12 เหตุผล ที่ทำให้ วีซ่านักเรียน ถูกปฏิเสธ


การไปเรียนต่อต่างประเทศถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับใครหลายคน แต่การยื่นขอวีซ่าเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็ยังถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใปหญ่ไม่แพ้กัน การขอวีซ่าของแต่ละประเทศ มีขั้นตอน และวิธีที่แตกต่างกัน และใช้เอกสารที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น เราควรตัดสินใจว่า เรามีความพร้อมขนาดไหน ที่จะไปเรียนต่อประเทศนั้นๆ

การที่จะยื่นขอวีซ่า วีซ่านักเรียนเพื่อที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ มีหลายสิ่งที่จะต้องพิจารณา ก่อนที่จะยื่นวีซ่า ควรตรวจสอบเอกสารที่จะต้องยื่นอัพเดทฉบับล่าสุดที่ประกาศจากทางสถานทูตของประเทศที่ตนเองต้องการจะไปเรียน การขอวีซ่า จะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน แต่ก็มีหลายคน ที่แนบเอกสาร และชี้แจงให้กับสถานทูต ครบทุกข้อแล้ว แต่ก็ยังโดนปฏิเสธกลับมา ซึ่งทางสถานทูต บางประเทศ ไม่ได้ให้เหตุผลในการปฏิเสธวีซ่า แต่บางประเทศ ให้เหตุผลในการปฏิเสธวีซ่า เราจึงรวบรวม 10 เหตุผลส่วนใหญ่ ที่ทำให้วีซ่านักเรียน ถูกปฏิเสธ มีอะไรบ้าง ลองไปดูกันค่ะ 

REFUSEDVISA.jpg

1. หลักสูตรที่เลือกเรียนไม่สมเหตุสมผล 

หลักสูตรที่เรียน ไม่สอดคล้องกับเหตุผลที่อ้างอิง หรือคุณสมบัติของคุณ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเรียนหลักสูตรนี้ ยกตัวอย่างเช่น คุณเรียนจบหลักสูตรอินเตอร์ แต่ต้องการไปเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่มีความสมเหตุสมผล ซึ่งถ้าคุณไม่เก่งภาษาอังกฤษจริงๆ คุณจะต้องสอบภาษาต่างๆ เช่น IELTS เพื่อมายืนยันว่าทักษะภาษาอังกฤษของคุณไม่แข็งแรงพอ หรือ คุณเรียนจบหลักสูตรปริญญาตรีหลักสูตรการตลาดที่ไทย แต่คุณต้องการเรียนหลักสูตร Diploma Marketing ที่ต่างประเทศ ง่ายๆ คือเรียนวุฒิที่ต่ำกว่า วุฒิการศึกษาเดิม

2. ไม่มีประวัติการเรียน หรือผลการเรียนที่ผ่านมา คะแนนต่ำกว่ามาตรฐาน

การยื่นวีซ่านักเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อการเรียน ดังนั้น คุณจะต้องชี้แจงเหตุผล ที่จะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ และเหตุผลที่คุณชี้แจง จะต้องสอดคล้องกับการเรียนที่ผ่านมา และนำไปสู่การทำงานในอนาคต รวมทั้งอธิบายว่าคุณจะต้องการกลับมาเรียนต่อในไทย หรือต้องการเรียนต่อต่างประเทศ ถ้าหากให้เหตุผลว่า ต้องการเรียนต่อต่างประเทศ พร้อมแนบใบสมัครเรียนจาก โรงเรียน / วิทยาลัย / มหาวิทยาลัย ที่คุณเลือกไว้

transcripts-e1473361383179-1024x397.jpg

3. ไม่มีผลทดสอบภาษาอังกฤษ / ไม่มีผลคะแนนภาษาอังกฤษ

ในบางหลักสูตร หรือบางสาขาวิชา อาจจะต้องใช้ผลภาษาอังกฤษในการยื่นวีซ่า อย่างน้อย ถ้าหากไม่เก่งภาษาอังกฤษ ก็อาจจะลองสอบดู เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นความตั้งใจที่จะไปเรียนภาษาอย่างจริงจัง หรือ อย่างน้อยที่สุด ควรที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อให้สถานทูตเห็นถึงความตั้งใจในการเรียน (เก็บใบประกาศ)

4. ไม่มีประวัติการทำงาน / ประวัติการทำงานย้อนหลังไม่สนับสนุนการขอวีซ่า

คุณจะต้องชี้แจงว่าคุณทำงานอยู่ที่ไหน และจะนำความรู้ที่ได้กลับมาต่อยอดกับการทำงานของคุณในอนาคตอย่างไร กรณีที่ไม่มีงาน ว่างงาน สถานทูตอาจจะมองว่า คุณอาจจะไปหาโอกาส หรือหางานทำแบบผิดกฏหมาย สถานทูตอาจจะปฏิเสธวีซ่าได้ และไม่ใช่ทุกคน ที่จะมีงานทำแล้วจะได้วีซ่า เช่น คุณทำงานรับจ้างทั่วไป หรือเปิดธุรกิจส่วนตัว ที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ และต้องการจะเรียนต่อต่างประเทศ มันไม่มีความสมเหตุสมผลที่สถานทูตจะเชื่อว่าคุณจะไปเรียน

5. ไม่มีจดหมายรับรองการทำงาน / ไม่มีสลิปเงินเดือน

หลายคน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประวัติการทำงานไปแล้ว แต่ทำไม วีซ่าถึงถูกปฏิเสธ อีกเหตุผลที่เกี่ยวข้องคือ ไม่มีจดหมายรับรองการทำงาน เช่น คุณให้เหตุผลว่า ทำงานอยู่กับบริษัทต่างชาติ แต่ไม่มีเอกสารรับรองการทำงานว่าคุณทำงานอยู่ที่บริษัทนี้จริง ไม่มีสลิปเงินเดือน จดหมายรับรองการทำงานไม่น่าเชื่อถือ หรือ คุณให้เหตุผลว่า คุณประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการ หรือเปิดบริษัท แต่คุณไม่ได้แนบเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียน หรือการเสียภาษี ดังนั้น ถ้าจะให้เหตุผลใดๆ ก็ตาม คุณจะต้องมีเอกสารสนับสนุนในเหตุผลนั้นๆ หากไม่มี สถานทูตอาจจะไม่ให้น้ำหนักในส่วนนี้ 

isteesitkadin-brosur-KISA-03.jpg

6. ประวัติทางการเงินไม่มั่นคง / ไม่มีแหล่งที่มาของเงินที่ชัดเจน

การเงินมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของการยื่นวีซ่านักเรียน ดังนั้น จะต้องแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนมีเงินทุนเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง ค่าครองชีพต่างๆ โดย ทางสถานทูตของแต่ละประเทศ จะกำหนดหลักฐานการเงินขั้นต่ำ ที่จะต้องแสดงให้ทางสถานทูต และจะต้องเป็นบัญชีสภาพคล่องที่สามารถเบิกถอนได้ทันทีกรณีฉุกเฉิน เช่น บัญชีออมทรัพย์ และ/หรือ บัญชีฝากประจำ ที่มียอดเงินคงเหลือตามที่สถานทูตกำหนด และต้องมีที่มาที่ไป เช่นเงินเดือน เงินจากการทำธุรกิจ กรณีมีเงินฝากจำนวนหนึ่ง จะต้องชี้แจงที่มาที่ไปของเงิน เช่น มาจากการขายที่ดิน หรือ เป็นเงินจากการกู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นต้น

กรณีที่มีหลักฐานการเงินที่เพียงพอ แต่ไม่มีหลักฐานที่มาที่ไปของเงิน ก็อาจจะทำให้วีซ่าถูกปฏิเสธได้ สำหรับ คนที่ทำงานแล้ว จะต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ เช่น ถ้่าหากเงินมาจากการทำงานประจำ จะต้องมีจดหมายรับรองการทำงาน หรือถ้าหากเงินมาจากการประกอบธุรกิจ ก็จะต้องแนบเอกสารประกอบธุรกิจ เพื่อจะช่วยให้เอกสารทางการเงินมีน้ำหนักและมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ยังเป็นนักเรียน / นักศึกษา สามารถให้ผู้ปกครองเป็นผู้รับรองทางการเงินให้ได้ โดยจะต้องใช้ หนังสือรับรองการทำงานของผู้ปกครอง หรือเอกสารการประกอบธุรกิจ พร้อมทั้งเอกสารแสดงความสัมพันธ์แนบด้วยเช่นกัน 

หรือกรณีที่เงินเข้าเป็นก้อน แต่ไม่มีแหล่งที่มาทางการเงิน เช่น ได้มาจากการขายรถ ขายที่ดิน จะต้องมีสัญญาซื้อขายให้มีความสมเหตุสมผล และถ้าหากให้บุคคลที่สาม ทำสเตทเม้นให้ ถ้าหากสถานทูตเช็คจากธนาคารแล้ว ไม่มีเงินอยู่จริง สถานทูตจะปฏิเศษวีซ่าทันที และได้รับโทษตามกฏหมายซึ่งอาจจะถูกแบน ไม่ให้เข้าประเทศ และการยื่นวีซ่าครั้งต่อไป จะไม่ผ่าน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง : ค่าครองชีพประเทศออสเตรเลีย | ค่าครองชีพประเทศนิวซีแลนด์ | ค่าครองชีพประเทศอังกฤษ | ค่าครองชีพประเทศมอลต้า | ค่าครองชีพโปแลนด์

CR-Money-InlineHero-May-financial-to-do-0418.jpg

7. สถานทูตไม่พึงพอใจเหตุผลที่ชี้แจง

สถานทูตไม่พึงพอใจเหตุผลที่ชี้แจง เหตุผลในการเรียน และความคุ้มค่าที่จะได้รับไม่มีน้ำหนักมากพอ อธิบายเหตุผลโดยกว้าง แต่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน  รวมถึงไม่มีการลำดับความสำคัญในจดหมายชี้แจงวัตถุประสงค์ บางครั้งสถานทูตอาจจะไม่ได้อ่านข้อความในจดหมายทั้งหมด ดังนั้น ย่อหน้าแรกควรชี้แจงเหตุผลชัดเจน ส่วนประโยคที่เหลือให้เป็นคำอธิบายเหตุผลที่สนับสนุนย่อหน้านั้นๆ และไม่ควรเขียนยาวเกินไป หรือพรรณามากเกินความจำเป็น

8. แนบเอกสารเท็จ / ปลอมแปลงเอการ

ถ้าหากคุณปกปิด หรือบิดเบือนความจริง ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ทางสถานทูตมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการขอวีซ่าของคุณ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์ที่จะโดนแบล็คลิสต์ เนื่องจากปลอมแปลงเอกสาร และได้รับโทษตามกฏหมายซึ่งอาจจะถูกแบน ไม่ให้เข้าประเทศ และการยื่นวีซ่าครั้งต่อไป จะไม่ผ่าน

Forgery-In-California.jpg

9. ไม่ชี้แจงเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม

กรณีที่ประเภทวีซ่าที่คุณขอ ต้องการข้อมูลในส่วนนี้ อย่าพยายามปกปิดข้อมูลดังกล่าว เนื่องจากสถานทูตสามารถตรวจสอบรายงานประวัติอาชญากรรมย้อนหลังได้ ดังนั้น  หากคุณมีประวัติอาชญากรรม หรือมีความผิดทางอาญา คุณจะต้องชี้แจงให้กับสถานทูตตามความเป็นจริง

skynews-criminal-records-checks_4537170.jpg

10. มีประวัติวีซ่าขาด หรือ ถูกส่งตัวกลับ

หนังสือเดินทางที่มีตราแสตมป์ตรวจคนเข้าเมือง หรือมีตราประทับของวีซ่า จะทำให้ประวัติการเดินทางของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สถานทูตจะตรวจสอบวีซ่า และประวัติการเข้าเมือง ถ้าหากอยู่เกินวีซ่า วีซ่าขาด หรือทำผิดทางด้านกฏหมายจนถูกส่งตัวกลับ ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ ทำให้สถานทูตมองว่า คุณมีประวัติทำผิดกฏหมายในประเทศอื่น และอาจจะทำผิดกฏหมายอีกครั้ง ดังนั้น มีโอกาสที่สถานทูตจะปฏิเสธวีซ่า

overstay-indonesia.jpg

11. ไม่มีแรงจูงใจที่จะต้องกลับประเทศอย่างชัดเจน

แน่นอนว่า คุณจะต้องกลับประเทศ ก่อนที่วีซ่าจะหมด ดังนั้น คุณจะต้องพิสูจน์ว่า คุณมีเหตุผลที่เพียงพอที่จะกลับ เช่น คุณมีครอบครัว ที่ต้องดูแล และ / หรือ มีทรัพย์สินเพียงพอ ที่จะต้องกลับมาประกอบธุรกิจ หรือ เมื่อคุณกลับมา จะได้รับการจ้างงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นไป หากสถานทูตพิจารณาดูแล้ว เหตุผลไม่เพียงพอ และโอกาสที่จะกลับประเทศหลังเรียนจบไม่มีน้ำหนักพอ ก็จะมีโอกาสถูกปฏิเสธได้

12. จดหมายชี้แจงวัตถุประสงค์ ต้องมีความเป็นธรรมชาติ 

หลายคนอาจจะกังวลเกี่ยวกับ การเขียนจดหมายชี้แจงวัตถุประสงค์ ว่ากลัวจะชี้แจงไม่ครบ ไม่ชัดเจน จึงหยิบยกทฤษฎี แนวคิดมาประกอบอย่างหลากหลาย สิ่งสำคัญที่สุดคือ เพียงแค่อธิบาย ความสำคัญ แรงจูงใจ ความคุ้มค่าเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศตามเอกสารที่แนบ อย่าลืมเป็นตัวของตัวเอง ใช้ถ้อยคำที่ไพเราะ แสดงความเคารพต่อสถานทูต มีความเป็นธรรมชาติ มีความเข้าใจในเรื่องที่ตัวเองเขียนอย่างถ่องแท้ อย่าก้อปปี้ของคนอื่น หรือจ้างคนอื่นทำ เพราะสถานทูตบางประเทศ อาจจะโทรมาถามข้อมูลเพิ่มเติม  ถ้าหากตอบไม่ตรงกับที่เขียนไปอาจจะทำให้ถูกปฏิเสธได้ 


หลังจากที่ลองเช็คจาก 12 ข้อข้างต้นแล้ว ตรงกับข้อไหนบ้างคะ ถ้าหากไม่มั่นใจในการเตรียมเอกสาร  หรือไม่มีประสบการณ์การยื่นวีซ่า  สามารถสอบถามข้อมูล ปรึกษาได้ทาง เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ มากกว่า 300 สถาบัน 20 ประเทศทั่วโลก ช่วยพิจารณาโอกาสวีซ่าผ่าน วิเคราะห์เอกสารในการขอวีซ่า จากประสบการณ์การทำงานด้านการยื่นวีซ่ามากกว่า 10 ปี อยากให้เรื่องเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย


ติดต่อเดอะเบสท์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เดอะเบสท์ ศูนย์ให้บริการแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร

  • บริการให้คำปรึกษาฟรี ทั้งเรื่อง การเรียน
  • เรื่องการทำวีซ่า การเตรียมเอกสาร
  • ทำให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย
  • ดูแลจนกว่านักเรียนจะเรียนจบ
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บ
  • คลิ๊ก เพื่อทำความรู้จักเดอะเบสท์ เพิ่มเติม

วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ?
ปรึกษา "เดอะเบสท์" ได้เลย









ข้าพเจ้ายินยอมรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศจาก ศูนย์ฯ เดอะเบสท์
ข้าพเจ้าได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัว

สอบถามข้อมูลการบริการเพิ่มเติมติดต่อ
โทร
 : 090-327 3558088-269 5099

Email : contact@thebest-edu.com
Line : @thebesteduหรือคลิ๊กเพิ่มเพื่อนด้านล่างได้เลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

 


Reference

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.