การเรียนปริญญาตรีที่ออสเตรเลียมีหลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องเรียนเฉพาะในมหาวิทยาลัย โดยทุกรูปแบบก็มีคุณภาพ และความโดดเด่นแตกต่างกันไป แน่นอนว่า ถ้าหากต้องการเรียนในหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม กฏหมาย การเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย University อาจตอบโจทย์มากที่สุด แต่ถ้าหากเลือกเรียนหลักสูตรอื่นๆ หรือหลักสูตรที่ไม่จำเป็นต้องเน้นวิชาการ แต่เน้นทักษะการปฏิบัติงาน การเลือกเรียนสถาบัน TAFE หรือวิทยาลัยเอกชน College อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า และเงื่อนไขการรับเข้าเรียนง่ายกว่า และสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอีกหลายๆ อย่าง ในการเลือกเรียนต่อปริญญาตรีออสเตรเลีย 

น้องๆ หลายคน ที่กำลังวางแผนเรียนปริญญาตรีต่างประเทศ ก็อาจจะดูไว้หลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกเรียนประเทศไหน ในบทความนี้ เดอะเบสท์ ขอแนะนำเกี่ยวกับการเรียนต่อปริญญาตรีออสเตรเลีย เนื่องจากเงื่อนไขวีซ่าไม่ยุ่งยาก หากเปรียบเทียบกับอังกฤษ หรือสหรัฐอเมริกา และสถาบันการศึกษาทุกแห่งที่เปิดสอนระดับปริญญาตรี ในออสเตรเลียได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ได้เลยค่ะ

ทำไมต้องเรียนต่อปริญญาตรีที่ออสเตรเลีย


ปัจจุบันออสเตรเลียเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเรียนต่างชาติ เป็นอันดับสาม รองจากสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร นักเรียนต่างชาติจำนวนมากเลือกเรียนที่ออสเตรเลียเนื่องจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม ชาวพื้นเมืองที่เป็นมิตร และการศึกษาที่มีคุณภาพสูง ที่ค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล สำหรับประเทศไทย นิยมเดินทางไปเรียนต่อออสเตรเลีย รองลงมาจาก ประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในแต่ละปี มีคนไทยชาวไทย ที่เดินทางไปเรียนต่อออสเตรเลียจำนวน 15,000 – 25,000 คนต่อปี โดยในจำนวนนี้ มีนักศึกษาในระดับปริญญาตรีประมาณ 2,500 คน  (อ้างอิงข้อมูลจาก Austrade: Department of Education, Skills and Employment)

  • มหาวิทยาลัยทุกแห่งในออสเตรเลีย มีคุณภาพสูง วุฒิการศึกษาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Group of 8 หรือ G8 คือ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำในออสเตรเลีย ที่เป็นมหาวิทยาลัยอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก
  • การศึกษาระดับ World-Class ครอบคลุมทุกหลักสูตร ทั้งหลักสูตรปริญญา หลักสูตรวิชาชีพ หลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตรมัธยมนานาชาติ ทุกกหลักสูตรมีมาตรฐาน และครอบคลุมทุกสาขาวิชา
  • ประเทศออสเตรเลีย เป็นที่ตั้งของสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก โดดเด่นในด้านเทคโนโลยี การแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นที่ตั้งของฐานการวิจัยที่ล้ำสมัย ทำให้ผลงานวิจัยอยู่ในอันดับที่สูงกว่ามาตรฐานโลกในหลายๆ ด้าน
  • ผู้ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากออสเตรเลียเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานอย่างมาก เนื่องจากวุฒิการศึกษาระดับนานาชาติ ระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับ และควบคุมโดยรัฐบาล เพื่อรักษามาตรฐานการศึกษาระดับสูงตลอดเวลา
  • มีทุนการศึกษาทั้งจากรัฐบาล และสถาบันการศึกษามากมาย สนับสนุนให้ทั้งค่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าที่พัก
  • รัฐบาลออสเตรเลีย ได้ให้การสนับสนุนแก่นักศึกษาต่างชาติ โดยเปิดโอกาสให้ขอวีซ่า Temporary Graduate Visa (Subclass 485) ได้สูงสุด 4 ปี ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ เป็นวีซ่าเพื่อหางานทำหลังเรียนจบ สามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา Full-Time หรือสามารถเรียนต่อ เพื่อฝึกประสบการณ์ หรือทักษะอื่นๆ ในออสเตรเลีย
  • ค่าแรงขั้นต่ำของประเทศออสเตรเลีย สูงกว่ามาตรฐานโลก คือ $19.49 ต่อชั่วโมงหรือ $ 740.80 ต่อสัปดาห์ (Update 1 July 2019) ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำระดับ National Minimum Wage ซึ่งเป็นโอกาสดี สำหรับผู้ที่วางแผนทำงานหลังเรียนจบระยะยาว
  • นักศึกษาต่างชาติยังได้รับอนุญาตให้ทำงานพาร์ทไทม์ 40 ชั่วโมง/สองสัปดาห์ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และหารายได้เสริมเพื่อชดเชยค่าครองชีพในระหว่างที่เรียนอยู่ และยังได้รับประสบการณ์การทำงานในสาขาที่ตนเองสนใจอีกด้วย หากทำงานพาร์ทไทม์ที่ตรงกับสาขาที่เรียน
  • เมืองซิดนีย์ และเมืองเมลเบิร์น ติดอันดับ TOP 10 เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก โดยเมลเบิร์น อยู่ในอันดับที่ 2 และ ซิดนีย์ อยู่ในอันดับที่ 3

วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี มีกี่ประเภท?

วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีออสเตรเลีย ได้รับการรับรองโดยรัฐบาล ซึ่งหมายความว่า ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. Bachelor degree : ปกติจะใช้ระยะเวลาเรียนอย่างน้อย 2 – 3 ปี สำหรับหลักสูตรทั่วไป และ 3 – 7 ปี สำหรับหลักสูตรเฉพาะทาง การศึกษาระดับปริญญาตรียังคงเป็นมาตรฐานสำหรับการเข้าสู่อาชีพที่หลากหลาย
  2. Bachelor degree (Honors) : โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาแบบ Bachelor degree (Honors) ใช้มาตรฐานการศึกษาที่สูงกว่า หลักสูตรจะเข้มข้นกว่า มีความเป็นวิชาการมากกว่า บางหลักสูตรจะต้องเรียนด้วย และผู้เรียน จะต้องเขียนวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษา บางหลักสูตร บางมหาวิทยาลัย จะใช้ระยะเวลาเรียนนานกว่าปริญญาตรีปกติ เมื่อสำเร็จการศึกษา หากวุฒิการศึกษามี (Honors) ต่อท่าย เป็นที่เชื่อกันว่าจะได้รับโอกาสในการทำงานที่มากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรปริญญาตรี 2 สาขา Double Degree บางมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรปริญญาแบบ 2 สาขาวิชาควบคู่กัน โดยหลังจากที่เรียนจบ จะได้วุฒิการศึกษา 2 หลักสูตร เช่น หลักสูตรบริหารธุรกิจ และหลักสูตรวิศวกรรม ควบคู่กันไป ทำให้โอกาสในการทำงานในอนาคตกว้างมากขึ้น


ที่ไหนเปิดสอนปริญญาตรีบ้าง?

หลักสูตรระดับอุดมศึกษาในออสเตรเลีย มีให้เลือกเรียนอยู่ 3 ที่ คือ 1. มหาวิทยาลัย University 2. วิทยาลัยเอกชน Colleges และ 3. สถาบัน TAFE ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้เรียน ถ้าหากต้องการเรียนแพทย์ พยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม กฏหมาย การเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากต้องการเรียน และทำงานในสายงานอื่น เช่น อาชีพช่างยนต์ การทำอาหาร การท่องเที่ยว และการโรงแรม การบริการ หรือต้องการทำงานในสายงานอุตสาหกรรม ให้ลองพิจารณาสถาบัน TAFE หรือ วิทยาลัยเอกชน College

1. เรียนปริญญาตรีกับมหาวิทยาลัย University 

มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย เป็นตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพในสาขาวิชาชีพ เช่นกฎหมาย การพยาบาล ทันตแพทยศาสตร์ การแพทย์ สถาปัตยกรรมหรือวิศวกรรมศาสตร์ แต่สิ่งนี้ครอบคลุมเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของทุกสาขาที่สามารถศึกษาได้ มหาวิทยาลัยยังเปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลายในสาขาทั่วไป เช่น วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ธุรกิจ และ ศิลปะ และหลักสูตรเฉพาะด้านอื่น ๆ เช่นวารสารศาสตร์ การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือ จิตวิทยา มหาวิทยาลัยเสนอระดับสูงสุดที่มีอยู่

มหาวิทยาลัย University ส่วนใหญ่ จะเปิดสอนหลักสูตร ดังนี้ Sciences / Information Technology / Enginering / Architecture / Agriculture / Environmental / Health / Education / Management / Sociology / Arts / Humanities / Hospitality / Cookery / Law

ข้อดีเมืองเลือกเรียนกับ University

  • มหาวิทยาลัยในออสเตรเลียติด TOP 100 มหาวิทยาลัยของโลก มีคุณภาพสูง การันตีคุณภาพของบัณฑิต
  • วิทยาเขตมีขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก
  • มีหลักสูตรที่หลากหลาย และเฉพาะเจาะจง
  • มุ่งเน้นการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก

ค่าใช้จ่ายในการเรียนมหาวิทยาลัย (University) ออสเตรเลีย

ค่าใช้จ่ายในการเรียนปริญญาตรีออสเตรเลียเฉลี่ย อยู่ที่ $30,840 – $31,596 AUD แต่ค่าธรรมเนียมการศึกษา จะแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการศึกษา และบางหลักสูตร จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า เช่น หลักสูตรเกี่ยวกับสุขภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยทั่วไป มหาวิทยาลัยจะคำนวณค่าใช้จ่ายต่อหน่วยกิต ไม่ใช่ต่อปี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยกิตที่นักศึกษาได้ทำการลงทะเบียนไว้ ดังนั้น ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน

  • Australian National University ค่าเรียน $36,720 – $41,040 ต่อปี (ประมาณ 789,800 – 882,400 บาท)
  • CQUniversity ค่าเรียน $23,760 – $30,480 ต่อปี (ประมาณ 510,800 – 655,300 บาท)
  • Deakin Universityค่าเรียน $28,952 – $33,000 ต่อปี (ประมาณ 580,500 – 709,500 บาท)
  • James Cook University ค่าเรียน  $27,000 – $33,000 ต่อปี (ประมาณ 580,500 – 709,500 บาท)
  • Macquarie University ค่าเรียน  $30,570 – $34,726 ต่อปี (ประมาณ 657,300 – 746,600 บาท)
  • Swinburne University of Technology ค่าเรียน   $27,560 – 36,600 ต่อปี (ประมาณ 592,500 – 786,900 บาท)
  • University of Melbourne ค่าเรียน  $31,096 – $63,000 ต่อปี (ประมาณ 668,600 – 1,354,500 บาท)
  • University of Adelaide ค่าเรียน $29,000 – $35,500 ต่อปี (ประมาณ 623,500 – 763,300 บาท)
  • University of Sydney ค่าเรียน  $35,000 – $38,500 ต่อปี (ประมาณ 752,500 – 827,800 บาท)
  • University of Southern Queensland ค่าเรียน  $22,640 – $29,440 ต่อปี (ประมาณ 486,800 – 632,900 บาท)
  • Victoria University ค่าเรียน $25,200 – $36,700 ต่อปี (ประมาณ 541,800 – 789,000 บาท)

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายข้างต้น เป็นเพียงค่าใช้จ่ายปกติ ยังไม่ได้หักทุนการศึกษา ซึ่งบางมหาวิทยาลัย มีทุนการศึกษามอบให้ตั้งแต่ 20% – 100% ซึ่งเงื่อนไขการสมัครทุนก็จะแตกต่างกันไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

2. เรียนปริญญาตรีกับสถาบัน TAFE

TAFE คือ Technical and Further Education เป็นสถาบันที่รัฐบาลออสเตรเลียให้การสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ เปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพ (Vocational Education Training) เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานที่ไม่จำเป็นต้องเรียนในระดับปริญญา เช่น อาชีพช่างยนต์ ช่างกล การทำอาหาร การท่องเที่ยว และการโรงแรม เน้นทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน การเรียนการสอนควบคู่ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ บางหลักสูตร มีการฝึกงานด้วยเช่นกัน หรือการออกแบบ ออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษามีทักษะที่จำเป็นต่อนายจ้าง มีประสบการณ์การทำงาน ดังนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบัน TAFE จึงมีคุณสมบัติพร้อมเข้าทำงาน เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพได้ทันที

โดยส่วนใหญ่ สถาบัน TAFE จะเปิดสอนหลักสูตร เกี่ยวกับดังนี้ Agriculture / Arts and Design / Building and Furnishing / Business and Marketing / Community and Health / Education and Languages / Engineering and Transport / Food and Beverage / Hair and Beauty / Hospitality and Tourism / Information Technology หากสนใจหลักสูตรข้างต้น สถาบัน TAFE ถือว่าตอบโจทย์เลยทีเดียว

ข้อดีเมืองเลือกเรียนกับ TAFE

  • นอกจากหลักสูตร Bachelor Degree แล้ว ยังเปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพ Vocational Education and Training (VET)
  • หลักสูตรหลากหลาย มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติงาน
  • เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
  • เงื่อนไขการรับสมัครที่ยืดหยุ่นกว่า University
  • ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการเรียนใน University

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการสถาบัน TAFE ออสเตรเลีย

โดยส่วนใหญ่ สถาบัน TAFE จะเปิดสอนในหลักสูตรวิชาชีพ Certificate และ Diploma แต่ก็มีบางหลักสูตรที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ในค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง

  • Holmesglen Institute ค่าเรียน $15,900 – $19,200 ต่อปี (ประมาณ 341,800 – 412,800 บาท)
  • Melbourne Polytechnic ค่าเรียน $16,384 – $20,600 ต่อปี (ประมาณ 352,200 – 442,900 บาท)
  • TAFE Queensland ค่าเรียน $26,000 ต่อปี (ประมาณ 559,000 บาท)
  • TAFE New South Wales ค่าเรียน $15,040 – $20,000 ต่อปี (ประมาณ 323,400 – 430,000 บาท)
  • TAFE South Australia ค่าเรียน $15,000 ต่อปี (ประมาณ 332,500 บาท)
  • William angliss Institute ค่าเรียน $16,055 – $19,760 ต่อปี (ประมาณ 345,200 – 424,800 บาท)

นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าเรียนใน Diploma แล้ว Pathway เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ด้วย ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

3. เรียนปริญญาตรีกับวิทยาลัยเอกชน College

นอกจากมหาวิทยาลัย University วิทยาลัยวิชาชีพรัฐบาล TAFE ยังมีวิทยาลัยเอกชน College อีกหลายแห่งในออสเตรเลีย ที่เปิดสอนหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี และปริญญาโท รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพ VET ด้วย โดยทุกวิทยาลัยเอกชน จะต้องลงทะเบียนใน Commonwealth Register of Institutions and Courses for Overseas Students (CRICOS)

ในวิทยาลัยเอกชน College ในส่วนใหญ๋ จะมีการฝึกงานระหว่างเรียนด้วย โดยสถาบันจะทำหน้าที่จัดหาที่ฝึกงานให้กับผู้เรียน วิทยาลัยบางแห่งเทอมฝึกงานได้รับค่าตอบแทน และหลังจากเรียนจบ ทางสถาบันอาจมีการแนะแนว จัดหางานให้นักศึกษาด้วย นอกจากนี้ วิทยาลัยเอกชน College ส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในเมือง เหมาะสำหรับเรียนด้วยทำงานด้วย

ข้อดีเมืองเลือกเรียนกับ College

  • วิทยาลัยเอกชน แต่ละแห่ง มักจะมีความโดดเด่นเฉพาะตัว เช่น International College of Management Sydney วิทยาลัยเอกชนในเมืองซิดนีย์ โดดเด่นในด้านการบริหาร การจัดการ การท่องเที่ยว และการโรงแรม
  • บางหลักสูตร บางวิทยาลัย อาจมีประสิทธิภาพสูงกว่ามหาวิทยาลัย
  • มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากกว่า

ค่าใช้จ่ายในการเรียนวิทยาลัยเอกชน (College) ออสเตรเลีย

ค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนวิทยาลัยเอกชน College มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบัน ขึ้นอยู่กับขนาดของวิทยาเขต และชื่อเสียง บางสถาบัน มีหลายวิทยาเขตอยู่ทั่วโลก เช่น สถาบัน Le Cordon Bleu ที่เปิดสอนกว่า 20 วิทยาเขตทั่วโลก

วิทยาลัยเอกชนบางแห่ง มีโปรแกรมฝึกงานด้วย ซึ่งหมายความว่า น้องๆ มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากการฝึกงานด้วย ยกตัวอย่าง สถาบัน ICMS มีโปรแกรมฝึกงานสำหรับหลักสูตระดับปริญญาตรี 1,200 ชั่วโมง โดยทางสถาบันจะเป็นผู้จัดหาที่ฝึกงานให้ และผู้เรียนยังมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนอีกด้วย นอกจากนี้ ในเทอมที่ฝึกงาน ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อขอคำแนะนำได้เลย


ออสเตรเลียมีทุนการศึกษาสนับสนุนให้กับนักเรียนต่างชาติ

ทุนการศึกษามีหลายประเภท ทั้งทุนรัฐบาลออสเตรเลีย และทุนจากสถาบันการศึกษาโดยตรง โดยมอบให้เป็นทุนช่วยเหลือค่าเรียนตั้งแต่ 20% – 100% นอกจากนี้ ยังมีทุนช่วยเหลืออื่นๆ เช่น ทุนช่วยเหลือค่าครองชีพ หรือทุนช่วยเหลือค่าที่พัก นอกจากนี้

ตัวอย่างทุนการศึกษาของรัฐบาลออสเตรเลีย

  1. Australia Awards –  มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงด้านการศึกษาและความสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างออสเตรเลียและประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านโครงการทุนการศึกษา มอบให้โดยกระทรวงการต่างประเทศ (DFAT) กรมการศึกษาและศูนย์วิจัยการเกษตรนานาชาติแห่งออสเตรเลีย (ACIAR) ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  2. Destination Australia – ทุนการศึกษามอบให้โดยรัฐบาลออสเตรเลียสำหรับนักเรียน นักศึกษา ทั้งในและต่างประเทศ ที่เลือกเรียนสถาบันการศึกษาในเขตภูมิภาค (Regional) มอบทุนการศึกษามากกว่า 1,000 ทุนในแต่ละปีเพื่อสนับสนุนนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในระดับภูมิภาคตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตร Certification IV, Diploma หรือ ปริญญาตรีขึ้นไป โดยมูลค่าทุนการศึกษาอยู่ที่ $15,000 ต่อปี ให้ทุกปีจนเรียนจบ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  3. Australian Government Research Training Program (RTP) – ทุนวิจัย จากกระทรวงศึกษาธิการออสเตรเลีย ทุนการศึกษานี้ จะกระจายให้ในแต่ละสถาบัน และให้สถาบันเป็นผู้คัดเลือก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  4. Australia APEC Women in Research Fellowship – มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของผู้สตรีในภูมิภาค APEC และยกระดับโปรไฟล์ของแบบจำลองบทบาทหญิงในสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  5. Provider scholarships – ทุนการศึกษาจากหน่วยงานการศึกษาของออสเตรเลีย มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาต่างชาติที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การศึกษาอย่างสม่ำเสมอ

ตัวอย่างทุนการศึกษาของสถาบันการศึกษา

  1. มหาวิทยาลัย CQUiversity มอบทุนการศึกษามูลค่า 20% ให้กับนักเรียนทุกคน เพียงมีเกรดเฉลี่ยจากสถาบันเดิม GPA 2.5 ขึ้นไป ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  2. มหาวิทยาลัย Macquarie University มอบทุนการศึกษา มูลค่าทุนการศึกษา 10,000 AUD ต่อปี จนเรียนจบ ทุนฟรี ไม่มีเงื่อนไข ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  3. วิทยาลัย ICMS มีทุนการให้นักศึกษาในระดับปริญญาตรี ปีแรก นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาปัจจุบัน (ตั้งแต่เทอมที่ 2 เป็นต้นไป) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง $42,000 (ประมาณ 882,000 บาท) ซึ่งเป็นทุนสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนโดดเด่น  จาก ICMS และหน่วยงานภายนอก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  4. มหาวิทยาลัย University of Southern Queensland มอบทุนการศึกษาสูงสุด 25% พร้อมทุนสนับสนุนที่พัก วิทยาเขต Toowoomba 1 เทอม ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
  5. มหาวิทยาลัย James Cook University Brisbane มอบทุนการศึกษามูลค่าสูงสุด $9,900 ต่อปี ใช้เป็นส่วนลดค่าเทอม และ ฟรี ค่าที่พัก แบบพรีเมียม 1 เดือน สำหรับนักศึกษาใหม่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

สำหรับมหาวิทยาลัยอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็มีทุนการศึกษาเช่นเดียวกัน โดยอาจจะมอบทุนการศึกษาช่วยเหลือค่าเรียน 20% – 100% สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ได้


เรียนต่อปริญญาตรีออสเตรเลีย ระหว่าง University, TAFE และ Colleges เลือกเรียนสถาบันไหนดี?

ในการเรียนระดับปริญญาตรี มีให้เลือกเรียนทั้ง University, College หรือ TAFE ซึ่งการเลือกเรียน ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น เป้าหมายทางการเรียน ผลการเรียนที่ผ่านมา งบประมาณในการเรียน ทางเดอะเบสท์ ก็มีตัวช่วยในการพิจารณา ตัดสินใจดังนี้

1. เป้าหมายการทำงานในอนาคต

เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องนึกถึงอนาคตในอนาคตก่อนอันดับแรก หากมุ่งมั่น ตั้งใจว่าต้องการทำงานในสายงานเฉพาะทาง เช่น แพทย์ พยาบาล ทันตะแพทย์ วิศวกรรม กฏหมาย นักโบราณคดี นักจิตวิทยา สถาปัตยกรรม ให้พิจารณาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย University เพราะจะเรียนลึก เข้มข้น เน้นวิชาการมากกว่า แต่ถ้าหากต้องการทำงานในสายงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อุตสาหกรรมการเงิน อุตสาหกรรมบันเทิงและภาพยนตร์ การเรียนในสถาบัน TAFE หรือวิทยาลัยเอกชน College อาจจะตอบโจทย์มากกกว่า

2. ผลการเรียนที่ผ่านมา

เป็นที่ทราบกันดีว่า การที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย University เกณฑ์การรับเข้าค่อนข้างสูง ดังนั้น ลองประเมินผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษา ว่ามีการเรียนอยู่ในนรดับที่ตรงตามเกณฑ์การรับเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยหรือไม่ ถ้าหากผลการเรียน หรือคุณสมบัติยังไม่ตรงตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด วิทยาลัยเอกชน College หรือ TAFE อาจจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะเกณฑ์การรับเข้ายืดหยุ่นมากกว่า ทั้งนี้ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัย ก็เข้ารับเข้าเรียนได้ง่ายมากขึ้น หากเรียนหลักสูตร International Foundation ก่อน

3. พิจารณาสไตล์การเรียนของตัวเอง

มหาวิทยามักจะมีชั้นเรียนขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีแรกของหลักสูตรระดับปริญญาตรี นักศึกษาจะมีวิชาเรียนรวม ที่จะต้องเรียนในห้องเรียนเล็กเชอร์หลายร้อยคน การเรียนการสอนมุ่งเน้นทางวิชาการ และมุ่งเน้นการค้นคว้าด้วยตนเองมากกว่า หากผู้เรียนทักษะภาษาอังกฤษไม่แน่นมาก ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือ การทำงานกลุ่ม และปัญหาเรื่องการเรียนตามมา

ซึ่งในทางตรงกันข้าม การเรียนในสถาบัน TAFE หรือวิทยาลัยเอกชน College จะมีอัตราส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ผู้สอนจะน้อยกว่ามาก ซึ่งบางแห่งอาจจะอยู่ที่ประมาณ 20 – 30 คนต่อชั้นเรียน ทำให้อาจารย์ได้มีโอกาสโฟกัสผู้เรียน และให้คำแนะนำได้อย่างตรงจุด หากผู้เรียนมีคำถาม

4. ต้องใช้ชีวิตในหอพักนักศึกษาหรือไม่

มหาวิทยาลัยทุกแห่ง มีหอพักนักศึกษาคอยรับรองตลอดระยะเวลาการศึกษา เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรม พบปะพูดคุย และสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ทั่วโลก หรือการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร เช่น สโมสรนักศึกษา หรือกิจกรรมอาสาสมัคร ชมรม กีฬา แต่สำหรับบางคน อาจไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรม หรือ เรียนรู้วัฒนธรรมการใช้ชีวิตในหอพักนักศึกษา เนื่องจากข้อจำกัดส่วนตัว เช่น อายุเยอะ หรือมีบุตรแล้ว หรือต้องการเรียนอยู่ใจกลางเมือง การเลือกเรียนที่สถาบัน TAFE หรือ วิทยาลัยเอกชน College อาจจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะวิทยาเขตมักจะอยู่ใจกลางเมือง แต่อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยบางแห่งก็มีวิทยาเขตย่อยอยู่ในเมืองด้วยเช่นเดียวกัน

5. ประเมินสถานะทางการเงินของตนเอง

งบประมาณสำหรับการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญของการศึกษา ถ้าหากตัดสินใจเรียนต่อในมหาวิทยาลัย University จะต้องเตรียมเงินสำหรับค่าเรียนประมาณ $30,000 – $35,000 ต่อปี (ประมาณ 645,000 – 752,500 บาท) นอกจากค่าเทอมแล้ว ยังมีในส่วนของค่าที่พัก และค่าครองชีพด้วย ถ้าหากงบประมาณไม่ถึง อาจมองเป็นสถาบัน TAFE หรือวิทยาลัยเอกชน College ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำลงมา ประมาณ $15,000 – $25,000 ต่อปี (ประมาณ 322,500 – 537,500 บาท) การเรียนกับสถาบัน TAFE ส่วนวิทยาลัยเอกชน College ต้องดูชื่อเสียง และความมั่นคงของวิทยาลัยเป็นหลัก เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจน


รู้หรือไม่? เมื่อเรียนจบปริญญาตรีออสเตรเลีย ผู้เรียนสามารถขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ สูงสุด 4 ปี

นักศึกษาในระดับปริญญากว่า 80% มีวัตถุประสงค์เพื่อทำงานแบบเต็มเวลา (Full-Time) ในออสเตรเลีย ซึ่งทางรัฐบาลออสเตรเลีย ก็ให้การสนับสนุนแก่นักศึกษาต่างชาติ โดยเปิดโอกาสให้ขอวีซ่า Temporary Graduate Visa (Subclass 485) ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ เป็นวีซ่าเพื่อหางานทำหลังเรียนจบ สามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา Full-Time หรือสามารถเรียนต่อ เพื่อฝึกประสบการณ์ หรือทักษะอื่นๆ ในออสเตรเลีย โดยจะได้ระยะเวลา 2 – 4 ปีขึ้นอยู่กับว่าคุณเรียนปริญญาตรีอยู่ที่เมืองไหนในออสเตรเลีย นอกจากนี้ สามารถพาแฟน หรือคู่สมรสไปด้วยได้ ซึ่งก็ได้รับสิทธิ์ ทำงานแบบเต็มเวลาได้ด้วยเช่นกัน 

วีซ่า Temporary Graduate Visa (Subclass 485) แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. Graduate Work Streamเป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานหลังเรียนจบในประเทศออสเตรเลีย สำหรับหลักสูตรต่ำกว่าปริญญา เช่น หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ Certificate หรือ Diploma ระยะเวลาหลักสูตรรวมกันไม่ต่ำกว่า 2 ปี และต้องจบในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน (Skilled Occupation List) ระยะเวลาวีซ่า สูงสุด 18 เดือน

  2. Post-Study Work Stream วีซ่าทำงานหลังเรียนจบสำหรับคนที่เรียนหลักสูตรปริญญาขึ้นไป Degree เช่น ปริญญาตรี, ปริญญาโท, ปริญญาโทวิจัย และ ปริญญาเอก วีซ่าประเภทนี้ จะของ่ายกว่า Graduate Work Stream(สาขาที่วิชาที่เรียนไม่จำเป็นต้องอยู่ใน Skilled Occupation List) และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด ก็สามารถขอวีซ่าได้ ระยะเวลาวีซ่า 2 – 4 ปี

หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในเมืองหลัก Major Cities จะได้วีซ่าทำงานหลังเรียนจบจาก 2 ปี

  • Sydney
  • Melbourne
  • Brisbane

หากเลือกเรียนต่อในเมืองที่อยู่ในรายชื่อ Regional Cities จะได้วีซ่าทำงานหลังเรียนจบเพิ่มอีก 1 ปี เป็น 3 ปี

  • Perth
  • Adelaide
  • Gold Coast
  • Sunshine Coast
  • Canberra
  • Newcastle
  • Lake Macquaire
  • Wollongon
  • Illawarra Geelong
  • Hobart

หากเลือกเรียนต่อในเมืองที่อยู่ในรายชื่อ Outer Regional Cities จะได้วีซ่าทำงานหลังเรียนจบเพิ่มอีก 2 ปี เป็น 4 ปี

  • Darwin
  • Toowoomba
  • Lismore
  • Cairns
  • Bundaberg
  • Rockhampton
  • Noosa
  • Launcenston
  • Albury
  • Wodonga
  • Ipswich
  • Springfield
  • Orange
  • Wagga Wagga
  • Gladstone
  • Townsville
  • Mackay
  • Armidale
  • Bendigo
  • Emerald
  • และอื่นๆ

วีซ่า Temporary Graduate Visa (Subclass 485) เป็นวีซ่าที่สามารถขอได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น ควรเตรียมความพร้อมในด้านการเรียนให้ดี มีหลายครั้ง ที่ผู้สมัครยื่นวีซ่าผิดพลาด ผิดข้อกำหนด หรือแนบเอกสารผิดพลาด และเสียโอกาสในการขอวีซ่า นอกจากนี้ การเลือกสถาบันวิชาชีพ มหาวิทยาลัย หรือสาขาที่เรียนต่อ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน ดังนั้น ควรปรึกษากับ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง เนื่องจาก วีซ่าประเภทนี้ ถ้าผิดพลาด หรือโดนปฏิเสธ จะไม่สามารถยื่นขอใหม่ หรือยื่นอุทธรณ์ได้ในทุกกรณี


เรียนปริญญาตรีออสเตรเลีย เตรียมตัวสมัครเรียนเมื่อไหร่?

โดยปกติแล้ว สถาบันการศึกษาในออสเตรเลียส่วนใหญ่ จะเริ่มเปิดใหม่ 2 เทอม คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และ เดือนตุลาคม แต่ก็มีหลายๆ สถาบันการศึกษา ที่เปิดเรียน 3 – 4 เทอม เพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียนที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การวางแผนเรียนต่อปริญญาตรี เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และซับซ้อน ดังนั้น ควรวางแผนเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน (ยิ่งเตรียมตัวนานเท่าไหร่ยิ่งดี) เพื่อเผื่อเวลาเตรียมเอกสาร สอบภาษาอังกฤษ หรือบางมหาวิทยาลัย หรือบางสถาบันการศึกษา อาจมีการสัมภาษณ์นักศึกษา ดังนั้น เดอะเบสท์มีคำแนะนำคร่าวๆ ดังนี้

หากสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 5 

หากผู้สมัคร สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 หรือ ปวศ. สามารถเข้าเรียนหลักสูตร International Foundation Year 1 ปี  เพื่อปรับพื้นฐานก่อนเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี และ Bachelor Degree 3 ปี โดยหลักสูตร Foundation จะเรียนพื้นฐาน และความรู้ที่จำเป็นสำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรี บางสาขา จะมีหลักสูตร Foundation เฉพาะทาง

หากสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6

หากผู้สมัคร สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีได้เลย หากคุณสมบัติภาษาและคุณสมบัติทางวิชาการตรงตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยได้กำหนด อย่างไรก็ตาม หากผลภาษาอังกฤษ หรือคุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด มหาวิทยาลัยอาจตอบรับเข้าเรียน แต่จะต้องเรียนหลักสูตร International Foundation ก่อน 1 เทอม หรือ 1 ปี ก่อนเข้าเรียนวุฒิปริญญาตรี

หลักสูตร International Foundation คืออะไร ?

หลักสูตร International Foundation เป็นหลักสูตรปูพื้นฐานในการเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี หรือที่หลายๆ คนเข้าใจกันว่าเป็น ปีศูนย์ ซึ่งเป็นหลักสูตรก่อนจะเข้าเรียนปีหนึ่ง โดยส่วนใหญ่ จะใช้ระยะเวลาเรียน 1 ปี เปิดสอนหลักสูตรที่เป็นการเตรียมความพร้อม เช่น International Foundation Year in Technology เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสำหรับการเรียนเกี่ยวกับ IT Computer Networking เนื้อหาหลักสูตรจะเรียนเกีย่วกับ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และวิชาอื่นๆ ที่จำเป็น

ข้อดีของการเรียนหลักสูตร Foundation

  1. สามารถเข้าเรียนได้ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 5
  2. รับคะแนนภาษาอังกฤษน้อยกว่า (ปกติรับคะแนน IELTS Academic 5.5 โดยทุกแบนด์ไม่น้อยกว่า 5.0)
  3. ช่วยให้มั่นใจได้ว่านักเรียนมีความรู้ด้านวิชาการและพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่การเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย
  4. เพิ่มความมั่นใจในการเรียน เปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ ในชั้นเรียนขนาดเน็ลก และได้รับการสนับสนุนจากครูผู้สอนอย่างเต็มที่
  5. พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างรอบด้าน เน้นทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อการเรียนในปริญญาตรี รวมถึงทักษะการพูด การนำเสนองาน การอภิปรายกลุ่ม ก่อนเริ่มเรียนปริญญาตรี
  6. ช่วยให้ผู้เรียนมีเวลาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ และทำความคุ้นเคยกับวิธีการสอนของมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนให้ดียิ่งขึ้น
  7. เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายในการเรียนต่อต่างประเทศชัดเจน และไม่ต้องการเสียเวลาจนเรียนจบ ม.6

เรียนจบ GED สามารถเข้าเรียนปริญญาตรีออสเตรเลียได้หรือไม่ ?

สามารถเข้าเรียนได้ เกือบทุกมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียยอมรับผู้สำเร็จการศึกษาจากวุฒิ GED แต่ผู้เรียนจะต้องมีอายุ 18 ปี ก่อนวันเริ่มเรียน ทั้งนี้ การรับวุฒิ GED จะแตกต่างกันไปตามสาขา และหลักสูตรของมหาวิทยาลัย บางหลักสูตร ก็สามารถเข้าเรียนได้เลย แต่บางหลักสูตร อาจจะต้องเข้าเรียน International Foundation ก่อน ดังนั้น แนะนำให้สอบถาม ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ก่อน

ไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย เรียนต่อปริญญาตรีออสเตรเลียได้ไหม ?

ถ้าไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ตั้งเป้าหมายในการเรียนก่อนว่า ต้องการเรียนที่สถาบันไหน มหาวิทยาลัยไหน และปรึกษาจากเอเจ้นท์ เพื่อขอทำ Placement Test หรือ สอบภายในโรงเรียนก่อน หลังจากที่ทำข้อสอบเสร็จ ทางสถาบัน หรือมหาวิทยาลัยจะเป็นคนตัดสินว่า สามารถเริ่มเรียนได้เลยไหม หรือจะต้องเรียนภาษาเพื่อปรับพื้นฐานก่อน

แต่ถ้าหากไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย และต้องยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเรียนที่ไหน เดอะเบสท์ แนะนำให้ไปเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วไปก่อน General English เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านภาษาอังกฤษ ลองทำความเข้าใจกับบทความ ไม่เก่งภาษาเลย ต้องเรียนนานเท่าไหร่ เรียนคอร์สอะไร วางแผนการเรียนอย่างไรดี (คลิก) เพื่อเป็นแนวทางในการประเมินระยะเวลาในการเรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศด้วยตนเอง

จะต้องเตรียมสมัครเรียนตัวช่วงไหน ?

  • เราสามารถยื่นใบสมัครเรียนล่วงหน้าได้เลย โดยปกติสถาบันการศึกษาจะเปิดรับสมัครตลอดทั้งปี เราสามารถยื่นใบสมัครเพื่อให้ทางสถาบันการศึกษาได้พิจารณาใบสมัครก่อนได้เลย

  • ไม่จำเป็นต้องรอให้ได้เกรดครบทุกวิชา สามารถใช้ใบคาดว่าจะจบ และผลการเรียนปัจจุบัน สมัครก่อนได้เลย แต่ทั้งนี้ วันเปิดเทอมจะต้องมีผลการเรียน (Transcript) ที่สมบูรณ์

  • ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าประมาณ 3 – 4 เดือนก่อน วันเปิดเรียนจะดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น
    • หากต้องการเข้าเรียน Intake เดือนกุมภาพันธ์ 2021 ควรส่งเอกสารสมัครเรียนก่อน เดือนพฤศจิกายน 2020
    • หากต้องการเข้าเรียน Intake เดือนตุลาคม 2021 ควรส่งเอกสารสมัครเรียนก่อน เดือนกรกฎาคม 2020
    • หากวางแผนขอทุนด้วย ควรเตรียมตัวอย่างน้อย 1 – 2 ปี ขึ้นไป
  • การเตรียมเอกสารยื่นวีซ่า ใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์แล้วแต่ความพร้อมของเอกสาร
  • เมื่อยื่นวีซ่าแล้วระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า ปกติประมาณ 30 วันทำการ นับถัดจากวันที่ยื่น เร็วสุดที่ 10-20 วันทำการขึ้นอยู่กับสถานทูต
  • เราสามารถยื่นวีซ่าก่อนวันเริ่มเรียนได้ 3 เดือน เมื่อวีซ่าผ่านแล้วสามารถเดินทางได้เลย

331261_Apply_to_study_steps.jpg


คุณสมบัติเบื้องต้นในการเรียนปริญญาตรีมีอะไรบ้าง?

การเข้าเรียนหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาในออสเตรเลียมีการแข่งขันสูง นอกจากคุณสมบัติทางวิชาการแล้ว ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดภาษาอังกฤษด้วย นอกจากนี้ บางหลักสูตร มีเงื่อนไขการรับสมัครเพิ่มเติม เช่น การสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) โดยแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ละสถาบัน จะมีเกณฑ์การรับสมัครที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้ว การรับเข้าเรียนจะต้องสำเร็จการศึกาาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของออสเตรเลีย หรือเทียบเท่าอนุปริญญาตรีขั้นสูง (Diploma) จากสถาบันอาชีวศึกษา และการฝึกอบรม (VET)

ตัวอย่างเกณฑ์การรับสมัครเบื้องต้น

  • คุณสมบัติด้านวิชาการ
    • สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า GPA 2.5 – 3.0
  • ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทางภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ 
    • IELTS Academic 6.0 โดยทุกแบนด์ไม่ต่ำกว่า 5.5 (บางสาขาวิชาต้องได้ 6.5 โดยทุกแบนด์ไม่ต่ำกว่า 6.0)
    • TOEFL Internet-based Overall 75 ทุกพาร์ทไม่ต่ำกว่า 17
    • Cambridge English: Advanced (CAE) / Cambridge English: Proficiency (CPE) ปริญญาตรี Overall 169 (ต้องไม่มีแบนด์ไหนต่ำกว่า 154)
  • หากคุณสำเร็จการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ หรือมีวุฒิการศึกษาที่ตรงตามข้อกำหนดความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ไม่ต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษ เช่น
    • International Second Language Proficiency Rating (ISLPR® (IIAA accredited))
    • Cambridge English: Advanced (CAE) / Cambridge English: Proficiency (CPE) / Cambridge English: First (FCE)
    • International Baccalaureate Diploma/Certificate
    • Cambridge IGCSE A Level
    • สำเร็จการศึกษา Year 12 ในโรงเรียน High School ออสเตรเลีย

หากคุณสมบัติไม่ถึงสามารถเข้าเรียนได้ไหม?

  • ปกติแล้ว มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะพิจารณารับเข้าเรียน แต่จะต้องเข้าเรียนในหลักสูตรปรับพื้นฐาน International Foundation Program ก่อน แล้วเข้าเรียนต่อในหลักสูตร Degree
  • สถาบัน TAFE วิทยาลัยเอกชน College หรือมหาวิทยาลัยบางแห่ง มีโปรแกรม Pathway เข้าเรียนต่อ โดยสามารถใช้วุฒิการศึกษา Diploma เทียบโอนเข้าเรียนในปี 2 ได้ ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

เรียนต่อออสเตรเลีย ค่าครองชีพไม่แพงอย่างที่คิด?

ค่าครองชีพออสเตรเลีย จะแตกต่างกันไป ถ้าหากเลือกเรียนเมืองใหญ่ๆ จะเสียค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิงส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม หากลองเลือกร้านอาหารที่ไม่ได้อยู่ในย่านใจกลางเมือง อาจมีค่าใช้จ่ายถูกกว่ากรุงเทพอย่างมาก และคลับ บาร์ ที่ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด นอกจากนี้ หากเลือกเรียนเมืองที่ไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ เช่น บริสเบน โกลด์โคสต์ เพิร์ท แอดิเลด ค่าใช้จ่ายจะถูกลงเกือบครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวเป็นหลัก

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พัก

ที่พักในออสเตรเลียค่อนข้างมีหลากหลายราคา และหลากหลายรูปแบบ แต่ละโซนก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป โดยโซนในเมือง จะมีค่าใช้จ่ายแพงสุด แต่แลกมาด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แต่ถ้าหากใครอยากได้ที่พัก ที่ราคาถูกลงมา ลองเลือกพักแถบชานเมือง ที่ใกล้กับสถานีรถไฟ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก หรือได้ห้องพักอย่างดี ในราคาไม่สูง

  • โรงแรมและเกสต์เฮาส์ 190 – 250 AUD ต่อสัปดาห์
  • ห้องแบ่งเช่า 170 – 215 AUD ต่อสัปดาห์
  • พักอยู่ในสถานศึกษา 280 – 400 AUD ต่อสัปดาห์
  • โฮมสเตย์ 240 – 350 AUD ต่อสัปดาห์
  • บ้านเช่า 265 – 440 AUD ต่อสัปดาห์

ค่าโดยสารสาธารณะในออสเตรเลีย

การเดินทางในออสเตรเลีย สะดวกสบาย ระบบขนส่งสาธารณะทันสมัย สำหรับค่าใช้จ่าย จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้บริการ และระยะทางที่เดินทาง ค่าาใช้จ่ายสำหรับค่าโดยสารสาธารณะจะอยู่ที่ 30 – 70 AUD ต่อเดือน

ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอื่นๆ 

สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา ขึ้นอยู่กับประเภทที่พักที่เลือก เช่น ถ้าหากเลือกพักกับโฮมสเตย์ จะไม่ต้องกังวลกับค่าแก๊ส ค่าไฟฟ้า ค่าอาหารบางมื้อ ค่าอินเตอร์เน็ต แต่ถ้าหากเลือกเช่าห้องพักส่วนตัว ผู้เรียนก็จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มเข้ามา

  • ค่าอาหาร  80 – 280 AUD ต่อสัปดาห์
  • ค่าแก๊ส ค่าไฟฟ้า 35 – 140 AUD ต่อสัปดาห์
  • ค่าโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต 20 – 55 AUD ต่อสัปดาห์
  • ค่าโดยสาธารณะ 15 – 55 AUD ต่อสัปดาห์
  • ค่าน้ำมันรถ 150 – 260 AUD ต่อสัปดาห์
  • ความบันเทิง 80 – 150 AUD ต่อสัปดาห์

ประมาณค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อสัปดาห์

สายงานอาชีพ-3.jpg

หมายเหตุ: การประมาณการข้างต้น เป็นการประมาณการโดยเฉลี่ยเท่านั้น ในความเป็นจริง อาจจะใช้เงินน้อยกว่า หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้ชีวิตส่วนตัว คำนวณค่าเงิน 1 AUD มีค่าประมาณ 21 บาท คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับค่าครองชีพออสเตรเลีย หรือ คลิก เพื่อคำนวณค่าครองชีพโดยละเอียดตามไลฟสไตล์ส่วนตัว


วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ด้วย

สถานทูตออสเตรเลียอนุญาติให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน ทำงานพาร์ทไทม์ ได้ 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ (40 Hours / Fortnights) และสามารถทำงานเต็มเวลา ในช่วงปิดภาคการศึกษา โดยค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศอยู่ที่ 19.49 เหรียญต่อชั่วโมง (Update : 1 July 2019)

เงินจากการทำงานพาร์ทไทม์ สามารถนำไปจ่ายค่าเทอมปริญญาตรีได้หรือไม่?

เป็นไปได้ที่การทำงานพาร์ทไทม์อาจแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือ ค่าเทอมบางส่วนได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด เนื่องจาก การเรียนระดับปริญญาตรี จ่ายค่าเทอมเป็นรายเทอม หรือรายปี ถ้าหากได้รับค่าแรง $25 ต่อชั่วโมง จะมีรายได้ดังนี้

  • ใน 2 สัปดาห์ สามารถเก็บเงินได้ประมาณ 1,000 AUD หรือประมาณ 21,500 บาท
  • ใน 1 เดือน สามารถเก็บเงินได้ประมาณ 2,000 AUD หรือประมาณ 43,000 บาท
  • ใน 1 ปี สามารถเก็บเงินได้ประมาณ 24,000 AUD หรือประมาณ 516,000 บาท
  • หมายเหตุ: การประมาณดังกล่าว ยังไม่รวมช่วงปิดเทอม ที่สามารถทำงานได้แบบเต็มเวลา

จากการประมาณข้างต้น อาจจะเพียงพอต่อค่าครองชีพเท่านั้น และมีเงินเหลือเก็บเล็กน้อย ดังนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อมาจ่ายค่าเทอมระดับปริญญาตรี ถ้าหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง หรือทุนส่วนตัว หากใครที่มีงบจำกัด แต่ต้องการเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย เดอะเบสท์ขอแนะนำให้เรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ Certificate หรือ Diploma ซึ่งจะตอบโจทย์งบประมาณมากกว่า เพราะสามารถแบ่งจ่ายเป็นรายเทอมย่อยๆ ได้ เริ่มต้นเทอมละ $1,200 หรือปีละ $6,000 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพข้างต้นเป็นเพียงการประมาณโดยเฉลี่ยเท่านั้น นักศึกษาอาจจะประหยัดค่าใช้จ่าย หรือเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขึ้นอยู่กับไลฟสไตล์ส่วนตัว คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานพาร์ทไทม์ในประเทศออสเตรเลีย

สายงานเกี่ยวกับการบริการ หรือสายงานที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เช่น พนักงานเสริฟ บาร์เทนเดอร์ บาริสต้า คอลเซ็นเตอร์ พนักงานต้อนรับ พนักงานขาย หรือตัวแทนจำหน่าย มีโอกาสได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าสายงานประเภทอื่นๆ คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลแบบเจาะลึก งานพาร์ทไทม์สำหรับนักเรียน / นักศึกษา ที่ไปเรียนต่อต่างประะเทศ

บางหลักสูตร มีโปรแกรมฝึกงานด้วย

การทำงานพาร์ทไทม์ทั่วไปอาจจะไม่สามารถนำไปจ่ายค่าเทอมได้ 100% แต่การเรียนปริญญาตรี บางหลักสูตร จะมีโปรแกรมฝึกงานให้ด้วย  ซึ่งหมายความว่า น้องๆ มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากการฝึกงานด้วย หากเลือกเรียนหลักสูตรปริญญาตรี ที่มีฝึกงานแบบได้ค่าตอบแทน (Paid Internship)

  • หลักสูตรฝึกงาน จะฝึกอย่างน้อยอย่างน้อย 600 ชั่วโมง (หรือ 1 เทอม) ค่าตอบแทนที่ได้รับ เฉลี่ยประมาณ $25 ต่อชั่วโมง ดังนั้น คุณจะสามารถได้รับค่าตอบแทนประมาณ $15,000 ต่อ 1 เทอม ซึ่งสามารถนำค่าตอบแทนส่วนนี้ ไปหักลบกับค่าเทอมได้

โดยทางสถาบันจะเป็นผู้จัดหาที่ฝึกงานให้ และผู้เรียนยังมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนอีกด้วย นอกจากนี้ ในเทอมที่ฝึกงาน ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม และรายได้ในการฝึกงาน สามารถนำไปจ่ายค่าเทอมได้ด้วย และชั่วโมงฝึกงานไม่รวมกับการทำงานพาร์ทไทม์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อขอคำแนะนำได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น

  • สถาบัน ICMS มีโปรแกรมฝึกงานสำหรับหลักสูตระดับปริญญาตรี 1,200 ชั่วโมง ได้ค่าแรงขั้นต่ำ $25 / ชั่วโมง คุณก็จะสามารถได้รับค่าตอบแทนประมาณ $30,000 และเทอมที่ฝึกงาน ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม
  • สถาบัน Le Cordon Bleu สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารแบบฝรั่งเศสแบบพรีเมียม มีโปรแกรมฝึกงานในโรงแรม หรือภัตรคารระดับ 5 ดาว วัตถุประสงเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการทำอาหาร เพิ่มความมั่นใจ และประสบการณ์ การทำงานในโรงแรม หรือภัตรคารระดับ 5 ดาว
  • สถาบัน Blue Mountain สถาบันที่โดดเด่นด้านการโรงแรมที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมการบริการ ผู้เรียนจะมีโอกาสได้รับการฝึกงานในอุตสาหกรรมโรงแรมชั้นนำทั่วโลก เพื่อเพิ่มศักยภาพ และประสบการณ์การทำงาน และพร้อมเข้าสู่การเป็นผู้จัดการโรงแรมหลังสำเร็จการศึกษา

เรียนปริญญาตรีออสเตรเลีย เลือกเรียนเมืองไหนดี?

  • เมืองซิดนีย์ Sydney เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการเรียนต่ออันดับ 1 และ เป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับ 1 ของประเทศออสเตรเลีย เป็นเมืองหลวงของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย มีประชากรมากว่า 5.23 ล้านคน เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลีย และเป็นจุดหมายปลายทางแรกสำหรับนักเรียนต่างชาติ และนักท่องเที่ยว เมืองนี้ มีทุกอย่างที่ต้องการ ทั้งความบันเทิง ความสงบ ความปลอดภัย งานพาร์ทไทม์ และอัตราการจ้างงานหลังเรียนจบที่สูง คลิก เพื่อทำความรู้จักเมืองซิดนีย์
  • เมืองเมลเบิร์น Melbourne เป็นเมืองที่ได้รับเลือกให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก 7 ปีซ้อน (จากการจัดอันดับของ The Economist Intelligence Unit ตั้งแต่ปี 2011 – 2017 และในปี 2018 – 2019 อยู่ในอันดับ 2 รองจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย) เป็นเมืองหลวงของรัฐวิกตอเรีย และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศออสเตรเลีย รองจากซิดนีย์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีประชากรประมาณ 3,806,092 คน  คลิก เพื่อทำความรู้จักเมืองเมลเบิร์น
  • เมืองบริสเบน Brisbane เป็นเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากซิดนีย์ และเมลเบิร์น ตั้งอยู่บนสองฝั่งของแม่น้ำบริสเบน ที่ไหลลงสู่อ่าวมอร์ตัน เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของออสเตรเลีย (รองจากซิดนีย์และเมลเบิร์น) และเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เมืองบริสเบน ค่อนข้างเงียบสงบ ผ่อนคลาย แต่ก็แฝงด้วยชีวิตชีวา คลิก เพื่อทำความรู้จักเมืองบริสเบน
  • เมืองโกลดโคสต์ Gold Coast เป็นเมืองขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของออสเตรเลีย โดดเด่นด้วยสภาพอากาศที่สดใจ และทะเลที่สวยงาม นอกจากนี้ เมืองโกลด์โคสต์ ยังเป็นเมืองที่พัฒนาเร็วที่สุดในออสเตรเลียอีกด้วย
  • เมืองเพิร์ท Perth เป็นเมืองหลวงของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย กินพื้นที่ 1 ใน 3 ของทวีป  มีประชากรกว่า 2 ล้านคน เป็นเมืองหลวงที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสี่ ในออสเตรเลีย ล้อมรอบด้วยสันเขาที่เรียกว่า Darling Scarp เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำที่สำคัญสองสายได้แก่ แม่น้ำ Swan และ Canning สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ จะเป็นภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ได้รับสมญาณามให้เป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในคาบมหาสมุทรอินเดีย มีชื่อเสียงในด้านอันยาวนานของแสงแดดท้องฟ้าสีครามและชายหาดสีขาวสดใส คลิก เพื่อทำความรู้จักเมืองเพิร์ท
  • เมืองแอดิเลด Adelaide แอดิเลดตั้งอยู่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย และเป็นเมืองหลวงของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย South Australia โดดเด่นในด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ ใกล้กับชายหาดและเกาะที่สวยงาม เมืองนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากเนิน Adelaide Hills ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินป่า การขี่จักรยานชมสัตว์ป่า หรือใกล้กับไร่องุ่นที่ผลิตไวน์ชั้นยอด คลิก เพื่อทำความรู้จักเมืองแอดิเลด
  • เมืองดาร์วิน Darwin เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ทเทอร์นเทริทอรี Northern Territory ได้รับสมญาณามว่าเป็นเมืองที่อยู่ ทางตอนเหนือสุด ของประเทศออสเตรเลีย ติดกับทะเลติมอร์ ทำให้เห็นวิวมหาสมุทรที่งดงาม สภาพภูมิประเทศของเมืองนี้มีหลากหลาย ตั้งแต่ ชายหาดที่สวยงาม หรือป่าดิบชื้น รวมถึงทุ่งหญ้าแบบทะเลทราย ที่นี่จึงมีพืชพรรณแปลกใหม่มากกว่า 4,300 สายพันธุ์ และสัตว์ท้องถิ่นแปลกๆ อีก 400 ชนิด คลิก เพื่อทำความรู้จักเมืองดาร์วิน

Australia Map with Uni locations_large.png


เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับข้อมูลที่เราสรุปให้ สำหรับน้องๆ คนไหน ยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าจะเรียนที่ไหน สามารถสอบถามทาง ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ ได้เลยค่ะ เราพร้อมให้คำปรึกษาฟรี เพียงความต้องการ วัตถุประสงค์ในการเรียนต่อ และงบประมาณในการเรียนต่อ ทางเราจะจัดหามหาวิทยาลัย Univeristy สถาบัน TAFE วิทยาลัยเอกชน College ที่ตอบโจทย์กับความต้องการให้มากที่สุด


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลการเรียนต่อปริญญาตรีออสเตรเลียเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ ศูนย์ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร

  • บริการให้คำปรึกษาฟรี ทั้งเรื่อง การเรียน
  • เรื่องการทำวีซ่า การเตรียมเอกสาร
  • ทำให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย
  • ดูแลจนกว่านักเรียนจะเรียนจบ
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บ
  • คลิ๊ก เพื่อทำความรู้จักเดอะเบสท์ เพิ่มเติม

แนะนำให้สอบถามก่อนล่วงหน้า 4 เดือนก่อนจะเดินทาง ช้าสุดไม่ควรน้อยกว่า 2 เดือน เพื่อทางเดอะเบสท์จะได้ทำการจองที่นั่ง เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่รับเข้าเรียนได้มีจำนวนจำกัด

วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

แนะนำให้สอบถามก่อนล่วงหน้า 4 เดือนก่อนจะเดินทาง ช้าสุดไม่ควรน้อยกว่า 2 เดือน เพื่อทางเดอะเบสท์จะได้ทำการจองที่นั่ง เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่รับเข้าเรียนได้มีจำนวนจำกัด

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร
 :
090-327 3558088-269 5099

Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

Reference

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.