เรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ ระยะเวลาเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม

เรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศ ระยะเวลาเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม


logo470x246 (2)

มีนักเรียนหลายคน ที่สอบถามเข้ามาว่า “จะต้องเรียนภาษานานเท่าไหร่” ซึ่งคำถามเหล่านี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะตอบได้ในทันที เพราะว่า มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณเป็นคนที่ไหน เคยเรียนภาษาที่ไหน และทักษะอะไรที่คุณเคยพัฒนามาแล้วบ้าง รวมถึงเป้าหมายในการเรียนของคุณคืออะไร เราะจึงจะประมาณการ การเรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้นให้คุณได้

วิธีการวัดระดับภาษาอังกฤษที่เป็นสากล และเป็นที่นิยมมากที่สุดคือ Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้อธิบายระดับความเชี่ยวชาญทางภาษา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในทวีปยุโรป และมีการยอมรับเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก

CEFR ได้รับการใช้งานอย่างกว้างขวางสำหรับการสอนภาษาในทวีปยุโรป รวมทั้งการศึกษาทั่วไปและโรงเรียนสอนภาษาเอกชน ในหลายประเทศใช้ CEFR แทนระบบการวัดระดับที่เคยใช้ในการสอนภาษาต่างประเทศ กระทรวงการศึกษาในยุโรปส่วนใหญ่ระบุเป้าหมายที่อ้างอิงตาม CEFR อย่างชัดเจนสำหรับนักเรียนทุกคนที่สำเร็จระดับมัธยม จะต้องได้ระดับภาษาระดับ B2 สำหรับนักเรียน Domestic และระดับ B1 สำหรับนักเรียน International 

นอกจากนี้ ยังมีการวัดระดับ CEFR สำหรับภาษาอื่นๆ ในยุโรปด้วย ยกตัวอย่างเช่น Alliance Française สำหรับภาษาฝรั่งเศส Instituto Cervantes สำหรับภาษาสเปน หรือ Goethe Institute สำหรับภาษาเยอรมัน 

ทดลองทำข้อสอบออนไลน์ คลิ๊กเลย

CEFR.png

การวัดระดับแบบ CEFR (ลองเปรียบเทียบดูว่าคุณอยู่ในระดับไหน ?)

Elementary – เป็นระดับเริ่มต้น สามารถใช้และคำใจคำพูด คำทักทายทั่วไป รวมถึงคำสั่งง่ายๆ เข้าใจในประโยคง่ายๆ ไม่มีความรู้ด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ 

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR A1
  • TOEFL 0-12
  • Cambridge 100 – 120

Pre Intermediate – ระดับภาษาที่สามารถพูดภายใต้สถานการณ์ที่มีความคุ้นเคยได้ มีความรู้ในด้านไวยากรณ์เล็กน้อย สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ในระดับเริ่มต้น

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR A2
  • TOEFL 13-36
  • IELTS 3.5 – 4.0
  • Cambridge 120 – 140 KET
  • ALTE Level 1

Intermediate – ระดับภาษาที่สามารถสนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจำวันได้ อ่าน และเขียนในเรื่องราวที่มีความคุ้นเคยได้เป็นอย่างดี มีความรู้ด้านไวยากรณ์ปานกลาง และคำศัพท์เล็กน้อย

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR B1
  • TOEFL 37 – 54
  • IELTS 4.5 – 5.0
  • Cambridge 140 – 160 PET
  • ALTE Level 2
  • PTE 43 – 58

Upper Intermediate – ระดับภาษาที่สามารถเข้าใจ และสนทนาในหัวข้อที่มีความคุ้นเคยได้ดี มีความสามารถทางด้านไวยากรณ์สูง และมีความรู้เรื่องคำศัพท์ปานกลาง 

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR B2
  • TOEFL 55 – 74
  • IELTS 5.5 – 6.0
  • Cambridge 160 – 180 FCE
  • ALTE Level 3
  • PTE 59 – 75

Advance – ระดับภาษาที่มีความมั่นใจ และมีความเชี่ยวชาญในด้านการสื่อสาร มีความรู้ด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ระดับสูง มีความเข้าใจกับบทสนทนา หรือสำนวนที่มีความสลับซับซ้อน

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR C1
  • TOEFL 75 – 91
  • IELTS 6.5 – 7.0
  • Cambridge 180 – 200 FCE
  • ALTE Level 4
  • PTE 76 – 84

Proficiency – ระดับภาษาที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา มีความเข้าใจในภาษาพูดและภาษาเขียนที่มีความซับซ้อนได้ดี เข้าใจคำศัพท์เฉพาะทาง และสำนวนได้ดี การพูดมีความเป็นธรรมชาติ คล่องแคล่ว 

  • เปรียบเทียบกับคะแนนสอบ
  • CEFR C2
  • TOEFL 92+
  • IELTS 7.5+
  • Cambridge 200+ CPE
  • ALTE Level 5
  • PTE 85 – 100

ระยะเวลาการเรียนภาษาในแต่ละระดับ

ระดับ CEFR  ระยะเวลาการเรียนภาษา
Elementary (A1)

Pre-Intermediate (A2)

180 – 200 ชั่วโมง (10 สัปดาห์)

Intermediate (B1)

350 – 400 ชั่วโมง (20 สัปดาห์)

Upper Intermediate (B2)

500 – 600 ชั่วโมง (30 สัปดาห์)

Advanced (C1)

700 – 800 ชั่วโมง (40 สัปดาห์)

Proficiency (C2)

1,000 – 1,200 ชั่วโมง (50 สัปดาห์)

อย่างไรก็ตาม การวัดระดับภาษาอังกฤษ ไม่ได้อ้างอิงตามข้างต้นทั้งหมด แน่นอนว่าถ้าเริ่มต้นด้วย Elementary จนถึงระดับ Proficiency อาจจะต้องเรียนประมาณ 1 ปี แต่หลายคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน บางคนเรียนแค่ 2 สัปดาห์ ทักษะภาษาอังกฤษก็สามารถก้าวกระโดดได้ถึง 2 ระดับ หรือบางคนก็หยุดอยู่ที่ระดับเดิม ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเป็นหลัก 

แล้วจะต้องเรียนภาษากี่สัปดาห์จึงจะเหมาะสม ?

วิธีที่ดีที่สุดคือวัดระดับ CEFR ด้วยตัวคุณเองก่อน โดยเข้ารับการทดสอบได้ฟรีทางออนไลน์ คุณจะมีเวลา 50 นาที ในการทำแบบทดสอบ แต่อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษา มากน้อย ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เรียนเอง สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ สามารถเรียนได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน 1 ปี แล้วแต่เวลาและงบประมาณที่คุณกำหนดไว้

แรงจูงใจเป็นปัจจัยหนึ่งในการเรียนภาษา เช่น อยากเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อ และ เรียนภาษาอังกฤษ เพื่อประกอบธุรกิจกับชาวต่างชาติ อาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนที่นานมากพอจะคุ้นเคยกับภาษา หรือเรียนภาษาเพื่อท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน อาจจะเรียนแค่ 1 – 2 เดือน ก็เพียงพอแล้ว หรือต้องการที่จะสอบ IELTS ในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยากเรียนภาษาเพื่อเตรียมสอบอาจจะใช้ระยะเวลาเรียนเพียง 2 – 3 เดือน เป็นต้น

การวัดผลแบบ Cambridge English Scale

เนื่องจากพัฒนาการของบางคนไม่ตรงตามการวัดผลแบบ CEFR หรือ การเรียนภาษาอังกฤษของบางคนเป็นการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทาง เช่น เรียนภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อ เรียนภาษาอังกฤษเพื่อประกอบธุรกิจ จึงมีการวัดผลภาษาอังกฤษแบบ Cambridge English เพื่อวัดระดับภาษาอังกฤษเฉพาะทาง และยังคงอ้างอิงการวัดผลแบบ CEFR เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

126130-cefr-diagram-page-001.jpg
เครื่องมือการวัดไม่ว่าจะเป็น CEFR หรือ Cambridge English เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อช่วยในการวัดระดับภาษาอังกฤษของคุณ ไม่ได้เป็นตัวการันตีความสามารถด้านภาษาอังกฤษของคุณทั้งหมด 

Reference

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s