เป็นที่ทราบดีว่า เรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมนี เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหลักสูตรส่วนใหญ่จะต้องเรียนเป็นภาษาเยอรมัน อาจจะมีหลักสูตรภาษาอังกฤษบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนก็จะต้องมีทักษะภาษาเยอรมันด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้เรียนจะต้องเตรียมตัวในด้านภาษาเยอรมันก่อน โดยขั้นต่ำที่ทางสถาบันสอนภาษา และทางสถานทูตยอมรับคือ ระดับ A1 อ้างอิงจาก CEFR หากนักเรียนที่ยังไม่มีคะแนนภาษาเยอรมัน อาจจะต้องเรียนหลักสูตรภาษาเยอรมันในไทยก่อน เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเข้าเรียนต่อประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ วุฒิการศึกษาของไทย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนระดับชั้น ปวช. ปวศ. ไม่ได้เทียบเท่าวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาของประเทศเยอรมนี (Abitur) ดังนั้น นักเรียนทุกคนจะต้องสอบเทียบวุฒิ Feststellungsprüfung หรือใช้ชื่อย่อว่า FSP โดยเมื่อสอบผ่านแล้ว จะได้ใบประกาศนียบัตร FSP ที่เทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายในประเทศเยอรมนี และนักเรียนถึงจะสามารถเข้าเรียนปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมนีได้ และได้สิทธิ์เรียนฟรี 

การสอบ Feststellungsprüfung หรือ FSP นั้น ค่อนข้างยาก อันดับแรก คือสอบเป็นภาษาเยอรมัน และนอกจากนี้ ยังสอบรายวิชาอื่นๆ ตามเนื้อหาหลักสูตรที่ต้องการเรียนในระดับปริญญาตรีด้วย เช่น หากต้องการเรียนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ผู้สมัคร ก็จะต้องสอบวิชาคณิตศาสตร์ โดยเนื้อหาการสอบ ใกล้เคียงกับรายวิชาในชั้นปีที่ 1 ในระดับมหาวิทยาลัย นอกจากสอบข้อเขียนแล้ว ยังมีการสอบปากเปล่าด้วย และหากสอบไม่ผ่าน ผู้สมัครมีโอกาสสอบอีกแค่ 1 ครั้งเท่านั้น 

สถาบันการศึกษา ทั้งรัฐบาล และเอกชน จึงเปิดสอนหลักสูตร Studienkolleg เพื่อวัตถุประสงค์คือ เตรียมความพร้อมนักศึกษาต่างชาติ (รวมถึงนักเรียนไทยด้วย) เพื่อที่จะสอบ Feststellungsprüfung หรือ FSP ให้ผ่าน ระยะเวลาเรียนเพียง 1 ปี (2 เทอม) ซึ่งหลักสูตรนี้ ช่วยให้นักเรียนมีโอกาสสอบ FSP ให้ผ่านมากที่สุด โดยในบทความนี้ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร Studienkolleg อย่างละเอียด สามารถอ่านต่อได้ในบทความเลยค่ะ

หลักสูตร Studienkolleg คืออะไร?


หลักสูตร Studienkolleg เป็นหลักสูตรปรับพื้นฐาน ที่เตรียมความพร้อมสำหรับนักศึกษาต่างชาติทั้งเตรียมความพร้อมด้านภาษา และวิชาการเฉพาะด้าน ตามสาขาวิชาที่สนใจ ก่อนที่จะสอบ Feststellungsprüfung (FSP) เป็นการสอบเพื่อวัดระดับคุณสมบัติสำหรับการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี  (University Qualification Exam) ซึ่งใบประกาศ FSP สามารถเข้าเรียนได้ทุกมหาวิทยาลัยในเยอรมนี หรือทำความเข้าใจง่ายๆ คือ หลักสูตร Studienkolleg จะคล้ายกับหลักสูตร Foundation Program ที่ประเทศอังกฤษ

นักเรียนต่างชาติ (รวมถึงนักเรียนไทย) ที่เรียนจบหลักสูตรมัธยมปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 6) ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรภาษาไทย หลักสูตร Bilingual และต้องการเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมนี จะยังไม่สามารถเข้าเรียนได้ทันที เนื่องจาก คุณวุฒิในไทย ยังไม่เทียบเท่าประกาศนียบัตรมัธยมปลายของประเทศเยอรมนี (Abitur) ดังนั้น จะต้องสอบประเมินความรู้ FSP ก่อน ถึงจะสามารถยื่นเข้าเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยในเยอรมนีได้ โดยหลักสูตร Studienkolleg ก็เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนต่อปริญญาตรี ทั้งด้านภาษาเยอรมัน และด้านวิชาการ ในขณะเดียวกันก็เตรียมสอบ FSP ไปด้วย

รูปแบบ และการเรียนการสอนหลักสูตร Studienkolleg

รายละเอียดวิชาและเนื้อหาการเรียนการสอนจะแตกต่างกันในแต่ละ Studienkolleg หรือในแต่ละรัฐ การเรียน Studienkolleg จะได้เข้าห้องเรียนเพื่อศึกษาข้อมูลที่ละเอียดของวิชา การเข้าเรียนและการทำแบบทดสอบ (Feststellungsprüfung, FSP Assessment Test) โดยทั่วไปแล้วเป้าหมายของการศึกษา Studienkolleges นั้นเหมือนกัน ดังนี้

ปรับความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนในระดับอุดมศึกษา

Studienkollegs คือสถาบันสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่สนใจเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้เฉพาะ ในห้องเรียนจะมีการเสริมทักษะการรวมกันของทักษะทั่วไปและทักษะเฉพาะ รวมถึงทักษะพื้นฐานทางด้านภาษาเพื่อให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนระดับอุดมศึกษา การเรียนการสอนเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนมีคุณสมบัติตรงตามที่มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนีกำหนด

นักเรียนจะได้เรียนรู้อยู่ในสังคมที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรมมากขึ้น ผ่านการเรียนและสิ่งแวดล้อมในการเรียนที่เน้นความเป็นสากล ผู้เรียนจะเคารพในความแตกต่างทางด้านศาสนา การเมือง ความคิดทางวัฒนธรรม รวมทั้งต้นกำเนิดของผู้อื่น ความเป็นชนเผ่าพื้นเมือง เพศกำเนิด เพศสภาพ อายุหรือความทุพพลภาพของบุคคล อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญเสรีนิยมประชาธิปไตย

นักเรียนจะได้รับการพัฒนาให้มีความมั่นใจในการเรียนรู้ตามวัฒนธรรมการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาของประเทศเยอรมนี และได้พัฒนาทักษะที่สำคัญอย่างเช่น การทำงานเป็นทีม การบริหารเวลา การบริหารตนเองและการเรียนและทำงานอย่างเป็นอิสระด้วยตนเอง

พัฒนาทักษะทางด้านภาษา และวิชาการสำหรับการเรียนในระดับอุดมศึกษา

นักเรียนจะได้พัฒนาประสิทธิภาพทางด้านการสื่อสารผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในทุกรายวิชา และร่วมเรียนในห้องเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้และการทำงาน เช่น การพัฒนาทักษะในการเขียนสื่อสารโดยการใช้หัวข้อที่เฉพาะเจาะจงในการเขียน การรวมโครงสร้างเกี่ยวกับภาษาและการสร้างคำศัพท์ทางเทคนิคที่เพียงพอ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทักษะพื้นฐานสำหรับการศึกษาภาษาทางวิชาการ

  • การอ่าน – นักเรียนเข้าใจและสามารถพิจารณาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลที่เน้นทางวิทยาศาสตร์ได้
  • การฟัง – นักเรียนเจ้าใจและสามารถดำเนินการตามข้อมูลที่ได้รับฟังทั้งในรูปแบบของภาษาทั่วไปและภาษาทางวิทยาศาสตร์ เช่น การฟังในห้องเรียน การนำเสนองาน การอภิปรายเรื่องเฉพาะ การโต้วาที ได้
  • การเขียน – นักเรียนสามารถเขียนทางวิทยาศาสตร์แบบเบื้องต้นได้ นักเรียนสามารถเตรียมและเขียนให้สอดคล้องและมีโครงสร้างอย่างมีเหตุผลได้ ทั้งยังสามารถนำเสนอและอภิปรายในประเด็นที่มีความซับซ้อนได้
  • การพูด – นักเรียนสามารถสื่อสารอย่างมั่นใจในเนื้อหาทางวิชาการโดยทั่วไปได้ เช่น การอภิปราย การทำรายงาน และการนำเสนองาน

นักเรียนจะเรียนรู้เนื้อหาและวิธีการที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นหลักสูตรในระดับอุดมศึกษา และจะได้เรียนรู้ภาพรวมของหัวข้อที่เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนเฉพาะทางและเข้าใจประเด็นเฉพาะทางรายวิชาและตัวอย่างของวิธีการต่างๆ มากขึ้น มีความรู้พื้นฐานของวิธีการทำงานทางวิทยาศาสตร์ร่วมกันและจะสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างมั่นใจ เช่น การวิเคราะห์และการตีความข้อเท็จจริง สถิติหรือข้อความ เช่นเดียวกับการทดลอง ในการแก้ปัญหาอย่างเสรี นักเรียนจะเรียนรู้อย่างแตกต่างกันตามความต้องการ ดังนี้

  1. การใช้ความรู้ด้านการจัดการอย่างเป็นระบบและมั่นใจ เช่น การจัดเรียงเนื้อหาเป็นลำดับชั้น ตามความสำคัญ
  2. การนำงานวิจัย หรือผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา เช่น การพิสูจน์ การตีความ การแสดงความคิดเห็น

การศึกษาที่ Studienkollegs

การสอนที่ Studienkolleg ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถที่หลากหลาย มีการให้ความสำคัญกับการสร้างความสามารถทางสหวิทยาการและการสร้างความสามารถเฉพาะทาง เช่น การสร้างความรู้ที่ได้รับมาและความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่มความเฉพาะอย่างเสรีบนพื้นฐานของวิธีการที่เหมาะสมในบริบทที่เปลี่ยนแปลงได้ เน้น การแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง และการลงมือปฏิบัติ 

มีการคัดเลือกเนื้อหารายวิชาที่เกี่ยวข้องซี่งเป็นพื้นฐานของการสร้างความประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาเป็นหลัก การให้ความสำคัญกับความสนใจคือการดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนในการสร้างองค์ความรู้ การทดสอบและการปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การสอบ Feststellungsprüfung

อาจารย์ผู้สอนมีประสิทธิภาพในการเรียนและการสอน

อาจารย์ผู้สอนที่ Studienkolleg ได้รับการพัฒนาและอบรมให้เรียนรู้และทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลายและสากล ผู้สอนจะมีความสามารถในระดับสูงและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมรับมือกับนักเรียนและหลักสูตรการศึกษาในอนาคต มีความเชี่ยวชาญสามารถสอนผู้ใหญ่ในระดับมหาวิทยาลัยได้ ใส่ใจกับนักเรียนทุกคน มีความรับผิดชอบ ให้การสนับสนุนรายบุคคลกับนักเรียนตามวิธีการสอนที่เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน

ข้อดีของการเรียนหลักสูตร Studienkolleg มีอะไรบ้าง?

  • เพื่อให้มีทักษะภาษาเยอรมัน พร้อมสำหรับการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี 
  • เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวิชาการเฉพาะด้าน และเตรียมความพร้อมในการสอบ Feststellungsprüfung (FSP)
  • เพื่อนร่วมชั้นเรียน เป็นชาวต่างชาติ ดังนั้น จึงสามารถปรับตัวง่าย ลดความประหม่า Culture Shock เวลาพรีเซ้นงานหน้าห้อง หรือต้องอภิปรายกลุ่ม
  • อาจารย์ผู้สอนมีประสบการณ์การสอนชาวต่างชาติเป็นอย่างดี พยายามใช้คำที่สื่อสารเข้าใจ ไม่ซับซ้อนและไม่พูดเร็วเกินไป เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม และพร้อมให้คำปรึกษาทั้งด้านการเรียน และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

หลักสูตร Studienkolleg มีกี่ประเภท?

หลักสูตร Studienkolleg มี 2 ประเภท คือ หลักสูตรของมหาวิทยาลัย Universität (University) และหลักสูตรของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ Fachhochschule (University of Applied Sciences) โดยผู้เรียนจะต้องเลือกเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรในระดับปริญญาตรี ยกตัวอย่างเช่น หากผู้เรียนต้องการจะเรียนเกี่ยวกับหลักสูตรบริหารธุรกิจ Business จะต้องเลือกเรียนในหลักสูตร W-Kurs เป็นต้น

หลักสูตรมหาวิทยาลัย Universität (University)

 

เรียนจบ T-Kurs สามารถเรียนอะไรได้บ้าง ?
  • Architecture
  • Computer science in economics
  • Chemistry
  • Building engineering
  • Computer science
  • Technology of food production
  • Production technology
  • Mathematics
  • Metallurgy
  • Electrical engineering
  • Statistics
  • Geology
  • Mechanical engineering
  • Physics
  • Ship technology
  • Hydrography
  • Geography
  • Land management
  • Sound, film technology
  • Chemical engineering
  • Photographic engineering
  • Supply technology
  • Textile and printing equipment
  • Production technology
  • Sewing
  • Technology of environmental protection
  • Mineralogy
  • Meteorology
เรียนจบ M-Kurs สามารถเรียนอะไรได้บ้าง ?
  • Medicine
  • Biology
  • Nutrition
  • Dentistry
  • Microbiology
  • Agronomy
  • Veterinary medicine
  • Biochemistry
  • Sport
  • Psychology
  • Pharmaceutics
เรียนจบ W-Kurs สามารถเรียนอะไรได้บ้าง ?
  • Economics
  • Social science
  • Spatial planning
  • Computer science in economics
  • Sociology
  • Geography
  • Enterprise management
  • Social pedagogy
  • Social work
  • Political economy
  • Political science
  • Tourism and hospitality
  • Law studies
  • Insurance business
เรียนจบ G-Kurs สามารถเรียนอะไรได้บ้าง ?
  • German studies
  • Law studies
  • Theology
  • Literary criticism
  • Art
  • Design
  • Archeology
  • History
  • Restoration
  • Political science
  • History of art
  • Ethnology
  • Pedagogy
  • Opinion journalism
  • Journalism
  • Philosophy
  • Musicology
  • Theater studies
  • Psychology
  • Music
  • Product design
เรียนจบ S-Kurs สามารถเรียนอะไรได้บ้าง ?
  • Foreign languages (translators or interpreters)
  • Classical philology
  • Linguistics
  • Religious studies
  • Law studies

หลักสูตรมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ Fachhochschule (University of Applied Sciences)

หลักสูตร Studienkolleg ของ Fachhochschule (University of Applied Sciences) จะสามารถเข้าเรียนได้เฉพาะของ Fachhochschule (University of Applied Sciences) เท่านั้น แต่หลักสูตร Studienkolleg ของ Universität (University) สามารถเข้าเรียนทั้ง Universität และ Fachhochschule

นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยที่จะเปิดหลักสูตร Studienkolleg หรือ บางมหาวิทยาลัย เปิดวิทยาลัยเสริม ที่เปิดสอนเฉพาะหลักสูตร Studienkolleg โดยเฉพาะ และบางวิทยาเขตอยู่ไกลกันมาก (บางแห่งอยู่คนละเมือง) ดังนั้น แนะนำให้สอบถามทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

หลักสูตร Studienkolleg เปิดสอนที่ไหนบ้าง?

1. Studienkolleg ที่เปิดสอนโดยรัฐบาล (Public)

โดยทั่วไป Studienkollegs ของรัฐบาลจะไม่เสียค่าเล่าเรียน หรือเรียนฟรีนั่นเอง รัฐจะไม่เรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียนจากนักเรียนและยังใช้ได้ในมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ทุกแห่งทั่วเยอรมนี แต่จะต้องสอบเข้าเรียน (Aufnahmeprüfung) เพื่อเรียนหลักสูตร Studienkolleg ของรัฐบาล โดยที่นั่งจะถูกจัดสรรตามอันดับหรือคะแนนที่ได้รับในการสอบเข้า มีที่นั่งประมาณ 40 ที่นั่งต่อหลักสูตร และสามารถสอบได้เพียงสองครั้งเท่านั้น โดย 1 ปี มี 2 เทอม คือ

  • Winter Semester เริ่มในเดือนกันยายน / ตุลาคม การสอบเข้า (Aufnahmeprüfung) สำหรับภาคการศึกษา Winter Semester เริ่มในเดือนสิงหาคม ผลการสอบเข้าจะประกาศภายใน 3-4 สัปดาห์
  • Summer Semester เริ่มในเดือนมีนาคม / เมษายน การสอบเข้า (Aufnahmeprüfung) สำหรับภาคการศึกษา Summer Semester เริ่มในเดือนมกราคม ผลการสอบเข้าจะประกาศภายใน 3-4 สัปดาห์

การสอบเข้าเรียน Studienkolleg (Aufnahmeprüfung) นั้น ไม่ยาก แต่เป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจาก สอบเป็นภาษาเยอรมัน ดังนั้น ความรู้ภาษาเยอรมันเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการสอบคณิตศาสตร์ด้วย แต่เป็นคณิตศาสตร์พื้นฐาน ซึ่งอาจจะไม่ยาก และไม่ง่าย ดังนั้น ผู้สอบ จะต้องพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์เพิ่มเติมด้วย

2. Studienkolleg ที่เปิดสอนโดยเอกชน (Private)

สำหรับการเรียนหลักสูตร Studienkolleg ในเอกชนในเยอรมนีจะมีการเก็บค่าเล่าเรียน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ €6,500 – €12,500 ต่อปี แต่ข้อดีคือ ไม่จำเป็นต้องสอบเข้าเรียน (Aufnahmeprüfung) และบางแห่ง มีเปิดสอนหลักสูตรภาษาเยอรมันควบคู่ไปด้วย ตัวอย่างเช่น หากเรียนภาษาเยอรมันจนถึงระดับ A1 หรือ A2 ในประเทศไทย จากนั้นไปเรียนต่อหลักสูตรภาษาเยอรมัน ในประเทศเยอรมนี หลังจากจบหลักสูตรภาษาแล้ว สามารถเรียนหลักสูตร Studienkolleg ได้เลย มีความยืดหยุ่นกว่า ดังนั้น เหมาะมากๆ สำหรับผู้ที่อ่อนภาษาเยอรมัน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยบางแห่งยังเปิดรับนักศึกษา 4 เทอม ต่อปี เช่น เดือนมกราคม เดือนเมษายน เดือนสิงหาคม และ เดือนกันยายน (ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละมหาวิทยาลัย)

นอกจากนี้ Studienkolleg ที่เปิดสอนโดยเอกชน สามารถใช้ได้กับมหาวิทยาลัยในเยอรมนีได้บางแห่งเท่านั้น ตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่ต้องการว่า Studienkolleg ที่กำลังจะเข้าศึกษานั้นมีคุณสมบัติหรือไม่ แนะนำให้สอบถามกับทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

หลักสูตร Studienkolleg ใช้ระยะเวลาเรียนนานเท่าไหร่?

โดยทั่วไป Studienkolleg จะใช้เวลา 1 ปี ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษา แต่ถ้าหากผู้เรียนมีผลการเรียนดีเยี่ยม อาจจะลดระยะเวลาลงเหลือเพียงหนึ่งภาคการศึกษา อย่างไรก็ตามหากผลการเรียนไม่เป็นไปตามมาตรฐาน สามารถเรียนซ้ำทุกภาคการศึกษาหนึ่งครั้งเพื่อพยายามปรับปรุงผลการเรียน หลังจากเรียนจบ Studuenkolleg จะมีการสอบในช่วงปลายปีซึ่งเรียกว่า Feststellungsprüfung (University Qualification Exam) เป็นการทดสอบคุณสมบัติว่า พร้อมสำหรับการเรียนต่อในระดับปริญญาตรีหรือไม่ ซึ่งผลสอบ สามารถใช้ยื่นสมัครได้ทุกมหาลัย ทั่วเยอรมัน

คุณสมบัติในการเข้าเรียนหลักสูตร Studienkolleg เบื้องต้น

คุณสมบัติในการรับสมัคร จะแตกต่างกันไปตามมหาวิทยาลัย (หากต้องการทราบข้อมูลแบบละเอียด กรุณาสอบถามจากทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์) ในบทความนี้ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ขอยกตัวอย่าง คุณสมบัติเบื้องต้น ในการเข้าเรียนหลักสูตร Studienkolleg ดังนี้

คุณสมบัติทางภาษา

ในการเข้าเรียนใน studienkolleg ผู้เรียน จะต้องได้ทักษะภาษาเยอรมันระดับ B2 (บางแห่งอาจกำหนดขั้นต่ำที่ B1) หรือ มีผลสอบ *DSH-1 หากผู้สมัครได้คะแนนภาษาต่ำกว่า B2 จะต้องเรียนภาษาเยอรมันเพิ่มเติม โดยสามารถเรียนที่สถาบันสอนภาษาเยอรมันในประเทศเยอรมนีได้ เกณฑ์สมัครเรียนภาษาเยอรมันที่ประเทศเยอรมนี จะต้องได้ทักษะภาษาเยอรมันระดับ A1 โดยสามารถสอบได้ที่สถาบันกอเธ่ Gothe Institute ประเทศไทย 

ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ แนะนำให้เรียนภาษาเยอรมันในประเทศไทย ให้ได้อย่างน้อย A1 และไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี จะดีที่สุด เนื่องจาก ภาษาเยอรมันไม่ได้เป็นภาษาสากล ที่ใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเรียนภาษาเยอรมันในประเทศไทย เมื่อออกจากห้องเรียนแล้ว ก็ไม่มีโอกาสได้ฝึกพูด ฝึกสื่อสารนอกจากว่ามีคนรู้จักเป็นชาวเยอรมัน แต่การที่เรียนภาษาเยอรมันในประเทศเยอรมนี เราจะได้ประสบการณ์อื่นๆ นอกจากภาษาเยอรมัน เช่น ประสบการณ์การใช้ชีวิต ได้เพื่อนใหม่ๆ และได้ใช้ภาษาเยอรมันในหลากหลายสถานการณ์อีกด้วย นอกจากนี้ โรงเรียนสอนภาษาเยอรมัน ในประเทศเยอรมนี มีบริการแนะแนว และช่วยสมัครสอบ Studienkolleg ให้กับนักเรียนด้วย ยิ่งเป็นเรื่องง่ายเพราะมีอาจารย์ และผู้มีประสบการณ์คอยแนะแนว ให้คำปรึกษา ซึ่งตรงกันข้าม หากเรียนเองในประเทศไทย ก็จะต้องทำเรื่องสมัครเอง ค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง

ที่สำคัญ ข้อแตกต่างจากการเรียนภาษาเยอรมันในประเทศเยอรมนี และการเรียนภาษาเยอรมันในประเทศไทยคือ นักเรียนที่เรียนภาษาเยอรมันในประเทศเยอรมนี สามารถสื่อสารกับชาวเยอรมัน พูดคุยโต้ตอบกับอาจารย์ผู้สอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่านักเรียนที่เรียนภาษาเยอรมันในประเทศไทย เนื่องจาก หลายๆ สถาบันสอนภาษาเยอรมันในประเทศไทย เน้นเพียงการทำข้อสอบเท่านั้น แต่ขาดทักษะนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ถึงแม้จะเรียนและสอบจนได้ระดับ B2 ก็ตาม

ปรึกษาเดอะเบสท์ เกี่ยวกับการเรียนภาษาเยอรมัน ในประเทศเยอรมนี ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และเรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย  สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

คุณสมบัติทางวิชาการ

หลักสูตร Studienkolleg จะพิจารณาเฉพาะผู้สมัครที่มีวุฒิการศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือ ปวช. ปวศ. หากในขณะที่สมัครเรียน ยังไม่ได้รับวุฒิการศึกษา สามารถแนบทีหลังได้ภายใน 3 เดือน 

หมายเหตุ:

  • สำหรับนักเรียนที่เรียนจบในระดับปริญญาตรี ปี 2 ในประเทศไทย หรือ นักเรียนที่เรียนจบหลักสูตรนานาชาติ เช่น IB Diploma หรือ Cambridge A-Level จะสามารถเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีได้เลย ถ้ามีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและนโยบายของแต่ละมหาวิทยาลัย) แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจัดให้มีการสอบประเมินความรู้ด้วยตนเองทางอินเทอร์เน็ตก่อนสมัครเรียน หรือสอบสัมภาษณ์โดยตรงที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ ก่อนจะรับเข้าศึกษาต่อ
  • สำหรับนักเรียนที่มีวุฒิ GED ไม่สามารถใช้ยื่นเข้าเรียนหลักสูตร Studienkolleg ได้ทุกกรณี ผู้เรียนจะต้องสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (มัธยมศึกษาปีที่ 6) ถึงจะสามารถเรียนหลักสูตร Studienkolleg หากผู้เรียนมีวุฒิ GED อาจจะต้องมองเป็นประเทศอื่น เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศอังกฤษ เป็นต้น คลิก เพื่อศึกษามูลเกี่ยวกับวุฒิ GED คืออะไร ใช้เรียนต่อต่างประเทศได้หรือไม่ เรียนต่อประเทศอะไรได้บ้าง 
*การสอบ DSH คืออะไร? คลิก

การสอบ DSH คืออะไร?

การสอบ DSH คือ การสอบภาษาเยอรมัน ที่ใช้เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยในเยอรมัน โดยปกติจะเปิดสอบ 2 ครั้งต่อปี ต้นเดือนเมษายน และต้นเดือนตุลาคม สามารถเริ่มสอบได้เมื่อระดับภาษาอังกฤษอยู่ที่ระดับ B1 การสอบ DSH ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ

  1. การสอบข้อเขียน (การฟัง การอ่าน และการเขียน) ซึ่งใช้เวลารวมประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
  2. การสอบพูดใช้เวลา 20 นาที

ผลสอบ DSH แบ่งเป็นดังนี้

  • DSH-1 ผลสอบ ข้อเขียน และ ผลสอบพูด อย่างต่ำ 57%
  • DSH-2 ผลสอบ ข้อเขียน และ ผลสอบพูด อย่างต่ำ 67%
  • DSH-3 ผลสอบ ข้อเขียน และ ผลสอบพูด อย่างต่ำ 82%
**การสอบ TestDaF คืออะไร? คลิก

การสอบ TestDaF คืออะไร?

การสอบ TestDaF  เป็นการสอบสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เรียนภาษาเยอรมัน ที่มีแผนจะเรียนต่อในเยอรมนี หรือผู้ที่ต้องการใบประกาศนียบัตรทางภาษาเยอรมัน ประกอบด้วยข้อสอบ 4 ส่วน คือ การอ่าน การฟัง การพูด การเขียน สามารถเริ่มสอบได้เมื่อระดับภาษาอังกฤษอยู่ที่ระดับ B2

ผลการสอบจะประเมินเป็นระดับ TestDaF (TDN) ในระดับคือ

  • TestDaF-Niveaustufe 3 (TDN 3)
  • TestDaF-Niveaustufe 4 (TDN 4)
  • TestDaF-Niveaustufe 5 (TDN 5)

โดยทั่วไปแล้ว จะต้องได้คะแนนที่ TestDaF-Niveaustufe 4 (TDN 4) ถึงจะสามารถยื่นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเยอรมนีได้ แต่เนื่องจากมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในประเทศเยอรมนีมีนโยบาลการรับเข้าแตกต่างกันของแต่ละมหาวิทยาลัย ดังนั้น ผู้ที่ได้คะแนน TDN 3 ก็สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้เช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ยิ่งได้คะแนนสูง ยิ่งมีโอกาสเลือกมหาวิทยาลัยได้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อเรียนจบหลักสูตร Studienkolleg ผู้เรียนทุกคนจะต้องสอบ Feststellungsprüfung 

หลังจากเรียนจบหลักสูตร Studienkolleg ยังไม่สามารถเข้าเรียนต่อปริญญาตรีได้ ผู้เรียนจะต้องสอบ Feststellungsprüfung (FSP) เมื่อสอบผ่านแล้วใบประกาศของ FSP จะเทียบเท่าวุฒิการศึกษาของ Abitur ที่แสดงถึงคุณสมบัติพร้อมสำหรับการเรียนต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศเยอรมนี  (University Qualification Exam) ซึ่งใบประกาศ FSP สามารถใช้ยื่นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเยอรมนีได้ทุกมหาวิทยาลัย

Feststellungsprüfung (FSP) สอบอะไรบ้าง คลิกเลย

การสอบ FSP ของแต่ละหลักสูตร จะมีการสอบแตกต่างกัน ดังนี้

T-Kurs

  • การสอบเขียน: วิชาภาษาเยอรมัน วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาฟิสิกส์
  • การสอบปากเปล่า: วิชาเคมี

M-Kurs

  • การสอบเขียน: วิชาภาษาเยอรมัน วิชาฟิสิกส์ และวิชาชีววิทยา
  • การสอบปากเปล่า: วิชาเคมี

W-Kurs

  • การสอบเขียน: วิชาภาษาเยอรมัน วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาเศรษฐศาสตร์
  • การสอบปากเปล่า: วิชาภาษาอังกฤษ

G-Kurs

  • การสอบเขียน: วิชาภาษาเยอรมัน วิชาสังคมศึกษา และวิชาประวัติศาสตร์
  • การสอบปากเปล่า: วิชาวรรณกรรมเยอรมัน

S-Kurs

  • การสอบเขียน: วิชาภาษาเยอรมัน วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาประวัติศาสตร์
  • การสอบปากเปล่า: วิชาวรรณกรรมเยอรมัน

สามารถทำงานพาร์ทไทม์ ระหว่างเรียน Studienkolleg ได้ไหม?

เรียนต่อเยอรมนีสำหรับปริญญาตรี สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ 120 วันต่อปี หรือ 240 วันต่อปี (ในกรณีที่ทำงานครึ่งวัน) แต่สำหรับหลักสูตร Studienkolleg จะไม่สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ระหว่างที่กำลังศึกษา แต่ถ้าหากผู้เรียนอยากทำงานพาร์ทไทม์ในขณะที่เรียนหลักสูตร Studienkolleg ผู้เรียนสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้แค่ช่วงปิดเทอม (Holiday) เท่านั้น 

การหางานพิเศษ อาจหาได้จากป้ายประกาศในมหาวิทยาลัยหรือตามที่ต่างๆ ที่เรียกว่า Schwarzes Brett หรือในประกาศหางานในเวบไซต์ ในเมืองใหญ่ อาจมีการแข่งขันในการหางานสูงกว่าเมืองเล็ก ค่าจ้างงานมักจะขึ้นอยู่กับหน้าที่ในการทำงานและค่าครองชีพของแต่ละเมือง

นอกจากนี้ นักศึกษาที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาเยอรมัน มีโอกาสได้งานและเลือกงานได้มากกว่านักศึกษาที่พูดได้เพียงภาษาอังกฤษ เพราะงานที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารกับผู้คน ความรู้ภาษาเยอรมันเป็นสิ่งจำเป็น เช่น งานบริการในร้านอาหาร ในร้านขายของ เลี้ยงเด็ก ผู้ช่วยในสำนักงาน เป็นต้น นักศึกษาที่ยังสื่อสารภาษาเยอรมันได้ไม่คล่องนัก อาจหางานประเภทอื่น ๆ ได้ เช่น ผู้ช่วยในร้านอาหาร เป็นต้น

ค่าแรงขั้นต่ำประเทศเยอรมนีประมาณ  €9.35 (ประมาณ 347 บาท) ต่อชั่วโมง
อัพเดท 1 มกราคม 2563

อยากเข้าเรียน Studienkolleg เริ่มต้นอย่างไร?

  1. ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ กรอกแบบฟอร์มด้านล่าง แจ้งให้ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ทราบว่าต้องการเรียนต่อหลักสูตร Studienkolleg หรือหลักสูตรภาษาเยอรมัน ที่ประเทศเยอรมนี หลังจากนั้น ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะติดต่อกลับเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
  2. ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเช็คเอกสารให้ฟรี พร้อมแนะนำเส้นทางการเข้าเรียนปริญญาตรีที่เยอรมนี ว่ามีโอกาสไปในทางไหนได้บ้าง เช่น หากไม่มีคะแนนภาษาเยอรมัน อาจจะต้องลงเรียนภาษาเยอรมันก่อน โดย ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเลือกโรงเรียนสอนภาษาที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์กับผู้เรียนให้มากที่สุด
  3. หากเลือกเส้นทางการเรียนได้แล้ว ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะเริ่มดำเนินการสมัครเรียน ขอเอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) รวมถึงเตรียมเอกสารดำเนินการเรื่องวีซ่าด้วย
  4. หลังจากสถาบันการศึกษาตอบรับเข้าเรียนแล้ว ทางโรงเรียนจะส่งเอกสารตอบรับ Acceptance Letter ที่ออกโดยสถาบันการศึกษาของเยอรมัน โดยเอกสารตอบรับเข้าเรียน จะชี้แจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะนำมาสรุปค่าใช้จ่าย และคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินไทย ณ วัน เวลา ที่โอนเงิน 
  5. เมื่อชำระค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันการศึกษา จะส่งจดหมายตอบรับเข้าเรียน ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะใช้จดหมายนี้ เพื่อนำไปยื่นวีซ่าในขั้นตอนต่อไป
  6. เมื่อสำเร็จการศึกษา หลักสูตรภาษาเยอรมันแล้ว ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์ จะช่วยเหลือในการสมัครเรียน Studienkolleg 

ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ เป็นศูนย์บริการให้คำปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร เราเป็นตัวแทนที่ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และ ประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลก เรายินดีให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มสมัครเรียน จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงดูแลนักเรียนระหว่างเรียนจนนักเรียนเรียนจบด้วยทีมผู้เชียวชาญในด้านการเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ขั้นตอนเหล่านี้เราดำเนินการให้ฟรี และเราพร้อมที่จะทำตามคุณภาพ และมาตรฐานดังสโลแกนที่ว่า “We are Quality”

บริการของเรามีอะไรบ้าง ?

  • ฟรี!! บริการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศทุกระดับชั้นทั่วโลก เราให้คำแนะนำในการเรียนต่อต่างประเทศ ทุกระดับชั้น ทั่วโลก ตั้งแต่ โรงเรียนประถม โรงเรียนมัธยม สถาบันวิชาชีพ และสถาบันในระดับอุดมศึกษา รวมถึงหลักสูตรภาษาต่างประเทศ และเลือกสถาบันที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน
  • เราให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การประสานงานโรงเรียน เลือกโรงเรียนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน เตรียมเอกสารสมัครเรียน และดำเนินเรื่องสมัครเรียนให้ฟรี
  • บริการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าครบวงจร และบริการยื่นวีซ่ากว่า 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าอย่างตรงจุด และแนะนำวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์วีซ่า : เป้าหมายของเราคือต้องการให้ลูกค้าทุกท่านประสบความสำเร็จ
  • บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย – ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ – ภาษาไทย รวมถึงภาษาที่ 3 ด้วยราคามิตรภาพ เริ่มต้นเพียงแผ่นละ 200 บาท
  • บริการสมัครสอบ IELTS เดอะเบสท์ เป็นตัวแทนรับสมัครสอบ IELTS IDP อย่างเป็นทางการ พร้อมให้คำแนะนำ และนัดวันสอบให้โดยน้องๆ ไม่ต้องเสียเวลาสมัครเอง สมัครสอบได้ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • บริการซื้อประกันภัยการเดินทางและประกันสุขภาพนักเรียนต่างชาติ จากบริษัทประกันชั้นนำ MSIG, NIB, Allianz, Orbit และอื่นๆ
  • บริการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกสายการบิน และประสานงานกับสถาบันเกี่ยวกับรถรับ – ส่ง สนามบิน
  • บริการจัดหาที่พักทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ อพาร์ทเม้น หรือหอพักนักศึกษา จัดหาให้ตามความต้องการส่วนบุคคล

“เรายินดีที่จะดูแลนักเรียนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นจนนักเรียนสำเร็จการศึกษา และทำให้การเรียนต่อของคุณเป็นเรื่อง่าย ” สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร : 090-327 3558088-269 5099
Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

    วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
    ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









    ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
    ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

    Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.