โครงการ Work and Holiday Visas (WHV) ไทย – ออสเตรเลีย 2562

โครงการ Work and Holiday Visas (WHV) ไทย – ออสเตรเลีย 2562


ด้วยรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อปี พ.ศ. 2548 ในการจัดทำโครงการตรวจลงตราหนังสือเดินทางการทำงาน และท่องเที่ยวไทย – ออสเตรเลีย ภายใต้ข้อตกลง “Work and Holiday Visas” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 – 30 ปี สามารถที่จะเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยว และทำงานได้เป็นการชั่วคราวในขณะอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โครงการนี้จะเสริมสร้างให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ สามารถปรับตัวและเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง   ฝึกการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในต่างประเทศ และฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งมีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ โดยกำหนดจำนวนให้เยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการ Work and Holiday Visas ไทย – ออสเตรเลีย ปีละ 500 คน

 _82951591_fruitpicking fg

 คุณสมบัติ

ผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีคุณสมบัติ  ดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุระหว่าง 18 – 30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย)
  3. สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  4. มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
  5. ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
  6. มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง) จำนวน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  7. มีความประพฤติและสุขภาพดี

หลักฐานการยื่นขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)

ตามข้อตกลงของโครงการฯ ผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย จะต้องแนบหลักฐาน หนังสือรับรองคุณสมบัติ ซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ การสมัครขอรับหนังสือรับรองคุณสมบัติดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องยื่นแสดงเอกสารสำคัญ ดังนี้

  1. ใบสมัคร (พิมพ์มาจากการสมัครผ่านทางระบบออนไลน์)
  2. ปริญญาบัตร/ใบรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  3. ใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  4. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  5. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  6. ทะเบียนบ้าน ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
  7. หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ โดยต้องแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด คือ
    1. ผลการสอบ  IELTS (ประเภทใดก็ได้) ไม่ต่ำกว่า 4.5 มีอายุไม่เกิน 1 ปี  หรือ
    2. ผลการสอบ TOEFL ระดับคะแนน   มีอายุไม่เกิน 1 ปี 
      • 133 on a computer based test
      • 450 on a paper based test
      • 45 – 46 on an internet-based test

หรือ

    1. ใบรับรอง หรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีระยะเวลา 2 ปี จากสถาบันการศึกษาที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียน การสอน  หรือ
    2. หลักฐานการจบระดับประถมศึกษา (Primary) และมัธยมศึกษา (3 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียน   การสอน  หรือ
    3. หลักฐานที่แสดงว่าได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษา 5 ปี (5 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน  หรือ
    4. สำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี ในระดับปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตร
  1. หลักฐานทางการเงินซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ของผู้เดินทาง) ไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น Bank Statement หรือใบรับรองทางการของบัญชีเงินฝากจากธนาคารโดยชื่อบัญชีจะต้องเป็นชื่อของผู้เดินทางเท่านั้น
  2. แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ)
  3. บันทึกข้อตกลงที่ผู้ปกครองลงนามเรียบร้อยแล้ว (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ภายหลังจากสมัครผ่านระบบออนไลน์)
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครอง
  5. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง

หมายเหตุ           

  1. ให้นำหลักฐานฉบับจริง พร้อมสำเนาและลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับมายื่นพร้อมเอกสารอื่นๆ ยกเว้นทะเบียนบ้าน และบัตรประจำประชาชนของผู้ปกครอง หากไม่สามารถยื่นฉบับจริง อนุโลมให้ใช้สำเนาแทน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. เอกสารหลักฐานประกอบการขอวีซ่าอื่น ๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้ตรวจสอบ รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.thailand.embassy.gov.au/bkok/Visas_and_Migration.html

วิธีการ/ขั้นตอนการรับสมัคร

1. การสมัครโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ทางเว็บไซต์ของ ดย. http://dcy.go.th/webnew/main/  เปิดรับลงทะเบียนวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2562

  1. กดโควต้าในวันที่ 3 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ หากมีผู้สมัครครบเต็มจำนวนที่กำหนด  ก่อนช่วงเวลาการรับสมัคร ระบบจะปิดทำการรับสมัครทันที

2. จำนวนที่เปิดรับสมัคร ในปี 2562 ดย. จะดำเนินการเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 500 คน

  • ผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 1 – 250 จะต้องมายื่นเอกสารที่ ดย. ด้วยตนเอง ในวันที่ 15 มิถุนายน 2562 เท่านั้น (เลขที่สมัครจะปรากฏบนใบสมัคร)
  • ผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 251 – 500 จะต้องมายื่นเอกสารที่ ดย. ด้วยตนเอง ในวันที่ 16 มิถุนายน 2562 เท่านั้น (เลขที่สมัครจะปรากฏบนใบสมัคร)

3. เอกสารประกอบการสมัครผ่านระบบ Online

ในการกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้

  1. เลขประจำตัวประชาชน
  2. ชื่อ-สกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ)
  3. วัน เดือน ปีเกิด
  4. ที่อยู่ตามบัตรประชาชน
  5. ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อม เบอร์โทรศัพท์มือถือ และe-mail address
  6. ข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
  7. ข้อมูลบุคคลติดต่อในกรณีฉุกเฉิน

วิธีการเข้าสู่ระบบ Online ผ่านทางเว็บไซต์ของ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) รายละเอียดจะประกาศให้ทราบภายหลัง

4. การยื่นเอกสาร

  1. ใบสมัครที่พิมพ์ออกมาจากการสมัครทางออนไลน์
  2. บันทึกข้อตกลงที่ดาวโหลดไฟล์มาจากในเว็บไซต์ พร้อมลงลายมือชื่อของผู้สมัคร
  3. ผู้ปกครอง และพยาน
  4. เอกสารและหลักฐานตามที่ระบุในข้อ 3 ใช้ฉบับจริงพร้อมสำเนาและรับรองทุกฉบับ
  5. กรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นเอกสารแทนนั้น สามารถทำได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และมีเอกสารรับรองมายื่นประกอบ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ และหนังสือรับรองจากหน่วยงาน เท่านั้น หากเอกสารไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง และผู้มายื่นเอกสารแทนไม่สามารถชี้แจงได้ ถือเป็นสิทธ์ขาดของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาออกหนังสือรับรอง

5. การยื่นเอกสาร

  1. ใบสมัครที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว โดยพิมพ์ออกมาจากการสมัครทางออนไลน์
  2. บันทึกข้อตกลงที่ดาวโหลดไฟล์จากในเว็บไซต์ ดย. พร้อมลงลายมือชื่อของผู้สมัครผู้ปกครอง และพยาน
  3. เอกสารและหลักฐาน ตามที่ระบุในข้อ 3 ใช้ฉบับจริงพร้อมสำเนา และรับรองสำเนาทุกฉบับ
  4. กรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นเอกสารแทนนั้น สามารถทำได้ ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และมีเอกสารรับรองมายื่นประกอบ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ และหนังสือรับรองจากหน่วยงาน เท่านั้น ทั้งนี้หากเอกสารไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง และผู้มายื่นเอกสารแทนไม่สามารถชี้แจงเพิ่มเติมได้ ถือเป็นสิทธ์ขาดของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาออกหนังสือรับรอง

6. การรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ

  • ผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 1 – 500 ที่เอกสารครบถ้วน ถูกต้อง จะได้รับหนังสือรับรองที่มีอายุใช้งานตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม  – 30 ธันวาคม 2562 หากเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง สามารถมารับหนังสือรับรองได้ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป
  • แสดงหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน
  • กรณีให้ผู้มารับแทน ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
  • ลงลายมือชื่อรับหนังสือรับรองไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ ดย.
  • ใบรับรองของออสเตรเลียจะหมดอายุภายใน 3 เดือน ดังนั้น จะต้องเตรียมเอกสารในการยื่นวีซ่าให้พร้อมในระยะเวลานี้

*กรณีที่มีผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 1 – 500 แต่ขาดคุณสมบัติหรือเอกสารไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ในขั้นตอนการตรวจเอกสาร ดย. มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาตัดสิทธ์ผู้สมัครในลำดับนั้น


หลักฐานประกอบการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ประเภท Work and Holiday Visa (Subclass 462) กับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย

  1. แบบฟอร์ม 1208 (Work and Holiday Visa) โดยสามารถ download ได้จาก http://www.immi.gov.au/allforms/pdf/1208.pdf
  2. รูปถ่ายสีขนาด 4.5 x 3.5 ซม. จำนวน 2 รูป
  3. หนังสือรับรองคุณสมบัติจาก ดย. (ฉบับจริง)
  4. หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุการใช้งานคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
  5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  6. สำเนาทะเบียนบ้าน
  7. หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ โดยแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด คือ

1)  ผลการสอบ  IELTS (ประเภทใดก็ได้) ไม่ต่ำกว่า 4.5 มีอายุไม่เกิน 1 ปี ตามประกาศเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลออสเตรเลีย ในปี 2558 อ้างอิง

http://www.thailand.embassy.gov.au/bkok/Visas_and_Migration.html

http://www.immi.gov.au/Visas/Pages/462.aspx

  หรือ

2)  ผลการสอบ TOEFL ระดับคะแนน

– 133 on a computer based test

– 450 on a paper based test

– 45 – 46 on an internet-based test หรือ

3)  ใบรับรอง หรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีระยะเวลา 2 ปี จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน หรือ

4)  หลักฐานการจบระดับประถมศึกษา (Primary) และมัธยมศึกษา (3 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน  หรือ

5)  หลักฐานที่แสดงว่าได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษา 5 ปี (5 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน  หรือ

6)  สำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี ในระดับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร

  1. หลักฐานทางการเงินของผู้เดินทางไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น Bank Statement หรือ ใบรับรองทางการของบัญชีเงินฝากจากธนาคาร
  2. ค่าธรรมเนียมตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) 420 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 13,000 บาท (ค่าธรรมเนียมมีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 6 เดือน)
  3. ใบตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียกำหนด ตรวจรายชื่อโรงพยาบาลจาก https://www.border.gov.au/Lega/Lega/Help/Location/thailand โดยแจ้งแพทย์ผู้ตรวจว่าต้องการสมัคร Work and Holiday Visa ของออสเตรเลีย
  4. แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า เป็นภาษาอังกฤษ)
  5. หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ปกครองเป็นภาษาอังกฤษ (Parent Permission Letter) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง
  6. เอกสารทางการศึกษา ปริญญาบัตร และ Transcript

ยื่นเอกสารเพื่อขอรับการตรวจประทับลงตราหนังสือเดินทาง (VISA) ตัวแทนรับยื่นวีซ่า

ศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศออสเตรเลีย The Trendy Office Building 28th Floor,

  • Sukhumvit Soi 13, Klongtoey-Nua, Wattana,
  • Bangkok 10110 (BTS NANA, ทางออกหมายเลข 3)
  • เวลาทำการ : 8.30 น. – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • ยกเว้นวันหยุดของสถานทูตออสเตรเลีย
  • เวลายื่นใบสมัคร : 8.30 น. – 15.00 น.
  • เบอร์โทรศัพท์ :02 118 7100
  • ระหว่างเวลา 8.30-16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดของสถานทูตออสเตรเลีย
  • หรืออีเมล : info.dibpth@vfshelpline.com
  • โดยเอกสารที่เป็นภาษาไทย จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย

ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ตลอดระยะเวลาของการพักอาศัยในประเทศออสเตรเลีย ทั้งการเดินทาง ค่าครองชีพ และการมีประกันสุขภาพ ต้องหาที่พักและสมัครงานด้วยตนเอง สามารถท่องเที่ยวสลับกับการทำงาน และทำงานกับนายจ้าง คนเดียวกันได้ ไม่เกิน 6 เดือน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนงานหรือเดินทางท่องเที่ยว

หมายเหตุ            

  1. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่าให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้ตรวจสอบรายละเอียด ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์
  2. สถานที่ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย 37 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120 โทร. 0 2287 2680 หรือ 0 2344 6300 โทรสาร 0 2344 6593

คำเตือน

  1. ห้ามทำการสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านบริษัทนายหน้าที่รับเป็นตัวกลางทำการสมัครและ/หรือจัดหาที่อยู่ให้เด็ดขาด เนื่องจากผิดจุดประสงค์ของโครงการและอาจทำให้ไม่ได้รับวีซ่า รวมทั้งอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพได้
  2. วีซ่าประเภทนี้มิใช่วีซ่าทำงาน ดังนั้น หากพบว่าทำงานประจำ ณ ที่ใดเกินกว่า 6 เดือน จะถือว่าได้ทำผิดกฎหมาย อาจถูกถอนวีซ่าและถูกส่งกลับ

หากมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ในวันและเวลาราชการที่ กลุ่มส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กองส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน  618/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร./โทรสาร 0 2651 6534

Website : www.opp.go.th


อ้างอิง: www.thailand.embassy.gov.au

Advertisements

6 ความเห็น

  1. หลักฐานประกอบการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ประเภท Work and Holiday Visa (Subclass 462) กับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย
    ข้อ 13. เอกสารทางการศึกษา ปริญญาบัตร และ Transcript(ใช้เป็นใบรับรองจบที่มีรายเซ็นรับรองอย่างถูกต้องได้ไหมครับ?)

    1. ถ้ายังไม่ได้ Transcript สามารถใช้ใบคาดว่าจะจบ กับใบรับรองได้ครับ

      1. ผมมีใบTranscript ที่ไม่เป็นทางการและใบรับรองที่มี เนื้อหาว่า”ผมได้เรียนจบครบตามหลักสูตรแล้ว เหลือแค่รับใบประกาศนียบัตรเดือน ธันวาคม” ทั้งสองจากมหาลัย แต่สถานทูตบอกผมว่า”ไม่ได้”ต้องมีใบสำเร็วการศึกษาจริงๆอย่างเดียว หมายความว่าไม่ได้หรือยังไง? ผมต้องทำยังไงดี? ยื่นขอวีซ่าไปแล้วด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ

      2. แสดงว่า Transcript ที่ได้มายังไม่สมบูรณ์ ในกรณีนี้ ให้ทางมหาวิทยาลัยออกหนังสือยืนยัน อย่างเป็นทางการ ว่าเราได้จบแล้วแต่ยังไม่ได้ออกใบ Transcript ให้กับนักศึกษาได้ ซึ่งโดยปกติจะออกในช่วงไหน ก็แจ้งสถานทูตไปครับ อย่างไรน้องโทรมาสอบถามได้ที่ 084 222 9350 หรือทิ้งเบอร์ให้พี่ได้ครับ จะได้สอบถามและแนะนำได้ชัดเจนครับ ^-^

      3. พี่ครับขอโทรที่ตอบช้า ผมโทรหาเบอร์พี่ 084 222 9350 สายไม่ว่างเลยครับ นี้เบอร์โทรผมนะครับ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.