Heritage Organization
  • For Women About Women
  • Gay Straight Alliance
  • International Student Organization
  • Japanese Culture Club
  • Model United Nations
  • Muslim Student Association

ชมรมผลิตสื่อ

  • Foreign Student Voice
  • Sheaf Magazine
  • The Scroll
  • UCC Owl Radio

ชมรมอื่นๆ

  • Art Society
  • Architecture Club
  • Debate Club
  • Fashion Club
  • Film Club
  • Gaming and Animation Club
  • Music Club
  • Photography Club
  • Soldiers of Poverty
  • Union Gamers United
  • The Glee Club

กิจกรรมกีฬา

  • Men’s & Women’s Basketball
  • Men’s & Women’s Soccer
  • Co-ed Golf
  • Track & Field; Cross-Country
  • Baseball
  • Softball
  • Volleyball
  • Cheerleading
  • Women’s Bowling
  • Men’s Lacrosse

Community Colleges of Spokane

Community College of Spokane เป็นวิทยาลัยชุมชนที่ประกอบด้วย 2 วิทยาเขต คือ Spokane Community College และ Spokane Fall Community College ตั้งอยู่ในเมืองวอชิงตัน ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมาธิการ Northwest on Colleges and Universities อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการชุมชนและวิทยาลัยเทคนิคแห่งรัฐวอชิงตัน Washington State Board of Community and Technical Colleges

Spokane Community College หรือ SCC ก่อตั้งขึ้นในปี 1963 เป็นสถาบันการศึกษาแบบครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการของนักศึกษา ธุรกิจ และอุตสาหกรรมทั่วทั้งวอชิงตันตะวันออก เปิดสอนหลักสูตรเทียบโอน 2+2 มีหลักสูตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพมากกว่า 60 แผนกวิทยาศาสตร์สุขภาพของ SCC เป็นแผนกที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Community College และ Technical College

Spokane Falls Community College หรือ SFCC เปิดให้บริการในปี 1967 เปิดสอนหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อด้านศิลปะ มีโปรแกรมทางเทคนิคอาชีพ เช่น orthotic/prosthetic technician, hearing instrument specialist, physical therapist assistant และ occupational therapy assistant ถือเป็นศูนย์กลางของทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงโดยมีหลักสูตรเกี่ยวกับการละครดนตรีศิลปะการถ่ายภาพและการออกแบบกราฟิก

สถานที่ตั้งของวิทยาลัยค่าใช้จ่ายโครงการหลักสูตร Associate Degree (เรียน 2 ปี)สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พักรูปภาพบรรยากาศ

สถานที่ตั้งของวิทยาลัย

Community College of Spokane ตั้งอยู่ในเมือง Spokane รัฐวอชิงตัน เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง และล้อมรอบด้วยธรรมชาติ มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น การล่องเรือ การเล่นสโว์บอร์ด และปั่นจักรยานตามเส้นทาง Centennial Trail นอกจากนี้ เมือง Spokane ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

  • ห่างจากสนามบิน Spokane International Airport (GEG) 12 กิโลเมตร 
  • ห่างจากตัวเมืองซีแอตเทิล Seattle ประมาณ 450 กิโลเมตร

Location:

  • Spokane Community College 1810 N Greene St, Spokane, WA 99217

  • Spokane Falls Community College 3410 W. Fort George Wright Dr. Spokane, WA 99224

ค่าใช้จ่ายโครงการทั้งหมดต่อปี (สามารแบ่งชำระเป็นรายเทอมได้)

Community Colleges of Spokane

รายการ

ค่าใช้จ่ายต่อปี

ค่าเทอม College Tuition

$9,602

ค่าธรรมเนียม College Fees

$350

ค่าโครงการ Program Fees

$3,000

ค่าประกันสุขภาพ Health Insurance

$777

ค่าหนังสือ Books

$465

ค่าที่พัก Room & Board

$6,000

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ Other Costs

$921

รวมค่าโครงการทั้งหมด

$21,115 
(ประมาณ 654,600 บาท)

  • Anthropology
  • Astronomy 
  • Biological Science
  • Biology
  • Business Administration
  • Chemistry
  • Communication
  • Communication Studies
  • Computer Science
  • Economics
  • Education
  • Engineering: Biological/Chemical
  • Engineering: Civil/Mechanical/Aeronautical
  • Engineering: Computer/Electrical
  • English 
  • Environmental Science
  • Expanded Function Dental Auxiliary
  • Film
  • Geography
  • Geology 
  • Gerontology
  • History
  • Humanities
  • Journalism
  • Math
  • Math Education
  • Mathematics
  • Modern Languages
  • Nursing Assistant
  • Philosophy
  • Physics
  • Political Science
  • Power Systems Maintenance
  • Pre-Law
  • Pre-Pharmacy
  • Psychology
  • Sociology
  • Transfer Degrees

สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก

  • Dining Options SCC’s Bigfoot Bistro และร้านกาแฟของ SCC เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือสังสรรค์กับเพื่อนๆ
  • Health & Wellness The Student Health Clinic เปิดให้บริการสำหรับนักเรียน SCC และ SFCC ที่ลงทะเบียนในปัจจุบันทั้งหมด คลินิกแบบวอล์กอินให้บริการด้านการดูแลสุขภาพแบบ จำกัด โดยผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล (ARNPs) ที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐวอชิงตัน บริการต่างๆรวมถึงการวินิจฉัยและการจัดการความเจ็บป่วยและการบาดเจ็บเล็กน้อยการจัดการช่วงเวลาของการเจ็บป่วยเรื้อรังที่คงที่การตรวจวินิจฉัยอย่างง่ายการอนุญาตให้กลับไปโรงเรียนหรือที่ทำงานการตรวจวัณโรคบริการส่งเสริมสุขภาพและการส่งต่อและการตรวจร่างกายที่กำหนดโดยโปรแกรมการศึกษาและกรม การขนส่ง. บริการส่วนใหญ่ให้บริการแก่นักเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ที่พักนักศึกษา

940 North Apartments อพาร์ทเม้นที่ได้รับการตกแต่งพร้อมอยู่ในอพาร์ทเมนต์สามหรือสี่ห้องนอน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น

  • เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า
  • อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
  • ฟิตเนสเซ็นเตอร์
  • ศูนย์การเรียน
  • ดาดฟ้าสำหรับจัดปาร์ตี้ และกิจกรรม

Homestay

นักเรียนต่างชาติที่อายุต่ำกว่า 18 ปีจะต้องอาศัยอยู่ในโฮมสเตย์ที่ลงทะเบียนผ่าน Community College of Spokane โดยตรง นักเรียนอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถเลือกโฮมสเตย์ผ่าน Community College of Spokane โดยตรง หรือเลือกผ่าน American Homestay Network ได้ โดยทั่วไปโฮมสเตย์ตั้งอยู่ภายใน 45 นาทีจากมหาวิทยาลัยและสะดวกต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

กิจกรรมและชมรม

  • International Club
  • Latin American Student Organization (LASO)
  • ACC (Arab Culture Club)
  • Asian Pacific Islanders
  • Black Student Union (BSU)
  • National Society of Leadership and Success
  • Phi Theta Kappa (Beta Epsilon Iota)*
  • Disability Awareness League
  • LDSSA—Latter Day Saint Student Association
  • Student Association for Nature and the Environment (SANE)
  • Student Awareness League (SAL)

Clubs at Spokane Falls Community College include:

  • International Club—The International/Intercultural club is designed to promote appreciation and understanding of different cultures. In addition, it supports students on campus from other countries and cultures.
  • French Club
  • LUA (Latinos Unidos Association) Club
  • Spanish Club
  • Japanese Club
  • Black Student Union
  • Far East Coast Club
  • Chinese Language & Culture
  • Interpreter Training Program Club
  • Beta Gamma Kappa (Honors Society)
  • Alliance (LGBT) Club
  • Associated Women Students
  • Falls Christian Fellowship
  • LDSSA (Latter Day Saints Student Association) Club
  • Service-Learning Club
  • The Communicator (campus newspaper)
  • The Wire Harp (creative arts magazine)

กิจกรรมกีฬา

  • Men’s & Women’s Basketball
  • Men’s & Women’s Cross Country
  • Men’s & Women’s Golf
  • Men’s & Women’s Soccer
  • Men’s & Women’s Track
  • Baseball
  • Softball
  • Tennis
  • Volleyball

ขั้นตอนการสมัครโครงการ

  1. เลือกวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ โดยสามารถสอบถามข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละวิทยาลัยจากทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ได้ 
  2. เมื่อเลือกวิทยาลัยแล้ว ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะดำเนินการสมัครเรียน ให้ทางผู้สมัคร ส่งเอกสารการสมัครเรียนดังนี้
    • ใบรับรองผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ (อนุญาตให้ใช้ผลการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการได้)
    • คะแนนความสามารถทางภาษาอังกฤษ (TOEFL, IELTS, Duolingo English Test ฯลฯ )
    • Essay เกี่ยวกับเป้าหมายด้านการเรียน Academic goals statement
    • CV ประวัติส่วนตัว (เพื่อสนับสนุน Essay)
  3. ชำระค่าโครงการ Program Fees 
    • Community College of Philadelphia ชำระค่าโครงการ $1,500
    • Union County College ชำระค่าโครงการ $1,500
    • Community College of Spokane ชำระค่าโครงการ $3,000
  4. หลังจากที่ทางวิทยาลัยตอบรับเข้าเรียนแล้ว ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะชี้แจงค่าใช้จ่ายทั้งหมด คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน ณ วัน เวลา ที่ผู้สมัครต้องการชำระเงิน 
  5. เมื่อชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ทางทางวิทยาลัยจะส่งใบตอบรับเข้าร่วมโครงการ ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเตรียมเอกสาร และทำการนัดหมายการยื่นวีซ่าในขั้นตอนต่อไป

ช่วงเวลารับสมัครโครงการ

โครงการ American Honors Program 2+2 เปิดรับสมัครทุกปี ปีละ 4 รอบ (แต่ละวิทยาลัยมีรอบรับสมัครที่แตกต่างกัน บางวิทยาลัยเปิดแค่ 2 รอบ ดังนั้น ควรเช็ครอบรับสมัครกับทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ให้ชัดเจน)

Community College of Philadelphia Union County College Community Colleges of Spokane

รอบ Spring

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: ธันวาคม 2563
  • เปิดเรียน: มกราคม 2564

รอบ Summer

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: พฤษภาคม 2564
  • เปิดเรียน: มิถุนาน 2564

รอบ Fall

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: สิงหาคม 2564
  • เปิดเรียน: กันยายน 2564

รอบ Spring

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: ธันวาคม 2563
  • เปิดเรียน: มกราคม 2564

รอบ Fall

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: กรกฎาคม 2564
  • เปิดเรียน: สิงหาคม 2564

รอบ Spring

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: มีนาคม 2563
  • เปิดเรียน: เมษายน 2564

รอบ Summer

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: พฤษภาคม 2564
  • เปิดเรียน: มิถุนาน 2564

รอบ Fall

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: สิงหาคม 2564
  • เปิดเรียน: กันยายน 2564

รอบ Winter

  • ส่งเอกสารวันสุดท้าย: ธันวาคม 2564
  • เปิดเรียน: มกราคม 2565

หมายเหตุ:  ควรเผื่อเวลาล่วงหน้าก่อนวันสุดท้ายของการรับสมัครเรียนอย่างน้อย 3 – 6 เดือน ก่อนวันเริ่มเรียน เนื่องจาก จะต้องเผื่อระยะเวลาการเตรียมเอกสาร การยื่นวีซ่า และรอผลวีซ่า 

หลักฐานทางการเงินที่ต้องแสดงให้กับสถานทูต

  1. แบงค์การันตี (Bank Guarantee Letter) โดยผู้ปกครองจะต้องขอเป็นภาษาอังกฤษ ระบุเป็นยอดเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และชื่อและนาสมสกุลของผู้เรียน จะต้องตรงตามหน้า Passport
  2. แบงค์สเตทเม้น (Bank Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน โดยผู้ปกครองจะต้องขอเอกสารเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน และยอดเงินใน Statement จะต้องตรงกันกับ Bank Guarantee
  3. หลักฐานการเงินของผู้ปกครองที่จะต้องแสดงให้กับสถานทูต เดอะเบสท์ แนะนำควรมีไม่ต่ำกว่า $30,000 หรือ ประมาณ 906,900 บาท 

ทุนการศึกษา

มีทุนการศึกษาส่วนลดค่าโครงการมูลค่าสูงสุด $3,000 (ประมาณ 90,690 บาท) ในการพิจารณารับทุน จะต้องส่งเรียงความที่ตอบคำถามว่า “How would a scholarship be particularly beneficial to you in the pursuit of a bachelor’s degree from a US university?” โดยทุนการศึกษาจะมอบให้ตามลำดับ สมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อน และมีจำนวนโควต้าจำกัด


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.