โครงการ Work and Holiday Visas (WHV) ไทย – ออสเตรเลีย 2562


ด้วยรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดท าข้อตกลงร่วมกันเมื่อปี พ.ศ. 2548 ในการจัดท าโครงการ
ตรวจลงตราหนังสือเดินทางการท างานและท่องเที่ยวไทย – ออสเตรเลีย ภายใต้ข้อตกลง “Work and Holiday Visa” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 – 30 ปี สามารถเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยว และท างานได้เป็นการชั่วคราว ในขณะอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โครงการนี้จะเสริมสร้างให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ สามารถปรับตัว และเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง ได้ฝึกการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในต่างประเทศ และฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้ง มีประสบการณ์การท างานในต่างประเทศ โดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนตุลาคม 2562 ได้เพิ่มจ านวนเยาวชนไทยเข้าร่วม โครงการ Work and Holiday Visa ไทย – ออสเตรเลีย เป็นปีละ 2,000 คน

คุณสมบัติ

  1. ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
  2. มีสัญชาติไทย
  3. มีอายุระหว่าง 18 –30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจ าประเทศไทย)
  4. สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  5. มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
  6. ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
  7. มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง) จ านวน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  8. มีความประพฤติและสุขภาพดี

หลักฐานประกอบการขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจาก ดย.

ตามข้อตกลงของโครงการฯ ผู้ที่จะยื่นขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจ าประเทศไทย จะต้องแนบหลักฐาน หนังสือรับรองคุณสมบัติ ซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั้งนี้ การสมัครขอรับหนังสือรับรองคุณสมบัติดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องยื่นแสดงเอกสารส าคัญ ดังนี้

  1. ใบสมัคร (พิมพ์มาจากการสมัครผ่านทางระบบออนไลน์)
  2. ปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองการส าเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ฉบับจริง พร้อมส าเนา 1 ชุด โดยเอกสารต้องออกก่อนวันที่เปิดรับสมัครออนไลน์
  3. ใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ฉบับจริง พร้อมส าเนา 1 ชุด
  4. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ฉบับจริง พร้อมส าเนา 1 ชุด
  5. บัตรประจ าตัวประชาชน ฉบับจริง พร้อมส าเนา 1 ชุด
  6. ทะเบียนบ้าน ฉบับจริง พร้อมส าเนา 1 ชุด
  7. หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ ฉบับจริงและสำเนา โดยต้องแนบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ
    1. ผลการสอบ IELTS (ประเภทใดก็ได้) เฉลี่ยไม่ต่ ากว่า 4.5 ในทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี หรือ
    2. ผลการสอบ TOEFL iBT ระดับคะแนน 32 ขึ้นไป ทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี หรือ
    3. ใบรับรองหรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้ส าเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีระยะเวลา 2 ปีจากสถาบันการศึกษาที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน โดยมีข้อความแสดงชัดเจนว่าเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือ หลักสูตรนานาชาติหรือ
    4. หลักฐานการจบระดับประถมศึกษา (Primary) และมัธยมศึกษาตอนต้น (3 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน โดยมีข้อความแสดงชัดเจนว่าเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือ หลักสูตรนานาชาติ หรือ
    5. หลักฐานที่แสดงว่าได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษา 5 ปี (5 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน โดยมีข้อความแสดงชัดเจนว่าเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือ หลักสูตรนานาชาติ หรือ
    6. สำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี ในระดับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร
  8. หลักฐานทางการเงินซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ของผู้เดินทาง ไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น Bank Statement หรือใบรับรองทางการเงินของบัญชีเงินฝากจากธนาคาร โดยชื่อบัญชีจะต้องเป็นชื่อของผู้เดินทางเท่านั้น
  9. แผนการเดินทางโดยคร่าวๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ)
  10. บันทึกข้อตกลงที่ผู้ปกครองลงนามเรียบร้อยแล้ว (สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ภายหลัง
    จากการสมัครผ่านระบบออนไลน์)
  11. สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง

หมายเหตุ

  1.  ให้นำหลักฐานฉบับจริง พร้อมสำเนาและลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับมายื่นพร้อมเอกสารอื่นๆ (ยกเว้นทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง หากไม่สามารถยื่นฉบับจริง อนุโลมให้ใช้สำเนาแทน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
  2. เอกสารหลักฐานการขอวีซ่าอื่น ๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.homeaffairs.gov.au/trav/visa-1/462-
    และ http://www.thailand.embassy.gov.au/bkok/Visas_and_Migration.html

วิธีการ/ขั้นตอนการรับสมัคร

  1. ลงทะเบียนออนไลน์ทางเว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://www.dcy.go.th เพื่อกำหนด Username และ Password จึงจะสามารถสมัครออนไลน์ได้ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2563 เท่านั้น
  2. การสมัครโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ทางเว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน http://www.dcy.go.th ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 โดยใช้Username และ Password ที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว ทั้งนี้หากมีผู้สมัครครบเต็มจำนวนที่กำหนดระบบจะปิดทำการรับสมัครทันที
  3. จำนวนที่เปิดรับสมัคร ครั้งที่ 1/2563 จ านวน 1,000 คน ผู้สมัครต้องสแกนเอกสารส่งทางอีเมลและส่งเอกสารทางไปรษณีย์ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติกรณีที่มี ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและขาด คุณสมบัติหรือเอกสารไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้สมัครในลำดับนั้นทันทีในขั้นตอนการตรวจเอกสาร
  4. เอกสารประกอบการลงทะเบียนออนไลน์ การกรอกข้อมูล เพื่อขอ username และ password ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้
    1. ไฟล์รูปถ่าย
    2. เลขบัตรประจำตัวประชาชน
    3. ชื่อ – นามสกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ)
    4. E-mail Address ที่ถูกต้องของผู้สมัคร
  5. เอกสารประกอบการสมัครผ่านระบบออนไลน์การกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้
    1. เลขประจำตัวประชาชน
    2. ชื่อ – สกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ)
    3. วัน เดือน ปีเกิด
    4. ที่อยู่ตามบัตรประชาชน
    5. ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อม เบอร์โทรศัพท์มือถือ และ E-mail Address
    6. ข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
    7. ข้อมูลบุคคลติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
  6. วิธีการเข้าสู่ระบบออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) http://www.dcy.go.th
  7. การยื่นเอกสาร
    1. ใบสมัครที่พิมพ์ออกมาจากการสมัครทางระบบออนไลน์
    2. บันทึกข้อตกลงที่ดาวน์โหลดไฟล์มาจากในเว็บไซต์ พร้อมลงลายมือชื่อของผู้สมัคร ผู้ปกครองและพยาน
    3. เอกสารและหลักฐานการขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจาก ดย. (ตามที่ระบุในข้อ 3) ใช้ฉบับจริงพร้อมสำเนา และรับรองสำเนาทุกฉบับ
    4. ผู้สมัครสแกนเอกสารฉบับจริง ส่งให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
      interexchange@dcy.go.th (หัวข้อ: เอกสารผู้สมัครรหัส AUS…../2563)
    5. ผู้สมัครจัดส่งสำเนาเอกสารพร้อมรับรองส าเนาถูกต้องทุกแผ่น ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) โดยจ่าหน้าซองถึง : กรมกิจการเด็กและเยาวชน กลุ่มการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ 618/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400 (วงเล็บมุมซอง) เอกสารโครงการ Work and Holiday Visa หากมีข้อสงสัยใดๆ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทร./โทรสาร 0 2306 8697 (ในวันและเวลาราชการ)
  8. การรับหนังสือรับรองคุณสมบัติจะแจ้งรายละเอียดการรับหนังสือรับรองให้ทราบทางอีเมลในภายหลัง

หมายเหตุเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัคร

  1. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่า ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง http://www.homeaffairs.gov.au/trav/visa-1/462- และ http://www.thailand.embassy.gov.au/bkok/Visas_and_Migration.html
  2. สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจ าประเทศไทย 181 ถนนวิทยุ กรุงเทพมหานคร 10330 โทร. 0 2344 6300
  3. ยื่นเอกสารเพื่อขอรับการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (VISA) ผ่านตัวแทนรับยื่นวีซ่า : ศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศออสเตรเลีย The Trendy Office Building 28th Floor, Sukhumvit Soi 13, Klongtoey-Nua, Wattana, Bangkok 10110 (BTS NANA, ทางออกหมายเลข 3) เวลาท าการ : 08.30 – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย เวลายื่นใบสมัคร : 08.30 – 15.00 น. โทรศัพท์ : 0 2118 7100 หรืออีเมล : info.dibpth@vgshelpline.com โดยเอกสารที่เป็นภาษาไทย จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองด้วย
  4. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองตลอดระยะเวลาของการพักอาศัยในประเทศออสเตรเลีย ทั้งการเดินทาง ค่าครองชีพ และการประกันสุขภาพ ต้องหาที่พักและสมัครงานด้วยตนเอง สามารถท่องเที่ยวสลับกับการทำงานและทำงานกับนายจ้างคนเดียวกันได้ไม่เกิน 6 เดือน ดังนั้น จึงต้องเปลี่ยนงานหรือเดินทางท่องเที่ยว

คำเตือน

  1. ห้ามทำการสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านบริษัทนายหน้าที่รับเป็นตัวกลางทำการสมัคร และ/หรือจัดหาที่อยู่ให้เด็ดขาด เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของโครงการและอาจทำให้ไม่ได้รับวีซ่า รวมทั้งอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพได้
  2. วีซ่าประเภทนี้ มิใช่วีซ่าทำงาน ดังนั้น หากพบว่าทำงานประจำ ณ ที่ใดเกินกว่า 6 เดือน จะถือว่าได้ทำผิดกฎหมายอาจถูกถอนวีซ่าและถูกส่งกลับ

หลักฐานประกอบการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ประเภท Work and Holiday Visa (Subclass 462) กับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย

  1. แบบฟอร์ม 1208 (Work and Holiday Visa) โดยสามารถ download ได้จาก http://www.immi.gov.au/allforms/pdf/1208.pdf
  2. รูปถ่ายสีขนาด 4.5 x 3.5 ซม. จำนวน 2 รูป
  3. หนังสือรับรองคุณสมบัติจาก ดย. (ฉบับจริง)
  4. หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุการใช้งานคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
  5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  6. สำเนาทะเบียนบ้าน
  7. หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ โดยแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด คือ

1)  ผลการสอบ  IELTS (ประเภทใดก็ได้) ไม่ต่ำกว่า 4.5 มีอายุไม่เกิน 1 ปี ตามประกาศเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลออสเตรเลีย ในปี 2558 อ้างอิง

http://www.thailand.embassy.gov.au/bkok/Visas_and_Migration.html

http://www.immi.gov.au/Visas/Pages/462.aspx

  หรือ

2)  ผลการสอบ TOEFL ระดับคะแนน

– 133 on a computer based test

– 450 on a paper based test

– 45 – 46 on an internet-based test หรือ

3)  ใบรับรอง หรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีระยะเวลา 2 ปี จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน หรือ

4)  หลักฐานการจบระดับประถมศึกษา (Primary) และมัธยมศึกษา (3 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน  หรือ

5)  หลักฐานที่แสดงว่าได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษา 5 ปี (5 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน  หรือ

6)  สำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี ในระดับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร

  1. หลักฐานทางการเงินของผู้เดินทางไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น Bank Statement หรือ ใบรับรองทางการของบัญชีเงินฝากจากธนาคาร
  2. ค่าธรรมเนียมตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) 420 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 13,000 บาท (ค่าธรรมเนียมมีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 6 เดือน)
  3. ใบตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียกำหนด ตรวจรายชื่อโรงพยาบาลจาก https://www.border.gov.au/Lega/Lega/Help/Location/thailand โดยแจ้งแพทย์ผู้ตรวจว่าต้องการสมัคร Work and Holiday Visa ของออสเตรเลีย
  4. แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า เป็นภาษาอังกฤษ)
  5. หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ปกครองเป็นภาษาอังกฤษ (Parent Permission Letter) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง
  6. เอกสารทางการศึกษา ปริญญาบัตร และ Transcript

ยื่นเอกสารเพื่อขอรับการตรวจประทับลงตราหนังสือเดินทาง (VISA) ตัวแทนรับยื่นวีซ่า

ศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศออสเตรเลีย The Trendy Office Building 28th Floor,

  • Sukhumvit Soi 13, Klongtoey-Nua, Wattana,
  • Bangkok 10110 (BTS NANA, ทางออกหมายเลข 3)
  • เวลาทำการ : 8.30 น. – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • ยกเว้นวันหยุดของสถานทูตออสเตรเลีย
  • เวลายื่นใบสมัคร : 8.30 น. – 15.00 น.
  • เบอร์โทรศัพท์ :02 118 7100
  • ระหว่างเวลา 8.30-16.30 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดของสถานทูตออสเตรเลีย
  • หรืออีเมล : info.dibpth@vfshelpline.com
  • โดยเอกสารที่เป็นภาษาไทย จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย

ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ตลอดระยะเวลาของการพักอาศัยในประเทศออสเตรเลีย ทั้งการเดินทาง ค่าครองชีพ และการมีประกันสุขภาพ ต้องหาที่พักและสมัครงานด้วยตนเอง สามารถท่องเที่ยวสลับกับการทำงาน และทำงานกับนายจ้าง คนเดียวกันได้ ไม่เกิน 6 เดือน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนงานหรือเดินทางท่องเที่ยว

หมายเหตุ            

  1. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่าให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้ตรวจสอบรายละเอียด ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์
  2. สถานที่ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย 37 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120 โทร. 0 2287 2680 หรือ 0 2344 6300 โทรสาร 0 2344 6593

คำเตือน

  1. ห้ามทำการสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านบริษัทนายหน้าที่รับเป็นตัวกลางทำการสมัครและ/หรือจัดหาที่อยู่ให้เด็ดขาด เนื่องจากผิดจุดประสงค์ของโครงการและอาจทำให้ไม่ได้รับวีซ่า รวมทั้งอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพได้
  2. วีซ่าประเภทนี้มิใช่วีซ่าทำงาน ดังนั้น หากพบว่าทำงานประจำ ณ ที่ใดเกินกว่า 6 เดือน จะถือว่าได้ทำผิดกฎหมาย อาจถูกถอนวีซ่าและถูกส่งกลับ

หากมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ในวันและเวลาราชการที่ กลุ่มส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กองส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน  618/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร./โทรสาร 0 2651 6534

Website : http://www.opp.go.th


อ้างอิง: www.thailand.embassy.gov.au

6 ความเห็น

  1. หลักฐานประกอบการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ประเภท Work and Holiday Visa (Subclass 462) กับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย
    ข้อ 13. เอกสารทางการศึกษา ปริญญาบัตร และ Transcript(ใช้เป็นใบรับรองจบที่มีรายเซ็นรับรองอย่างถูกต้องได้ไหมครับ?)

    1. ถ้ายังไม่ได้ Transcript สามารถใช้ใบคาดว่าจะจบ กับใบรับรองได้ครับ

      1. ผมมีใบTranscript ที่ไม่เป็นทางการและใบรับรองที่มี เนื้อหาว่า”ผมได้เรียนจบครบตามหลักสูตรแล้ว เหลือแค่รับใบประกาศนียบัตรเดือน ธันวาคม” ทั้งสองจากมหาลัย แต่สถานทูตบอกผมว่า”ไม่ได้”ต้องมีใบสำเร็วการศึกษาจริงๆอย่างเดียว หมายความว่าไม่ได้หรือยังไง? ผมต้องทำยังไงดี? ยื่นขอวีซ่าไปแล้วด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ

      2. แสดงว่า Transcript ที่ได้มายังไม่สมบูรณ์ ในกรณีนี้ ให้ทางมหาวิทยาลัยออกหนังสือยืนยัน อย่างเป็นทางการ ว่าเราได้จบแล้วแต่ยังไม่ได้ออกใบ Transcript ให้กับนักศึกษาได้ ซึ่งโดยปกติจะออกในช่วงไหน ก็แจ้งสถานทูตไปครับ อย่างไรน้องโทรมาสอบถามได้ที่ 084 222 9350 หรือทิ้งเบอร์ให้พี่ได้ครับ จะได้สอบถามและแนะนำได้ชัดเจนครับ ^-^

      3. พี่ครับขอโทรที่ตอบช้า ผมโทรหาเบอร์พี่ 084 222 9350 สายไม่ว่างเลยครับ นี้เบอร์โทรผมนะครับ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.