Le Cordon Bleu สถาบันสอนทำอาหารระดับโลก


Le Cordon Bleu โรงเรียนสอนการประกอบอาหารชั้นสูง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1895 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยนักหนังสือพิมพ์ชื่อ Marthe Distel และสำนักพิมพ์ของนิตยสาร La Cuisinière Cordon Bleu ต่อมาในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 1896 ได้จัดการสาธิตการประกอบอาหารขึ้นที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ เพื่อเป็นประชาสัมพันธ์นิตยสารและเปิดโรงเรียนสอนทำอาหาร นับแต่นั้นมา เลอ กอร์ดอง เบลอ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีเชฟผู้สอนชั้นนำ นักเรียนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งบุคคลสำคัญ ที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

Le Cordon Bleu มุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาความรู้เกี่ยวกับอาหาร การศึกษาด้านศิลปะการประกอบอาหารและขนมอบ และการบริหารจัดการ เพื่อถ่ายทอดความเป็นเลิศด้านอาหารแก่ผู้ที่สนใจและศึกษาด้านศิลปะการทำอาหาร เชฟผู้สอนเป็นผู้มีประสบการณ์ระดับมืออาชีพจากร้านอาหารชั้นนำที่ได้รับดาวมิชลิน (Michelin-Starred restaurants) หรือเชฟยอดฝีมือจากการแข่งขันการทำอาหาร เช่น Meilleur Ouvrir de France ซึ่งจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการทำอาหารแบบฝรั่งเศสทั้งแบบดั้งเดิม และอาหารฝรั่งประยุกต์ สมัยใหม่ ให้กับผู้เรียน 

ด้วยความสำเร็จกว่า 120 ปี ปัจจุบัน Le Cordon Bleu ได้เปิดโรงเรียนสอนการทำอาหารใน 20 ประเทศทั้วโลก รวมทั้งหมดกว่า 35 วิทยาเขต รองรับนักเรียนกว่า 100 สัญชาติมากถึง 20,000 คนต่อปี 

1574250537658.jpg

Le Cordon Bleu NZ prospectus-2017-28


Le Cordon Bleu Thailand

Le Cordon Bleu Thailand เปิดสอนหลักสูตรการทำอาหารคาว (Cuisine) และหลักสูตรการทำขนมอบคุณภาพสูง (Pâtisserie) มีมาตรฐาน ใช้เทคนิคกาเรียนการสอนแบบสไตล์ฝรั่งเศส French Technique ทั้งแบบดั้งเดิม และแบบร่วมสมัย นอกจากนี้ สถาบัน Le Cordon Bleu Thailand ยังเป็นวิทยาเขตแห่งเดียวในโลก ที่เปิดหลักสูตรวิธีการทำอาหารไทย “หลักสูตรวิชาการครัวไทย” (Professional Thai Cuisine) อีกด้วย

นอกเหนือจากหลักสูตรข้างต้นแล้ว โรงเรียนยังได้พัฒนา “หลักสูตรวิชาการทำขนมปัง” (The Art of Bakery) หลักสูตร 240 ชั่วโมง ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้ที่ชื่นชอบการทำขนมปังได้เพิ่มพูนความรู้ เรียนรู้เทคนิคและทักษะการทำขนมปังแบบหลากหลายชนิดทั้งขนมปังแบบฝรั่งเศสและนานาชาติอีกด้วย รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นอื่นๆ อีกมากมาย

สถานที่ตั้งของ Le Cordon Bleu Thailand

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ชั้น 17-19 อาคารเซ็นทรัลทาวเวอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อุปกรณ์ทุกอย่าง เกรดภัตราคารอาหาร และโรงแรม 5 ดาว พร้อมวัตถุดิบที่นำเข้าเกรดพรีเมียม สิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม สื่อการสอนทันสมัย อาจารย์ผู้สอนเป็นเชฟที่มีประสบการณ์จากทั่วโลก

หลักสูตรการประกอบอาหารคาว (Diplôme de Cuisine)

ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป และต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า

หลักสูตรวันธรรมดา

  • ภาคเรียนที่เปิดรับมกราคม / เมษายน / กรกฎาคม / ตุลาคม (2563)
  • ตารางเรียน: หลักสูตรวันธรรมดา – 4 วันต่อสัปดาห์
  • เวลาเรียน: เรียน 3 ชั่วโมง 2 วัน และ 6 ชั่วโมง 2 วัน
  • ระยะเวลา: 9 เดือนสำหรับการเรียนทั้ง 3 ระดับ

หลักสูตรวันวันเสาร์

  • ภาคเรียนที่เปิดรับ: มกราคม / กรกฎาคม (2562)  มกราคม / กรกฎาคม (2563)
  • ตารางเรียน: หลักสูตรวันเสาร์ – 1 วัน ต่อสัปดาห์
  • เวลาเรียน: เรียน 9 ชั่วโมงต่อวัน เวลา 08.00 – 19.00 น.
  • ระยะเวลา: 18 เดือนสำหรับการเรียนทั้ง 3 ระดับ

หลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาว (Diplôme de Cuisine) ครอบคลุมการเรียนการสอนตั้งแต่ทักษะการประกอบอาหารขั้นพื้นฐาน การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ การจัดเตรียมการประกอบอาหาร ไปจนถึงการสร้างสรรค์และออกแบบรายการอาหาร โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคนิคการประกอบอาหารต่าง ๆ ตามแบบฉบับอันเลื่องชื่อของ เลอ กอร์ดอง เบลอ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  • อาหารคาวชั้นต้น นักเรียนจะได้เปิดประสบการณ์การประกอบอาหารแบบฝรั่งเศสที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยจะได้เรียนรู้การใช้และผสมผสานสมุนไพร เครื่องเทศ และเครื่องปรุงชนิดต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์รสชาติอาหาร และเติมเต็มให้อาหารมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยในหลักสูตรจะได้เรียนเกี่ยวกับ

    • คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ในการประกอบอาหาร
    • การใช้มีด และการหั่นแบบมืออาชีพ
    • การเตรียมวัตถุดิบ และส่วนผสมสำหรับการประกอบอาหาร
    • เทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม
    • หลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำน้ำสต็อก ซอสชนิดต่าง ๆ ไส้อาหาร และแป้งสำหรับประกอบอาหาร
    • วิธีการและขั้นตอนการปรุงอาหารชนิดต่าง ๆ
  • อาหารคาวชั้นกลาง นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารประจำแคว้นต่างๆ ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบอาหารฝรั่งเศส อาหารแต่ละชนิดจะอาศัยเทคนิคการประกอบอาหารที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น นักเรียนจะได้ฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้จากวิชาในระดับชั้นต้นจนมีความเชี่ยวชาญ โดยในหลักสูตรจะได้เรียนเกี่ยวกับ
    • ความเป็นมาของวัตถุดิบ และอิทธิพลที่มีต่ออาหารประจำแคว้นต่างๆ ของประเทศฝรั่งเศส
    • ทักษะการครัวแบบมืออาชีพ
    • เทคนิคการหั่นขั้นสูง และการจัดตกแต่งจานอาหาร
    • เครื่องปรุง และการปรุงแต่งรสชาติอาหาร
    • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผสมผสานระหว่าง สี รสชาติ และความกลมกลืนของรสสัมผัส
  • อาหารคาวชั้นสูง นักเรียนจะได้เรียนรู้วิวัฒนาการของอาหารฝรั่งเศส อิทธิพลต่าง ๆ ที่ทำให้อาหารฝรั่งเศสมีความหลากหลายและร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น เทคนิคขั้นสูงที่ใช้ในการประกอบอาหารแบบร่วมสมัย การผสมผสานการปรุงแต่งรสชาติอาหารรูปแบบต่าง ๆ และการจัดตกแต่งจานอาหาร โดยในหลักสูตรจะได้เรียนเกี่ยวกับ
    • การจัดการ และการทำงานครัวอย่างมีประสิทธิภาพ
    • การออกแบบรายการอาหารที่ปรุงจากส่วนผสมที่หายาก และมีคุณภาพสูง
    • การประกอบอาหารขั้นสูง และการวางแผนรายการอาหารแบบร่วมสมัย
    • การสร้างสรรค์ และจัดตกแต่งจานอาหารขั้นสูง

คาว.jpg

หลักสูตรการประกอบขนมอบและขนมหวาน (Diplôme de Pâtisserie)

ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป และต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า

หลักสูตรวันธรรมดา

  • ภาคเรียนที่เปิดรับมกราคม / เมษายน / กรกฎาคม / ตุลาคม (2563)
  • ตารางเรียน: หลักสูตรวันธรรมดา – 4 วันต่อสัปดาห์
  • เวลาเรียน: เรียน 3 ชั่วโมง 2 วัน และ 6 ชั่วโมง 2 วัน
  • ระยะเวลา: 9 เดือนสำหรับการเรียนทั้ง 3 ระดับ

หลักสูตรวันวันเสาร์

  • ภาคเรียนที่เปิดรับ: มกราคม / กรกฎาคม (2562)  มกราคม / กรกฎาคม (2563)
  • ตารางเรียน: หลักสูตรวันเสาร์ – 1 วัน ต่อสัปดาห์
  • เวลาเรียน: เรียน 9 ชั่วโมงต่อวัน เวลา 08.00 – 19.00 น.
  • ระยะเวลา: 18 เดือนสำหรับการเรียนทั้ง 3 ระดับ

หลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบขนมอบ (Diplôme de Pâtisserie) มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคนิคการทำขนมอบตามแบบฉบับของ เลอ กอร์ดอง เบลอ และมุ่งฝึกฝนให้ผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องครัวและอุปกรณ์ต่าง ๆ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การทำขนมเค้ก และขนมอบแบบฝรั่งเศสนานาชนิดทั้งในแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ที่มีวางจำหน่ายในร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ และร้านน้ำชา รวมไปถึงเทคนิคการทำช็อกโกแลต และศิลปะการทำน้ำตาลขั้นสูง โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  • ขนมอบชั้นต้น นักเรียนจะได้เรียนรู้หลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำขนมอบ ตั้งแต่ชนิดของขนมอบและขนมเค้ก การผสมผสานส่วนประกอบต่าง ๆ ของขนมอบ เพื่อทำให้ขนมอบมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไปจนถึงเทคนิคการประกอบขนมอบ ขนมหวาน และขนมเค้กหลากหลายชนิด โดยในหลักสูตรจะได้เรียนเกี่ยวกับ
    • คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสที่ใช้ในการทำขนมอบ
    • พื้นฐานการทำแป้งขนมอบ
    • พื้นฐานการทำครีมและไส้ขนมอบ
    • เทคนิคการประกอบขนมอบ และขนมเค้กฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม และการตกแต่งขั้นพื้นฐาน
    • การตกแต่งหน้าขนมอบ
  • ขนมอบชั้นกลาง นักเรียนจะได้เพิ่มพูนทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นในการประกอบและตกแต่งขนมอบฝรั่งเศสในแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย โดยในหลักสูตรจะได้เรียนเกี่ยวกับ
    • ขนมอบฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย
    • ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยีสต์
    • ขนมอบที่เสิร์ฟแบบร้อนและเย็น
    • เทคนิคการทำช็อคโกแลตขั้นพื้นฐาน
  • ขนมอบชั้นสูง นักเรียนจะได้เรียนรู้การประกอบขนมอบหลากหลายชนิดที่วางจำหน่ายในร้านอาหาร เทคนิคการทำช็อคโกแลต และศิลปะการทำน้ำตาล ซึ่งเป็นการนำความรู้ ทักษะ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้จากวิชาในระดับชั้นต้นและกลางมาประยุกต์ใช้ และสร้างสรรค์ขนมชนิดต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ โดยในหลักสูตรจะได้เรียนเกี่ยวกับ
    • ขนมปัง ทาร์ต และขนมเค้กแบบร่วมสมัย
    • ขนมอบชิ้นเล็ก
    • เทคนิคการทำช็อกโกแลตขั้นสูง
    • เทคนิคการทำน้ำตาล เช่น การผสมสี การดึง และการเป่าน้ำตาล
    • การจัดตกแต่งขนมอบ

หวาน.jpg

หลักสูตรอาหารคาว + ขนมอบและขนมหวาน (Grand Diplôme®)

ในหลักสูตร กร็องด์ ดิโปลม (Grand Diplôme®) ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทั้งในหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาว (Diplôme de Cuisine) และหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบขนมอบ (Diplôme de Pâtisserie) โดยนักเรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งก่อน หรือเรียนทั้งสองหลักสูตรควบคู่กันได้ ในกรณีที่เลือกเรียนทั้งสองหลักสูตรพร้อมกัน นักเรียนจะต้องเรียนในระดับเดียวกันทั้งสองหลักสูตร และเมื่อสำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาว และขนมอบทุกระดับ (ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง รวมทั้งสิ้น 6 ระดับ) นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาวและขนมอบ (Le Grand Diplôme) ซึ่งเปรียบเสมือนใบเบิกทางสู่การทำงานในธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารในระดับ สากล

ดิโปลม.jpg

หลักสูตรการประกอบอาหารไทย (Diplôme de Cuisine ThaÏe)

ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป และต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต นับเป็นโรงเรียนแห่งแรกในเครือโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ทั่วโลก ที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการครัวไทย ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการครัวไทยได้รับการออกแบบโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย การเรียนการสอนของหลักสูตรประกอบไปด้วยการเรียนรู้ผ่านการสาธิตการประกอบอาหารโดยเชฟผู้สอน และการฝึกปฏิบัติประกอบอาหารในห้องปฏิบัติการครัว ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่เป็นแบบฉบับของ เลอ กอร์ดอง เบลอ

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การประกอบอาหารไทยมากกว่า 200 รายการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยโบราณ อาหารประจำภาค อาหารแบบชาววัง และอาหารไทยร่วมสมัย นอกจากนี้ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การแกะสลักผักและผลไม้ และการจัดการร้านอาหารเบื้องต้น หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเชฟ หรือดำเนินกิจการร้านอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศ

ผู้สำเร็จหลักสูตรฯ จะได้รับ “ประกาศนียบัตรวิชาการครัวไทย (Diplôme de Cuisine ThaÏe)” โดยสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเปรียบเสมือนหนังสือเดินทางเพื่อพาก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอาหารระดับสากล

เนื้อหาของหลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบจากตลาด การสาธิตการประกอบอาหารโดยเชฟผู้สอน การชิมอาหาร และการลงมือปฏิบัติประกอบอาหารด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะการทำอาหาร และสามารถถ่ายทอดความละเอียดประณีตลงไปในการประกอบอาหาร

ภาคเรียนที่ 1
  • ความเป็นมาของอาหารไทย
  • ความรู้เบื้องต้น และเทคนิคการทำอาหารและขนมไทย
  • การศึกษาดูงานนอกสถานที่ และการเยี่ยมชมตลาด
  • ทักษะการใช้มีด และเครื่องครัว
  • การหั่นผักแบบต่างๆ
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องเทศและสมุนไพรไทย
  • การแกะสลักผักและผลไม้เบื้องต้น
  • การจัดและตกแต่งจานอาหารด้วยงานใบตอง
  • หลักการและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับสุขาภิบาล และความปลอดภัยของอาหาร
  • การจัดจานอาหารเบื้องต้น
  • การจัดเตรียม และการประกอบอาหาร
    • อาหารว่าง
    • อาหารประเภทยำ ลาบ และพล่า
    • อาหารประเภทแกงจืด แกงเผ็ด และแกงหลายรส รวมถึงเครื่องแกงชนิดต่าง ๆ
    • อาหารประเภทน้ำพริก และเครื่องจิ้ม
    • อาหารจานหลัก
    • ข้าว และก๋วยเตี๋ยว
    • เทคนิคการถนอมอาหาร
    • ขนมไทยโบราณ
    • เครื่องดื่มสมุนไพรไทย

ภาคเรียนที่ 2

  • การเงินเบื้องต้นเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม
  • การพัฒนาแนวคิดของร้านอาหาร
  • การพัฒนาแผนธุรกิจ
  • การจัดการรายการอาหาร
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความปลอดภัยในอาหาร
  • การแกะสลักผักและผลไม้
  • การประดิษฐ์งานใบตอง
  • การจัดเตรียม และการประกอบอาหารประจำภาคทั้ง 4 ภาค: เหนือ กลาง อีสาน และใต้
  • กิจกรรมนำเสนอผลงานนักเรียน: อาหารประจำภาค #1

ภาคเรียนที่ 3

  • การจัดเตรียม และการประกอบอาหารไทยแบบชาววัง
  • ไวน์กับอาหารไทย
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวางผังห้องครัว
  • ทักษะการจัดการอาหารและเครื่องดื่ม
  • อาหารไทย-จีน
  • อาหารไทยร่วมสมัย (Modern Thai Cuisine)
  • ขนมไทยประยุกต์ (Fusion Thai Desserts)
  • การสาธิตการประกอบอาหารไทยร่วมสมัย และอาหารไทยประยุกต์

ไทย.jpg

หลักสูตรการทำขนมปัง

ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป และต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า

หลักสูตรประกาศนียบัตรศิลปะการทำขนมปังของ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เป็นหลักสูตรที่มุ่งถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการทำขนมปังแบบมืออาชีพ ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะการทำขนมปังแบบเข้มข้นในระยะเวลา 10 สัปดาห์ หรือ 240 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและใฝ่ฝันจะเป็นมืออาชีพทางด้านการทำขนมปัง รวมถึงผู้ที่ต้องการหาความรู้และเทคนิคเพิ่มเติม ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรศิลปะการทำขนมปัง (Diplôme de Boulangerie) ที่รับรองโดยสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ และกระทรวงศึกษาธิการ หลักสูตรประกาศนียบัตรศิลปะการทำขนมปังสอนโดยทีมเชฟผู้สอนประสบการณ์สูง ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้รับประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

รูปแบบการเรียนการสอนจะเป็นการรวมสาธิตการทำอาหารและการลงมือปฏิบัติเข้าด้วยกัน สอนโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ รวมเวลาเรียนวันละ 6 ชั่วโมง ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เทคนิคการทำขนมปังนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมปังฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ขนมปังอิตาเลี่ยน เยอรมัน อเมริกัน ขนมปังฝรั่งเศสที่ได้รับความนิยมในแถบทวีปยุโรป อาทิเช่น พัฟฟ์ ครัวซองต์ เดนิช เพรสเซล สโกน ฯลฯ รวมถึงขนมปังที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เช่น ขนมปังรสหวาน และขนมปังไส้ต่าง ๆ ซึ่งถ่ายทอดโดยเชฟผู้สอนชาวฝรั่งเศสซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำขนมปัง ที่จะคอยให้คำแนะนำ และดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดหลักสูตร

นอกจากนั้น ผู้เรียนยังจะได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของการทำขนมปัง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ทำขนมปัง เทคนิคการทำขนมปังประเภทต่างๆ และความรู้เบื้องต้นด้านการบริหารจัดการ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจได้

ขนมปังที่เรียนในหลักสูตร

  • ขนมปังฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ขนมปังบาแก็ตต์สไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม เชียบัตต้า ขนมปังคันทรี
  • ขนมปังแซนด์วิช ขนมปังแซนด์วิชแป้งไรย์ ขนมปังแซนด์วิชโฮลวีท ขนมปังแซนด์วิชธัญพืช ขนมปังแซนด์วิชเนื้อขาว
  • ขนมปังที่ทำจากแป้งโดแบบสลับชั้น ครัวซองต์ ครัวซองต์ช็อกโกแลต ครัวซองต์อัลมอนด์ ครัวซองต์กาแฟ เดนิช ฟัฟฟ์ ขนมปังควิง อามอง พายผีเสื้อ
  • ขนมปังที่ทำจากแป้งชนิดพิเศษ ขนมปังรำข้าว แป้งไรย์และวอลนัท ขนมปังบัควีท ขนมปังแป้งหมัก
  • ขนมปังนานาชาติ ขนมปังเบเกิ้ล โรตี ขนมปังพิต้า เพรสเซล โดนัท ขนมปังสังขยา สโกน ขนมปังช็อกโกแลตรสส้ม ขนมปังโพรวองซ์ (ขนมปังโรลชีสนมแพะ มะเขือเทศอบแห้ง และมะกอก)
  • คุกกี้ คุกกี้ช็อคโกแลตชิพ คุกกี้เนยสด คุกกี้ธัญพืช บิสกิตแอนแซก

ขนมปัง.jpg

หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับไวน์และเครื่องดื่ม (ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป)

ความรู้เกี่ยวกับไวน์’ (Wine Studies Course) การดื่มไวน์ในมื้ออาหารเป็นศิลปะชั้นสูงมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน การดื่มไวน์นอกจากจะช่วยเพิ่มอรรถรสของการรับประทานอาหารแล้ว ยังสร้างบรรยากาศให้กับมื้ออาหารได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มไวน์และผู้ที่ดำเนินธุรกิจด้านอาหารที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิธีการดื่มไวน์และสุนทรียศาสตร์ในการดื่มไวน์คู่กับอาหาร ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับไวน์และแหล่งผลิตทั้งในเขตโลกเก่าและโลกใหม่ ด้วยการชิมไวน์กว่า 60 ชนิด ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการวิเคราะห์กลิ่นและรสของไวน์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น และเพื่อมีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับไวน์และต่อยอดในเชิงธุรกิจได้

  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไวน์ หลักสูตรครอบคลุมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสายพันธุ์องุ่นและกระบวนการผลิตไวน์ การวิเคราะห์และประเมินกลิ่น รส ของไวน์ การชิมไวน์ที่ผลิตจากองุ่นหลากหลายสายพันธุ์
  • ผู้ผลิตไวน์ในประเทศไทย เยี่ยมชมไร่องุ่นและโรงงานผลิตไวน์ของไทย และพบผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกองุ่นและทำไวน์ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์องุ่นและกระบวนการผลิตไวน์อย่างลึกซึ้ง พร้อมการรับประทานอาหาร และชิมไวน์ ณ ไร่องุ่น
  • ไวน์จากประเทศในเขตเมดิเตอร์เรเนียน รวบรวมความเป็นมาของสายพันธุ์องุ่นและไวน์ที่ผลิตในประเทศที่อยู่ในเขตเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมเรียนรู้ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพและรสชาติของไวน์ผ่านการชิมไวน์จากประเทศเลบานอน กรีซ อิตาลี ฝรั่งเศสตอนใต้ และสเปน
  • ไวน์จากแคว้นลัวร์ (Loire) และแคว้นโรน (Rhône) ประเทศฝรั่งเศส ศึกษาความสำคัญของ 2 ลุ่มแม่น้ำลัวร์และลุ่มแม่น้ำโรนที่มีต่อการขยายสายพันธุ์องุ่นและเผยแพร่วัฒนธรรมการดื่มไวน์ของฝรั่งเศสในยุคกลาง ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศและภูมิอากาศที่มีผลต่อไวน์แต่ละชนิด ผ่านการชิมไวน์ของแคว้นดังแห่ง 2 ลุ่มแม่น้ำ
  • ไวน์จากประเทศในเขตโลกใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มไวน์ของประเทศในเขตโลกใหม่ พร้อมชิมไวน์จากประเทศสหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งจะสะท้อนความแตกต่างระหว่างไวน์จากประเทศในเขตโลกเก่าและโลกใหม่ได้อย่างดี
  • ไวน์จากแคว้นอัลซัส (Alsace) ประเทศฝรั่งเศส และประเทศเยอรมนี ความรู้เกี่ยวกับองุ่นขาวสายพันธุ์ต่างๆ ที่ปลูกในเขตเทือกเขาไรห์น (Rhine) ประเทศเยอรมันนี และไวน์ที่ผลิตจากองุ่นที่เก็บเกี่ยวล่าช้ากว่าปกติและไวน์หวานชนิด Botrytized รวมทั้งเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างไวน์ประเภทต่างๆ ที่ผลิตจากทั้งสอง ประเทศ
  • ไวน์จากแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ประเทศฝรั่งเศส เน้นการศึกษาปัจจัยสำคัญ “terroir” สำหรับการเลือกพื้นที่เพาะปลูกองุ่น และคุณลักษณะเด่นขององุ่นที่เกิดจากปัจจัยสำคัญๆ อาทิเช่น ดิน ความลาดชันของพื้นที่ปลูก อากาศ และเทคนิคการผลิตไวน์
  • ไวน์จากแคว้นบอร์โด (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส เรียนรู้แหล่งผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศส และระบบการกำหนดชื่อไวน์ตามแหล่งผลิต ความแตกต่างระหว่างไวน์ทั่วไป และไวน์ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นไวน์ที่ดีที่สุดที่ผลิตที่่แคว้นบอร์โด และการชิมไวน์ต่างๆ

ไวน์.jpg

หลักสูตรระยะสั้น

เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จัดหลักสูตรระยะสั้นหลากหลายรูปแบบ การเรียนเวิร์คช็อปการทำอาหารคาวและขนมอบเป็นกิจกรรมแห่งความสุข เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเรียนรู้สูตรอาหารและขนมใหม่ ๆ ตลอดจนเทคนิคและวิธีการทำ ที่ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะผ่านการปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการครัว การเรียนการสอนเน้นประสบการณ์ของผู้เรียน ชั้นเรียนขนาดเล็กเป็นส่วนตัว หรือจัดกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม พร้อมจัดเตรียมเครื่องมือและวัตถุดิบให้ในชั้นเรียน

หลักสูตร และค่าใช้จ่าย-1.jpg

เรื่องราวความประทับใจจากศิษย์เก่า

ปวีณ์นุช ยอดปรีชาวิจิตร ศิษย์เก่าหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาว

“ถ้าไม่มีเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ก็คงไม่มีแก้วในวันนี้ค่ะ” เป็นคำที่แก้วมักพูดกับคนอื่นเสมอ ความรู้และทักษะที่ติดตัวแก้วไป สามารถนำไปประยุกต์ใช้แข่งขันในรายการได้ ทำให้แก้วยิ่งเชื่อว่า เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เป็นหนึ่งในโรงเรียนสอนทำอาหารที่มีระบบการสอนที่ดีที่สุดในประเทศ จากคนที่ทำอาหารได้เลอะเทอะครัวสุด ๆ ก็ทำครัวอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น

จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบทำอาหาร กลายเป็นเชฟผู้หญิงคนแรกที่ชนะการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศ และเปิดร้าน Chef’s Table ของตัวเองได้ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ทำให้แก้วตั้งใจว่า แก้วจะทำอาชีพในวงการอาหาร และตอนนี้แก้วทำสำเร็จแล้วค่ะ

kaew-masterchef.png

ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ ศิษย์เก่าหลักสูตรประกาศนียยบัตรการประกอบขนมอบ

โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่มีพื้นฐานด้านการทำอาหารและขนมมาก่อนเลยในชีวิต ก็เลยเริ่มมาเรียนที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และเราไม่เคยค้นพบมาก่อนว่าเราชอบทำขนม มันทำให้เรามีความสุข เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำขนมชนิดหนึ่งขึ้นมาเพียงแค่กิน แต่ว่าความสนุกของเราอยู่ในระหว่างการทำ ประณีตกับสิ่งนั้นจนได้ออกมาเป็นขนมหนึ่งอย่าง เรารู้สึกว่าสิ่งนั้นคือกำไร แต่ความละเมียดละไม ความสุข ความรื่นรมย์ มันได้อยู่ในช่วงเวลาของการทำ

การทำขนมเป็นอีกโลกหนึ่งที่ใครได้มาสัมผัสแล้ว ป๊อกบอกได้เลยว่าคุณจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ คุณอาจจะอยู่ในวงการธุรกิจ วงการบันเทิง แต่พอมาอยู่ในวงการอาหารแล้ว คุณจะพบกับความหลงใหล ค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเอง!

น้องเกด ศิษย์เก่าหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบขนมอบ (นักเรียนจากศูนย์ฯ เดอะเบสท์)

น้องเกด สำเร็จการศึกษาจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ ได้ตัดสินใจ เรียนทำอาหาร กับสถาบัน Le Cordon Bleu ประเทศไทย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยน้องเกดได้เลือกเรียนหลักสูตร Diplôme de Pâtisserie เป็นหลักสูตรเกี่ยวกับ การประกอบขนมอบและขนมหวานค่ะ

 


ติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นตอนการสมัครเรียน

สำหรับน้องๆ ที่สนใจเรียน Le Cordon Bleu เดอะเบสท์ เป็นศูนย์รับสมัครเรียน และเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Le Cordon Bleu สามารถช่วยสมัครเรียน และให้คำปรึกษาฟรี ทุกขั้นตอนและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

  1. กรอกแบบฟอร์ม หลังจากนั้นจะได้รับการติดต่อจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการเตรียมเอกสาร
  2. ส่งเอกสารข้างต้น พร้อมเอกสารตามที่ Checklist ที่ทางเดอะเบสท์ได้ส่งให้ โดยสามารถส่งเอกสารผ่านทาง Email: contact@thebest-edu.com

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร
 :
090-327 3558088-269 5099

Email : contact@thebest-edu.com
Line :@thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.